เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 104 My Zither Way unparalleled

Chapter 104 My Zither Way unparalleled

Chapter 104 My Zither Way unparalleled


我琴道无双

พื้นที่การค้าชิงหยาง,เหล่ายอดฝีมือมากมายที่จับจ้องมองไปยังทิศทางเดียวกันพบมังกรทมิฬยาวหนึ่งพันจั้ง,ที่พุ่งขึ้นท้องฟ้าคำรามดังสนั่น.

มังกรทมิฬหนึ่งพันจั้ง,เต็มไปด้วยอำนาจที่ยิ่งใหญ่น่าพรั่นพรึง,ทำให้ทุกคนรอบ ๆ ต้องชงักไปตาม ๆ กัน.

“กลิ่นอายมังกรตนนี้ทรงพลังมาก! ไม่ใช่มังกรทมิฬธรรมดาทั่วไปแน่ ๆ!”

“นี่คือราชาเผ่ามังกรทมิฬ,ไม่ใช่แค่เป็นราชามังกรทมิฬ! สายโลหิตของมันยังสูงส่ง,จนแผ่กลิ่นอายที่น่าอัศจรรย์ใจเช่นนี้ออกมา!”

ผู้คนในพื้นที่การค้า,ต่างก็กลายเป็นสับสนวุ่นวาย.

ฟ่านอี้หลาน,ฟ่านเซิ่ง,หวงจิวทั้งสามที่เงยหน้าจ้องมองมังกรทมิฬบนอากาศ,กลายเป็นเซ่อไปเลย.

เถ้าแก่ร้านเองแทบไม่อยากเชื่อจ้องมองมังกรทมิฬไม่วางตา,เผยความตื่นตกใจ,ตื่นเต้นพูดติด ๆ ขัด ๆ“มีเสียง,คาดไม่ถึงว่าจะมีคนทำให้เกิดเสียงได้!”

“ท้ายที่สุดก็มีคนทำให้เกิดเสียงได้แล้ว!”

เขาจ้องมองลู่อี้ผิง,ราวกับมองเห็นสมบัติล้ำค่าไร้ที่เปรียบ,แววตาเป็นประกาย,เต็มไปด้วยความชื่นชม.

ลู่อีผิ้งเอ่ยออกมาอย่างไม่ใส่ใจ“กู่ฉินนี้เป็นกู่ฉินล้ำค่าในยุคโบราณ,กู่ฉินมังกรทมิฬ,ด้านในมีจิตวิญญาณราชามังกรทมิฬสถิตอยู่,การจะทำให้กู่ฉินมีเสียงได้,ก่อนอื่นจะต้องสื่อสารกับจิตวิญญาณราชามังกรทมิฬให้ได้ก่อน.”

เถ้าแก่ที่ตื่นเต้นดีใจเป็นอย่างมาก“ใช่แล้ว,จูเหรินของข้าก็เอ่ยเช่นนั้น,เขาได้ไปหายอดฝีมือเผ่ามังกรมากมาย,ไปหานักบุญกู่ฉินนับไม่ถ้วน,แต่กับไม่มีใครสามารถสื่อสารกับราชามังกรทมิฬได้เลย!”

เขาจ้องมองลู่อี้ผิง“ทว่าการจะทำให้กู่ฉินนี้มีเสียง,ไม่เพียงแค่สื่อสารกับราชามังกรทมิฬเท่านั้น,แต่จะต้องมีทักษะกู่ฉินไร้ที่เปรียบ,เพราะว่าสายกู่ฉินนี้,ฉาบไปด้วยวิถีกู่ฉินไร้เทียมทาน,หากไม่มีทักษะกู่ฉินไร้ที่เปรียบ,ก็ไม่อาจดึงสายกู่ฉินนี้ได้.”

