เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 49 The female of Luo Family

Chapter 49 The female of Luo Family

Chapter 49 The female of Luo Family


洛家之女

ดินแดนบรรพชนสำนักอาชูร่า,ตั้งอยู่ด้านหลังเขาทะเลทมิฬ.

อย่างไรก็ตาม,ภายในดินแดนบรรพชนเวลานี้กับไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่เลย,ลมปราณวิญญาณที่แห้งเหือด,อย่าว่าแต่สมุนไพรวิญญาณเลย,แม้แต่หญ้าวิญญาณยังไม่มีด้วยซ้ำ,ทั่วทั้งดินแดนบรรพชน,เต็มไปด้วยความเปล่าเปลี่ยวเหงาหงอย,ทุกอย่างดูเย็นยะเยือบ,ราวกับเป็นพื้นที่แห้งแล้งมานานหลายปี.

เห็นชัดเจนว่า,ชีพจรวิญญาณในดินแดนบรรพชน,ได้ถูกช่วงชิงไปหมดแล้ว.

นอกจากนี้ของล้ำค่าในดินแดนบรรพชนทั้งหมด,ต่างก็ถูกเก็บกวาดไปจนสิ้น.

ลู่เผิงที่ตามหลังลู่อี้ผิงมา,เห็นดินแดนบรรพชนเวลานี้ ก็เผยความเจ็บปวดขมขื่นอย่างที่สุดออกมา.

หลายสิบปีก่อนเมื่อเข้าเคารพเป็นคนของสำนักอาชูร่า,แม้นว่าจะเป็นเพียงสำนักชั้นสอง,ทว่าศิษย์สำนักอาชูร่าก็มีจำนวนถึงหมื่นคน,ทั่วทั้งเทือกเขาทะเลทมิฬดูคึกคักเป็นอย่างมาก,เมื่อเห็นดินแดนที่อ้างว้างโดดเดี่ยวเช่นนี้ก็ทำให้เศร้าใจไปเหมือนกัน.

ในเวลานั้น,ลู่อี้ผิงที่ยกมือขึ้นหนึ่งขึ้นผลักมันไปด้านหน้าบนอากาศที่ว่างเปล่า,เวลานั้นลำแสงสีทองที่พุ่งไปยังส่วนลึกของดินแดนบรรพชน,ทั่วทั้งดินแดนบรรพชนที่กำลังสั่นไปมา ก่อนแผ่รัศมีแสงสีทองปกคลุมไปทั่วทั้งท้องฟ้าทันที.

พลังที่มากล้นกำลังหลั่งไหลราวกับน้ำหลาก,พลังก่อกำเนิดที่ส่วนลึกของพื้นดินกำลังสั่นไหว.

ลู่เผิงที่ตกใจเป็นอย่างมาก,นี่คือพลังแก่นกำเนิดของดินแดนบรรพชนอย่างงั้นรึ?

หลายปีมานี้,สำนักอาชูร่าไม่เคยมีใครสามารถกระตุ้นแก่นกำเนิดของดินแดนบรรพชนได้เลย,เวลานี้ลู่อี้ผิงกับสามารถกระตุ้นแก่นกำเนิดของดินแดนบรรพชนได้อย่างง่ายดาย อย่างคาดไม่ถึง?

พลังลึกลับนี้,ลู่อี้ผิงรู้ได้อย่างไร?

ลู่เผิงที่รู้สึกสงสัยเป็นอย่างมากในใจ.

ริ้วแสงในมือของลู่อี้ผิง,ชีพจรวิญญาณหนึ่งเส้นที่ลอยออกไป,พลังวิญญาณเทวะที่แผ่ออกมา,ราวกับทะเลคลั่งที่ไหลบ่ากระจายไปทั่วดินแดนบรรพชน.

“ชีพจรวิญญาณระดับเทวะ!”ลู่เผิงที่อุทานออกมาด้วยความตกใจ.

หลังจากชีพจรวิญญาณระดับเทวะลอยออกไป,ริ้วแสงเส้นหนึ่งที่ลอยละล่องบนท้องฟ้า,ก่อนที่จะลอยพุ่งลงไปยังส่วนลึกของดินแดนบรรพชน,ผสานเข้ากับแก่นต้นกำเนิดของดินแดนบรรพชนอาชูร่า.

