เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 8 No one can live

Chapter 8 No one can live

Chapter 8 No one can live


无一人能活

แม้แต่เจ้านิกายเหล่ยฉิวเจี้ยน ซ่งหนิงเวลานี้ยังสั่นเทิ้ม.

ถึงเขาจะเป็นเจ้านิกาย,เมื่ออยู่ต่อหน้าเฉินหง,เขาก็เต็มไปด้วยความเคารพ,แทบไม่กล้าหายใจ.

อย่างไรก็ตาม,เจ้าหนุ่มคนนี้กับกล้าเอ่ยนามของน้องชายบรรพชนของเขาตรง ๆ.

เฉินหง,ไม่คาดคิดเช่นกันว่าอีกฝ่ายจะกล้าเรียกชื่อเขาตรง ๆ.

ในเวลานั้น,อาวุโสนิกายเหล่ยฉิวเจี้ยน,คนอื่น ๆ,ขณะจะกล่าวด่าลู่อี้ผิง,เฉินหงที่ยกมือขึ้นห้ามพวกเขา,เอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม“เจ้าไม่กลัวข้าอย่างงั้นรึ?”

ลู่อี้ผิงที่จ้องมองเฉินหงอย่างไม่แยแส,“เจ้าน่ากลัวมากนักรึ?”

พันล้านปีก่อน,ก่อนที่เขาจะถือสันโดษ,คนเช่นเฉินหง,เขาใช้เพียงนิ้วเดียวดีดออกไป,ก็ตกตายเป็นหมื่นคนพร้อม ๆ กันแล้ว!

ในเวลานั้น.

เฉินหงที่เผยท่าทางตกใจ.

เขาจ้องมองลู่อี้ผิง,ก่อนที่จะเผยยิ้มออกมา,พร้อมกับหัวเราะเสียงดัง,กล่าวด้วยรอยยิ้ม“เจ้าพูดถูก,ที่จริงข้าไม่ได้น่าหวาดกลัวเลย.”จากนั้น,เขาก็เผยยิ้มอย่างอบอุ่น“เจ้ามีนามว่าอะไรอย่างงั้นรึ?”

“หลังจากนี้เจ้าก็จะรู้.”ลู่อี้ผิงที่ส่ายหน้าไปมา.

เฉินหงที่จ้องมองลู่อี้ผิงอีกครา,ก่อนจะหัวเราะ,“ดี,แล้วข้าจะฟังชื่อของเจ้าในอนาคต.”

เขารู้สึกสนใจชายหนุ่มคนนี้จริง ๆ.

“ไปเถอะ,ข้าจะพาเจ้าไปพบกับอาจารย์ของข้า.”เฉินหงเอ่ย.

ลู่อี้ผิงที่พยักหน้ารับ,เขาต้องการสอบถามหยางเฉิงเกี่ยวกับเรื่องของหยางตงว่าหายไปใหน.

ภายในใจของหลายคนที่รู้สึกแปลก ๆ,พวกเขาคิดไม่ออกเลยว่าเฉินหงไม่ได้ตำหนิลู่อี้ผิงเลย,หนำซ้ำยังดูชื่นชมอีกฝ่ายอีกด้วย.

เป็นไปได้ว่าเหล่าตัวตนที่ยิ่งใหญ่,ต่างก็มีนิสัยแปลก ๆ เช่นนี้นะรึ?

ก่อนที่จะไป,ลู่อี้ผิงจ้องมองไปยังลู่เผิง.

เฉินหงเอ่ย,“เขามากับเจ้าอย่างงั้นรึ?”จากนั้นเขาก็เอ่ยต่ออาวุโสคนอื่นของนิกายเหล่ยฉิวเจี้ยน,นำลู่เผิงไปยังตำหนักชั้นในเพื่อรอคอย.

ลู่อี้ผิงที่ตามเฉินหงตรงไปยังดินแดนบรรพชนของนิกายเหล่ยฉิวเจี้ยน.

