เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 109 การวางแผนของตระกูลเหยียน

บทที่ 109 การวางแผนของตระกูลเหยียน

บทที่ 109 การวางแผนของตระกูลเหยียน


บทที่ 109 การวางแผนของตระกูลเหยียน

“ใช่แล้ว ! !” เหยียนปู้กุ้ยตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้น

ป้าสามและเหยียนเจี่ยเฉิงหันไปมองเขาพร้อมกัน

“เราก็ทำแบบบ้านตระกูลเจี่ยสิ ! พวกเขามีเงินแต่แกล้งทำเป็นจน ให้ฉินหวยหรูออกไปขอข้าวทั่วทั้งลาน”

เหยียนปู้กุ้ยพูดด้วยสายตาเต็มไปด้วยแผนการ “แบบนี้แหละ...อวี่สวี่ เธอลองดูสิ ในลานยังมีหนุ่มโสดอยู่อีกตั้งหลายคน พรุ่งนี้ลองดูว่ามีใครต้องการให้ช่วยอะไรบ้าง”

“พวกผู้ชายน่ะให้ใช้แรงก็พอได้ แต่เรื่องเย็บผ้า ซักผ้า ล้างถ้วยล้างชาม คงไม่ถนัดหรอก”

“อวี่สวี่ เธอก็แค่เข้าไปช่วยเหลืองานบ้านนิด ๆ หน่อย ๆ แล้วขอค่าตอบแทน แบบนี้เธอก็จะมีรายได้จากการทำงานบ้านแล้วไง”

อวี่สวี่มองพ่อด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ “พ่อ ! พ่อจะให้หนูไปซักผ้าทำกับข้าวให้ผู้ชายคนอื่นเนี่ยนะ ?”

เหยียนเจียเฉิงรีบพูดขึ้นมา “ไม่ได้ ! ไม่มีทาง ! อวี่สวี่เป็นเมียผมนะ ถ้าใครมาเห็นเข้า จะว่ายังไง !”

แต่เหยียนปู้กุ้ยกลับไม่แยแส แถมยังเบิกตากลมพูดกลับไปว่า “ว่าอะไรได้ ? พวกเราก็ไม่ได้ทำฟรีนะ ต้องให้เขาจ่ายเงิน มันเป็นการหาเงิน จะอายทำไม ?”

“อีกอย่าง แม่แกก็อยู่ในลานทั้งวัน ยังกลัวว่าเมียแกจะเสียเปรียบอะไรอีกเหรอ ?”

เหยียนเจียเฉิงคิดตามแล้วก็รู้สึกว่า...แค่ซักผ้าทำกับข้าว มันก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร แค่พูดกันให้เข้าใจ

คนในลานก็รู้กันอยู่แล้วว่าตอนนี้บ้านตระกูลเหยียนกำลังลำบาก คงไม่มีใครเอาไปนินทาหรอก ไหนจะมีแม่อยู่บ้านทั้งวัน ก็ไม่ต้องกลัวว่าเมียจะโดนเอาเปรียบ

แบบนี้เท่ากับว่าบ้านของเราจะมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกทาง เขาเองก็จะได้สบายขึ้นหน่อย คิดไปคิดมา เหยียนเจียเฉิงก็ยิ่งรู้สึกว่าเหยียนปู้กุ้ยพูดมีเหตุผล

เขาพยักหน้าแล้วหันไปมองอวี่สวี่ “ฉันว่าก็น่าทำนะ” อวี่สวี่มองสามีด้วยสีหน้าตกตะลึง นี่เรื่องแบบนี้...เขายังกล้าตอบตกลงได้อีกเหรอ ?

ให้เมียตัวเองไปซักผ้าทำกับข้าวในบ้านผู้ชายโสด… แบบนี้มันเข้าท่าได้ยังไงกัน ?

