เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 89 Rushes to Battle Emperor Palace

Chapter 89 Rushes to Battle Emperor Palace

Chapter 89 Rushes to Battle Emperor Palace


闯斗战帝宫

สาวรับใช้ที่เห็นชายหนุ่มชุดน้ำเงินและชุดสีดำขี่วัวและอาชาอสนีเข้ามา,ก็ตะโกนลั่นเอ่ยคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว“บังอาจ! เจ้าเป็นใคร? กล้าบุกเข้ามาในคฤหาสน์ท่านแม่ทัพใหญ่!”กล่าวจบ,นางที่พุ่งเข้าใส่ลู่อี้ผิงและเฉียงเหลียงทันที.

คลื่นพลังที่น่าอัศจรรย์ใจพวยพุ่งออกไปจากร่างของนาง.

พลังเทพวิญญาณที่น่าเกรงขาม,นอกจากนี้ยังเป็นเทพวิญญาณขั้นต้นด้วย.

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำเห็นสาวใช้ลงมือ,ก็ยกขาขึ้นกระทืบนางลงบนพื้นเสียงดังสนั่น.

ตูมมมมมมม!

ทั่วทั้งตำหนักที่สั่นไปมาอย่างรุนแรง.

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำเหยียบอยู่บนร่างนางที่จมพื้นดิน.

สาวใช้ผู้นี้,แม้นว่าจะปกปิดได้อย่างยอดเยี่ยม,ทว่านางได้บ่มเพาะเต๋าเทพสังหาร หรือกล่าวได้ว่านางคือมือสังหารผู้หนึ่งนั่นเอง.

ดังนั้น,จึงไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่ต้องออมมือ.

ในห้องโถง,สวีเฟิง,เจ้าหอน้อย หอราชาโอสถ,องค์ชายสามจักรวรรดิโตวจันจูหยงและคนอื่น ๆ ที่ตื่นตะลึงเมื่อก้าวออกมาด้านนอก,ตกใจภับภาพที่เห็นถึงกับยืนนิ่งไปกับที่.

ในเวลานั้น,พวกเขาเห็นชายหนุ่มชุดน้ำเงินขี่วัว,ด้านหลังมีผู้เยาว์ชุดสีดำ.

แต่ละคนต่างก็เผยความประหลาดใจ.

“เจ้าเป็นใคร?”สวีเฟิงที่ใบหน้าเคร่งขรึม,ทว่าขณะจ้องมองไปยังลู่อี้ผิงและเฉียงเหลียง“สาวใช้ข้า.”

“ตายแล้ว.”วัวกระทิงมังกรเขาทองคำเอ่ยอย่างไม่สนใจ.

“เจ้าคนสารเลว!”สวีเฟิงที่โกรธเกรี้ยวคำรามลั่น,นางที่สะบัดฝ่ามือฟาดไปยังทิศทางของลู่อี้ผิงและเฉียงเหลียง,พลังของเทพแท้จริงขั้นต้นกวาดม้วนไปทุกสารทิศ,พลังเทวะที่แข็งแกร่ง,แผ่รัศมีสีฟ้าคราม,ไอเย็นที่น่าอัศจรรย์,ทำให้ห้องโถงถูกแช่แข็งไปในทันที.

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำที่ยกขาหน้าขึ้นตะวัดกวาดออกไป,ร่างของสวีเฟิงเวลานั้นกระเด็นลอยออกไปกระแทกเข้ากับพื้นกลิ้งไปมาหลายตลบลากครูไปจนถึงสวนด้านหลัง.

กับภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น,ทำให้เจ้าหอน้อย,หอราชาโอสถซีเหยียน,องค์ชายชายจักรวรรดิโตวจัน จูหยง,ศิษย์วิหารอรหันต์ไจ๋ซิง,ประมุขน้อย,นิกายเซียวเหยาฟู่และผู้คนอีกหลายสิบคนยืนเซ่อไปเลย.

ไม่มีใครคิดว่าผู้เยาว์ชุดน้ำเงินผู้นี้จะลงมือ,จัดการสวีเฟิงลอยกระเด็นออกไป.

ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก.

