- หน้าแรก
- นักต้มตุ๋นคนนี้มาพร้อมระบบสัญชาตญาณวิกฤต พวกเธอจะภักดีกับผมก็ไม่แปลก
- บทที่ 14 - จันทร์น้ำเงิน
บทที่ 14 - จันทร์น้ำเงิน
บทที่ 14 - จันทร์น้ำเงิน
บทที่ 14 - จันทร์น้ำเงิน
ฝีเท้าของเฉิวถูชะงักไปเล็กน้อย แต่วินาทีต่อมาก็กลับเป็นปกติ
เขาเดินต่อไปอย่างไม่ให้มีพิรุธ พลางเหลือบตามองมุมซ้ายบน
เช่นเดียวกับครั้งที่แล้ว ข้อความแจ้งเตือนใหม่หลายบรรทัดเด้งขึ้นมาตรงหน้า
「ยินดีด้วย คุณผ่านพ้นวิกฤตเมื่อครู่มาได้สำเร็จ แต่คุณก็ไปสะกิดความสนใจของเหยียนเชินเข้าให้แล้ว」
「เขาเริ่มเกิดความอยากรู้อยากเห็นต่อความเปลี่ยนแปลง ความลับ และคำโกหกที่คุณปั้นแต่งขึ้น」
「แต่โชคดีที่เขากำลังตกอยู่ในใจกลางพายุลูกใหญ่ จึงยังไม่อยากทุ่มเทพลังงานมาใส่ใจคนตัวเล็กๆ อย่างคุณชั่วคราว」
「จงรักษาความสงบก่อนพายุจะมาเยือนนี้ไว้ให้ดี เพราะคุณมีเวลาพักหายใจแค่ 24 ชั่วโมงเท่านั้น...」
สิ้นสุดข้อความ นาฬิกาทรายค่อยๆ เปลี่ยนเป็นรูปกล่องสมบัติ เพียงแต่ต่างจากครั้งที่แล้วที่เปิดได้เลย คราวนี้กล่องสมบัติกลายเป็นสีเทา และมีตัวเลขนับถอยหลัง 24 ชั่วโมงติดอยู่
【23:59:59】
เฉิวถู: ...
ข่าวดี: ยังไม่มีการนับถอยหลังวิกฤตอันใหม่ แสดงว่าอย่างน้อยคืนนี้เขาก็ปลอดภัย
ข่าวร้าย: รางวัลต้องรออีก 24 ชั่วโมง และการผ่านด่านครั้งนี้ไม่ใช่เพราะเหยียนเชินเชื่อใจเขา แต่เป็นเพราะเขาไปสะกิดต่อมความสนใจของเหยียนเชินต่างหาก
พูดง่ายๆ ก็คือ คำโกหกของเขาหลอกเหยียนเชินไม่ได้ แต่หินออโรร่าดันไปกระตุ้นความโลภของเหยียนเชินเข้า เหยียนเชินเลยยังไม่ลงมือจัดการเขา
แม้จะเดาความเป็นไปได้นี้ไว้ตั้งแต่ตอนวัดใจครั้งสุดท้าย แต่เฉิวถูก็อดผิดหวังไม่ได้: บอสฉลาดขนาดนี้ มันไม่รู้สึกถึงความสำเร็จเลยนะรู้ไหม?
เขาชอบโหมดง่ายๆ ไม่ชอบเดินไต่ลวดแบบนี้เลย
ถ้าคราวหน้าสุ่มได้นิ้วทองคำประเภท "ลดระดับความยาก" ก็คงดี...
