เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 53 Flying Flower Great Array

Chapter 53 Flying Flower Great Array

Chapter 53 Flying Flower Great Array


飞花大阵

ลู่อี้ผิงที่พยักหน้าให้กับจักรพรรดินิจียวีที่เข้ามาทักทาย.

คนอื่น ๆ ที่เผยความประหลาดใจอย่างที่สุด.

จักรพรรดินิจียวีที่ก้าวออกไปทักทายด้วยตัวเอง,ผู้เยาว์คนนี้,เพียงแค่พยักหน้ารับอย่างงั้นรึ?

เหล่าคนของสำนักเฟยฮัวต่างพยายามคาดเดาสถานะของลู่อี้ผิง,จักรพรรดินิจียวีที่หันหน้ากลับมาเอ่ยกับเจ้าสำนักเฟยฮัวจีหลิน,“น้องสาว,นี่คือคุณชายลู่อี้ผิง!”

“ลู่อี้ผิง!”เหล่ายอดฝีมือสำนักเฟยฮัวที่ตื่นตกใจ.

ไม่ใช่แค่นั้น.

แม้แต่โหลวถงและคนของนางยังตื่นตกใจไปด้วยเช่นกัน.

โดยเฉพาะหัวหน้าองค์รักษ์ถึงกับใบหน้าเปลี่ยนสี.

ทั่วทั้งทวีปเวลานี้ไม่มีใคร ไม่รู้จักลู่อี้ผิง,ชื่อนี้ที่ราวกับสายฟ้าฟาดที่ก้องกังวานในหูของเขา.

เจ้าสำนักจีหลินที่ใบหน้ากระตุก,ก่อนที่จะค่อย ๆ เผยยิ้มเอ่ยต่อลู่อี้ผิง“แท้จริงแล้วเป็นคุณชายลู่อี้ผิงนี่เอง,ไม่รู้ว่าลู่อี้ผิงมาเยือนสำนักเฟยฮัวของข้าด้วยเรื่องอันใด?”

เห็นจากท่าทางของลู่อี้ผิงแล้ว,เกรงว่าจะไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก.

เสียงตะโกนก่อนหน้านี้ ทำให้กองกำลังขนาดใหญ่ของทั้งสำนัก,เวลานี้เข้ามาล้อมกรอบพวกลี่อี้ผิงทันที.

“มีปัญหาอะไร?”ลู่อีผิ้งจ้องมองไปยังเจ้าสำนักเฟยฮัวคราหนึ่ง,ก่อนที่จะยกนิ้วขึ้น,ชี้ไปยังบรรพชนชราซุนฟางดึงร่างที่ลอยกระเด็นไปก่อนหน้านี้,ลอยกลับมาอยู่ที่ด้านหน้าของลู่อี้ผิง.

เจ้าสำนักเฟยฮัวจีหลินที่เห็นเข้าเอ่ยเสียงเคร่งขรึม“คุณชายลู่,บรรพชนชราซุนฟางไม่รู้สถานะของท่านก่อนหน้านี้,จึงเสียมารยาทไป,ขอให้คุณชายลู่,อย่าได้ถือสา.”

ลู่อี้ผิงไม่สนใจเจ้าสำนักจีหลิน,สายตาที่จดจ้องมองไปยังบรรพชนชราซุนฟาง,ที่เวลานี้ถูกพลังสะท้อนของราชรถทองคำ,เกราะบนร่างที่ระเบิด,เผ้าผมกระเซอะกระเซิง,แววตาที่จ้องมองลู่อี้ผิงด้วยความตกใจและหวาดกลัว.

“เจ้าได้สั่งการให้เข่อเจี่ยสังหารเจ้าสำนักอาชูร่าและเหล่าคนของสำนักอาชูร่าเพื่อเหตุอันใด?”ลู่อี้ผิงที่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา.