พวกฟ่านเซิ่งที่เฝ้ามองอย่างระเอียด,ก็พบว่าบนสายของกู่ฉินนั้นมีอักษรรูนมากมาย,อักษรรูนแต่ละตัวนั้นดูสูงส่งไร้เทียมทาน,แม้แต่ทำให้คนที่จ้องมองถึงกับตาพร่าไปเหมือนกัน.

ลู่อี้ผิงที่เอ่ยปาก“ในเมื่อกู่ฉินนี้มีเสียงแล้ว,กู่ฉินมังกรทมิฬนี้ก็เป็นของข้า,และสิ่งของในร้านนี้ข้าก็สามารถหยิบมันได้ตามใจ,ใช่ใหม.”

เขาจ้องมองไปยังกระบี่หักที่มุม.

กู่ฉินมังกรทมิฬ,สำหรับเขาเป็นเพียงผลพลอยได้,ทว่ากระบี่หักที่มุมต่างหากที่ทำให้เขาก้าวเข้ามาในร้านแห่งนี้.

เถ้าแก่แทบสำลัก,เขาเผยยิ้มอย่างขมขื่น,เอ่ยออกมาว่า“ตามธรรมเนียมเป็นเช่นนั้น,พวกเราได้ตั้งเงื่อนไขดังกล่าวไว้,ไม่มีทางตะบัดสัตย์ได้,ทว่าจูเหรินของพวกเรามีอีกหนึ่งเงื่อนไข.”

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำแค่นเสียง“เงื่อนไขรึ? เจ้าไม่เอ่ยเงื่อนไขก่อนหน้านี้ล่ะ.”

ใบหน้าของเขาที่กลายเป็นแดงดำ,ด้วยความอับอาย,เอ่ยออกมาว่า“ข้าไม่คิดว่าคุณชายจะทำให้กู่ฉินมีเสียงดังได้,ดังนั้นจึงไม่ได้เอ่ยถึงเงื่อนไข.”จากนั้นเขาก็เอ่ยออกมาว่า“คุณชายโปรดวางใจ,หากคุณชายไม่สะดวก,พวกเราก็ไม่บังคับ.”

“เงื่อนไขอะไร.”ลู่อี้ผิงเอ่ยออกมาเล็กน้อย.

เถ้าแก่เอ่ย“เรื่องนี้รอให้ประมุขของพวกเรามาถึง,ประมุขของข้าจะเอ่ยถึงรายระเอียดกับคุณชาย.”

ลู่อี้ผิงที่ก้าวตรงมาที่มุม,ก่อนจะปัดฝุ่นออกจากกระบี่หัก,ตัวกระบี่ที่หักเรียวยาว,เห็นชัดเจนว่าเป็นกระบี่ที่สตรีเคยใช้,กระบี่หักที่ส่วนกลาง,คล้ายว่าถูกฟันโดยกระบี่ของคนอื่น.

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำจ้องมองกระบี่หัก,เผยความประหลาดใจ“กระบี่เหยี่ยนสุ่ย?”

ลู่อี้ผิงพยักหน้ารับ.

กระบี่เหยี่ยนสุ่ย,เป็นกระบี่ของเทพธิดาโหลวสุ่ยวังเป่ยโตวในอดีตเคยใช้.

เขาไม่คิดเลยว่าจะมาเห็นมันที่นี่.

หนำซ้ำยังกลายเป็นกระบี่หักอีกด้วย.

“กระบี่เหยี่ยนสุ่ยนี้,เจ้าได้รับมันมาจากใหนรึ?”ลู่อี้ผิงเอ่ยสอบถามเถ้าแก่.

เถ้าแก่เผยความสงสัย“กระบี่เหยี่ยนสุ่ยรึ?”เขาส่ายหน้าไปมา“พวกเราไม่รู้แม้แต่นามกระบี่หักนี้,สิ่งของในร้านนี้ส่วนมากแล้วเป็นของจากตระกูลจูเหรินเกือบทั้งหมด.”

“เป็นสิ่งของจากตระกูลสืบทอดมาอย่างงั้นรึ?”ลู่อี้ผิงและวัวกระทิงมังกรเขาทองคำเผยความประหลาดใจ.

