- หน้าแรก
- ซื่อเหอหยวน : ฉันมีระบบฟาร์มในยุคภัยแล้ง
- บทที่ 109 การวางแผนของตระกูลเหยียน
บทที่ 109 การวางแผนของตระกูลเหยียน
บทที่ 109 การวางแผนของตระกูลเหยียน
บทที่ 109 การวางแผนของตระกูลเหยียน
“ใช่แล้ว ! !” เหยียนปู้กุ้ยตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้น
ป้าสามและเหยียนเจี่ยเฉิงหันไปมองเขาพร้อมกัน
“เราก็ทำแบบบ้านตระกูลเจี่ยสิ ! พวกเขามีเงินแต่แกล้งทำเป็นจน ให้ฉินหวยหรูออกไปขอข้าวทั่วทั้งลาน”
เหยียนปู้กุ้ยพูดด้วยสายตาเต็มไปด้วยแผนการ “แบบนี้แหละ...อวี่สวี่ เธอลองดูสิ ในลานยังมีหนุ่มโสดอยู่อีกตั้งหลายคน พรุ่งนี้ลองดูว่ามีใครต้องการให้ช่วยอะไรบ้าง”
“พวกผู้ชายน่ะให้ใช้แรงก็พอได้ แต่เรื่องเย็บผ้า ซักผ้า ล้างถ้วยล้างชาม คงไม่ถนัดหรอก”
“อวี่สวี่ เธอก็แค่เข้าไปช่วยเหลืองานบ้านนิด ๆ หน่อย ๆ แล้วขอค่าตอบแทน แบบนี้เธอก็จะมีรายได้จากการทำงานบ้านแล้วไง”
อวี่สวี่มองพ่อด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ “พ่อ ! พ่อจะให้หนูไปซักผ้าทำกับข้าวให้ผู้ชายคนอื่นเนี่ยนะ ?”
เหยียนเจียเฉิงรีบพูดขึ้นมา “ไม่ได้ ! ไม่มีทาง ! อวี่สวี่เป็นเมียผมนะ ถ้าใครมาเห็นเข้า จะว่ายังไง !”
แต่เหยียนปู้กุ้ยกลับไม่แยแส แถมยังเบิกตากลมพูดกลับไปว่า “ว่าอะไรได้ ? พวกเราก็ไม่ได้ทำฟรีนะ ต้องให้เขาจ่ายเงิน มันเป็นการหาเงิน จะอายทำไม ?”
“อีกอย่าง แม่แกก็อยู่ในลานทั้งวัน ยังกลัวว่าเมียแกจะเสียเปรียบอะไรอีกเหรอ ?”
เหยียนเจียเฉิงคิดตามแล้วก็รู้สึกว่า...แค่ซักผ้าทำกับข้าว มันก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร แค่พูดกันให้เข้าใจ
คนในลานก็รู้กันอยู่แล้วว่าตอนนี้บ้านตระกูลเหยียนกำลังลำบาก คงไม่มีใครเอาไปนินทาหรอก ไหนจะมีแม่อยู่บ้านทั้งวัน ก็ไม่ต้องกลัวว่าเมียจะโดนเอาเปรียบ
แบบนี้เท่ากับว่าบ้านของเราจะมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกทาง เขาเองก็จะได้สบายขึ้นหน่อย คิดไปคิดมา เหยียนเจียเฉิงก็ยิ่งรู้สึกว่าเหยียนปู้กุ้ยพูดมีเหตุผล
เขาพยักหน้าแล้วหันไปมองอวี่สวี่ “ฉันว่าก็น่าทำนะ” อวี่สวี่มองสามีด้วยสีหน้าตกตะลึง นี่เรื่องแบบนี้...เขายังกล้าตอบตกลงได้อีกเหรอ ?
ให้เมียตัวเองไปซักผ้าทำกับข้าวในบ้านผู้ชายโสด… แบบนี้มันเข้าท่าได้ยังไงกัน ?
