- หน้าแรก
- ข้ามีสุดยอดระบบสังหารในพริบตา
- บทที่ 157 ดาบราคาเก้าสิบล้าน
บทที่ 157 ดาบราคาเก้าสิบล้าน
บทที่ 157 ดาบราคาเก้าสิบล้าน
บทที่ 157 ดาบราคาเก้าสิบล้าน
“อาวุธระดับปฐพีขั้นเทวะ ‘ดาบคลั่งโลหิต’ การใช้ดาบนี้สามารถเพิ่มพลังยุทธ์ได้อย่างน้อยห้าในสิบส่วน ทั้งยังสามารถกระตุ้นให้ผู้ใช้คลุ้มคลั่ง ปลุกศักยภาพทั้งหมดในร่างกายในระยะเวลาสั้นๆ เพิ่มพลังต่อสู้ได้ถึงสองเท่า ชื่อของดาบนี้บ่งบอกถึงความกระหายเลือดอย่างยิ่ง เมื่อพบเห็นเลือดก็จะตื่นเต้นอย่างมาก ขอเพียงถูกดาบนี้ทำร้าย บาดแผลก็จะหายยาก!”
ตงฟางจิ่นบนเวทีหยิบดาบคลั่งโลหิตที่ส่องแสงเย็นยะเยือกขึ้นมาอย่างระมัดระวัง ขณะเดียวกันก็บรรยายถึงความเก่งกาจของดาบนี้ให้ทุกคนฟัง “เพียงแค่ดูดาบนี้จะไม่รู้สึกถึงพลังของมัน แต่เมื่อจับมันก็จะรู้สึกถึงพลังที่บ้าคลั่งที่กำลังไหลเวียนอยู่ แต่ขอเตือนว่าอย่าถูกดาบนี้ทำร้าย มิเช่นนั้นเลือดจะไหลไม่หยุด ต้องใช้โอสถรักษาแผลระดับสูงเท่านั้นจึงจะฟื้นฟูได้ มิเช่นนั้นแม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชันย์ยุทธ์ก็มิอาจทำอะไรได้!”
“แม้ข้าจะเชื่อถือชื่อเสียงของหอการค้าซุ่นเฟิง แต่ดาบนี้เก่งกาจถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?”
“พูดได้ดี การตรวจสอบเป็นเรื่องหนึ่ง การสัมผัสด้วยตนเองเป็นอีกเรื่องหนึ่ง สามารถทดลองใช้ดาบนี้ได้หรือไม่?”
“แม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชันย์ยุทธ์บาดเจ็บก็ยังหายยาก ไม่เกินจริงไปหน่อยหรือ?”
หลังจากตงฟางจิ่นแนะนำดาบคลั่งโลหิตแล้ว ผู้คนในสถานที่จัดงานประมูลต่างเริ่มพูดคุยกัน บางคนสงสัย บางคนกำลังสังเกตการณ์ บางคนต้องการทดลองใช้ดาบนี้ก่อนตัดสินใจ
“หอการค้าซุ่นเฟิงของเราทำธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์มาโดยตลอด แขกผู้มีเกียรติทุกท่านสามารถทดลองใช้ดาบนี้ได้ ใครอยากลองสามารถขึ้นมาได้เลย” ตงฟางจิ่นยกดาบคลั่งโลหิตขึ้นแล้วกล่าวกับทุกคน
“ข้าขออนุญาตทดลองต่อหน้าทุกคน!” ในเวลานี้ เงาร่างหนึ่งวูบผ่านกลางอากาศ ชายวัยกลางคนคนหนึ่งลงมายืนบนเวที ร่างกายแผ่กลิ่นอายของบัณฑิต มือประสานไว้ด้านหลังแล้วกล่าวอย่างเรียบเฉย
“ที่แท้ก็คือผู้อาวุโสเถียนห่าวหรัน ฉายาคนบ้าดาบ หนึ่งในสี่องครักษ์ของจวนเสินโหว ขออภัยที่เสียมารยาท” ตงฟางจิ่นประสานมือต่อชายวัยกลางคน “ดาบนี้มีไว้สำหรับทดลองอยู่แล้ว ผู้อาวุโสเถียนย่อมสามารถทดลองได้”
กล่าวพลาง ตงฟางจิ่นก็มอบดาบคลั่งโลหิตให้คนบ้าดาบที่มีกลิ่นอายของบัณฑิตผู้นี้ ในตอนแรกเถียนห่าวหรันมีสีหน้าเรียบเฉย แต่เมื่อเขารับดาบนี้ สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที ดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
“ดาบที่ดี! เป็นดาบที่ดีจริงๆ!” เถียนห่าวห่าวลูบไล้ตัวดาบด้วยความหลงใหล ไม่ยอมปล่อยมือเลย
เถียนห่าวหรันลูบไล้สันดาบ แล้วใช้ปลายนิ้วแตะคมดาบต่อหน้าทุกคน เลือดพุ่งออกมาทันที นิ้วของเถียนห่าวหรันมีบาดแผล เลือดไหลออกมาตามบาดแผล
เถียนห่าวหรันใช้ปราณแท้จริงพยายามหยุดเลือด แต่เลือดก็ยังไหลไม่หยุด ทุกคนเห็นภาพนี้ ดวงตาเต็มไปด้วยความตกตะลึง
“โอ้ สวรรค์! พวกท่านดูสิ เลือดจากนิ้วของคนบ้าดาบไหลไม่หยุดเลย! ต้องรู้ว่าคนบ้าดาบมีพลังยุทธ์ขอบเขตบราชันย์ยุทธ์ขั้นแปด ถึงขนาดไม่สามารถหยุดเลือดได้!”
