เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 88 Miss Xu Feng Zither Meeting

Chapter 88 Miss Xu Feng Zither Meeting

Chapter 88 Miss Xu Feng Zither Meeting


许凤小姐的琴会

“แต่ว่า,ด้วยความแข็งแกร่งของเจ้าหนูโจวเฉิง,ควรจะสามารถจัดการได้.”เฉียงเหลียงเอ่ย.

แม้นว่าโจวเฉิงจะไม่ใช่จ้าวพิภพ,ทว่าความแข็งแกร่งของเขานั้นไม่ได้อ่อนด้อยกว่าบรรพชนหวงนิกายภูตหยิน,กู่เหล่ากุยและไป่อู๋ซ่างเลย.

ในเวลานั้น,อี้อี้ผิงและคนที่เหลือก็เดินทางไปยังจักรวรรดิโตวจันต่อ.

สองวันหลังจากนั้น.

ลู่อี้ผิงก็มาถึงเมืองหลวงจักรวรรดิโตวจัน.

เข้ามาถึงเมืองหลวงจักรวรรดิโตวจัน,บนถนนหนทาง,เต็มไปด้วยรูปปั้นพุทธรูปอยู่ทุกหนแห่ง,สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ,และร้านข้างทางเองก็ล้วนแต่เกี่ยวข้องกับพุทธะ.

“เมืองหลวงโตวจัน,ในอดีตเป็นเมืองหลวงของนักบุญอรหันต์”เฉียงเหลียงที่จ้องมองสิ่งก่อสร้างรอบ ๆ เมืองหลวงและเอ่ยกล่าวออกมา.

ในยุคโบราณนั้นมีจักรวรรดินักบุญอรหันต์,ซึ่งเป็นจักรวรรดิอันดับหนึ่งของพิภพเหิงหยวนในยุคนั้น.

มหาจักรพรรดินักบุญอรหันต์,กับเขานั้นมีนิสัยเหมือนกัน,นอกจากนี้ยังเป็นพี่น้องกับอรหันต์ปิศาจสหายของเขาด้วย.

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำที่เผยแววตาลึกล้ำ“เจ้าหนูอรหันต์พุทธะนั่นน่าสงสารเหมือนกัน.”

ในอดีต,อรหันต์พุทธะได้ต่อสู้กับจ้าวปิศาจ,อาณาจักรปิศาจสวรรค์ของดินแดนโหยวหมิง.

สงครามครั้งนั้น,เกือบทำให้อาณาจักรปิศาจสวรรค์ล่มสลายแล้ว.

ทว่าท้ายที่สุด,อรหันต์พุทธะกับถูกลอบสังหารไปก่อน!

โลหิตของอรหันต์พุทธะนั้น,ได้ย้อมไปทั่วอาณาจักรปิศาจสวรรค์กำเนิดภูเขาและแม่น้ำมากมาย.

สงครามในครั้งนั้นอรหันต์พุทธะได้ตกตายไป,ทำให้วัวกระทิงมังกรเขาทองคำถึงกับเสียน้ำตาไปเหมือนกัน.

ลู่อี้ผิงที่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา“คนของเผ่าหยินหมิง,เจ้าพวกสารเลว!”

ในอดีต,หากไม่เพราะว่าคนของเผ่าหยินหมิงลอบสังหาร,อรหันต์พุทธะย่อมไม่ตายในสงครามเผ่าปิศาจสวรรค์.

“ในสนามรบแห่งทวยเทพ,มหาค่ายกล ค่ายกลฝังเทพเก้าสมบูรณ์,เป็นฝีมือของเผ่าหยินหมิงอย่างงั้นรึ?”วัวกระทิงมังกรเขาทองคำเอ่ย.

ลู่อี้ผิงที่ส่ายหน้าไปมา,“ตอนนี้ยังไม่อาจบอกได้.”

“สนามรบแห่งทวยเทพ,มีมหาค่ายกลฝังเทพเก้าสมบูรณ์วางไว้อย่างงั้นรึ?”เฉียงเหลียงถึงกับใบหน้าเปลี่ยนสี.