เฉินหงที่คิดว่าลู่อี้ผิงเป็นเพียงปุถุชน,ไม่อาจบินได้,ดังนั้นเขาจึงสร้างเจิ้นหยวนกลุ่มหนึ่งขึ้น,ยกร่างลู่อี้ผิงบินออกไป.

เซียวฉางเฟิงที่จ้องมองลู่อี้ผิงถูกนำตัวไป,ใบหน้ากลายเป็นเคร่งขรึมซับซ้อน.

“นายน้อย,เรื่องของอาวุโสหยวนล่ะ!”อาวุโสเซียวอีกคนที่ยืนอยู่ด้านหลังเซียวฉางเฟิงเอ่ยออกมาด้วยเสียงเศร้าสร้อย.

“วางใจได้,ลุงหยวนไม่ตายเปล่าแน่!”เซียวฉางเฟิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา.

ทว่ากงจู่ไท่เหยี่ยนที่จ้องมองเฉินหงนำลู่อี้ผิงไป,เอ่ยถามไท่หงเทา,ด้วยน้ำเสียงสั่นไหว,“ลุงสาม,นี่เขาเป็นปุถุชนจริง ๆ รึ?”

ไท่หงเทาย่อมเข้าใจความคิดของกงจู่ไท่เหยี่ยนได้,เอ่ยพร้อมกับฝืนยิ้มออกมา“ข้าได้ใช้เนตรฟ้าครามดูแล้ว,เป็นเช่นนั้นจริง ๆ!”

กงจู่ไท่เหยียนที่ขมวดคิ้วแน่น,“ปุถุชน,ไม่มีเจิ้นหยวน,ไม่มีพลังวิเศษ,จะสามารถดึงกระบี่เพลิงชาติออกมาได้อย่างไร?”

ไท่หงเทาที่เอ่ยอย่างไม่เต็มความ“เรื่องนี้แปลกจริง ๆ.”

เขาไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อย,ว่าลู่อี้ผิงใช้วิธีไหนดึงกระบี่เพลิงชาติออกมา.

ไม่ใช่แค่เขาแน่นอน,ทุกคนรอบ ๆ ต่างก็ไม่เข้าใจเช่นกัน.

เจิ้งเยว่ที่เผยยิ้ม,“บางทีพวกเราทุกคนอาจจะคิดผิดตั้งแต่ต้นก็ได้,กระบี่เพลิงชาตินั้น,เป็นไปได้ว่าคนที่จะดึงมันออกมาได้,จะต้องเป็นปุถุชนที่ไร้พลังบ่มเพาะเท่านั้น.”

ทุกคนต่างก็ตกใจ.

เซียวฉางเฟิงเองก็มองตาโตเช่นกัน.

เป็นเช่นนี้จริง ๆ รึ?

ไม่นานหลังจากนั้น,ลู่อี้ผิงที่ตามเฉินหงมาถึงดินแดนบรรพชนเหล่ยฉิวเจี้ยน.

เฉินหงที่โบกมือ,เปิดค่ายกล,นำลู่อี้ผิงเข้าไปด้านใน.

ภายในดินแดนบรรพชน,เป็นเหมือนกับอีกโลกหนึ่งที่นี่มีท้องฟ้าภูเขาน้ำตก,นอกจากนี้พื้นที่รอบ ๆ ยังปลูกต้นไม้ใบหญ้าที่แปลกประหลาดมากมาย.

บนยอดเขาแห่งหนึ่ง,มีหมอกหนาปกคลุมไปทั่ว,แน่นอนว่ามันคือปราณวิญญาณที่ถูกควบแน่นนั่นเอง.

บนท้องฟ้ามีวิหคที่แปลกประหลาดมากมาย.

ท้องฟ้าในดินแดนแห่งนี้สะอาดใสราวกับผนึกคริสตัลที่ไร้สิ่งเจือปน.

ดินแดนบรรพชนและดินแดนบ้านนอก,เหมือนว่าเป็นโลกที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน.