“ยอดฝีมือขอบเขตราชันย์ยุทธ์ขั้นแปดมีความสามารถในการฟื้นฟูร่างกายที่ดีมาก แต่ความสามารถในการฟื้นฟูร่างกายกลับไม่มีประโยชน์ ทั้งยังใช้ปราณแท้จริงก็ไม่สามารถหยุดเลือดได้!”
“สมกับชื่อดาบคลั่งโลหิต ช่างกระหายเลือดเกินไปแล้ว”
ขณะที่ทุกคนกำลังประหลาดใจ เลือดจากนิ้วของเถียนห่าวหรันก็เริ่มไหลเต็มฝ่ามือแล้ว หยดลงบนพื้น แม้ว่าเถียนห่าวหรันจะใช้ปราณแท้จริงรักษาอย่างต่อเนื่อง ก็เป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น
“ผู้อาวุโสเถียน นี่คือความร้ายกาจอย่างหนึ่งของดาบคลั่งโลหิต บาดแผลต้องใช้โอสถรักษาแผลระดับสูงเท่านั้นจึงจะฟื้นฟูได้ นี่คือโอสถบำรุงโลหิตขั้นสุดยอดที่ผู้ว่าจ้างประมูลดาบคลั่งโลหิตมอบให้ฟรี สามารถฟื้นฟูบาดแผลได้ ผู้อาวุโสเถียนสามารถรับประทานได้ บาดแผลจะหายในไม่ช้า” ตงฟางจิ่นมอบโอสถบำรุงโลหิตที่อู๋เทียนมอบให้เถียนห่าวหรัน
อู๋เทียนคิดไว้แล้วว่าจะมีคนทดลองใช้ดาบ ผู้ที่ถูกดาบทำร้ายบาดแผลจะไม่สามารถฟื้นฟูได้ในทันที ดังนั้นจึงมอบโอสถบำรุงโลหิตให้ฟรีๆ อย่างไรโอสถบำรุงโลหิตก็ไม่สามารถเทียบกับดาบคลั่งโลหิตได้ ขอเพียงทำให้ผู้คนตระหนักถึงความเก่งกาจของดาบคลั่งโลหิต ย่อมสามารถประมูลได้ในราคาสูงขึ้น
“ขอบคุณตงฟางเซี่ยนเซิง” เถียนห่าวหรันรับโอสถบำรุงโลหิต กลืนลงไปทันที จากนั้นบาดแผลที่นิ้วของเขาก็ฟื้นฟูด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
“สวรรค์! ร่ายกาจยิ่งนัก! บาดแผลที่คนบ้าดาบใช้ปราณแท้จริงมากมายก็ยังไม่สามารถฟื้นฟูได้ กลับฟื้นฟูได้ทันทีด้วยโอสถเม็ดเดียว โอสถนี้ช่างเก่งกาจเกินไปแล้ว!”
“ข้าตัดสินใจแล้วว่าหลังจากงานประมูลจบลง ข้าต้องไปสอบถามหอการค้าซุ่นเฟิงเกี่ยวกับโอสถรักษาแผลนี้”
“อืม ข้าก็อยากได้โอสถรักษาแผลเช่นนี้บ้าง”
เถียนห่าวหรันมองดาบในมือแล้วกล่าวด้วยความประหลาดใจว่า “สมกับเป็นดาบที่กระหายเลือดจริงๆ เพียงแค่ถูกทำร้ายที่นิ้วก็ยังหายยากถึงเพียงนี้ หากทำร้ายถึงเส้นเอ็นและกระดูก คงต้องตายอย่างอนาถ ดาบคลั่งโลหิตอันน่ากลัว แต่ทว่า... ดาบนี้เก่งกาจมาก ข้าชอบ ข้าชอบมากจริงๆ!”
