เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 103 Guqin sound

Chapter 103 Guqin sound

Chapter 103 Guqin sound


古琴响动

โหลวถงที่จ้องมองเหล่ายอดฝีมือมากมายที่มาร่วมงานชุมนุมกระบี่ครั้งนี้,ก็เผยยิ้มเอ่ยต่อซุนหงหยวน,“ยอดฝีมือมาเข้าร่วมงานชุมนุมกระบี่มากมายจริง ๆ!”

ซุนหงหยวนเผยยิ้ม“งานชุมนุมกระบี่ครั้งนี้จัดใหญ่ยิ่งกว่างานชุมนุมกระบี่ครั้งที่แล้ว,ยอดฝีมือที่เข้าร่วมเกรงว่าจะมีจำนวนหลายร้อยล้านคน.”

โหลวถงกล่าวประจบ“ศิษย์พี่ซุนหงหยวนทักษะกระบี่ไร้ที่เปรียบ,หากท่านเข้าร่วม,อันดับหนึ่งจะต้องเป็นของศิษย์พี่ซุนหงหยวนอย่างแน่นอน.”

ซุนหงหยวนได้ยินก็หัวเราะชอบใจ“ศิษย์น้องโหลวถงกล่าวยกยอไปแล้ว.”

“ที่จริงมือกระบี่ที่มากพรสวรรค์ในดินแดนซั่งเซิงนั้น,เหนือกว่าข้ามีมากมาย.”

ทั้งสองพูดคุยกันด้วยรอยยิ้ม,ตามฉิวเยว่และอู๋จินกัวไปยังยอดเขากุยหยวน.

หลังจากที่อาวุโสเจียงกลับมา,ก็เอ่ยกล่าวขออภัยต่อลู่อี้ผิงและหวงจิว“ขออภัยท่านทั้งหลาย.”จากนั้นเขาก็เอ่ยออกมาว่า“ไปเถอะ,ตอนนี้พวกเราสามารถไปลงทะเบียนได้แล้ว.”

จากนั้นพวกลู่อี้ผิงก็ถูกนำไปยังห้องโถงลงทะเบียน.

“ผู้ยิ่งใหญ่คนใหนของสำนักกระบี่ไท่ชิงมา?”วัวกระทิงมังกรเขาทองคำเอ่ยถาม.

เจียงเฟิงที่เอ่ย“เป็นอู๋จิวกัวหัวหน้าบรรพชนชราสำนักกระบี่ไท่ชิง,ได้นำอาวุโสสูงและอาวุโสมากมาย,มากกว่า 40 คนมาเข้าร่วม”

ก่อนที่เขาจะเอ่ยเพิ่ม“บรรพชนชราอู๋จิวกัวเป็นยอดฝีมือเทพสวรรค์ขั้นกลาง,แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก,ทักษะกระบี่วายุอสนีนั้นได้ฝึกฝนไปขอบเขตผสานวายุอสนีแล้ว,หนึ่งกระบวนท่าสามารถสังหารเทพสวรรค์ขั้นต้นสามคนได้ในทันที!”

“คาดไม่ถึงว่าสำนักกระบี่ไท่ชิงจะส่งยอดฝีมือเช่นนี้มา.”วัวกระทิงมังกรเขาทองคำเผยยิ้ม.

เจียงเฟิงเอ่ย“ด้วยความแข็งแกร่งของบรรพชนชราอู๋จินกัว,เทพสวรรค์ขั้นกลางทั่วไปนั้น,ไม่ใช่คู่มือของเขา.”

พวกเขาที่ถูกนำเข้าไปยังห้องโถงลงทะเบียน.

ภายใต้การนำของเจียงเฟิง,ดังนั้น,ฟ่านอี้หลานและฟ่านเฟิงสองพี่น้องจึงไม่จำเป็นต้องเข้าแถว,สามารถลงทะเบียนโดยตรง.