ลู่อี้ผิงพยักหน้ารับ,มหาค่ายกลฝังเทพเก้าสมบูรณ์นั้นถูกวางไว้อย่างมิดชิดในห้วงมิติ.

เฉียงเหลียงที่เผยแววตาเย็นชา“หากเกี่ยวกับเผ่าหยินหมิง,ข้าจะต้องกวาดล้างเผ่าหยินหมิงแน่!”

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำส่ายหน้าไปมา“จะกวาดล้างเผ่าหยินหมิงนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายนัก.”

ในยุคโบราณ,เผ่าหยินหมิงที่ปรากฏขึ้น,ทว่าจวบจนถึงตอนนี้,เผ่าหยินหมิงมีคนมากเท่าไหร่,ความแข็งแกร่งขนาดใหน,ไม่มีใครรู้.

เฉียงเหลียงที่ขมวดคิ้วไปมา,เขาที่สงสัยว่าคนสวมหน้ากากผีที่ผนึกหัวใจปิศาจโบราณของเขานั่น,คือคนของเผ่าหยินหมิงหรือไม่?

แน่นอน,เรื่องนี้,ไม่อาจยืนยันได้จริง ๆ.

“ใครจะคิดว่าศูนย์ใหญ่ขององค์กรเต๋าเทพสังหารจะอยู่ในเมืองหลวงจักรวรรดิโตวจัน”วัวกระทิงมังกรเขาทองคำที่เอ่ยเปลี่ยนเรื่อง,เอ่ยออกมาว่า“ซุนเหยียนที่เป็นผู้เยาว์รุ่นหลัง,นับว่าฉลาดไม่น้อย.”

หัวหน้าเต๋าเทพสังหาร,ซึ่งมีนามว่าซุนเหยี่ยน,มีฉายาว่าเทพสังหารนั่นเอง!

แน่นอน,เขาอยู่ในจักรวรรดิโตวจัน,ส่วนสถานะ,ก็คือแม่ทัพใหญ่สวีหยิง!

ดังนั้น,หลังจากนั้นพวกลู่อี้ผิงก็มุ่งตรงไปยังคฤหาสน์แม่ทัพใหญ่.

ขณะที่ลู่อี้ผิงกำลังไปยังคฤหาสน์แม่ทัพใหญ่ซุนเหยี่ยน,ทันใดนั้นก็ปรากฏกลุ่มยอดฝีมือที่ขี่อสูรพยัคฆ์ปรากฏขึ้น.

ผู้คนรอบ ๆ ที่เห็นเข้า,ต่างก็ตกใจถอยหลังเปิดทางกันทันที.

“เป็นองค์ชายที่สามนี่เอง!”

คนที่มาเป็นองค์ชายลำดับสาม,จู่หยงและผู้ใต้บังคับบัญชา.

จูหยงและผู้ใต้บังคับบัญชาที่เคลื่อนที่ผ่านกลุ่มของลู่อี้ผิงไป.

พวกเขาที่เคลื่อนที่หอบเอาลมใหญ่พัดกวาดผู้คนแหวกออกไปด้านข้างหอบใหญ่เช่นกัน.

“เห็นทิศทางที่องค์ชายที่สามมุ่งไป,คงจะไปเข้าร่วมชุมนุมกู่ฉินของแม่น้ำสวีเฟิงอย่างงั้นรึ?”

“ควรจะเป็นเช่นนั้น,ได้ยินมาว่าแม่นางสวีเฟิงนั้นได้จัดงานชุมนุมกู่ฉินขึ้นทุกปี,ครั้งนี้ได้เชิญเจ้านิกายน้อยเสี่ยวเหยาฟู่,ศิษย์วังอรหันต์ไจ๋ซิง,แม้แต่เจ้าหอน้อย,หอราชาโอสถเองก็มา!”

“แม้แต่เจ้าหอน้อย,หอราชาโอสถเองก็มาอย่างงั้นรึ? แม่นางสวีเฟิงช่างมีหน้ามีตาจริง ๆ.”

“แม่นางสวีเฟิงนั้นเป็นสาวงามอันดับหนึ่งของจักรวรรดิโตวจัน,แม้แต่เป็นสตรีที่งดงามที่สุดในทวีปฟู่เฉิงแห่งนี้ด้วย,ถึงแม้นว่าจะยังไม่อาจเทียบกับธิดาศักดิ์สิทธิ์โหลวถงได้,แต่ก็อีกไม่นานคงก้าวข้ามได้.”

