เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 - องค์กรหัวรุนแรง

บทที่ 6 - องค์กรหัวรุนแรง

บทที่ 6 - องค์กรหัวรุนแรง


บทที่ 6 - องค์กรหัวรุนแรง

"ปัง! ปัง!" "ปัง! ปัง!" "ปัง! ปัง!"

กระสุนปลิวว่อน เจาะทะลุหลังคาเก่าคร่ำครึจนฝุ่นผงฟุ้งกระจายไปทั่ว

บนท้องถนนเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องบาดหูของผู้คนและเสียงฝีเท้าที่วิ่งหนีตายกันอลหม่าน

เฉิวถูคุ้มกันฉินซูม่านที่กำลังตัวสั่นเทาให้วิ่งไปหลบที่หลังกำแพงเตี้ยๆ ที่แตกหักริมถนน มือหนึ่งกดศีรษะเธอลงต่ำเพื่อช่วยกำบัง อีกมือหนึ่งค่อยๆ โผล่ศีรษะออกไปสังเกตสถานการณ์

ศัตรูมีจำนวนไม่มาก เพียงเจ็ดแปดคนเท่านั้น

พวกเขาสวมหมวกไหมพรมสีดำคลุมหน้าแบบบาลาคลาวาเหมือนกันหมด สวมเสื้อกั๊กยุทธวิธีเก่าๆ ที่เกิดจากการนำเศษผ้ามาเย็บต่อกัน บริเวณหน้าอกพ่นสีเป็นรูปกากบาทสีแดงขนาดใหญ่

เครื่องแต่งกายที่สะดุดตานั้นทำให้เฉิวถูจำสถานะของฝ่ายตรงข้ามได้ในทันที 'นี่มัน... แนวร่วมปฏิรูปสัมพันธ์?'

แนวร่วมปฏิรูปสัมพันธ์ หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า 【เหลียนเจิ้น】 (แนวร่วม) เป็นกองกำลังติดอาวุธต่อต้านรัฐบาลหัวรุนแรงในโลกนี้ที่ต่อต้านการปกครองของแปดที่พำนักใหญ่

อุดมการณ์ของพวกเขาคือการปลดแอกเขตเตรียมการวางผังจากการปกครองของแปดที่พำนัก วิธีการส่วนใหญ่เน้นความรุนแรง เช่น การลอบสังหาร การลักพาตัว และการก่อวินาศกรรม

เฉิวถูเคยได้ยินเหยียนเชินพูดถึงองค์กรนี้ ตอนนั้นเหยียนเชินโกรธจนตาแทบถลน ด่าทอองค์กรนี้ว่าเป็นพวกแมลงสาบสกปรก!

ไม่นึกเลยว่าวันนี้จะได้เห็นกับตาตัวเอง

เฉิวถูยังจำสมาชิกขององค์กรนี้ได้ ฟางหมิงและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการพิเศษคนอื่นๆ ย่อมจำได้เช่นกัน

ดังนั้น ในที่เกิดเหตุจึงเต็มไปด้วยเสียงตะโกนสั่งการของเจ้าหน้าที่เหล่านี้

"พวกแมลงสาบเหลียนเจิ้น!"

"ระวังตัว หาที่กำบัง!"

"บนดาดฟ้า ทิศ 30-70 องศา มี 16 คน ทั้งหมดมีอาวุธปืน!"

และในขณะนี้ ในฐานะเจ้าหน้าที่ที่มีตำแหน่งสูงสุดในที่เกิดเหตุ ฟางหมิงได้รับหน้าที่บัญชาการสถานการณ์ทั้งหมด เขาทำสัญญาณมือสั่งให้ลูกน้องกระจายกำลังอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับตะโกนมาทางเฉิวถูว่า "คุ้มกันคุณซูม่านให้ดี รอพวกเรากำจัดศัตรู!"

ได้ยินคำสั่งของฟางหมิง เฉิวถูปรายหางตามองฉินซูม่านแวบหนึ่ง

เวลานี้ฉินซูม่านยังคงอยู่ในอาการขวัญผวา เธอนั่งคุดคู้อยู่ใต้ร่างเขาไม่กล้าขยับเขยื้อน ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ และดูไม่ออกว่ามีอะไรผิดปกติ แต่เฉิวถูกลับรู้สึกทะแม่งๆ

ถนนจิ้วเซี่ยนเป็นเพียงถนนธรรมดาๆ เส้นหนึ่งใน 79 เส้นทางของเมืองซินเจี้ย ไม่มีฐานทัพทหาร ไม่มีหน่วยงานรัฐบาล ไม่มีธนาคารกลาง ไม่มีอะไรเลย ทำไมจู่ๆ ถึงถูกกลุ่มเหลียนเจิ้นโจมตี?

ถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการพิเศษพวกนี้ล่อเป้ามา?

แต่... มันจะบังเอิญเกินไปหน่อยไหม?

เฉิวถูคิดไม่ตก จึงตัดสินใจดูสถานการณ์ต่อไป

เขาค่อยๆ ชะโงกหน้าออกไปสังเกตการณ์ในที่เกิดเหตุอย่างระมัดระวัง

แต่พอได้เห็นภาพตรงหน้า เขาก็ถึงกับอึ้ง

ฝ่ายปฏิบัติการพิเศษคือหน่วยงานใช้ความรุนแรงที่ทรงพลังที่สุดของกรมสืบสวน ส่วนกลุ่มเหลียนเจิ้นก็เป็นองค์กรหัวรุนแรงที่โหดเหี้ยมอำมหิต เฉิวถูเดิมคิดว่าทั้งสองฝ่ายคงจะยิงกันสนั่นหวั่นไหว การต่อสู้ดุเดือดเลือดพล่าน

แต่... ความเป็นจริงกลับกลายเป็นว่า คนกว่าสามสิบชีวิตจากทั้งสองฝ่ายถือปืนสามสิบกว่ากระบอก ยิง "ปัง ปัง ปัง" ใส่กัน แม้เสียงจะดังสนั่นดูคึกคัก แต่ผลลัพธ์คือมีแค่คนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ไม่มีใครต้องออกจากการต่อสู้เลยสักคนเดียว

เห็นฉาก "ไก่รองบ่อนจิกกันเอง" แบบนี้ เฉิวถูถึงกับตะลึง

นี่ทำบ้าอะไรกันอยู่? เล่นละครเหรอ?

คิดได้ดังนั้น เฉิวถูรีบค้ยความทรงจำอย่างรวดเร็ว เพื่อทำความเข้าใจว่านี่มันเรื่องอะไรกันแน่

ไม่นานเขาก็พบสาเหตุ

ที่แท้ ในโลกยุคหายนะ ทรัพยากรนั้นขาดแคลน ดินปืนและอาวุธปืนล้วนเป็นของหายาก ดังนั้นสมาชิกขององค์กรหัวรุนแรงจึงได้รับการฝึกฝนน้อยมาก ฝีมือจึงอยู่ใรระดับพื้นๆ

ส่วนฝ่ายปฏิบัติการพิเศษ แม้จะเป็นหน่วยงานที่แข็งแกร่งของกรมสืบสวน ได้รับสิทธิพิเศษมากมายและมีโควตากระสุนให้ใช้ แต่... เมืองซินเจี้ยเพิ่งก่อตั้งได้ไม่ถึงหนึ่งปี เจ้าหน้าที่ระดับล่างส่วนใหญ่ก็เป็นมือใหม่ที่เพิ่งรับสมัครเข้ามา ยังไม่ผ่านการฝึกฝนมาเท่าไหร่ ฝีมือจึงธรรมดามากเช่นกัน

นั่นทำให้พอปะทะกัน ทั้งสองฝ่ายเลยไม่สามารถสร้างความเสียหายให้อีกฝ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การค้นพบโดยบังเอิญนี้ นอกจากจะทำให้เฉิวถูตกใจแล้ว ยังทำให้เขาเกิดความคิดบ้าบิ่นขึ้นมาอย่างหนึ่ง...

บางทีนี่อาจเป็นโอกาสดีที่จะพลิกสถานการณ์?

ต้องรู้ก่อนว่า ถึงสองกลุ่มนี้จะไม่ได้เรื่อง แต่เฉิวถูนั้น "ได้เรื่อง"!