หลังจากนั้น,เจียงเฟิงก็นำพวกลู่อี้ผิงไปยังที่พักที่เตรียมไว้.

“เมื่อไหร่ผู้ก่อตั้งของเจ้าจะกลับมา?”ลู่อี้ผิงเอ่ยถาม.

เจียงเฟิงที่เห็นลู่อี้ผิงสอบถามเรื่องผู้ก่อตั้งของเขา,ก็เผยความแปลกใจ“เอ่ยออกมาว่า”ไม่อาจบอกได้,ทว่าคนที่ได้ลำดับหนึ่งของงานชุมนุมกระบี่นี่,จะได้รับการชี้แนะจากบรรพชนโดยตรง,ดังนั้น,ก่อนที่งานชุมนุมนิกายกระบี่จะจบ,บรรพชนผู้ก่อตั้งควรจะกลับมา.”

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำเป็นเจียงเฟิงสงสัยจึงเอ่ยออกมาว่า“จูเหรินของพวกเราต้องการพบกับผู้ก่อตั้งของเจ้า.”

เจียงเฟิงที่ตกใจ,เผยยิ้มออกมา“ผู้ก่อตั้งของพวกเราไม่อาจพบกับใครได้ในตอนนี้,อีกอย่าง,อย่าว่าแต่พวกเจ้าเลยแม้แต่เจ้านิกายกุยหยวนหรือบรรพชนชรามากมายต้องการพบกับผู้ก่อตั้ง,ยังเป็นเรื่องยากเลย.”

“ดังนั้น,การที่พวกเจ้าต้องการพบกับผู้ก่อตั้ง,เกรงว่าคงไม่มีทางเป็นไปได้.”

ลู่อี้ผิงได้ยินคำพูดดังกล่าว,ก็เผยยิ้ม“จริงรึ?”

“ใช่แล้ว,ไม่ใช่แค่เจ้า,ประมุขตระกูลฉู่ในเวลานี้ต้องการพบกับผู้ก่อตั้งยังเป็นไปไม่ได้เลย.”เจียงเฟิงพยักหน้ารับ.

ฟ่านอี้หลาน,ฟ่านเซิ่องสองคนที่จ้องมองกันและกันเผยความตกใจ,ก่อนหน้านี้,พวกเขาไม่รู้ว่าคนรู้จักของฟ่านอี้ผิงเป็นใคร,ตอนนี้เป็นไปได้ว่า คงเป็นผู้ก่อตั้งนิกายกระบี่กุยหยวน,ท่านฉู่ถงหรอกรึ?!

ไม่รู้ว่าคุณชายลู่เกี่ยวข้องอะไรกับท่านฉู่ถง?

เจียงเฟิงที่นำทุกคนมายังที่พัก,เป็นลานตรงกลาง,มีอยู่ด้วยกันหกห้อง.

ก่อนที่เจียงเฟิงจะจากไป,หวงจิวได้มอบศิลาวิญญาณเกรดเทวะจำนวนมากให้อีกฝ่าย,เจียงเฟิงที่ดูขัดเขินเล็กน้อย,แต่ก็รับมา,เผยยิ้มและจากไป,พร้อมกับเอ่ยว่าหากมีอะไรต้องการ,ให้ส่งคนมาแจ้งเขาได้.

หลังจากเจียงเฟิงจากไปแล้ว,ฟ่านอี้หลานเอ่ยสอบถามลู่อี้ผิงด้วยความสงสัย“คนรู้จักของคุณชาย,เป็นไปได้ว่าคือ ท่านฉู่ถงอย่างงั้นรึ?”

“อืม.”ลู่อี้ผิงพยักหน้ารับ.

ฟ่านอี้หลาน,ฟ่านเซิ่งทั้งสองที่ตกใจ,เป็นท่านฉู่ถงจริง ๆ.

อย่างไรก็ตามทั้งสองไม่ได้เอ่ยถามว่า,ลู่อี้ผิงเกี่ยวข้องอะไรกับฉู่ถง.

