เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 69 Eternal Night Lord successor

Chapter 69 Eternal Night Lord successor

Chapter 69 Eternal Night Lord successor


永夜君王的传人

ลู่อี้ผิงที่จ้องมองศพชายชุดน้ำเงินก่อนที่จะยกมือขึ้นดูด,ตำราสีทองที่ส่องแสงพระพุทธะออกมาจากร่างกายของเขา.

นี่คือเคล็ดวิชากษิติครรภหนึ่งในสี่เคล็ดอรหันต์.

แสงพุทธะของเคล็ดวิชากษิติครรภและแสงพุทธะของวิชาฮั่วหลงนั้นค่อนข้างแตกต่างกัน,แสงพุทธะจากเคล็ดวิชาฮั่วหลงนั้นจะเป็นสีทองเหมือนกับเปลวเพลิง,ทว่าแสงพุทธะจากเคล็ดวิชากษิติครรภค่อนข้างดูมืดมนอยู่เล็กน้อย.

โจวเฉิงที่จ้องมองศพชายหนุ่มชุดน้ำเงิน,ด้วยหัวใจที่ซับซ้อน.

ความแข็งแกร่งของลู่อีผิ้ง,เขาเองก็สงสัยมาตลอด,คิดว่าลู่อี้ผิงมีระดับเทพสวรรค์ขั้นต้น,ทว่าในเวลานี้,เป็นไปได้ว่าเป็นเทพสวรรค์ขั้นกลางอย่างงั้นรึ?

ในเวลาต่อมา,ลู่อี้ผิงที่ดึงกฎเทพสวรรค์ออกมาจากกายเทพชายหนุ่มชุดน้ำเงิน,ส่งมันให้กับจางจินและโจวเหวิน,ส่วนศพโยนเข้าไปในหม้อจักรวาล,จากนั้นเขาที่ตรวจสอบเคล็ดวิชากษิติครรภ.

เคล็ดวิชากษิติครรภ,หนึ่งในสี่เคล็ดวิชาอรหันต์,ที่สร้างจากอรหันต์กษิติครรภ,กล่าวได้ว่าเป็นเคล็ดวิชาที่ลึกล้ำ,ยากเกินบรรยาย,ความยากของมันนั้นเกรงว่าจะมากกว่าเคล็ดวิชาพุทธะฮั่วหลงซะอีก.

อย่างไรก็ตาม,ลู่อี้ผิงกับกวาดตามองอย่างรวดเร็ว,เพียงไม่นานก็สามารถเข้าใจได้ทั้งหมด.

เกี่ยวกับเคล็ดวิชากษิติครรภ,เวลานี้เขาเข้าใจจดจำมันได้อย่างแจ่มแจ้งแล้ว.

ลู่อี้ผิงที่เก็บเคล็ดวิชากษิติครรภ,จ้องมองขึ้นไปบนท้องฟ้าเวลาค่ำคืน,เอ่ยออกมาทันที“ความมืดค่ำคืนนี้ช่างดูงดงาม.”

โจวเฉิงที่สังเกตเห็นกลิ่นอายปิศาจที่ปกคลุมทั่วทุ่งเทพปิศาจได้ถูกปัดเป่าออกไปอย่างคาดไม่ถึง,ความมืดมิดที่ดำสนิทนั้นได้หายไปแล้ว,เวลานี้มีแสงดาราที่ส่องลงมาได้,ทำทำให้มองเห็นแสงดาราบนท้องฟ้าจึงกลายเป็นฉลากที่งดงามแปลกตา.

ค่ำคืนที่มืดมัว,ค่อย ๆ อันตรธานหายไปช้า ๆ.

แสงดาราที่หายไปถูกแทนที่ด้วยแสงตะวัน.

หลังจากการมาของชายหนุ่มชุดน้ำเงิน,ก็ไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอีก.

ลู่อี้ผิงออกเดินทางต่อไป.

“ที่ด้านหน้าไม่ไกล,เป็นวิหารปิศาจทมิฬสาขาทุ่งราบเทพปิศาจ.”ลู่อี้ผิงทีเอ่ยปากออกมาทันที.

โจวเฉิงเอ่ย“อืม,ออกจากพื้นที่เมืองต้าหวงไป,หนึ่งหมื่นลี้,ก็เป็นวิหารปิศาจทมิฬสาขาทุ่งเทพปิศาจ.”เขาหยุดและเอ่ยต่อ“วิหารปิศาจทมิฬสาขาเทพปิศาจ,มียอดฝีมือมากมาย,มีเทพแท้จริงถึงสามคน!”

