- หน้าแรก
- แฟ้มลับตำนานตำรวจปินเจียง
- บทที่ 21: เตรียมการแต่เนิ่น ๆ
บทที่ 21: เตรียมการแต่เนิ่น ๆ
บทที่ 21: เตรียมการแต่เนิ่น ๆ
พอนินทาสวี่ซานเย่จนหนำใจแล้ว ก็ได้เวลาลงมือทำงาน
ในห้องเครื่องร้อนอบอ้าวเกินไป หานอวี่เลยถอดชิ้นส่วนออกมานั่งขัดในเพิงพักแทน
อู่ต่อเรือของเถ้าแก่อู๋ไม่ได้แค่ต่อเรือ แต่ยังรับซ่อมเรือด้วย เลยมี กระบะสังกะสีทรงแบน ๆ สี่เหลี่ยมผืนผ้าเตรียมไว้หลายใบ
หานอวี่ยืมมาสองใบ เทน้ำมันดีเซลลงไปเล็กน้อยเพื่อล้างคราบน้ำมันบนท่อน้ำมันและชิ้นส่วนต่าง ๆ ถ้าเจอสนิมหรือคราบฝังแน่นที่ล้างไม่ออก ก็ใช้กระดาษทรายหรือตะไบขัดออกอย่างประณีต
การซ่อมเครื่องยนต์ไม่ใช่เรื่องยาก ขอแค่เข้าใจหลักการทำงานและหน้าที่ของชิ้นส่วนแต่ละชิ้น ถอดออกมาบำรุงรักษาทีละชิ้น อันไหนพังหรือสึกหรอหนักก็เปลี่ยนใหม่ แล้วประกอบกลับเข้าไป
หัวใจสำคัญอยู่ที่แปดจุด: การรั่วซึมทั้งสาม น้ำมัน, น้ำ, ก๊าซ, แรงดันกระบอกสูบ, จังหวะการจุดระเบิด, ไส้กรองทั้งสาม น้ำมันเชื้อเพลิง, น้ำมันเครื่อง, อากาศ, การฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นละอองฝอย, รูระบายและรูขนาดเล็กต่าง ๆ และการรันอินเครื่องยนต์ ขอแค่คุมแปดจุดนี้ได้ เครื่องยนต์รุ่น 6135 สองเครื่องนี้ก็กลับมาฟิตปั๋งได้แน่นอน
ฟังวิทยุไป ตากพัดลมไป นั่งขัดชิ้นส่วนทีละชิ้นใต้เพิงพัก ไม่ร้อน ไม่เหนื่อย แค่เปื้อนหน่อย ๆ
กำลังทำเพลิน ๆ เสี่ยวเจียงที่เชื่อมงานมาครึ่งค่อนวันก็เดินขยี้ตาเข้ามาหา
“เจ้าปลาเค็ม นายจะยกเครื่องเมื่อไหร่?”
“มะรืนนี้”
“มะรืนนี้วันอาทิตย์นะ วันอาทิตย์นายไม่หยุดเหรอ?”
การยกเครื่องยนต์เป็นงานช้าง หานอวี่ทำคนเดียวไม่ไหว เขาเงยหน้าขึ้นยิ้ม
“มะรืนพี่เขยฉันหยุดงาน ฉันเลยขอให้เขามาช่วย”
เสี่ยวเจียงเดินไปเปิดก๊อกถังน้ำเก็บความร้อน รินน้ำชาใส่ชามแล้วกระดกอึกใหญ่ นั่งลงถาม
“พี่เขยนายซ่อมเครื่องเป็นด้วยเหรอ?”
“เขาเป็นหัวหน้าช่างเครื่องที่ท่าเรือปินเจียง งานพวกนี้เขาถนัดกว่าฉันเยอะ”
หานอวี่หยิบเศษผ้าฝ้ายมาเช็ดมือ แล้วยกถ้วยชาขึ้นจิบบ้าง
“จากปินเจียงมาที่นี่ใช้เวลากี่ชั่วโมง?”
“เมื่อเที่ยงฉันโทรไปหา เขาบอกว่าจะนั่งเรือของท่าเรือมา ทางน้ำเร็วกว่า ไม่เกินชั่วโมงก็ถึง”
“การท่าเรือปินเจียงมีเรือมาถึงท่าเรือไป๋หลงด้วยเหรอ?”