“ยังไม่มีอะไรทำ,ออกไปเดินเล่นกันเถอะ.”ลู่อี้ผิงที่นั่งอยู่พักหนึ่ง,ก็ลุกขึ้นและเอ่ยออกมา.

หวงจิวเอ่ย,“ที่ด้านหน้าดูเหมือนว่าจะมีพื้นที่การค้า,ที่นิกายกุยหยวนสร้างขึ้น,กล่าวได้ว่าเป็นหนึ่งในตลาดที่ใหญ่ที่สุดในมลทลชิงอวิ๋น,จู่เหริน,พวกเราไปดูหน่อยใหม?”

“ก็ดี.”ลู่อี้ผิงเอ่ย.

ดังนั้น,พวกเขาได้ออกจากลานที่พัก,ตรงไปยังลานการค้าที่หวงจิวเอ่ยถึง.

ข้ามผ่านภูเขาไปหนึ่งลูก,ใช่เวลายี่สิบนาที,พวกเขาก็มาพบกับพื้นที่ราบขนาดใหญ่.

พื้นทุ่งราบนั้น,มีถนนตรอกซอกซอยมากมาย,ซึ่งมีร้านค้าจำนวนมากมารวมตัวกันอยู่.

เพียงแค่กวาดตามองไม่อาจมองเห็นพื้นที่ทั้งหมดได้.

ลานการค้า,แน่นอนว่าที่นี่ไม่มีกำแพงเมือง.

บนตรอกซอกซอยของลานการค้า,มีการจราจรที่ติดขัดเนืองแน่นไปด้วยผู้คนมากมายมหาศาลราวกับฝูงมด.

“นี่คือลานการค้าชิงหยาง!”ฟ่านเซิ่งอุทานออกมาด้วยความตกใจ“ใหญ่มาก! ได้ยินมาว่ามีสมบัติมากมาย,แม้แต่สินค้าพิเศษที่หอการค้าใหญ่ยังไม่อาจมีขาย,ทว่ากับสามารถซื้อได้ที่นี่.”

“มีบางคนบอกว่ามีสมบัติไร้ที่เปรียบในพื้นที่การค้าชิงหยางด้วย.”

หวงจิวเผยยิ้ม“สมบัติไร้ที่เปรียบไม่ง่ายที่จะได้รับ.”

พวกลู่อี้ผิงที่ก้าวเข้าไปในทะเลผู้คน.

ลู่อี้ผิงได้ไปหยุดที่ร้านค้าแห่งหนึ่ง.

ร้านดังกล่าวมีขนาดเล็กมาก,ดูเก่าแก่ซ่อมซ่อเล็กน้อย,ป้ายร้านที่มีอักขระเขียนไว้ว่า“ร้านเล็ก ๆ”

อย่างไรก็ตาม,ป้ายดังกล่าวดูเหมือนว่าเต็มไปด้วยฝุ่น,จนแทบมองไม่เห็นตัวอักษรได้ชัดเจน.

“ร้านเล็ก ๆ?”วัวกระทิงมังกรเขาทองคำเห็นชื่อก็ตะลึงไปเหมือนกัน“ไม่ใช่ว่าคือร้านค้าที่เคยมีในอดีตงั้นรึ?”

ในอดีต,มันและลู่อี้ผิงเคยเข้ามาในจิวเทียน,ครั้งหนึ่งเคยเห็นร้านค้าแห่งหนึ่งที่มีชื่อว่า“ร้านเล็ก ๆ” ชื่อดังกล่าวดูน่าสนใจทำให้ยังคงจดจำได้.

ลู่อี้ผิงและทุกคนได้ก้าวเข้าไป.

ร้านค้าดังกล่าวไม่ใหญ่นัก,มีพื้นที่ไม่กี่สิบตารางเมตร,ด้านในนั้นมีสิ่งของมากมายกองสุมรวมกันอยู่ราวกับเป็นขยะ.