ทันใดนั้น,พื้นที่แห้งแล้ง,เปล่าเปลี่ยวก็ถูกเปลี่ยนเป็นมีชีวิตขึ้นมาทันที,ลมปราณวิญญาณที่มากล้นกระจายไปทั่ว,อากาศที่แห้งเหือดกลับมาอุดมสมบูรณ์,ทุกอย่างที่เปลี่ยนไปในบัดดล.

บนยอดเขาสูงที่แห้งเหี่ยว เริ่มมีต้นไม้ใบหญ้าเกิดขึ้น.

ลมปราณวิญญาณที่อุดมสมบูรณ์,ลู่เผิงที่สูดหายใจลึก,รูขุมขนที่เบิกกว้าง,ราวกับว่าจิตใจได้รับการชำระล้าง.

“หลังจากนี้,แก่นกำเนิดบรรพชนอาชูร่า,จะอยู่ในการควบคุมของเจ้า.”ลู่อี้ผิงเอ่ย.

“ข้า? ไม่ได้ ๆ.”ลู่เผิงที่ได้ยินที่ตื่นตะหนก,เอ่ยออกมาว่า“คุณชาย,ข้าเป็นเพียงอาวุโสเล็ก ๆ เท่านั้น,นอกจากนี้ยังมีความแข็งแกร่งที่อ่อนแอ,บางทีสำนักอาชูร่าอาจจะยังมีอาวุโสใหญ่เหลืออยู่.”

ลู่อี้ผิงที่เอ่ยขัด“ข้าให้เจ้าควบคุม,ทุกการควบคุมก็จะมีเพียงเจ้าที่ควบคุมได้.”

เห็นอีกฝ่ายที่ใบหน้าเคร่งขรึมจริงจัง,ท้ายที่สุดเขาก็เอ่ยกล่าวตอบรับด้วยความเคารพ.

“แม้นว่าตอนนี้เจ้าจะศึกษาวิชากระบี่อาชูร่าเพียงระดับเริ่มต้น,ทว่าพลังบ่มเพาะของเจ้าก็ยังคงดูธรรมดา.”ลู่อี้ผิงเอ่ย“ข้าจะส่งชุดวิชาบ่มเพาะราชวงศ์อาชูร่ายุคโบราณให้เจ้าได้บ่มเพาะ”จากนั้นที่ลำแสงจาดนิ้วของลู่เผิงก็ถูกส่งออกไปประทับเข้าไปบนหน้าผากของลู่อี้เผิง.

วิชาบ่มเพาะราชวงศ์อาชูร่า,นั้นเป็นวิชาบ่มเพาะที่ต้องฝึกฝนด้วยลมปราณเทวะในดินแดนบรรพชนอาชูร่า,ก่อนหน้านี้เขาได้มอบเม็ดยาทองคำเทพแท้จริงให้ลู่เผิงไปแล้ว,มันจะช่วยทำให้ระดับบ่มเพาะของเขายกระดับแบบก้าวกระโดด.

จากนั้น,ลู่อี้ผิงก็สั่งการให้พวกจางจินทั้งสี่แม้แต่หวงจิวฟินิกซ์เซียนทองคำทำการเปลี่ยนแปลงสภาพเทือกเขาทะเลทมิฬ.

ในขณะที่พวกจางจินกำลังปรับสภาพเทือกเขาทะเลทมิฬ,เจ้าจื่อเห่าก็กลับวิหารเทพยุทธ์,ซึ่งเป็นสาขาประจำทวีปเทพยุทธ์นั่นเอง.

บิดาของเจ้าจื่อเห่า,เจ้าเซี่ยง ที่เห็นหน้าอกของเจ้าจื่อเห่ามีรอยกระบี่ที่ฟันเป็นรอยลึกไปจนถึงกระดูก,ก็เอ่ยสอบถามอีกฝ่ายทันที.

หลังจากได้ฟังเรื่องราว,เจ้าเซี่ยงที่ใบหน้ากลายเป็นบิดเบี้ยว “ลู่อี้ผิงกล่าวเตือนไม่ให้พวกเราใกล้ชิดกับวิหารปิศาจทมิฬอย่างงั้นรึ?”