หัวใจของซุนฟางที่เต้นไปมาไม่เป็นจังหวะ,เอ่ยเสียงสั่น“คุณชายลู่,เข้าใจผิดแล้ว,ข้าและสำนักอาชูร่าไม่เคยมีความแค้นใด ๆ ต่อกัน,แล้วข้าจะสั่งเข่อเจี่ยสังหารเจ้าสำนักอาชูร่าและคนของสำนักอาชูร่าได้อย่างไร!”

เหล่ายอดฝีมือสำนักเฟยฮัวที่จ้องมองหน้ากันและกันด้วยแววตาว่างเปล่าหวาดหวั่น.

ไม่คาดคิดเลยว่าลู่อี้ผิงจะมาที่นี่เพราะเหตุของสำนักอาชูร่า.

บรรพชนชราเถาเฟิงที่ก้าวออกไปด้านหน้าเอ่ยออกมาว่า“ใช่แล้วคุณชายลู่,บรรพชนชราซุนฟางและสำนักอาชูร่าไม่เคยมีความแค้นต่อกัน,แล้วจะสั่งให้เข่อเจี่ยสังหารเจ้าสำนักอาชูร่าและคนของสำนักอาชูร่าได้อย่างไร.”

“บรรพชนชราซุนฟางน้อยครั้งที่จะออกจากสำนักเฟยฮัว,แล้วจะไปมีความขัดแย้งกับสำนักอาชูร่าได้อย่างไร.”

ลู่อี้ผิงไม่สนใจนางแม้แต่น้อย,ก่อนที่จะเริ่มค้นวิญญาณบรรพชนชราซุนฟางทันที.

เพียงไม่นาน,การค้นวิญญาณก็เสร็จสิ้น.

แววตาของลู่อี้ผิงเผยความเย็นชาออกมา.

เจ้าสำนักเฟยฮัวจีหลินที่เห็นแววตาของลู่อี้ผิงเต็มไปด้วยจิตสังหาร,ต้องการสังหารบรรพชนชราซุนฟาง,นางก็เร่งรีบเอ่ยออกมาว่า“คุณชายลู่,หากเรื่องนี้เป็นฝีมือของบรรพชนชราซุนฟาง,พวกเราจะทำการสืบสวนตามกฎสำนัก,เพื่อให้คุณชายลู่พอใจแน่นอน,ขอให้คุณชายลู่ปล่อยบรรพชนชราซุนฟางให้กับสำนักเฟยฮัวลงโทษเถอะ.”

ในเวลานั้น,โหลวถงที่ก้าวไปด้านหน้าเอ่ยออกมาว่า“ถึงแม้นว่าบรรพชนชราจะเป็นคนทำ,แต่โทษก็ไม่ถึงตาย,หวังว่าเจ้าจะไม่สังหารผู้บริสุทธิ์”

“โทษไม่ถึงตายอย่างงั้นรึ?”ลู่อี้ผิงแค่นเสียง,ก่อนที่จะลงมือกุดหัวของบรรพชนชราซุนฟาง ลอยกระเด็นหลุดออกไปทันที.

เหล่าคนของสำนักเฟยฮัวที่เวลานี้ต่างก็ตกใจขึ้นมาทันที.

เจ้าสำนักเฟยฮัวจีหลิน,โหลวถงที่ใบหน้ากลายเป็นอัปลักษณ์.

ลู่อี้ผิงที่จ้องมองไปยังโหลวถงอย่างไม่แยแส,“นางสั่งตยออกไปสังหารเจ้าสำนักอาชูร่า,สั่งให้นิกายพันปิศาจกวาดล้วงสำนักอาชูร่า,คนระดับต่ำและสูงหลายหมื่นคนที่ตายลงไป,แม้แต่อาวุโสสำนักอาชูร่ายังถูกทรมานก่อนถูกสังหารอย่างอมหิต!”