ชาติก่อนเพื่อความอยู่รอด เขาต้องจับปืน ฝึกยิงปืนทุกวัน และยังหาโอกาสเข้ารับการฝึกแบบกึ่งทหาร บวกกับพรสวรรค์ที่ไม่เลว ฝีมือของเขาจึงเหนือกว่าพวกมือใหม่พวกนี้มากโข

เขาถึงขั้นเคยเข้าร่วมการปะทะและดวลปืนขนาดเล็กระหว่างแก๊งมาแล้วหลายครั้ง มีประสบการณ์การต่อสู้จริงติดตัว

ถ้าเขาสามารถโชว์ฝีมือการยิงปืนในการดวลปืนครั้งนี้ แล้วค่อยพลิกแพลงสถานการณ์อีกนิดหน่อย... บางทีวิกฤตคืนนี้อาจจะผ่านไปได้ง่ายๆ เผลอๆ ไม่ต้องไปเดินถนนสี่แยกด้วยซ้ำ...

ค่อยๆ วาดภาพโครงร่างในหัว ไม่นานแผนการหนึ่งก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในสมองของเฉิวถู

ครู่ต่อมา แววตาของเฉิวถูก็เปลี่ยนเป็นแน่วแน่

เขามองดูทั้งสองฝ่ายที่กำลังยิงปะทะกันอีกครั้ง จากนั้นล้วงเครื่องสื่อสารทรงแท่งรุ่นเก่าออกมาจากกระเป๋า กดปุ่มไม่กี่ที ส่งข้อความออกไปหนึ่งฉบับ

เมื่อส่งข้อความสำเร็จ เฉิวถูเอื้อมมือไปที่เอวด้านหลัง หยิบปืนพกที่เคยใช้จ่อหัวฉินซูม่านมาถือไว้ในมือ

นี่คืออุปกรณ์มาตรฐานที่กรมสืบสวนแจกจ่ายให้เจ้าหน้าที่ทั่วไป ใช้เพื่อรับประกันว่าเจ้าหน้าที่จะมีอำนาจข่มขวัญพลเรือนในเขตเตรียมการวางผังได้อย่างเด็ดขาด...

เขาปลดแม็กกาซีนออกมาอย่างชำนาญ ตรวจดูจำนวนกระสุน: 12 นัด

จากนั้นเขาก็ทบทวนความทรงจำในการใช้ปืนกระบอกนี้ของร่างเดิม

ระยะยิงหวังผลอยู่ที่ประมาณ 40 เมตร แต่เพราะปืนที่เจ้าหน้าที่ทั่วไปใช้เป็นของเก่าโล๊ะมาจากที่พำนัก ความแม่นยำอาจจะต่ำไปบ้าง

แต่สำหรับระยะห่างยี่สิบกว่าเมตรระหว่างสองฝ่ายในตอนนี้ ถือว่าเพียงพอแล้ว

คิดได้ดังนั้น เฉิวถูใส่แม็กกาซีนกลับเข้าไปอย่างคล่องแคล่ว ดึงสไลด์ขึ้นลำ พร้อมกับยกปืนขึ้นตั้งท่าระวังภัย สายตาสอดส่องไปทั่วสนามรบ รอคอยโอกาสอย่างอดทน

ผ่านไปไม่กี่วินาที หางตาของเฉิวถูก็เห็นศัตรูคนหนึ่งบนดาดฟ้าฝั่งตรงข้ามโผล่ออกมาจากที่กำบัง ร่างกายส่วนใหญ่เปิดโล่งเข้ามาในวิสัยทัศน์ของเขา

วินาทีนั้น เขาไม่ลังเลแม้แต่น้อย พุ่งตัวออกมาทันที ตั้งท่าเล็งยิงแบบเวฟเวอร์ เล็งผ่านศูนย์หน้าศูนย์หลังเป็นเส้นตรง เล็งไปที่ศัตรูคนนั้นแล้วลั่นไก "ปัง! ปัง! ปัง!" ติดต่อกันสามนัด!

ควันปืนฟุ้งกระจาย ปลอกกระสุนกระเด็นร่วงหล่น กระสุนสามนัดแหวกอากาศดั่งสายฟ้าฟาด พุ่งเข้าใส่ศัตรูคนนั้นด้วยความเร็วที่ไม่อาจตั้งตัวทัน!

จังหวะที่เฉิวถูเลือกนั้นยอดเยี่ยมเกินไป ศัตรูคนนั้นไม่มีเวลาแม้แต่จะหลบ!