ขณะวาดฝันถึงอนาคตในใจ เฉิวถูก็เดินออกไปด้านนอก
ก้าวเท้าออกจากตัวตึก แสงจันทร์สาดส่องลงมาราวสายน้ำ ห่มคลุมราตรีอันเงียบสงบด้วยม่านสีน้ำเงินดูลึกลับและชวนหลงใหล
ดวงจันทร์หลังยุคหายนะเป็นสีฟ้าคราม นั่นเป็นเพราะชั้นบรรยากาศของโลกใบนี้เต็มไปด้วยอนุภาคขนาดเล็กที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่กว่า 0.7 ไมครอน (คลื่นแสงสีแดง) เล็กน้อย อนุภาคเหล่านี้จะกระเจิงแสงสีแดง ทำให้คนที่อยู่บนพื้นดินมองเห็นดวงจันทร์เป็นสีฟ้า
'เป็นโลกที่มลพิษหนักจริงๆ' ถอนหายใจในใจ เฉิวถูเดินตัดผ่านสวน
ในสวน ดอกไม้นานาพันธุ์ผลิดอกบานสะพรั่งอยู่ใต้แสงจันทร์สีน้ำเงิน ส่งกลิ่นหอมจางๆ ปลิวไสวตามสายลมยามค่ำคืนราวกับภูตพรายที่กำลังกระซิบกระซาบ แต่เฉิวถูที่มีเรื่องหนักใจไม่มีอารมณ์จะมาชื่นชมความงาม
ออกจากสวน พอเดินมาถึงป้อมยาม เฉิวถูก็เห็นร่างที่คุ้นเคยสองร่างนั่งยองๆ อยู่ริมถนน—อาไท้กับเหล่าอิง
ทั้งสองนั่งไหล่ชนไหล่ กอดอก ท่าทางเหมือนนกเพนกวินไซส์ยักษ์สองตัวเกาะอยู่ขอบถนน อาไท้คาบหญ้าที่เด็ดมาจากไหนไม่รู้ไว้ในปาก แหงนหน้าเคี้ยวตุ้ยๆ ส่วนเหล่าอิงคอยใช้หางตาสอดส่องความเคลื่อนไหวรอบข้างอย่างระแวดระวัง
อาจเป็นเพราะท่าทางและพฤติกรรมของทั้งคู่ดูประหลาดเกินไป เจ้าหน้าที่แผนกรักษาความปลอดภัยที่ป้อมยามจึงจ้องเขม็งไม่วางตา ถ้าไม่ใช่เพราะเครื่องแบบเจ้าหน้าที่ที่ทั้งคู่ใส่อยู่ คงโดนไล่ตะเพิดไปนานแล้ว
เหล่าอิงเป็นคนแรกที่เห็นเฉิวถูออกมา เขาตบไหล่อาไท้เบาๆ แล้วรีบลุกขึ้นเดินไปหา "พี่ถู"
ส่วนอาไท้นั้นตรงไปตรงมากว่า พอเห็นเฉิวถู เขาถุยหญ้าในปากทิ้งดัง "ถุย!" แล้วตะโกนวิ่งเข้าใส่ "พี่! ออกมาแล้ว!"
มองดูร่างสูงหนึ่งเตี้ยหนึ่งที่วิ่งตรงเข้ามา เฉิวถูชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ความอบอุ่นจะแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ...
ในขณะเดียวกัน ณ ห้องหนังสือของเหยียนเชิน
ยังคงเป็นแสงสลัวเช่นเดิม เหยียนเชินยังคงซ่อนตัวอยู่ในเงามืด
"ตรวจสอบคนรอบตัวมันหมดแล้วใช่ไหม?"
เจี่ยซูนั่งอยู่ตรงข้าม ยิ้มตอบ "ตรวจสอบหมดแล้วครับ ล้วนเป็นพวกกุ๊ยข้างถนน พวกนักเลงปลายแถว ไม่มีทางเข้าถึงวัสดุจากยุคหายนะได้"
"เขาอ้างชื่อท่านยัดคนพวกนี้เข้าไปเป็นเจ้าหน้าที่ชั่วคราวในสถานีระดับรากหญ้า ดังนั้นตรวจสอบไม่ยาก ข้อมูลเชื่อถือได้ครับ"
เหยียนเชินแค่นหัวเราะ เสียงแหบพร่า "มันก็รักพวกพ้องดีนะ"
วิจารณ์ประโยคนี้จบ เหยียนเชินก็เงียบไป ห้องทั้งห้องค่อยๆ เงียบสงบลง
ผ่านไปพักใหญ่ เหยียนเชินพูดขึ้นอีกครั้ง "งั้นช่องทางที่มันจะสัมผัสหินออโรร่าได้ ก็มีแค่ตระกูลฉิน?"
เจี่ยซูพยักหน้า "ในทางทฤษฎีคือใช่ครับ แต่สัญชาตญาณผมบอกว่าไม่ใช่"
เหยียนเชินส่ายหน้าเช่นกัน "ฉันก็คิดว่าไม่ใช่"
เขาหมุนหินออโรร่าเล่นในมือ "ไอ้เด็กนั่นคิดว่าแต่งเรื่องพิสดารพันลึกขึ้นมาแล้วจะตบตาฉันได้ง่ายๆ ฝันเฟื่องไปหน่อย"
"ตัวมันต้องมีความลับแน่ และเป็นความลับที่ใหญ่มากด้วย"
"แต่ช่วงนี้ฉันไม่มีเวลาไปสนใจตัวเล็กๆ อย่างมัน"
ได้ยินเหยียนเชินพูดแบบนั้น เจี่ยซูหยั่งเชิงถาม "งั้นให้ผมจับมันมาควบคุมตัวไว้เลยไหมครับ?"