“ส่วนเทพวิญญาณเองก็มีถึง 16 คน!”

ยอดฝีมือขอบเขตเทพวิญญาณ,ถือว่าน่าเกรงขามเป็นธรรมดาด้วยเหตุนี้จึงทำให้วิหารปิศาจทมิฬเป็นสุดยอดกลุ่มอิทธิพล,แม้แต่สาขาทั่วไป,ยังมีเทพวิญญาณปกป้อง,โดยเฉพาะสาขาทุ่งเทพปิศาจมีอยู่ถึงสามคน,เห็นชัดเจนว่าอีกฝ่ายให้ความสำคัญกับสาขาทุ่งเทพปิศาจเป็นอย่างมาก.

“สามคน.”ลู่อี้ผิงที่กล่าวอย่างไม่ใส่ใจนัก.

ลู่อี้ผิงที่ออกจากพื้นที่เมืองต้าหวงผ่านไปไม่นานนัก,ก็มาถึงด้านหน้าวิหารปิศาจทมิฬสาขาทุ่งเทพปิศาจ.

วิหารปิศาจทมิฬสาขาทุ่งเทพปิศาจ,สิ่งก่อสร้างดูยิ่งใหญ่อลังการ,มีตำหนักสิ่มากมาย,ติดต่อกันกินพื้นที่หลายพันตารางกิโลเมตร.

เห็นสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่,ลู่อี้ผิงที่โบกมือให้จางจินและเจ้าเหวินลงมือทันที.

จางจิน,เจ้าเหวินสองคนที่ก้าวไปด้านหน้า,ก่อนที่จะต่อยออกไปด้านหน้าเกิดระเบิดเสียงดังกึกก้อง.

ตูมมมมมมมม

พริบตานั้น,คลื่นหมัดที่กวาดม้วนทุกสิ่งทุกอย่างด้านหน้าไป.

คลื่นหมัดที่ทำให้สิ่งก่อสร้างวิหารปิศาจทมิฬกลายเป็นซากปรักหักพังอย่างต่อเนื่อง.

ในห้องโถงหลักวิหารปิศาจทมิฬ,เจ้าวิหารไห่เจิ้งที่กำลังพูดคุยหัวเราะอย่างมีความสุขกับรองเจ้าหอเทพยุทธ์สาขาทวีปเทพยุทธ์ยวีจื่อฟาง.

ในเวลานั้น,รองเจ้าหอเทพยุทธ์สาขาทวีปเทพยุทธ์ยวีจื่อฟางได้นำยอดฝีมือมากมายมาปรึกษาหารือวางแผนเข้าไปในสนามรบแห่งทวยเทพเพื่อค้นหาสมบัติ,จู่ ๆก็เกิดเสียงระเบิดดังสนั่น,ห้องโถงที่สั่นส่ายไปมาพร้อมที่จะพังลงทุกเมื่อ.

ในเวลานั้น,ยวีจื่อฟางและคนอื่น ๆ ที่ตะลึงงัน.

มีใครบางคนโจมตีวังปิศาจทมิฬอย่างงั้นรึ?

ยอดฝีมือวิหารปิศาจทมิฬและหอเทพยุทธ์ต่างก็เผยใบหน้าไม่อยากเชื่อออกมา.

ไห่เจิ้งที่ใบหน้ากลายเป็นมืดมิด,เร่งรีบนำยอดฝีมือวิหารปิศาจทมิฬออกมาจากห้องโถงทันที.

รองเจ้าหอเทพยุทธ์สาขาทวีปเทพยุทธ์ยวีจื่อฟางเองก็นำยอดฝีมือมากมายตามออกมาเช่นกัน.

ไห่เจิ้ง,ยวีจื่อฟางและคนอื่น ๆ หลังจากออกมา,ก็พบว่าปรากฏหลุมใหญ่ยักษ์ปรากฏขึ้นที่ด้านหน้า.

เห็นชัดเจนว่าเป็นรอยหมัดที่ทรงพลัง.

ทว่าสิ่งก่อสร้างของวิหารปิศาจทมิฬ,เวลานี้พังทลายลงไปเป็นจำนวนมาก.

ในซากปรักหักพัง,มีศพของศิษย์วิหารปิศาจทมิฬที่นอนเกลื่อนกระจายอยู่เต็มไปหมด.