มันเร็วซะพวกเขาตอบสนองไม่ทันที.

เจ้าหอน้อย,หอราชาโอสถ,ซีเหยียน,องค์ชายสามจักรวรรดิโตวจันและคนอื่น ๆ ใบหน้ากลายเป็นอัปลักษณ์ขึ้นมาทันที.

ซีเหยียนที่จ้องมองไปยังลู่อี้ผิง ด้วยความเย็นชา“ผู้ยอดเยี่ยมเป็นใคร? กล้าบุกรุกมายังคฤหาสน์แม่ทัพใหญ่จักรวรรดิโตวจัน,นอกจากนี้ยังสังหารคนและกระทำเรื่องเสียมารยาทถึงเพียงนี้!”

องค์ชายสามจักรวรรดิโตวจันที่เผยแววตาเย็นชา“ข้าไม่สนว่าเจ้าเป็นใคร! กล้าสังหารคนในคฤหาสน์แม่ทัพจักรวรรดิโตวจัน,ต่อให้สวรรค์และปฐพีจะกว้างใหญ่แค่ใหน,ก็ไม่มีที่คุ้มกะลาหัวให้กับเจ้า!”

ลู่อี้ผิงที่ยกมือขึ้นดึงร่างของสวีเฟิงที่กองอยู่ที่สวนด้านหลังลอยกลับมา.

สวีเฟิงที่สวยสง่าตอนนี้เผ้าผมกระเซอะกระเซิง,ร่างกายเปื้อนไปด้วยดิน,มีโลหิตที่เปื้อนไปทั่วร่าง.

“ซุนเหยียนอยู่ที่ใหน?”ลู่อี้ผิงเอ่ยถามอย่างไม่แยแส.

จากสัมผัสเทพที่กวาดม้วนไปรอบ ๆ คฤหาสน์,บอกได้ว่าเป้าหมายสวีเหยียนไม่อยู่ในคฤหาสน์.

สวีเฟิงเองก็มีสถานะเป็นเจ้าหอคนหนึ่งขององค์กรเต๋าเทพสังหารเช่นกัน.

“ซุนเหยียนอะไร,ข้าไม่รู้ว่าเจ้าพูดอะไร.”สวีเฟิงจ้องมองลู่อี้ผิงด้วยความโกรธเกรี้ยว,แววตาเต็มไปด้วยจิตสังหาร,ต้องการสังหารลู่อี้ผิงให้ตายทันที.

เจ้าหอน้อย,หอราชาโอสถ,ซีเหยียนที่ก้าวไปด้านหน้า,จ้องมองลู่อี้ผิงด้วยความโกรธ“ผู้น้อยเจ้าหอน้อย,หอราชาโอสถ,ซีเหยียน,โปรดปล่อยคน,ภายในคฤหาสน์แห่งนี้ไม่มีซุนเหยียนที่เจ้าต้องการหาแต่อย่างใด!”

องค์ชายสามจักรวรรดิโตวจัน,จูหยงที่เอ่ยคำรามด้วยความโกรธ“ข้าได้สั่งการเรียกทหารประจำวังมาแล้ว,กองกำลังทหารจักรวรรดิโตวจันกำลังมาที่นี่.”

เจ้านิกายน้อย,นิกายเซียวเหยาฟู่,เหอเฟิงที่ยกมือประสานไปด้านหน้า“ผู้น้อยเจ้านิกายน้อย,นิกายเซียวเหยาฟู่,เกรงว่าผู้ยอดเยี่ยมคงมีอะไรเข้าใจผิดกัน,โปรดปล่อยคนก่อน!”

ศิษย์วังอรหันต์ไจ๋ซิง,เซี่ยเซียวหงที่จ้องมองลู่อี้ผิงด้วยความเย็นชา“ผู้น้อยศิษย์วังอรหันต์ไจ๋ซิง,เซี่ยเซียวหง,ขอให้ผู้ยอดเยี่ยมปล่อยคน,ไม่เช่นนั้น,จะไม่มีใครช่วยเจ้าได้!”

หอราชาโอสถ!

จักรวรรดิโตวจัน.

นิกายเซียวเหยาฟู่หนึ่งในสี่นิกายใหญ่ของทวีป!