เหล่าผู้คนของจักรวรรดิโตวจันที่พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว.

“ชุมนุมกู่ฉินงั้นรึ?”วัวกระทิงมังกรเขาทองคำเผยยิ้ม“ข้าชอบฟังกู่ฉินที่สุด.”

เฉียงเหลียงได้ยินก็เผยยิ้มเล็กน้อย,“อาวุโสเสี่ยวจินติดตามต้าเหรินเล่นกู่ฉินมานาน,ไม่รู้ว่าท่านฝึกฝนไปถึงใหนแล้ว.”

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำเผยยิ้ม“ข้าฝึกฝนกู่เซียนถึงขอบเขตเซียนชั้นที่สี่แล้ว!”

เซียนกู่ฉิน,เองก็มีขอบเขตระดับเช่นกัน.

ระดับเซียนกู่ฉินที่สูงที่สุดก็คือชั้นที่สิบ.

ลู่อี้ผิงที่เผยยิ้ม,เจ้าวัวชรา,ชอบกล่าวโม้เหม็นอยู่ตลอด.

คิดว่าเซียนกู่ฉินขั้นที่สี่คือระดับ?

ขอบเขตกู่ฉิน,สิบเขตแดนเซียนกู่ฉิน,เขตแดนที่สี่,วัวกระทิงมังกรเขามังกรที่เล่นเพลงง่าย ๆ ได้เพียงแค่เพลงเดียวเท่านั้นเอง.

เฉียงเหลียงได้ยินวัวกระทิงมังกรฝึกเซียนกู่ฉินไปถึงขอบเขตที่สี่ก็เผยยิ้ม“หากมีเวลา,ข้าต้องการฟังฝีมือของอาวุโสเสี่ยวจินเล่นกู่ฉิน.”

วัวกระทิงมังกรเขาทองคำ,ไอแห้ง ๆ,เอ่ยออกมาว่า“หลังจากนี้ค่อยพูดก็แล้วกัน.”

ในเวลานั้น,ที่คฤหาสน์แม่นทัพใหญ่สวีเหยียน,มีบุรุษและสตรีกลุ่มหนึ่งนั่งอยู่.

ที่ห้องโถงที่ใหญ่ที่สุด,มีสวีเฟิงธิดาของสวีเหยียนนั่งอยู่.

สวีเฟิง,ผู้มีพรสวรรค์ตั้งแต่เกิด,รูปโฉมงดงาม,ไม่ได้ด้อยกว่าโหลวถงตระกูลโหลวแต่อย่างใด.

ในห้องโถง,ทีผู้เยาว์สวมชุดสีขาวซีด,แผ่กลิ่นอายของบัณฑิตกำลังนั่งอยู่ด้านหลังกู่ฉิน.

ในเวลานี้เขากำลังบรรเลงเพลงอยู่.

สายกู่ฉินที่สั่นไปมา.

เสียงดนตรีของกู่ฉินที่มองไม่เห็น,ทว่าตอนนี้กับรวมตัวกลายเป็นรูปลักษณ์ลอยออกไป.

เสียงของกู่ฉิน,ที่ล่องลอยออกไปเหมือนกับผีเสื้อที่โผบิน,เหมือนกับวิหคที่กำลังสะบัดปีกบินขึ้นสู่ท้องฟ้า,ร่ายรำเล่นลมไปมาบนห้องโถง.

ภายในห้องโถง,ผู้คนกำลังสงบจิตรับฟังดนตรีอย่างตั้งใจ.

หลังจากผ่านไปชั่วครู่เสียงของกู่ฉินที่หยุดลง.

ผู้คนหลายคนที่ราวกับว่ากำลังดื่มด่ำกับเสียงของกู่ฉินไม่รู้จบ.