“ใช่,เขาเอ่ยว่าหากหอเทพยุทธ์และวิหารปิศาจทมิฬยังคงคบหากันอยู่,เวลานั้นก็อย่าโอดครวญก็แล้วกัน.”เจ้าจื่อเห่าพยักหน้ารับ.

“หอเทพยุทธ์ของพวกเราจะคบหากับใคร,ก็เป็นเรื่องของหอเทพยุทธ์,ลู่อี้ผิงเอ่ยอะไร,เราก็ต้องทำตามรึไง!”รองหัวหน้าสาขาเทพยุทธ์,ยวีจื่อฟางกล่าวหยัน“เขาคิดว่าตัวเองเป็นจ้าวพิภพเหิงหยวนรึไง? ทุกคนทั่วโลกถึงต้องเชื่อฟังเขา? นี่มันเรื่องน่าหัวเราะ บัดซบอันใดกัน!”

เจ้าเซี่ยงที่ดูลังเลเล็กน้อย“ลู่อี้ผิงเดินทางไปกับอาวุโสเล็ก ๆ สำนักอาชูร่าอย่างคาดไม่ถึง,นอกจากนี้เขายังสังหารเข่อเจี่ย, ไม่ลังเลที่จะล่วงเกินหยางซือหยวนและสำนักเฟยฮัวเลย,นี่เขาและสำนักอาชูร่าเกี่ยวข้องอันใดกัน?”

“เท่าที่ดู,ดูเหมือนว่าลู่อี้ผิงและสำนักอาชูร่าจะเกี่ยวข้องอะไรบางอย่างกัน!”

“เอาล่ะ เวลานี้แจ้งไปยังวิหารปิศาจทมิฬและสำนักเฟยหัวก่อน,บอกพวกเขา ว่าเข่อเจี่ยถูกลู่อี้ผิงสังหารไปแล้ว!”

......

ลู่อี้ผิงที่อยู่ที่เทือกเขาทะเลทมิฬเป็นเวลาสองวัน.

จากนั้นเขาก็ออกเดินทางมุ่งไปยังเมืองหลวงจักรวรรดิไป่ฮัว.

ศูนย์ใหญ่สำนักเฟยฮัวนั้นอยู่ใกล้กับเมืองหลวงไป่ฮัว,อยู่ไม่ไกลกันนัก,อาจกล่าวได้ว่าข้ามเมืองหลวงไป่ฮัวไปก็เป็นสำนักเฟยฮัว.

ในระหว่างเดินทาง ยิ่งใกล้เมืองหลวงไป่ฮัว,ก็ยิ่งพบกับสตรีมากขึ้นเท่านั้น,น้อยครั้งที่จะได้พบกับบุรุษ.

“จักรวรรดิไป่ฮัว,เป็นอาณาจักรสตรี,ที่มีแต่สตรีรึไง.”วัวกระทิงมังกรเขาทองคำที่กวาดตามองเหล่าสตรีที่มีมากมาย.

เหล่าสตรีที่พวกเขาเห็น,นับว่าเต็มไปด้วยสตรีที่งดงามไม่น้อย.

จางจินเอ่ยด้วยรอยยิ้ม“จักรพรรดินิไป่ฮัว,จียวีนั้น,เป็นดั่งวีระสตรี,เหล่าข้าราชบริพารกว่า 90% เป็นสตรี,กล่าวได้ว่า ที่นี่เป็นดินแดนของสตรีก็ไม่แปลก,แม้แต่เจ้านิกายและประมุขตระกูลล้วนแต่มีสตรีนั่งครองตำแหน่งทั้นนั้น,ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าจักรวรรดิไป่ฮัวคือดินแดนสตรีเป็นใหญ่นั่นเอง.”

เมื่อลู่อี้ผิงมาถึงเมืองหลวงไป่ฮัว,พบว่าเมืองหลวงนั้นมีบุรุษน้อยมากจริง ๆ,จำนวนคนสิบคน จะมีสตรีไปถึงเก้าคนแล้ว.

ทุกหนทุกแห่ง บนถนน,แม้แต่บนสนามประลอง,คู่ต่อสู้บนเวทีประลองล้วนแต่เป็นสตรีทั้งหมด.