“ใช่.”เถ้าแก่พยักหน้ารับ,“บางที,จูเหรินของพวกเราอาจจะรู้ที่มาของกระบี่.”

“จูเหรินของเจ้าตอนนี้อยู่ที่ใหน?”ลู่อี้ผิงเอ่ยถาม.

เถ้าแก่ดูลังเล ก่อนเอ่ยออกมาว่า“จูเหรินของเรานั้นไปยังดินแดนไท่สวี.”

“ดินแดนไท่สวีอย่างงั้นรึ?”วังกระทิงมังกรเขาทองคำเอ่ยพึมพำ.

ดินแดนไท่สี,นับเป็นหนึ่งในสองดินแดนที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดของจิวเทียน.

ในเวลานั้น,ผู้เยาว์คนหนึ่งที่สวมชุดสีสดใสจับตาก้าวเข้ามา,ที่ด้านหลังมีองค์รักษ์สองคน.

หลังจากที่ผู้เยาว์คนดังกล่าวเข้ามา,เขาได้กวาดตามองไปทั่ว,สายตาได้มาหยุดที่กู่ฉินมังกรทมิฬ.

เขาเผยความประหลาดใจ.

หลังจากนั้น,เขาก็เดินตรงไปยังทิศทางของกู่ฉินมังกรทมิฬ,มือของเขาสัมผัสลูบไล้ไปมา,พบว่าบนสายนั้นมีวิถีกู่ฉินไร้ที่เปรียบ,ก็เผยความตื่นเต้นดีใจ,เผยความสุขมากล้นออกมา.

ฟ่านอี้หลาน,ฟ่านเซิ่ง,และหวงจิวที่จ้องมองชายหนุ่มที่เข้ามา,ไม่พูดไม่จา,เข้ามาลูบกู่ฉินไปมา,เผยความตื่นเต้นดีใจ,ก็ขมวดคิ้วไปมา.

เห็นชัดเจนว่าชายหนุ่มคนนี้ถูกลวงล่อจากจิตวิญญาณมังกรทมิฬก่อนหน้านี้นั่นเอง.

“เจ้าคือเถ้าแก่งั้นรึ?”ชายหนุ่มเอ่ยถามชายชราทันที,ด้วยน้ำเสียงที่ดูอหังการสะกดข่ม.

“เป็นข้าเอง.”เถ้าแก่พยักหน้ารับ,เขาพอคาดเดาได้ว่าชายหนุ่มนั้นต้องการเอ่ยสิ่งใด.

เป็นความจริงชายหนุ่มที่เอ่ยออกมาทันที“กู่ฉินนี้,ขายอย่างไร?”

เถ้าแก่ส่ายหน้าไปมา.“กู่ฉินนี้,เป็นของคุณชายคนนี้แล้ว.”

ชายหนุ่มที่จ้องมองลู่อี้ผิง,จ้องมองจากบนลงล่าง,เอ่ยออกมาว่า“กู่ฉิน,ตอนนี้เป็นของเจ้าอย่างงั้นรึ?”

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำเห็นชายหนุ่มจดจ้องเพ่งพิศลู่อี้ผิง,พร้อมกับเผยท่าทางเอ่ยด้วยน้ำเสียงใหญ่โต,ก็เอ่ยออกมาด้วยท่าทางไม่พอใจ“เจ้าหนู,หูหรือสมองของเจ้ามีปัญหากัน,ไม่ได้ยินที่เถ้าแก่เอ่ยรึไง,กู่ฉินนี้เป็นของจูเหรินของข้าแล้ว.”

“สามหาว!”องค์รักษ์สองคนด้านหลังที่คำรามลั่นจ้องมองออกมาด้วยความโกรธ.