"ท่านน่าจะรู้วิธีการของผม ไม่มีใครทนได้เกินคืนเดียวหรอกครับ" เขาทำท่าทางประกอบการทรมาน
เหยียนเชินลังเลไปวินาทีหนึ่ง แต่สุดท้ายก็ส่ายหน้า
"ไม่ล่ะ มันเอาหินออโรร่ามาได้ เบื้องหลังต้องมีคนหนุน"
"ช่วงนี้ศาลาว่าการจับตาดูฉันอยู่ อย่าสร้างเรื่องเพิ่มเลย"
พูดถึงตรงนี้ เขาหยุดนิดหนึ่ง แล้วว่าต่อ "ให้มันไปกัดกับตระกูลฉินเถอะ"
"มันอยากได้ 'ของกำนัล' เอาไปเข้าหาตระกูลฉินไม่ใช่เหรอ? ก็ให้มันไป"
"วัสดุจากยุคหายนะเป็นของควบคุม ให้ไม่ได้"
"แต่ฉันจำได้ว่าวันนี้ที่ถนนเซี่ยฟางจับนักปรุงยาเถื่อนที่ขายยาผิดกฎหมายมาได้คนหนึ่ง?"
พูดพลาง เหยียนเชินเก็บหินออโรร่าในมือ รวมทั้งทองคำแท่งและเหรียญเงินบนโต๊ะกลับใส่ถุงผ้า แล้วโยนให้เจี่ยซู
"พรุ่งนี้แกจัดการเบิกตัวนักปรุงยาคนนั้นออกมา แล้วส่งไปให้มันพร้อมของพวกนี้"
"นักปรุงยาที่ทำยาจากยุคหายนะเป็น มีค่ามากกว่าเศษวัสดุพวกนี้เยอะ"
"ฉันล่ะอยากจะเห็นนัก ว่ามันจะเล่นละครฉากนี้ต่อยังไง..."
【12:09:57 (กล่องสมบัติ)】
เช้าวันรุ่งขึ้น เฉิวถูสะดุ้งตื่นเพราะเสียงเคาะประตู "ปัง ปัง ปัง"
เขาหาวหวอด ลุกจากเตียง แล้วเตะอาไท้กับเหล่าอิงที่นอนกางแขนกางขาเบียดอยู่ข้างๆ ออกไป
เฉิวถูเกิดมาสองชาติ นานมากแล้วที่ไม่มีเพื่อนที่รู้ใจแบบนี้ บวกกับเมื่อวานเพิ่งผ่านวิกฤตมาได้ ต้องการหาที่ระบาย เมื่อคืนเลยลากสองคนนี้มาดื่มเหล้ากันจนดึกดื่น
ทั้งสามผลัดกันดื่มจนเมาแอ๋ เลยนอนสลบเหมือดกันอยู่ที่บ้านเฉิวถู
หลังจากเขี่ยทั้งสองคนไปให้พ้นทาง เฉิวถูก็หาวเดินไปเปิดประตู
ประตูเปิดออก ด้านนอกคือเจ้าหน้าที่สวมเครื่องแบบคนหนึ่ง
เห็นเฉิวถู เขาชิดเท้าดัง "ปึ้ก!" ทำความเคารพทันที "สวัสดีครับท่านหัวหน้า!"
เฉิวถูทำความเคารพตอบโดยสัญชาตญาณ จากนั้นถึงค่อยถามอย่างงุนงง "คุณคือ...?"
เจ้าหน้าที่หน้าประตูตอบด้วยสีหน้าจริงจัง "ท่านหัวหน้า ผมคือเจ้าหน้าที่ระดับสามแผนกธุรการ หลี่เค่อ ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้นำเครื่องแบบใหม่และอินธนูมาส่งให้ท่านครับ"
พูดพลาง เขาโบกมือไปด้านหลัง เจ้าหน้าที่ชั่วคราวคนหนึ่งก็ประคองชุดเจ้าหน้าที่สีดำชุดหนึ่งเดินเข้ามาหาเขา
สีดำคือสีเฉพาะของฝ่ายการเมือง สื่อถึงสถานะอย่างเป็นทางการของ 【ตำรวจลับ】
บนเครื่องแบบมีอินธนูวางอยู่ บนอินธนูติดดาวสีทองสามดวง แสดงถึงสถานะเจ้าหน้าที่ระดับหนึ่ง
แม้เมื่อคืนจะได้รับคำมั่นจากเหยียนเชินแล้ว แต่เมื่อของจริงมาวางอยู่ตรงหน้า หัวใจเฉิวถูก็อดไม่ได้ที่จะเต้นเร็วขึ้น
และในขณะนั้นเอง "พี่ถู เป็นไงบ้าง?" เสียงของอาไท้ดังมาจากด้านหลัง "ใครมาวะ?"
แต่วินาทีต่อมา คำถามนั้นกลายเป็นเสียงอุทาน "เชี่ย! เจ้าหน้าที่ระดับหนึ่งฝ่ายการเมือง?"
เฉิวถูหันกลับไป เห็นอาไท้กับเหล่าอิงจ้องมองไปที่ประตูตาค้าง อ้าปากหวอ...
(จบแล้ว)