เฉินหงที่กวาดตามองดินแดนบรรพชนที่เหมือนกับดินแดนสวรรค์,เผยยิ้มเอ่ยกับลู่อี้ผิง,“เจ้าคงจะเคยเห็นดินแดนสวรรค์ครั้งแรก,เป็นเช่นไร,ดินแดนบรรพชนของนิกายเหล่ยฉิวเจี้ยนของพวกเราดีหรือไม่?”

ระหว่างที่เอ่ยกล่าว,เขารู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก.

ลู่อี้ผิงที่มองดินแดนบรรพชนนิกายเหล่ยฉิวเจี้ยน,เผยยิ้มอย่างสุขุม“ก็เหมือน ๆ กันนั่นล่ะ.”

แม้นว่าดินแดนบรรพชนนิกายเหล่ยฉิวเจี้ยนนับว่าดี,ทว่าก็ด้อยกว่าป่าศักดิ์สิทธิ์ของเขาคนละโยชน์.

เหมือน ๆ กัน?

เฉินหงและเหล่าบรรพชนชราหลายคนที่พูดไม่ออก,เฉินหงที่จ้องมองลู่อี้ผิง,เผยยิ้ม,“เจ้าหนู,ข้ารู้สึกชอบท่าทางไม่แยแสของเจ้าจริง ๆ.”

จากนั้นเขาที่จ้องมองลู่อี้ผิงจากบนลงล่าง“น่าเสียดาย,เจ้าไร้พรสวรรค์! ไม่เช่นนั้น,ข้าคงรับเจ้าเป็นศิษย์ส่วนตัวแล้ว.”

ลู่อี้ผิงเผยยิ้ม.

เจ้าจะรับข้าเป็นศิษย์ส่วนตัวอย่างงั้นรึ?

เขายังจำได้ว่าเจ้าเด็กหยางตงคนนั้นเคยคุกเข่าต่อหน้าเขาในอดีตหมอบอยู่สิบวันสิบคืนเพื่อให้เขาเป็นศิษย์.

แม้นว่าเขาจะยอมในที่สุด,ทว่าก็อนุญาตให้เขาอยู่ในป่าศักดิ์สิทธิ์ได้ไม่กี่ปี,เขาได้ชี้แนะวิชากระบี่ให้กับอีกฝ่ายไม่กี่ครั้งเท่านั้น.

เพียงไม่นาน,เฉินหงและเหล่าบรรพชนชรานิกายเหล่ยฉิวเจี้ยน,นำลู่อี้ผิงมาหาหยางเฉิงในที่สุด.

หยางเฉิงที่เห็นลู่อี้ผิง,ก็เผยท่าทางประหลาดใจ.

เขาจ้องมองลู่อี้ผิง,จากนั้นก็จ้องมองกระบี่เพลิงชาติในมืออีกฝ่าย,เขาที่จินตนาการไม่ออกแม้แต่น้อยว่าลู่อี้ผิงผู้นี้กับคนที่เขาคิดเอาไว้จะเป็นคน ๆ เดียว.

เหมืองกับเฉินหง,ภายในใจที่รู้สึกผิดหวัง,แม้แต่ผิดหวังยิ่งกว่าเฉินหงซะอีก,กระบี่เพลิงชาติ,เป็นของบิดาของเขา,หลายปีมานี้เขาคาดหวังคนที่มีพรสวรรค์กระบี่ไร้ที่เปรียบมาดึงกระบี่และสืบทอดวิถีกระบี่ของบิดาของตัวเองเป็นอย่างมาก.

หลังจากรอคอยมาหลายปี,ตอนนี้กับมีคนดึงกระบีได้แล้ว.

แต่มันกลับไม่เป็น ดั่งเช่นที่เขาคาดหวัง,บางทีมันคงเป็นชะตาสวรรค์อย่างงั้นรึ?