เหนือซากปรักหักพัง,ปรากฏชายหนุ่มชุดน้ำเงินขี่วัวกระทิงมังกรพุ่งแหวกอากาศเข้ามา,และยังมีชายหนุ่มชุดดำ,ตลอดจนชายชรามอซอขี่ลาตัวผอมตามมาด้วย.

ศิษย์คนหนึ่งของวิหารปิศาจทมิฬ,เอ่ยต่อไห่เจิ้ง“เจ้าวิหาร,เขาคือชายหนุ่มชุดนำเงินที่ได้รับเคล็ดวิชาพุทธะฮั่วหลง!”

ทันใดนั้น,ก็เกิดเสียงดังอื้ออึงขึ้นมาทันที.

ไห่เจิ้งที่ก้าวออกไปจ้องมองด้วยความประหลาดใจ,ไม่คาดคิดเลยว่าเป้าหมายที่พวกเขามองหา จะมาหาเขาด้วยตัวเอง.

ทว่าเจ้าจื่อเห่าที่ยืนอยู่ด้านข้างยวีจื่อฟางเห็นลู่อีผิ้งก็ใบหน้าเปลี่ยนสี,ถึงกับเอ่ยโวยวายเสียงดัง“ลู่...,ลู่อี้ผิง!”

ยอดฝีมือวิหารปิศาจทมิฬและคนของหอเทพยุทธ์ที่ได้ยินต่างก็ตกใจแม้แต่จ้องมองไปยังเจ้าจื่อเห่าพร้อม ๆ กัน.

เจ้าจื่อเห่าเอ่ยต่อยวีจื่อฟางและไห่เจิ้ง“เขาคือลู่อี้ผิง!”

“อะไรนะ,เขาคือลู่อี้ผิง!”ไห่เจิ้งเจ้าวิหารปิศาจทมิฬที่เผยความประหลาดใจออกมา.

ยอดฝีมือวิหารปิศาจทมิฬและหอเทพยุทธ์ที่ต่างก็ตกใจไปตาม ๆ กัน.

ชายหนุ่มชุดนำเงินที่ได้รับเคล็ดวิชาพุทธะฮั่วหลง,คาดไม่ถึงว่าจะเป็นเซียนกู่ฉิน,ลู่อี้ผิง!

ไห่เจิ้งที่สงบใจยกมือประสาน,“แท้จริงเป็นคุณชายเซียนกู่ฉินนี่เอง,ไม่รู้ว่าคุณชายเซียนกู่ฉินมายังวิหารปิศาจทมิฬของข้า,มีเรื่องอันใดรึ?”

ลู่อี้ผิงที่เผยยิ้มอย่างสุขุม,“มีเรื่องอันใดนะรึ? วิหารปิศาจทมิฬของเจ้าไม่ได้ร่วมมือกับนิกายภูตหยิน,นิกายปิศาจน้ำพุเหลือง,เพื่อล้อมสังหารข้าหรอกรึ? นอกจากนี้กองทัพของวิหารปิศาจทมิฬเองก็ใกล้จะมาถึงทวีปเทพยุทธ์แล้วใช่หรือไม่?”

ได้ยินคำพูดที่แฝงไปด้วยจิตสังหารของลู่อี้ผิง,ใบหน้าของไห่เจิ้งที่ดูซับซ้อน,ทว่าก็ยังสงบและเผยยิ้มออกมา“เป็นเพียงแค่ข่าวลือที่มีคนจงใจปล่อยข่าวออกไปเท่านั้น,ไม่มีเรื่องเช่นนั้นอย่างแน่นอน,วิหารปิศาจทมิฬเองก็ไม่เคยคิดเช่นนั้นเหมือนกัน.”

ลู่อี้ผิงจ้องมองเจ้าจื่อเห่า“ดูเหมือนว่าวิหารเทพยุทธ์จะไม่สนใจคำเตือนของข้า.”

เจ้าจื่อเห่าที่ไม่รู้จะเอ่ยอะไรออกมาเช่นกัน,เมื่อครั้งเหตุการณ์ที่เทือกเขาทะเลทมิฬ,ลู่อี้ผิงได้กล่าวเตือนเขา,ให้หอเทพยุทธ์อย่าได้เกี่ยวข้องกับวิหารปิศาจทมิฬอีก.

รองเจ้าหอเทพยุทธ์สาขาทวีปเทพยุทธ์ยวีจื่อฟางได้ยินคำพูดของลู่อี้ผิง,ก็เผยยิ้มอย่างเย็นชา“ลู่อี้ผิง,เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครสอดเรื่องของคนอื่น,หอเทพยุทธ์ของพวกเราจะร่วมมือกับใคร,จะไปใหนทำอะไร,เกี่ยวอะไรกับเจ้า! มารดาเถอะ! คิดว่าตัวเองเป็นจ้าวพิภพเหิงหยวนรึอย่างไรกัน?!”