ชายหนุ่มที่ยกมือขึ้น,ห้ามองค์รักษ์,จ้องมองวัวกระทิงมังกรเขาทองคำคราหนึ่ง,ก่อนเอ่ยกับลู่อี้ผิง“ผู้น้อย,เหออี้,นิกายฉินหัว.”

คำพูดดังกล่าว,ทำให้ฟ่านอี้หลาน ฟ่านเซิ่ง,เถ้าแก่และหวงจิวตกใจเล็กน้อย.

“นิกายฉินหัว!”

นิกายฉินหัว,คือกองกำลังใหญ่ในจิวเทียน,รองจากนิกายเทวะคุณเผิง.

นอกจากนี้นิกายฉินหัว,ยังโดดเด่นในเส้นทางวิถีกู่ฉินและวิถีจิตรกรรมอีกด้วย.

กล่าวว่าทั้งวิถีกู่ฉินและวิถีจิตรกรรมนั้นแข็งแกร่งที่สุดในจิวเทียน.

ชายหนุ่มผู้นี้,คาดไม่ถึงว่าจะมาจากนิกายฉินหัว.

ชายหนุ่มเหออี้เห็นท่าทางของฟ่านอี้หลานแล้ว,ก็ไม่ได้ประหลาดใจ,เอ่ยต่อลู่อี้ผิง“กู่ฉินนี้,ขายอย่างไร?”

ลู่อี้ผิงกล่าวอย่างไม่แยแส“กู่ฉินของข้า,ไม่ขาย,นอกจากนี้เจ้าไม่อาจจ่ายได้ด้วย.”

องค์รักษ์ด้านหลังเหออี้ได้ยินก็แค่นเสียงดูแคลน“กู่ฉินที่ไหม้ไฟด่างดำเช่นนี้,เจ้ากับคิดว่าเป็นสมบัติล้ำค่าอย่างงั้นรึ? กู่ฉินไหม้ไฟนี้,อย่าว่าแต่ซื้อเลย,ต่อให้มีเป็นสิบหรือร้อยอัน,นายน้อยของข้าก็ซื้อได้สบาย ๆ.”

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำกล่าวหยัน“ร้อยไหม้ไฟอย่างงั้นรึ? โง่เกินไปแล้ว,ไม่เคยเห็นใครจะโง่เง่าขนาดนี้!”

“เจ้า!”องค์รักษ์ที่เผยใบหน้ามืดครึ้มขึ้นมาทันที.

เหออี้ที่จ้องมองลู่อี้ผิงเอ่ยออกมาว่า“กู่ฉินนี้ควรจะเป็นกู่ฉินมีชื่อในยุคโบราณ,อยู่ในมือเจ้าที่ไม่เข้าใจวิถีกู่ฉิน,ก็เท่ากับฝังกู่ฉินนี้ลงดิน,เจ้าควรที่ขายให้ข้าที่เป็นผู้คู่ควร.”

“กู่ฉินนี้เมื่ออยู่ในมือข้า,มันจะเฉิดฉายเจิดจรัส,สร้างชื่อกู่ฉินยุคโบราณนี้ขึ้นมาอีกครั้ง.”

ได้ยินคำพูดของเหออี้,ทำให้วัวกระทิงมังกรเขาทองคำแทบสำลักน้ำลายตัวเอง.

“เจ้าหัวเราะอะไร?”เหออี้ขมวดคิ้วไปมา.

“เจ้าจะบอกว่า,วิถีกู่ฉินของเจ้าไร้ที่เปรียบอย่างงั้นรึ?”ลู่อี้ผิงกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ.

เหออี้กล่าวอย่างภาคภูมิ,“แม้นว่าข้าไม่กล้าเอ่ยว่าวิถีกู่ฉินของข้าไร้คู่เปรียบ,แต่ผู้เยาว์ในจิวเทียนนั้น,คนที่จะมีวิถีกู่ฉินเทียบเคียงข้าได้นั้น,แทบนับนิ้วได้.”

จบบทที่ Chapter 104 My Zither Way unparalleled

คัดลอกลิงก์แล้ว