หยางเฉิงจ้องมองลู่อี้ผิง,เอ่ยกล่าวอย่างลังเล“ในเมื่อเจ้าดึงกระบี่เพลิงชาติออกมาได้,เช่นนี้กระบี่นี้ก็เป็นของเจ้า,หวังว่าเจ้าจะดูแลสมบัติชิ้นดีอย่างดี,หลังจากนี้เจ้าสามารถอยู่ในนิกายเหล่ยฉิวเจี้ยนได้,ข้าจะมอบทักษะลับเพลงกระบี่ให้,เจ้าสามารถอ่านและศึกษามันได้.”

ลู่อี้ผิงส่ายหน้าไปมา“ข้าไม่ได้มาเพื่อกระบี่เพลิงชาติ,กระบี่เช่นนี้,ข้ามีอยู่มากมาย.”

“ส่วนตำรากระบี่,ข้าเองก็ไม่ได้ขาดแคลน.”

หยางเฉิง,เฉินหงและคนอื่น ๆ ต่างก็ตกใจเป็นอย่างมาก.

ชายหนุ่มคนนี้หมายความว่าอย่างไร?

กระบี่ล้ำค่าเช่นกระบี่เพลิงชาติ,เขามีอยู่มากมายอย่างงั้นรึ?

หยางเฉินขมวดคิ้วไปมา,ชายหนุ่มคนนี้,ดูเหมือนว่าจะไม่รู้สินะ ว่ากระบี่วิเศษเล่มนี้นั้นมีระดับใด.

ทว่าในเวลาเดียวกัน,เสียงที่ดังกึกก้องไปทั้งสวรรค์และปฐพี,แม้แต่ดินแดนบรรพชนเทือกเขาอนุสรณ์สถานยังสั่นไปมา,แผ่นดินที่ไหวอย่างรุนแรงราวกับจะพังทลายลงในทันที.

หยางเฉิงและเฉินหงตลอดจนคนอื่น ๆ ที่ใบหน้าเปลี่ยนสี.

นี่มัน?!

เสียงหัวเราะที่บ้าคลั่งอหังการดังก้อง,“เจ้าหนูหยางเฉิง,เหล่าฟู่มารกระบี่ตะวันตกมาถึงแล้ว,รีบไสหัวมาทักทายเหล่าฟู่ซะ!”

มารกระบี่ตะวันตก!

หยางเฉิง,เฉินหงและคนอื่น ๆ ที่หัวใจกลายเป็นหนักอึ้ง.

ด้านนอกดินแดนบรรพชน,พื้นที่อื่น ๆ,เหล่าผู้ฝึกตนที่มาทดสอบเข้าร่วมนิกายเหล่ยฉิวเจี้ยนได้ยินเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง,ต่างก็ตื่นตกใจไปตาม ๆ กัน.

กงจู่ไท่เหยี่ยนที่ใบหน้าเปลี่ยนสี“มารกระบี่ตะวันตก? เป็นไปได้ว่าเขาคือคนที่พ่ายแพ้ให้กับเทพกระบี่หยางตงในอดีตนะรึ?!”

ไท่หงเทาที่ใบหน้ากลายเป็นจริงจัง“มารกระบี่ตะวันตก,ในอดีตมีขอบเขตกระบี่ดินแดนสวรรค์,การกลับมาอีกในวันนี้,เป็นไปได้ว่าเขตแดนกระบี่ของเขาเหนือกว่าดินแดนสวรรค์แล้วแน่ ๆ!”

“มารกระบี่ตะวันตกเป็นคนที่มีจิตใจโหดเหี้ยมเลือดเย็น,เห็นมนุษย์เป็นผักปลา,หากท่านหยางพ่ายแพ้ เกรงว่าศิษย์ทั้งหมดของนิกายเหล่ยฉิวเจี้ยนคงไม่มีใครรอดชีวิตไปได้แม้แต่คนเดียว!”

จบบทที่ Chapter 8 No one can live

คัดลอกลิงก์แล้ว