แต่อวี่สวี่มองไปเห็นสีหน้าของคนในบ้านตระกูลเหยียนที่ต่างก็เห็นด้วยกันหมด ในใจเธอก็ขมขื่นอยู่ลึก ๆ แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่พยักหน้ารับอย่างเงียบ ๆ
“งั้นจะไปบ้านใครล่ะ ?” เหยียนเจียเฉิงถาม
“บ้านสวี่ต้าม่าวน่ะ ตัดออกไปเลย คนแบบนั้นร้ายลึกทั้งตัว” ป้าสามคิดแล้วก็พูดขึ้นมา
เหยียนเจียเฉิงก็พยักหน้าแรง ๆ ตาม เขาอยากให้อวี่สวี่ออกไปทำงานหาเงินก็จริง แต่ไม่ได้อยากให้คนสวมหมวกเขียวให้เขาหรอก
“บ้านซาชูก็มีน้องสาวอยู่ในบ้าน แถมฉินหวยหรูก็ไปช่วยทำความสะอาดบ้านให้เขาบ่อย ๆ อยู่แล้ว”
“ส่วนบ้านตระกูลหลิว ลูกชายสามคนยังไม่มีใครทำงาน ต้องให้หลิวไห่จงคอยเลี้ยงทั้งหมด ไม่มีเงินหรอก”
“ดู ๆ แล้ว...ก็คงเหลือแต่บ้านหลินเย่แล้วล่ะ”
เหยียนปู้กุ้ยนั่งคิดวนอยู่ครู่หนึ่ง…ดูเหมือนในลานนี้ คนที่ทั้งมีเงิน เป็นโสด แล้วก็พอจะมีปัญญาช่วยเหลือ บ้านพวกเขาได้ ก็คงมีแค่หลินเย่เท่านั้น
“หลินเย่ ? ! !”
เหยียนเจียเฉิงกับอวี่สวี่สีหน้าดูแปลก ๆ ไปทันที
ก็แน่ล่ะ…ตอนแรกคนที่อวี่สวี่จะไปดูตัวด้วยก็คือหลินเย่ แต่ดันถูกบ้านตระกูลเหยียนเข้ามาขัดจังหวะแล้วแย่งตัวเธอไปก่อน
“เหยียนเจียเฉิงเองก็เคยพาอวี่สวี่ไปหัวเราะเยาะหลินเย่มาแล้วแท้ ๆ แต่ตอนนี้กลับจะไปขอเงินเขาอีก คิดแค่นี้ก็อายจนแทบอยากแทรกแผ่นดินหนีแล้ว”
ดูเหมือนเหยียนปู้กุ้ยจะสังเกตเห็นความลังเลของทั้งคู่ ใบหน้าก็รีบเปลี่ยนเป็นสีหน้าเศร้าแทบทันที
“เจียเฉิง พ่อรู้ว่ามันน่าอาย…”
“แต่ตอนนี้มันขาดแคลนอาหารกันไปหมด หลินเย่น่ะเขามีปัญญาหาเสบียงได้ บ้านเรามีปากท้องให้เลี้ยงตั้งเยอะ ต้องไปซื้อข้าวของอีกมาก แค่เงินเดือนของพ่อกับแกสองคน มันไม่พอหรอก ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ สุดท้ายก็ไม่มีข้าวกินกันทั้งบ้าน จะอายบ้างแล้วมันยังไง ?”
“หลินเย่ไม่ใช่แค่มีเงิน ของกินในบ้านเขายังดีอีกต่างหาก ถ้าอวี่สวี่ได้ไปทำงานบ้านให้เขา อาจจะได้กินข้าวดี ๆ ของเขาไปด้วยก็ได้นะ…”
พอได้ยินแบบนั้น เหยียนเจียเฉิงถึงกับดวงตาเปล่งประกายขึ้นมา แค่ได้กลิ่นกากหมูที่ลอยมาในอากาศ ก็แทบจะกลืนน้ำลายตามไม่ทัน
คิดดูสิ ถ้าได้กินข้าวดี ๆ จากบ้านหลินเย่ด้วย แบบนั้นมันก็คุ้ม ! เขากัดฟันแน่นแล้วคิดอยู่ในใจ อายก็ช่างมันเถอะ “ตกลง! เอาตามที่พ่อว่าเลย !”
เหยียนปู้กุ้ยหันไปมองอวี่สวี่อีกที เห็นเธอพยักหน้าตอบรับแล้วถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่ในใจของเหยียนปู้กุ้ย กลับแอบมีแผนร้ายซ่อนอยู่ลึก ๆ แค่ให้อวี่สวี่ตีสนิทกับหลินเย่ ให้เขาเผลอวางใจลงสักหน่อย
จากนั้นก็ให้อวี่สวี่เสียสละนิดหน่อย ไม่ต้องถึงขั้นนอนด้วยกันก็ได้ แค่กอดกันแนบชิด หรือถอดเสื้อคลุมให้ดูน่าสงสัยหน่อย พอถึงจังหวะเหมาะ ๆ ค่อยให้คนในบ้านบุกเข้าไป “จับคาหนังคาเขา”
แล้วเอาเรื่องนี้ไปขู่หลินเย่ แบบนั้นทั้งบ้านก็จะได้เกาะเขากินไปได้ตลอดชีวิต เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ มุมปากของ เหยียนปู้กุ้ยก็แสยะยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์
ด้านลานกลางบ้าน... ตระกูลเจีย
“พ่อ ! ผมไม่อยากกินหมั่นโถว ! ผมอยากกินเนื้อ ! อยากกินเนื้อ ! ! ถ้าพ่อไม่ให้ ผมก็จะนอนแผ่กับพื้นนี่แหละ ไม่ลุกไปไหน !”