วิหารศิษย์อรหันต์ไจ๋ซิง,นี่คือหนึ่งในห้านิกายพุทธ์ที่แข็งแกร่งที่สุดของทวีปฟู่เฉิง.

กลุ่มอิทธิพลเหล่านี้ที่เอ่ยกล่าวให้เขาปล่อยตัวคน,เป็นความจริง,หากเป็นเรื่องปรกติแล้ว,ไม่มีใครที่จะให้ความคุ้มครองให้กับลู่อี้ผิงได้.

ถึงแม้นว่าจะเป็นสำนักไท่อี้เจียงยวี,ก็ไม่มีหน้าใหญ่ขนาดนั้น.

ลู่อี้ผิงที่จ้องมองสวีเฟิง,กล่าวอย่างไม่แยแส“เจ้าไม่เข้าใจสิ่งที่ข้าพูดอย่างงั้นรึ? บิดาของเจ้าสวีหยิง,ชื่อจริงของเขาก็คือซุนเหยียน,ผู้นำองค์กรเต๋าเทพสังหาร!”

“อีกอย่างเจ้าเอง,ชื่อจริงก็คือซุนเฟิง,ประมุขน้อยองค์กรเต๋าเทพสังหารเช่นกัน.”

ประมุขน้อย,หอราชาโอสถซีเหยียนและคนอื่น ๆ ที่เผยความประหลาดใจออกมา.

สวีเฟิงที่จ้องมองลู่อี้ผิงด้วยความโกรธเกรี้ยว“เหลวไหล,พูดอะไรไร้สาระ.”

เซี่ยเซียวหง,ศิษย์วิหารอรหันต์ไจ๋ซิง,จ้องมองลู่อี้ผิงด้วยความเย็นชา“ข้าบอกให้เจ้าปล่อยคน,หูหนวกรึไง?”

“หนวกหู!”ลู่อี้ผิงที่โบกมือออกไปเบา ๆ,เซี่ยเซียวหงที่ถูกตบใบหน้าลอยกระเด็นกระแทกเสาของห้องโถงเสียงดังสนั่น.

ผู้คนต่างก็ตื่นตะหนกตกใจทันที.

ลู่อี้ผิงทำการค้นวิญญาณของสวีเฟิงทันที.

เป็นความจริง,ตอนแรกนั้นลู่อี้ผิงไม่ต้องการค้นความทรงจำของสตรีนางนี้แม้แต่น้อย.

เพียงไม่นาน,การค้นวิญญาณก็จบลง.

ตั้งแต่แรกแล้ว,ซุนเหยียนถูกเรียกเข้าไปในวังหลวงจักรวรรดิโตวจันพบกับมหาจักรพรรดิจูเจิ้ง.

ลู่อี้ผิงเมื่อค้นวิญญาณจบ,ก็ตวัดฝ่ามือปล่อยสายฟ้ากระแทกร่างของสวีเฟิงเปลี่ยนนางให้เป็นก้อนถ่าน.

เปรี้ยง!!!

ภายในห้องโถง,ผู้คนที่จ้องมองสวีเฟิงที่กลายเป็นก้อนถ่าน,ด้วยความงงงวย.

“สวีเฟิง!”เซี่ยเซียวหง,ศิษย์วิหารอรหันต์ไจ๋ซิงที่ร้องโอดโอยด้วยความเศร้า,ดวงตากลายเป็นแดงซ่าน,คำรามลั่น“ข้าไม่สนว่าเจ้าเป็นใคร,ข้าจะสังหารเจ้า!”

เจ้าหอน้อยที่ขวางเอาไว้ เอ่ยออกมาว่า.”ดูจากทิศทางที่เขาไปแล้ว,ดูเหมือนว่าเขาจะไปวังหลวงจักรวรรดิโตวจัน.

ผู้คนรอบ ๆ ที่ได้แต่ยืนงง,จ้องมองลู่อี้ผิงและเฉียงเหลียงตรงไปยังพระราชวังจักรวรรดิเป่ยโตว.