ได้ยินเพียงเสียง "ฉึก!" "ปุ! ปุ!" สามครั้งซ้อน กระสุนนัดหนึ่งเฉี่ยวร่างเขาไป ส่วนอีกสองนัดเจาะทะลุท้องน้อยด้านซ้ายและขาซ้ายของเขาอย่างแม่นยำ!

วินาทีนั้น ศัตรูคนดังกล่าวเหมือนถูกค้อนเหล็กทุบ ร่างกายเซถลา! วินาทีต่อมา ดอกไม้เลือดสองดอกก็บานสะพรั่ง! ย้อมเสื้อผ้าของเขาจนแดงฉานในพริบตา!

"ตุบ!" เขาล้มคว่ำลงบนดาดฟ้า ส่งเสียงครางโอดโอย หมดสภาพการต่อสู้ทันที!

นี่เป็นคนแรกนับตั้งแต่เปิดฉากยิงกันมาที่ต้องสูญเสียความสามารถในการรบ ดังนั้นทั้งสนามรบจึงดูเหมือนจะหยุดชะงักไปชั่ววินาที

เจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการพิเศษหันขวับมามองเฉิวถูโดยสัญชาตญาณ ราวกับเพิ่งเคยรู้จักเฉิวถูเป็นครั้งแรก

ส่วนพวกอันธพาลจากองค์กรหัวรุนแรงก็ตกใจจนขวัญเสีย รีบหลบเข้าที่กำบังและยิงสวนกลับมาทางเฉิวถู

แต่ตอนนั้นเฉิวถูได้หดตัวกลับเข้าที่กำบังเรียบร้อยแล้ว กระสุนลูกหลงปลิวว่อน กระทบกำแพงเตี้ยที่เขาซ่อนตัวอยู่เสียงดัง "ปัง! ปัง!" แต่ไม่อาจทำอันตรายเขาได้แม้แต่ปลายก้อย

ด้วยการลงมืออย่างกะทันหันของเฉิวถู สนามรบจึงเข้าสู่ช่วงสงบศึกชั่วคราว ทั้งสองฝ่ายไม่กล้ายิงมั่วซั่วแบบเมื่อกี้อีก ต่างฝ่ายต่างระมัดระวังตัวมากขึ้น

แต่... มือใหม่ก็คือมือใหม่ ต่อให้ระวังแค่ไหนก็ยังเผยพิรุธได้ง่ายๆ

ไม่นานนัก เฉิวถูก็จับจังหวะที่ศัตรูอีกคนเคลื่อนตัวออกจากที่กำบังได้อีกครั้ง เขาเลื่อนปากกระบอกปืนอย่างเด็ดขาด แล้วลั่นไกอีกสามนัดซ้อน!

"ปัง! ปัง! ปัง!" "ฉึก!"

คราวนี้ดวงแค่พอใช้ได้ กระสุนสามนัดเข้าเป้าที่หน้าอกขวาของศัตรูเพียงนัดเดียว แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้อีกฝ่ายหมดสภาพการต่อสู้ไปอีกคน!

แค่นี้ก็พอแล้ว!

ถ้าบอกว่าการยิงศัตรูเจ็บหนักครั้งแรกคือความฟลุ๊ค งั้นครั้งที่สองที่จัดการศัตรูได้อย่างหมดจดงดงามก็คงยากจะเรียกว่าฟลุ๊คแล้ว

ดังนั้น...

"ถอย! ถอย!"

ฝ่ายตรงข้ามเดิมทีก็เป็นพวกกองโจรที่ไม่มีระเบียบวินัย พอเห็นว่าเฉิวถูเป็น "เทพเจ้าปืน" ก็หมดใจจะสู้ต่อ รีบหิ้วปีกคนเจ็บหนีตายกันจ้าละหวั่น

หลังคาลาดเอียงของตึกในเมืองร้างเป็นที่กำบังชั้นดีในการถอยทัพ ดังนั้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการพิเศษจึงยิงขู่ไล่หลังไปสองสามนัด แล้วปล่อยให้อีกฝ่ายหนีไป ไม่ได้ไล่ตาม

และเมื่อพวกกบฏถอยไปจนหมด เจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการพิเศษก็ค่อยๆ เดินออกมาจากที่กำบัง

พวกเขามองเฉิวถูด้วยสายตาซับซ้อน อ้าปากอยากจะพูดอะไรหลายครั้ง แต่ก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี...

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 6 - องค์กรหัวรุนแรง

คัดลอกลิงก์แล้ว