อีกฝ่ายกล่าวจบ,พริบตานั้น,ในมือของลู่อี้ผิงปรากฏกระบี่ยาวสีดำสนิท,ทันทีที่มันถูกชักออกจากฝัก,เสียงของวิญญาณที่น่าหวาดกลัว,สวรรค์และปฐพีที่กลายเป็นมืดมิด.

หัวใจของผู้คนทุกคนรอบ ๆ ที่สั่นไปมาไม่หยุดหย่อน.

อย่างไรก็ตาม,เพียงไม่นานแสงก็ค่อย ๆ คืนกลับมาช้า ๆ.

ทว่ารองเจ้าหอเทพยุทธ์สาขาทวีปเทพยุทธ์ยวีจื่อฟางได้ยกมือขึ้นกุมคอตัวเอง,จ้องมองไปยังลู่อี้ผิง,จ้องมองกระบี่ในมืออีกฝ่ายด้วยท่าทางหวาดผวา,ขาแขนสั่นไปมา“กระบี่รัตติกาลนิรันดร! เจ้าคือผู้สืบทอดจ้าวปิศาจหยงเย่?!”

เหล่าศิษย์วิหารปิศาจทมิฬและหอเทพยุทธ์ไม่รู้จักจ้าวปิศาจหยงเย่,ทว่าไห่เจิ้ง,เจ้าจื่อเห่าและอีกหลายคนที่เวลานี้กำลังสั่นสะท้านตกใจ.

“จ้าวปิศาจหยงเย่ก็คือราชาปิศาจยุคโบราณ!”

ในเวลานั้น,ผู้คนที่ชงักจ้องมองรองเจ้าหอเทพยุทธ์สาขาทวีปเทพยุทธ์,ศีรษะของเขาที่ล่วงหล่น,กลิ้งหลุน ๆ ไปบนพื้น.

แต่ละคนที่อ้าปากค้างไปตาม ๆ กัน.

รองจ้าวหอเทพยุทธ์สาขาทวีปเทพยุทธ์,ยวีจื่อฟางเป็นเทพแท้จริงขั้นสุดท้าย,กับมาตายเช่นนี้นะรึ?

เจ้าจื่อเห่าที่ใบหน้าบิดเบี้ยวอัปลักษณ์,ก่อนหน้านี้ลู่อี้ผิงได้เตือนเขาแล้ว,ทว่าเขานั้นไม่ใส่ใจ,บิดาของเขาและยวีจื่อฟางตลอดจนคนอื่น ๆ เองต่างก็ไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย.

คาดไม่ถึงเลยว่าลู่อี้ผิงจะกล้าสังหารยวีจื่อฟางด้วยเหตุผลเช่นนี้.

บรรพชนชราขอบเขตเทพแท้จริงของหอเทพยุทธ์อีกคน,จ้องมองศีรษะของยวีจื่อฟาง ก็สั่นสะท้าน,ทั้งตกใจและโกรธเกรี้ยวจ้องมองเขม็งไปยังลู่อี้ผิง“ลู่อี้ผิง,หอเทพยุทธ์ไม่ขออยู่ร่วมโลกกับเจ้า! จำเอาไว้,พวกเราจะเชิญบรรพชนชราเทพยุทธ์จิ่วเจว่ออกจากถือสันโดษ,มากุดศีรษะของเจ้าแน่!”

“งั้นรึ?”ลู่อีผิ้งกล่าวอย่างไม่แยแส.“ข้าจะรอ!”

“ฆ่า!”

“วิหารปิศาจทมิฬสังหารให้หมด!”

“หอเทพยุทธ์,ทำให้พิการซะ!”

เสียงของลู่อี้ผิงที่ก้องกังวานไปทั่ว.

ทันทีที่เสียงลู่อี้ผิงเอ่ยจบ,เทพปิศาจโบราณเฉียงเหลียงก็ปลดปล่อยพลังปิศาจที่ยิ่งใหญ่น่าหวั่นเกรงปกคลุมท้องฟ้าในทันที,สวรรค์และปฐพีที่กลายเป็นดำมืดขึ้นในบัดดล.

จบบทที่ Chapter 69 Eternal Night Lord successor

คัดลอกลิงก์แล้ว