องค์ชายสามจักรวรรดิโตวจันเผยความเย็นชาออกมา“สวีซิงถูกบิดาจักรพรรดิเรียกตัวเข้าพบ,เห็นชัดเจนว่าเขากำลังไปยังตำหนักจักรพรรดิ!”

“ดูเหมือนว่าเขาจะแส่หาความตายแล้ว!”

“เขาคิดว่าวังจักรพรรดิ,เป็นเหมือนกับคฤหาสน์แม่ทัพอย่างงั้นรึ? การไปที่นั่น,ก็เท่ากับวิ่งไปหาความตายไม่มีทางให้หลบหนี.”

“บรรพชนรุ่นที่หนึ่งจักรวรรดิโตวจันก็อยู่ที่นั่น,ต่อให้เป็นยอดฝีมือเทพสวรรค์,ก็ไม่มีใครกล้าที่จะหยาบคายในวังหลวงโตวจันแน่!”

บรรพชนรุ่นที่หนึ่งจักรวรรดิโตวจัน,ก็คือสหายของโจวเฉิงนิกายพุทธะไท่ฮัว,ซึ่งเป็นยอดฝีมือในยุคเดียวกันกับเทพยุทธ์จิ่วเจว่.

ทว่าในเวลานั้น,ภายในวังหลวงจักรพรรดิโตวจัน,มหาจักรพรรดิจู่เจิ้งและแม่ทัพใหญ่,ตลอดจนบรรพชนชรากำลังพูดคุยหารือกันอยู่.

จูเจิ้งที่เผยท่าทางจริงจัง“ข้าเพิ่งได้รับข่าวมาว่า,ใครบางคนที่ทะลวงนิกายพุทธะไท่ฮัวได้แล้ว,ด้วยมหาค่ายกลรังปิศาจ,กล่าวได้ว่านี่คือค่ายกลที่อัญเชิญจ้าวปิศาจนับล้าน ๆ เข้าจู่โจมเป้าหมายไม่หยุด!”

“อะไรนะ! นิกายพุทธไท่ฮัวถูกทะลวงด้วยค่ายกลรังปิศาจอย่างงั้นรึ?!”บรรพชนชราที่ตกใจ“นับตั้งแต่ใช้มหาค่ายกลรังปิศาจ,เกรงว่าคงมีจ้าวปิศาจมากมายที่หลุดออกมา,ไม่เพียงแค่นิกายพุทธะไท่ฮัว แล้วที่จะถูกทำลาย,เกรงว่าทั้งทวีปฟู่เฉิงคงได้รับหายนะไปด้วย! แม้แต่จักรวรรดิโตวจันเองก็คงได้รับผลเช่นกัน!”

จู่เจิ้งที่พยักหน้ารับ“ได้ยินมาว่าถึงอาวุโสโจวเฉิงกำลังรีบกลับไป.”เขาที่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม“ทว่าจ้าวปิศาจนับล้านล้านตนที่ถูกอัญเชิญมาแล้ว,แม้นอาวุโสโจวเฉิงและยอดฝีมือนิกายพุทธะไท่ฮัวลงมือ,คงไม่อาจหยุดยั้งหายนะนี้ลงได้!”

“เกรงว่าเพียงแค่สามวัน,นิกายพุทธะไท่ฮัวคงถูกกวาดล้างแน่นอน!”

“ตอนนี้มีนิกายหลายแห่ง,ยอดฝีมือจากนิกายต่าง ๆ เร่งรีบไปสนับสนุนนิกายพุทธะไท่ฮัว,ทว่าผลที่ได้คงไม่ดีขึ้น.”

จูเจิ้งเอ่ยเพิ่ม,“จากที่เห็น ข้าคิดว่ากำลังเสริมของนิกายและจักรวรรดิบางแห่งอาจจะไม่ได้ไปสนับสนุน,ทว่าพวกเขาคงไปแย่งชิงสมบัติของนิกายพุทธะไท่ฮัวหลังจากนิกายพังทลายลงแล้วต่างหาก.”

นิกายพุทธะไท่ฮัว,เวลานี้กำลังพบเข้ากับภัยพิภพใหญ่แล้วนั่นเอง.

จบบทที่ Chapter 89 Rushes to Battle Emperor Palace

คัดลอกลิงก์แล้ว