คำพูดจบลง เถียนห่าวหรันก็ยกดาบคลั่งโลหิตฟันเข้าใส่กำแพงข้างๆ
คนที่นั่งอยู่ด้านล่างรู้สึกถึงแรงกดดันอันมหาศาลที่กวาดผ่านศีรษะ บางคนที่มีพลังยุทธ์ต่ำถึงกับล้มลงทันที สถานที่จัดงานประมูลทั้งหมดเกิดพายุหมุน ม่านรอบๆ สถานที่จัดงานประมูลปลิวไสวไปหมด
จากนั้น เถียนห่าวหรันก็ค่อยๆ เก็บดาบคลั่งโลหิต ทุกคนมองเถียนห่าวหรันด้วยความงุนงง
“เกิดอะไรขึ้น? เมื่อครู่มีพลังงานมหาศาลกวาดผ่านไป ทำไมถึงหายไปแล้ว?”
“ข้าถูกผลักล้มลงโดยไม่มีเหตุผล ทำไมถึงไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เลย?”
“เกิดอะไรขึ้น? เมื่อครู่ท่านอาวุโสคนบ้าดาบฟันดาบออกไป พลังดาบมหาศาลหายไปไหนแล้ว?”
ตูม!
ขณะที่ทุกคนกำลังงุนงง กำแพงหินที่อยู่ข้างเถียนห่าวหรันก็เกิดรอยร้าวที่มีความยาวกว่าสิบเมตร หลังคาที่มุมกำแพงกำลังค่อยๆ เลื่อนลงมา
“ไม่ดีแล้ว หลังคาที่มุมกำแพงกำลังจะพังลงมา! บัดซบ! ท่านอาวุโสคนบ้าดาบฟันดาบเพียงครั้งเดียวก็ตัดมุมห้องไปแล้ว!”
“เก่ง... เก่งกาจเกินไปแล้ว!”
เห็นมุมกำแพงที่กำลังเลื่อนลงมา ทุกคนก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
“เถียนห่าวหรันมีพลังยุทธ์ขอบเขตราชันย์ยุทธ์ขั้นแปดเท่านั้น แม้จะใช้พลังทั้งหมดก็ไม่น่าจะสร้างความเสียหายได้มากถึงเพียงนี้ นั่นหมายความว่า... ดาบคลั่งโลหิตเพิ่มพลังยุทธ์ของเขา อย่างน้อยก็สองเท่า!” บางคนมองเห็นความลับ เริ่มนั่งไม่ติดแล้ว
“ห้าล้านตำลึงเงิน!” ตงฟางจิ่นยังไม่ทันประกาศเริ่มประมูล ก็มีคนตะโกนเสียงดัง
“หกล้าน!”
“เจ็ดล้าน!”
เสียงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทุกคนร้อมร้อนรนแล้ว ตอนนี้พวกเขาได้เห็นความเก่งกาจของดาบคลั่งโลหิต ย่อมต้องลงมือให้เร็วกว่าคนอื่น
ในเวลานี้ คนของหอการค้าซุ่นเฟิงหลายสิบคนได้ถูกส่งมาเพื่อหยุดการเลื่อนลงของมุมกำแพง มุมกำแพงที่กำลังจะพังลงมาจึงถูกหยุดไว้ชั่วคราว
“ในเมื่อทุกท่านกระตือรือร้นถึงเพียงนี้ ข้าก็จะไม่พูดมาก เริ่มประมูลได้ ผู้ที่เสนอราคาสูงสุดย่อมได้ไป!”
“ในเมื่อองครักษ์ชอบดาบนี้ถึงเพียงนี้ จวนเสินโหวของเราขอเสนอราคาเก้าสิบล้านตำลึงเงิน เพื่อซื้อดาบคลั่งโลหิตมอบให้องครักษ์เถียน!” ในเวลานี้ ผู้ดูแลใหญ่ของจวนเสินโหวที่อยู่ในโซนพิเศษก็กล่าวอย่างช้าๆ
“บัดซบ! จวนเสินโหวช่างร่ำรวยจริงๆ เสนอราคาเก้าสิบล้านตำลึงเงินทันที ราคาเดียวกับโอสถเพิ่มปราณวิญญาณขั้นเทวะเลย” อู๋เทียนได้ยินราคาเก้าสิบล้านตำลึงเงิน เกือบจะตกจากเก้าอี้ สมกับเป็นหนึ่งในห้ากลุ่มอำนาจใหญ่ในเมืองหลวง การลงมือครั้งแรกก็เก้าสิบล้านตำลึงเงินเลยทีเดียว!