“มีสิ พนักงานท่าเรือหลายคนบ้านอยู่ที่ปินเจียงนี่นา”
เสี่ยวเจียงไม่ค่อยรู้เรื่องทางน้ำ และไม่ได้สนใจเรื่องท่าเรือเท่าไหร่ เขาอยากรู้เรื่องที่สถานีตำรวจริมแม่น้ำไปจับคนเมื่อเช้ามากกว่าเรื่องอื่น หานอวี่เลยเล่าให้ฟังเท่าที่เล่าได้
คุยกันอยู่ดี ๆ ชายวัยสี่สิบกว่าคนหนึ่งก็ขี่จักรยานมาหาเถ้าแก่อู๋
ตอนแรกหานอวี่นึกว่าจะมาขอให้เถ้าแก่อู๋ช่วยวิ่งเต้นเรื่องคดี แต่กลายเป็นว่าเขามองโลกในแง่ร้ายไปหน่อย
คนคนนี้เป็นเจ้าของเรือเอกชน เป็นลูกค้าที่มาจ้างเถ้าแก่อู๋ต่อเรือ เรือที่เสี่ยวเจียงเชื่อมอยู่ครึ่งค่อนวันนั่นแหละของเขา
จ่ายเงินไปตั้งเยอะ เจ้าของเรือก็ต้องมาดูความคืบหน้าและคุณภาพงานเป็นธรรมดา
ตอนที่เถ้าแก่อู๋พาเจ้าของเรือไปดูงานที่หาดทรายริมแม่น้ำ จู่ ๆ เสี่ยวเจียงก็เปรยขึ้นมาว่า
“เถ้าแก่จางคนนี้ตื่นตูมง่ายชะมัด แกมีเรือปูนขนาดสามสิบห้าตันอยู่ลำหนึ่ง เป็นเรือใหม่เอี่ยมเลยนะ ไม่รู้ไปได้ยินมาจากไหนว่ารัฐบาลอาจจะห้ามเรือปูนวิ่งในแม่น้ำ เลยรีบกู้เงินมาต่อเรือเหล็ก”
คนพูดไม่คิดอะไร แต่คนฟังกลับคิดหนัก
ความรู้สึกเดจาวูที่คุ้นเคยผุดขึ้นในหัวหานอวี่อีกครั้ง พร้อมกับภาพเหตุการณ์จากชีวิตก่อนที่เชื่อมโยงกันเป็นฉาก ๆ—
กรมการขนส่งประกาศห้ามเรือปูนขนส่งสินค้าทางน้ำกะทันหัน
พ่อหน้าถอดสี แม่ร้องไห้โฮ พี่ชายกับพี่สะใภ้วิ่งวุ่นทำอะไรไม่ถูก
เรือสองลำของที่บ้านเพิ่งซื้อมาไม่กี่ปี
ลำหนึ่งรวมเครื่องยนต์ราคาตั้งสี่หมื่นหนึ่ง
อีกลำกู้เงินซื้อมาสี่หมื่นห้า
มันไม่ใช่แค่เครื่องมือทำมาหากิน
แต่มันคือบ้าน และคือชีวิต!
แต่นโยบายเปลี่ยนไวยิ่งกว่ากะพริบตาเดียว บทจะห้ามก็ห้ามดื้อ ๆ
หนี้เก่าก็ยังใช้ไม่หมด จำใจต้องขายเรือปูนติดเครื่องยนต์ที่ซื้อมาแพงแสนแพงทิ้งในราคาถูกเหมือนให้เปล่า
แล้วต้องไปไหว้วานผู้บริหารบริษัทเดินเรือให้ช่วยกู้แบงก์เพื่อซื้อเรือเหล็กขนาดห้าสิบตัน
หนี้สินท่วมหัว คนสี่ห้าชีวิตต้องเบียดเสียดกันอยู่บนเรือลำเดียว
ฝ่าคลื่นลม ตากแดดตากฝนอย่างหนักหน่วงถึงเจ็ดแปดปี กว่าจะใช้หนี้หมด
“เจ้าปลาเค็ม! เจ้าปลาเค็ม! เหม่ออะไรอยู่?”
“อ้อ เปล่า ไม่มีอะไร”
หานอวี่ดึงสติกลับมา ก่อนจะถามเสียงเบา
“ปีนี้กิจการอู่ต่อเรือเป็นไงบ้าง ช่วงนี้รับต่อเรือกี่ลำแล้ว?”
เสี่ยวเจียงวางชามชาลงแล้วยิ้ม
“ปีนี้ก็พอได้ รวมลำที่กำลังต่ออยู่นี่ ก็รับมาหกลำแล้ว ถ้าผู้จัดการอู๋หาเหล็กได้ คงรับเพิ่มได้อีกหลายลำ”
“เถ้าแก่ที่มาสั่งต่อเรือ เมื่อก่อนใช้เรือปูนกันทั้งนั้นเลยเหรอ?”
“ส่วนใหญ่แหละ ช่วงนี้เถ้าแก่เรือหลายคนแห่กันเปลี่ยนเรือ”
เสี่ยวเจียงนึกว่าเขาไม่รู้เรื่อง เลยอธิบายเพิ่ม
“เมื่อก่อนพอต่อเรือเสร็จ เชิญคนกรมการขนส่งมาดูก็ออกใบอนุญาตได้แล้ว แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้ ต้องไปตรวจสภาพเรือที่หน่วยงานอะไรสักอย่าง ได้ข่าวว่าเรือปูนต่อใหม่ขอใบอนุญาตไม่ได้แล้วด้วย”
เรือปูนเก่าอาจจะยังวิ่งได้ แต่เรือใหม่ขอใบอนุญาตไม่ได้
แสดงว่าการห้ามเรือปูนขนส่งสินค้าเป็นเรื่องที่ต้องเกิดขึ้นแน่ ๆ ไม่ช้าก็เร็ว
ตอนนี้ขายเรือปูนทิ้งยังพอได้ราคา
ถ้าทางรัฐประกาศห้ามเป็นทางการเมื่อไหร่ ถึงตอนนั้นคงไร้ราคา
หานอวี่ตระหนักว่าพ่อแม่กับพี่ชายพี่สะใภ้ต้องรีบเตรียมตัว
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะทำทีเป็นถามเรื่องอื่น
“ลูกพี่ลูกน้องนายล่ะ?”
“ไปรับซื้อข้าวที่ประตูระบายน้ำ เดี๋ยวคงมาแหละ”
เสี่ยวเจียงลุกขึ้นมองไปทางประตูระบายน้ำเล็กทางทิศเหนือ กลัวเถ้าแก่อู๋จะหาว่าอู้งาน เลยคว้าหน้ากากเชื่อมวิ่งกลับไปทำงานที่หาดทรายต่อ
ตำรวจน้อยที่นั่งพักอยู่ใกล้ ๆ ฟังอยู่ด้วยถึงกับหลุดหัวเราะออกมา
“ชื่อเสียงสวี่ซานเย่นี่เลื่องลือจริง ๆ”