ตอนนั้นเจ้าหนูปังเกิงยังไม่รู้เลยว่า สีหน้าของพ่อเขาน่ากลัวแค่ไหน ยังมัวแต่เอาแต่ใจ ร้องหาเนื้อกินไม่หยุด
พอเห็นว่าพ่อยังไม่ตอบสนอง ปังเกิงก็ทิ้งตัวลงนอนกับพื้นทันที
แต่เจียตงสวี่ซึ่งกำลังหงุดหงิดสุด ๆ จากที่เสียเงินไปเยอะในช่วงสองสามวันนี้ พอมาเจอลูกชายมาวิ่งวีนแตกใส่เข้าอีก ก็เหมือนกองไฟโดนน้ำมัน
ไฟในอกเขาพลุ่งพล่านขึ้นทันที !
“จะกินเนื้อบ้าอะไรของแก๊ ! !”
เจียตงสวี่คว้าด้ามไม้กวาดข้างตัวได้ ก็ฟาดลงไปบนตัวเจ้าลูกชายที่นอนอยู่กับพื้นทันที
เพี๊ยะ ! เพี๊ยะ !
“อ๊าาาาาา ! ! !”
เสียงร้องของปังเกิงดังก้องไปทั่วลานบ้าน...
ปังเกิงถูกตีจนร้องไห้เสียงดังลั่น ร้องแทบเป็นแทบตาย เจียตงสวี่ระบายความอัดอั้นในใจตลอดสองสามวันที่ผ่านมาลงไปกับลูกชายอย่างไม่ยั้ง ทางด้านเจียจางซือที่กำลังนั่งเย็บพื้นรองเท้าอยู่ในบ้าน ได้ยินเสียงหลานร้องโหยหวนก็ตกใจจนรีบวิ่งออกมาทันที
“ปังเกิง ! หลานรักของย่า !”
“ตงสวี่ ! นี่แกทำอะไรลงไป ! ?”
เจียจางซือวิ่งพรวดเข้ามา แล้วรีบคว้าตัวปังเกิงมากอดแน่นด้วยความตกใจ
“ตงสวี่...ตีลูกได้ยังไง...”
ฉินหวยหรูที่ได้ยินเสียงจากในครัวก็รีบวิ่งออกมาเช่นกัน เธอมีน้ำตาคลอเต็มดวงตา รีบคว้ามือเจียตงสวี่ที่ยังถือไม้กวาดเอาไว้อยู่แน่น ไม่ยอมปล่อย
เสียงร้องโวยวายเรียกความสนใจจากชาวบ้านในลาน
ไม่นาน ก็มีคนในลานหลายคนวิ่งตามเสียงมาดูเหตุการณ์กันแน่นขนัด...
คนที่วิ่งมาถึงเร็วที่สุดคือซาชู เพราะว่าเขากังวลมากเมื่อได้ยินเสียงร้องโหยหวนจากลูกชายของฉินหวยหรู
แต่พอซาชูเดินเข้ามาในบ้าน กลับต้องตกตะลึงจนพูดไม่ออก
เพราะสายตาของเขากลับจดจ่ออยู่ที่อกของฉินหวยหรูโดยไม่รู้ตัว ตอนนี้ฉินหวยหรูอยู่ในครัวจุดไฟทำกับข้าว รู้สึกร้อนจนต้องปลดกระดุมเสื้อหน้าอกออกไปสองเม็ด
ทำให้ซาชูได้เห็นร่องอกขาวนวลจนตาค้าง
“โอ้โห...นี่ปังเกิงก่อเรื่องอะไรไว้ถึงโดนตีหนักขนาดนี้นะ ?”
“ไม่รู้เหมือนกัน แต่ที่แน่ ๆ เจียตงสวี่เล่นแรงเกินไปจริง ๆ”
“จะเป็นไปได้ไหมว่าปังเกิงนี่แหละ ขโมยเงินเจียตงสวี่ไป ?”
“ก็น่าจะใช่ เพราะปังเกิงนั่นแหละที่ทำเรื่องแบบนี้ได้ !”
คนในลานบ้านพูดคุยกันไปพร้อมกับแสดงความสงสัยมองไปที่ซาชู ทำไมซาชูถึงยืนอยู่ที่ประตูบ้านตระกูลเจียแบบนั้น ไม่ขยับไปไหนเลย
นี่ไม่ใช่นิสัยของซาชูเลยนะ !
“เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย ?”