“จูเหริน,ข้าเองก็อย่างลองมาอยู่ที่นี่ดูเหมือนกัน.”วัวกระทิงเขาทองคำที่รู้สึกมองเห็นแล้วคันขึ้นมาในใจ.

ลู่อีผิงเผยยิ้ม“เจ้ามาที่นี่,ไม่ใช่ว่าต้องการมาหาเหล่ากระทิงสาวหรอกรึ?”

ในเวลาเดียวกัน,ทันใดนั้น,เสียงของผู้คนก็ดังอื้ออึงดังก้องกังวานไปทั่วทุกที่

“ธิดาศักดิสิทธิ์โหลวถง!”

“ธิดาศักดิ์สิทธิ์โหลวถง!”

ลู่อี้ผิงที่จดจ้องมองออกไป,เห็นที่ไกลออกไปเห็นราชรถคันงามที่หรูหราเคลื่อนที่ช้า ๆ เข้ามา.

ด้านหน้าของราชรถ,มีกลุ่มทหารอารักขาจำนวนมากกว่าร้อยคน.

บนราชรถนั้นมีสตรีที่งดงามล่มเมืองนั่งอยู่.

ในทวีปเทพยุทธ์,ตระกูลที่ใหญ่ที่สุดจำนวนสี่ตระกูล,ประกอบด้วย ตระกูลหว่านคือตระกูลอันดับหนึ่ง,ตระกูลอวิ๋นคือตระกูลอันดับสุดท้าย,ส่วนรองจากตระกูลหว่านก็คือตระกูลโหลวนั่นเอง.

บรรพชนชราตระกูลโหลว,กล่าวได้ว่าเป็นหนึ่งในสามของเทพกระบี่ทวีปเทพยุทธ์,โหลวหนิง กล่าวได้ว่าเป็นเทพกระบี่เพียงคนเดียวที่ยังคงมีชีวิตอยู่ในทวีปเทพยุทธ์แห่งนี้.

โหลวถงเป็นสตรีของตระกูลโหลว,ถือเป็นผู้เยาว์อัจฉริยะเหมือนกับอวิ๋นไห่เทียน,ทว่ากับมีชื่อเสียงมากกว่าอวิ๋นไห่เทียนและเจ้าจื่อเห่าไปมาก.

เพราะโหลวถงไม่ใช่เพียงแค่เป็นคนของตระกูลโหลว,ทว่ายังเป็นศิษย์ของเจียงซู่ซู่ บรรพชนชราสำนักไท่อี้อีกด้วย.

เจียงซู่ซู่ เป็นน้องสาวในสายโลหิตของเจียงยวี.

เหล่าผู้คนรอบ ๆ ถนน,ผู้ฝึกตนต่างก็เห็นราชรถตรงมาต่างก็เปิดทางทันที มีแม้แต่บางคนที่คุกเข่าลงด้วยความตื่นเต้น.

“ธิดาศักดิ์สิทธิ์โหลวถงมาครั้งนี้,ได้ยินมาว่ากำลังไปเยือนสำนักเฟยฮัว,ว่ากันว่านางและเจ้าสำนักเฟยฮัวนั้น เป็นดั่งพี่สาวน้องสาวที่สนิทกัน!”

“มีคนเอ่ยว่าธิดาศักดิ์สิทธิ์เชี่ยวชาญสองวิถี,เป็นสตรีที่งดงามเป็นอย่างมาก,ไม่รู้ว่าใครจะเป็นบุรุษที่โชคดีที่ได้รับความโปรดปราณจากนาง,ได้ยินมาว่าคุณชายเจ้าจื่อเห่า,คุณชายเฉินหยวนเองก็สนใจในตัวนาง,ไม่รู้ว่าใครกันที่จะได้ใจของธิดาศักดิ์สิทธิ์โหลวถงไปครอง.”

ภายในฝูงชนที่มีเสียงกระซิบกระซาบกันเบา ๆ.

เพียงไม่นาน,ขบวนของโหลวถงก็มาถึงจุดที่ราชรถทองคำอยู่.

จบบทที่ Chapter 49 The female of Luo Family

คัดลอกลิงก์แล้ว