“ความหมายของเจ้า,คำสั่งของนางท่าสั่งกวาดล้างสำนักอาชูร่าโทษไม่ถึงตาย,ถึงจะกวาดล้างอีกหลายสำนักเช่นสำนักอาชูร่า,ซุนฟางก็ไม่มีโทษถึงตาย,ใช่หรือไม่?”

ใบหน้าของโหลวถงที่กลายเป็นแดงกล่ำ,ภายในใจที่เต็มไปด้วยความโกรธ.

นางไม่คาดคิดเลยว่าทั้งที่นางเอ่ยปากด้วยตัวเอง,ลู่อี้ผิงกับไม่เพียงไม่ให้เกียรตินางเลยหน้ำซ้ำยังกล่าวตำหนินางต่อหน้าอีกด้วย.

นางเป็นคนของตระกูลโหลว,อาจารย์ของนางคือบรรพชนชราสำนักไท่อี้,เจียงซู่ซู่,เจียงยวีคืออาจารย์ลุงของนาง,ทว่าอีกฝ่ายกับไม่ไว้หน้านางเลยแม้แต่น้อย.

ในเวลานี้,ลู่อี้ผิงที่ทำการตรวจสอบแหวนมิติของซุนฟาง,พร้อมกับนำแผนผังอะไรบางอย่างออกมา.

เกี่ยวกับสำนักอาชูร่า.

ซุนเฟิงที่สังการกวาดล้วงสำนักอาชูร่า,เพราะแผนผังดังกล่าวนี่เอง.

ทันใดนั้นลู่อี้ผิงก็จ้องมองไปยังบรรพชนชราเถาเฟิง“แผนผังอีกครึ่งหนึ่ง,อยู่กับเจ้าใช่ใหม?”

นอกจากซุนฟางแล้ว,ยังมีบรรพชนชราของสำนักเฟยฮัวที่จำนนต่อวังปิศาจทมิฬ,นั่นก็คือเถาเฟิง,เรื่องกวาดล้างสำนักอาชูร่า,นางก็มีส่วนด้วยเช่นกัน.

บรรพชนชราสำนักเฟยฮัว เถาเฟิงได้ยินลู่อี้ผิงถามถึงแผนผังอีกครึ่ง,ใบหน้าของนางซีดขาว,ดวงตายากที่จะปกปิดความหวาดกลัวเอาไว้ได้.

“เจ้าสำนัก,ลู่อี้ผิงโหดเหี้ยมอมหิต,ก่อนหน้านี้ก็สังหารอาวุโสสูงเข่อเจี่ยสำนักเฟยฮัวของพวกเราที่เทือกเขาทะเลทมิฬแล้ว,ตอนนี้ยังบุกมายังศูนย์ใหญ่สังหารบรรพชนชราซุนฟาง,ตอนนี้ยังคิดจะใส่ความข้าอีกด้วย!”

“ขอให้เจ้าสำนักเปิดใช้งานมหาค่ายกลเฟยฮัว,สังหารปิศาจร้ายด้วย!”

มหาค่ายกลเฟยฮัว,นี่คือสุดยอดค่ายกลที่บรรพชนผู้ก่อตั้งสำนักเฟยฮัวเป็นผู้สร้างขึ้น,หลังจากที่จ่ายไปด้วยราคามหาศาล,ก็ได้ว่าจ้างปรมาจารย์ค่ายกลอันดับหนึ่งของทวีปเทพยุทธ์ เฉินชิงหยางมาสร้างมหาค่ายกลเฟยฮัวขึ้น.

ในเดียวกันนั้น,เสียงหวีดหวิวแหวกอากาศพุ่งมาแต่ไกล,ก่อนจะเห็นบรรพชนชราสำนักเฟยฮัวอีกหลายคนที่ออกมาจากดินแดนบรรพชน.

ในเวลานี้,เก้าบรรพชนชราได้มาถึงแล้ว.

หลังจากที่เหล่าบรรพชนชรามาถึงก็เห็นศพไร้ศีรษะของซุนฟาง,ใบหน้ากลายเป็นอัปลักษณ์ไปในทันที.