อี้จงไห่ก็เดินมาถึงหน้าบ้านตระกูลเจียในตอนนี้ด้วย เขาอยากฉวยโอกาสนี้เข้าใกล้เจี่ยตงสวี่ให้มากขึ้น
แต่หน้าประตูเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย อี้จงไห่เลยเบียดตัวเข้าไปไม่ได้ ต้องยืนเขย่งปลายเท้ารออยู่ด้านนอกแทน
จังหวะนั้นเอง เจียตงสวี่หันกลับมามองข้างนอก สายตาก็ไปสะดุดกับดวงตาซาชูที่กำลังจ้องมองเมียตัวเองอยู่
พอหันตามสายตาไปก็เห็นว่าเมียของเขาปลดกระดุมเสื้อออก
“ปัง !”
เจี่ยตงสวี่ใช้มือฟาดฉินหวยหรูไปหนึ่งที “เธอนี่มันตัวอะไรไม่รู้ ดูสิเธอทำอะไรไว้ เสื้อผ้าก็ไม่รู้จักติดกระดุมให้เรียบร้อย !”
“จะไปยั่วใครหรือไง ไอ้ที่ด้านล่างมันคันหรือยังไง ?” เจียตงสวี่กัดฟันแล้วด่าด้วยน้ำเสียงขมขื่นเหมือนตัวเองโดนเอาเปรียบเต็ม ๆ
“นี่แหละ...ที่แท้ซาชูถึงได้เอาแต่ยืนมองฉินหวยหรูแบบนั้น...”
“ไม่มีความอายกันเลย !”
“แต่ว่าพูดตามตรง ฉินหวยหรูนั่นหน้าอกใหญ่จริง ๆ นะ !”
ตอนนั้นทุกคนถึงได้เข้าใจว่า ทำไมซาชูถึงได้จ้องตาเขม็งแบบไม่พูดอะไรนานขนาดนั้น ก็เพราะเจ้าหนุ่มนี่แอบมองหน้าอกเมียคนอื่นอยู่นั่นเอง !
สายตาของหลายคนก็เลยหันไปมองที่ฉินหวยหรูด้วยความสนใจ แต่ก็ช่างน่าเสียดาย เพราะตอนนี้ฉินหวยหรูใช้สองมือปิดหน้าอกของตัวเองไว้แน่นหนา
ทำให้ผู้ชายหลายคนผิดหวังไปตาม ๆ กัน
โดยเฉพาะสวี่ต้าม่าว อย่าคิดว่าเขาชอบพูดจับผิดซาชูที่แอบชอบฉินหวยหรูเท่านั้น จริง ๆ แล้วใจเขาก็ไม่ได้ต่างกัน เขาก็ชอบฉินหวยหรูเหมือนกัน
“พี่เจีย ! ทำไมถึงตีพี่ฉินล่ะ !”
“พี่ฉินเป็นคนดีขนาดนั้นแท้ ๆ นะ”
ซาชูพอเห็นนางฟ้าของตัวเองถูกตีเข้าไป ก็เหมือนได้สติขึ้นมาทันที วิ่งตรงเข้าไปข้าง ๆ ฉินหวยหรู เพื่อจะช่วยประคองเธอให้ลุกขึ้นมา แต่เจียตงสวี่ที่เห็นซาชูแอบมองเมียตัวเองอยู่แล้ว ยังจะกล้ามาจับต้องอีก ทำให้เขาทนไม่ไหว ในจังหวะที่ซาชูกำลังละสายตาไปจากเขา เจียตงสวี่จัดการเตะเข้าไปที่เอวซาชูทันที
“ปัง !”
ซาชูถูกเตะจนปลิวไปกระแทกกับประตูครัวของบ้านตระกูลเจียอย่างจัง
“ฮ่าฮ่าฮ่า !”
“เจียตงสวี่ทำได้ดีมาก ! ซาชูแอบมองเมียแกแบบนี้ ไม่ควรปล่อยไว้เด็ดขาด !”
“จัดหนักให้เขาสักที !”
สวี่ต้าม่าวเห็นแบบนั้นก็ลุกพรวดขึ้นมา พร้อมกับยิ่งปลุกเร้าให้ทุกคนฮึกเหิมขึ้นอีก
“อื้อหือ !”
ซาชูเอามือกุมที่เอว หายใจแรง ๆ ราวกับถูกน้ำเย็นสาด แรงเตะเต็ม ๆ ของเจียตงสวี่เกือบทำให้เอวของเขาหักไม่เป็นท่า
ซาชูกัดฟันแล้วลุกขึ้นมาจากพื้น สายตาเต็มไปด้วยความโกรธ จ้องไปที่เจียตงสวี่อย่างไม่พอใจ
"แกเตะฉันก็ช่างเถอะ แต่ดันมาตีพี่ฉิน"
"วันนี้ฉันจะต้องสั่งสอนแกให้หนักสักที ! "
ซาชูนึกถึงคำพูดของหญิงชราหูหนวกขึ้นมา พอดีเลยจะได้ใช้เจียตงสวี่สร้างบารมี