ที่ใจกลางนั้นมีโต๊ะตั้งอยู่,บนนั้นมีกู่ฉินวาง,เรือนของกู่ฉินนั้นมีรอยที่เหมือนกับรอไหม้สีดำอยู่หลายจุด.

การค้าดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยดีนัก,ที่มุมนั้นมีชายชราผู้หนึ่งที่กำลังนั่งสัปหงก,เมื่อชายชราเห็นลู่อี้ผิงก้าวเข้ามา,ก็ก้าวออกไปทักทาย“ไม่รู้ว่าท่านทั้งหลายต้องการซื้ออะไร?”

ลู่อี้ผิงได้ไปยืนที่ด้านหน้ากู่ฉิน,เอ่ยออกมาว่า“เถ้าแก่,กู่ฉินนี้ขายหรือไม่?”

เถ้าแก่ดวงตาเบิกกว้าง,ก่อนจะเผยยิ้ม“คุณชาย,กู่ฉินของพวกเราไม่ได้ขาย.”

“ไม่ขาย?”ฟ่านอี้หลานที่เผยความประหลาดใจ“แล้วนำมาตั้งเพื่ออะไร?”

“จูเหรินของพวกเรานั้นเอ่ยว่าหากใครสามารถทำให้กู่ฉินนี้ส่งเสียงได้,กู่ฉินเครื่องนี้ก็จะมอบให้ผู้นั้น.”นอกจากนี้เถ้าแก่คนดังกล่าวยังเผยยิ้มเอ่ยออกมาว่า“นอกจากนี้,สินค้าในร้านนี้ทุกอย่างสามารถหยิบนำไปได้ตามใจ.”

ฟ่านอี้หลาน,ฟ่านเซิงที่ตะลึงไปเหมือนกัน,แม้แต่หวงจิวยังเผยความประหลาดใจ.

“พูดจริงรึ? ขอเพียงทำให้กู่ฉินนี้ส่งเสียงก็พออย่างงั้นรึ?”ฟ่านเซิงที่เอ่ยด้วยท่าทางจริงจัง.

เถ้าแก่ที่เผยยิ้ม“ถูกต้อง.”

ฟ่านเซิ่งได้ก้าวเข้ามา,มือทั้งสองวางบนสายกู่ฉิน,ขณะพยายามดึงสายหน้าดำหน้าแดง,ทำให้หวงจิวและฟ่านอี้หลานตะลึงไปเหมือนกัน,คาดไม่ถึงว่าจะไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย.

ฟ่านเซิ่งที่ใช้พลังระดับจักรพรรดิโบราณ,มือของเขาที่เปล่งแสงจ้า,พยายามอย่างสุดความสามารถแต่กับไม่อาจขยับสายของมันได้เลย.

รู้สึกว่าสายของมันนั้นหนักมากราวกับมีน้ำหนักมากกว่า หนึ่งแสนล้านตัน.

ฟ่านอี้หลานที่สงสัย,ก้าวเข้าไปทดสอบเช่นกัน,ทว่ากับไม่อาจทำอะไรได้,ท้ายที่สุด,แม้แต่หวงจิวเองก็เข้าไปทดสอบ,แต่กับไม่อาจขยับสายมันได้เช่นกัน.

ลู่อี้ผิงที่ก้าวเข้าไป,มือขวาของเขาที่วางลงไป,ก่อนที่จะขยับนิ้ว,เสียงของกู่จิวที่ราวกับสายฟ้าสวรรค์ที่สนั่นหวั่นไหวดังกึกก้องไปทั่วทั้งพื้นที่การค้าชิงหยาง.

มังกรทมิฬใหญ่ยักษ์ที่ผุดออกมาจากกู่ฉิน,มันได้คำรามลั่นดังกึกก้องกังวานไปทั้งสวรรค์และปฐพี.

จบบทที่ Chapter 103 Guqin sound

คัดลอกลิงก์แล้ว