“ลู่อี้ผิง,เจ้ามันสามหาวมากเกินไปแล้ว! เจ้าสังหารอาวุโสสูงสำนักเฟยฮัวเข่อเจี่ยยังไม่พอ,ตอนนี้ยังมายังศูนย์ใหญ่สำนักเฟยฮัวสังหารบรรพชนชราซุนฟางอีก!”สตรีชราที่ค้ำไม้เท้าฟินิกซ์จ้องมองลู่อี้ผิงด้วยความโกรธ“เจ้าคิดว่าสำนักเฟยฮัวของข้า,ต้องการจะสังหารใครก็ทำได้อย่างงั้นรึ?!”

สตรีชราผู้นี้,ก็คือฮู่หยิงอาจารย์ของจีหลิน,เป็นเจ้าสำนักคนก่อน,เป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในสำนักเฟยฮัว,เทพแท้จริงขั้นสุดท้าย.

อย่างไรก็ตามนางที่เอ่ยจบ,กับเห็นลู่อี้ผิงที่ใช้พลังดึงร่างของบรรพชนชราเถาเฟิงมาด้านหน้า,พร้อมกับกุดหัวของบรรพชนชราเถาเฟิงไปอีกคน.

เถาเฟิงก็เหมือนกับซุนฟาง,มีระดับเทพวิญญาณขั้นต้น.

ทุกคนที่ชงักไปตาม ๆ กัน.

อาจารย์จื่อหลิน,ฮู่หยิงที่เวลานี้ใบหน้าบิดเบี้ยวใบหน้าเขียวช้ำ,ดวงตาเย็นชา,จนทำให้พื้นที่รอบ ๆ อุณหภูมิลดลงทันที.

ใบหน้าของลู่อี้ผิงยังคงเฉยเมยไม่แยแส,ก่อนที่จะทำการตรวจสอบแหวนมิติของเถาเฟิงซึ่งพบแผนผังอีกครึ่ง ด้านใน.

แววตาของฮู่หยิงที่กลายเป็นเย็นยะเยือบ.

“อาจารย์!”จีหลินที่รับรู้ความคิดอาจารย์ต้องการเอ่ยอะไรออกมา.

“เปิดมหาค่ายกลเฟยฮัว!”ฮู่หยิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา.

เหล่ายอดฝีมือสำนักเฟยฮัวหัวใจเย็นยะเยือบ,ก่อนที่จะไปประจำตำแหน่ง,ร่อนลงยอดเขาต่าง ๆ ของสำนักเฟยฮัว.

ทันใดนั้น,ริ้วแสงที่น่าอัศจรรย์พุ่งขึ้นท้องฟ้าจากยอดเขาต่าง ๆ ทั่วสำนักเฟยฮัว,มองไกล ๆ เหมือนกับสายน้ำตกที่กำลังไหลบ่าขึ้นสู่ท้องฟ้า.

คลื่นพลังความแข็งแกร่งที่ซัดตลบอบอวล,พร้อมกับปกคลุมไปทั้งท้องฟ้า,ล๊อกเป้าไปยังลู่อีผิ้งและราชรถสีทอง.

ในเวลานั้นฮู่หยิง เทพแท้จริงขั้นสุดท้าย,ร่อนลงที่ยอดเขาหลัก,นางที่นำไม้เท้าฟินิกซ์ปักลงที่แท่นศิลาใจกลางของลานด้านหน้าห้องโถงหลัก.

มหาค่ายกลเฟยฮัวถูกกระตุ้นเปิดการทำงานอย่างสมบูรณ์.

คลื่นพลังมากล้นของค่ายกลที่ไหลหลั่ง,ได้ทำให้ผู้คนทั่วทุกหนแห่งในจักรวรรดิไป่ฮัวตกใจพร้อม ๆ กัน.

จบบทที่ Chapter 53 Flying Flower Great Array

คัดลอกลิงก์แล้ว