ขณะนั้นสวีเฟิงได้ปรบมือขึ้นเป็นคนแรก,เผยยิ้มให้กับผู้เยาว์ที่ดูเหมือนกับบัณฑิตกล่าวออกมาว่า”เจ้าหอน้อยซีเหยียนช่างมีฝีมือกู่ฉินสูงส่ง,สวีเฟิงได้เปิดหูเปิดตาเป็นอย่างมาก,จากที่เห็น ข้าคิดว่า,เห่าตันตันนั้นยังไม่อาจเทียบได้กับเจ้าหอน้อยซีเหยี่ยนอย่างแน่นอน.

ผู้เยาว์บัณฑิตผู้นี้,ก็คือเจ้าหอน้อยหอราชาโอสถ,ซีเหยี่ยน.

ซีเหยียนที่เผยยิ้ม“น่าละอายนัก,ที่พี่เห่าตันศิษย์ของอาวุโสหกนิ้วปิศาจกู่ฉินไม่มา,ด้วยทักษะกู่ฉินของข้า,ไม่อาจเอื้อมนำไปเทียบกับพี่เห่าตันได้.”

ศิษย์วังอรหันต์ไจ๋ซิง,เซี่ยเซียวหงที่เอ่ยปากออกมาเช่นกัน “ซีเหยียน เจ้าถ่อมตัวไปแล้ว,เท่าที่ข้าเห็น,ทักษะกู่ฉินของเจ้าแม้แต่ลู่อี้ผิงก็ไม่อาจเทียบได้,ผู้คนต่างเอ่ย ว่าลู่อี้ผิงได้เข้าสู่ระดับเซียนกู่ฉินแล้ว,ข้าคิดว่าคำพูดนั้นเกินจริงไปหน่อย!”

องค์ชายสามจักรวรรดิโตวจัน,จูหยงเองก็เผยยิ้มเอ่ยออกมา“พี่เซี่ยเซียวหงกล่าวถูกแล้ว,ข้าคิดว่าสิ่งที่เรียกว่าเซียนกู่ฉินนั้น,เป็นเพียงแค่การพูดประจบลู่อี้ผิงเท่านั้น.”

“ขอบเขตกู่ฉินของพี่ซีเหยียนนั้นไร้ทีเปรียบ,แม้แต่วิถีโอสถเองก็ไร้เทียมทาน,รวมกับความแข็งแกร่งของพี่ซีเหยียนแล้ว,ข้าคิดว่าอีกไม่นานคงได้รับตำแหน่งเจ้าหอ,หอราชาโอสถเร็ว ๆ นี้.”เจ้านิกายน้อย,นิกายเซียวเหยาฟู่,เหอเฟิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม.

เจ้าหอน้อย,หอราชาโอสถ,ซีเหยียนที่เผยยิ้ม“ท่านพ่อเองก็วางแผนไว้เช่นนั้น,จึงได้ให้ข้ามาจัดการธุรกิจของหอราชาสมุนไพรเป็นเวลาสามปีเพื่อให้คุ้นเคยก่อน.”แน่นอนความหมายก็คือเขาจะได้เป็นเจ้าหอราชาสมุนไพรในอีกสามปีนั่นเอง.

ได้ยินคำพูดดังกล่าว,ผู้คนรอบ ๆ ต่างก็ยกมือผสานเอ่ยแสดงความยินดี.

ขณะที่สวีเฟิงกำลังจะเอ่ยปาก,ก็ได้ยินเสียงร้องโหยหวนดังขึ้น.

ผู้คนในห้องโถงต่างก็ตกอกตกใจ.

สวีเฟิงที่ขมวดคิ้วไปมา,กล่าวสั่งสาวใช้“ออกไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น.”

กล่าวได้ว่าสาวใช้ของนางก็เป็นยอดฝีมือคนหนึ่ง.

ขณะสาวใช้เร่งรีบออกไปด้านนอกห้องโถง,นางก็เห็นผู้คุ้มกันคฤหาสน์ถูกเตะลอยกระเด็น,ใบหน้าของนางกลายเป็นเคร่งขรึม,นางเห็นผู้เยาว์ในชุดน้ำเงินขี่วัวกระทิงและชายหนุ่มชุดดำที่ขี่อาชาอสนีก้าวเข้ามา.

จบบทที่ Chapter 88 Miss Xu Feng Zither Meeting

คัดลอกลิงก์แล้ว