แต่อวี่สวี่มองไปเห็นสีหน้าของคนในบ้านตระกูลเหยียนที่ต่างก็เห็นด้วยกันหมด ในใจเธอก็ขมขื่นอยู่ลึก ๆ แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่พยักหน้ารับอย่างเงียบ ๆ

“งั้นจะไปบ้านใครล่ะ ?” เหยียนเจียเฉิงถาม

“บ้านสวี่ต้าม่าวน่ะ ตัดออกไปเลย คนแบบนั้นร้ายลึกทั้งตัว” ป้าสามคิดแล้วก็พูดขึ้นมา

เหยียนเจียเฉิงก็พยักหน้าแรง ๆ ตาม เขาอยากให้อวี่สวี่ออกไปทำงานหาเงินก็จริง แต่ไม่ได้อยากให้คนสวมหมวกเขียวให้เขาหรอก

“บ้านซาชูก็มีน้องสาวอยู่ในบ้าน แถมฉินหวยหรูก็ไปช่วยทำความสะอาดบ้านให้เขาบ่อย ๆ อยู่แล้ว”

“ส่วนบ้านตระกูลหลิว ลูกชายสามคนยังไม่มีใครทำงาน ต้องให้หลิวไห่จงคอยเลี้ยงทั้งหมด ไม่มีเงินหรอก”

“ดู ๆ แล้ว...ก็คงเหลือแต่บ้านหลินเย่แล้วล่ะ”

เหยียนปู้กุ้ยนั่งคิดวนอยู่ครู่หนึ่ง…ดูเหมือนในลานนี้ คนที่ทั้งมีเงิน เป็นโสด แล้วก็พอจะมีปัญญาช่วยเหลือ     บ้านพวกเขาได้ ก็คงมีแค่หลินเย่เท่านั้น

“หลินเย่ ? ! !”

เหยียนเจียเฉิงกับอวี่สวี่สีหน้าดูแปลก ๆ ไปทันที

ก็แน่ล่ะ…ตอนแรกคนที่อวี่สวี่จะไปดูตัวด้วยก็คือหลินเย่ แต่ดันถูกบ้านตระกูลเหยียนเข้ามาขัดจังหวะแล้วแย่งตัวเธอไปก่อน

“เหยียนเจียเฉิงเองก็เคยพาอวี่สวี่ไปหัวเราะเยาะหลินเย่มาแล้วแท้ ๆ แต่ตอนนี้กลับจะไปขอเงินเขาอีก คิดแค่นี้ก็อายจนแทบอยากแทรกแผ่นดินหนีแล้ว”

ดูเหมือนเหยียนปู้กุ้ยจะสังเกตเห็นความลังเลของทั้งคู่ ใบหน้าก็รีบเปลี่ยนเป็นสีหน้าเศร้าแทบทันที

“เจียเฉิง พ่อรู้ว่ามันน่าอาย…”

“แต่ตอนนี้มันขาดแคลนอาหารกันไปหมด หลินเย่น่ะเขามีปัญญาหาเสบียงได้ บ้านเรามีปากท้องให้เลี้ยงตั้งเยอะ ต้องไปซื้อข้าวของอีกมาก แค่เงินเดือนของพ่อกับแกสองคน มันไม่พอหรอก ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ สุดท้ายก็ไม่มีข้าวกินกันทั้งบ้าน จะอายบ้างแล้วมันยังไง ?”

“หลินเย่ไม่ใช่แค่มีเงิน ของกินในบ้านเขายังดีอีกต่างหาก ถ้าอวี่สวี่ได้ไปทำงานบ้านให้เขา อาจจะได้กินข้าวดี ๆ ของเขาไปด้วยก็ได้นะ…”

พอได้ยินแบบนั้น เหยียนเจียเฉิงถึงกับดวงตาเปล่งประกายขึ้นมา แค่ได้กลิ่นกากหมูที่ลอยมาในอากาศ ก็แทบจะกลืนน้ำลายตามไม่ทัน

คิดดูสิ ถ้าได้กินข้าวดี ๆ จากบ้านหลินเย่ด้วย แบบนั้นมันก็คุ้ม ! เขากัดฟันแน่นแล้วคิดอยู่ในใจ อายก็ช่างมันเถอะ “ตกลง! เอาตามที่พ่อว่าเลย !”

เหยียนปู้กุ้ยหันไปมองอวี่สวี่อีกที เห็นเธอพยักหน้าตอบรับแล้วถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่ในใจของเหยียนปู้กุ้ย กลับแอบมีแผนร้ายซ่อนอยู่ลึก ๆ แค่ให้อวี่สวี่ตีสนิทกับหลินเย่ ให้เขาเผลอวางใจลงสักหน่อย

จากนั้นก็ให้อวี่สวี่เสียสละนิดหน่อย ไม่ต้องถึงขั้นนอนด้วยกันก็ได้ แค่กอดกันแนบชิด หรือถอดเสื้อคลุมให้ดูน่าสงสัยหน่อย พอถึงจังหวะเหมาะ ๆ ค่อยให้คนในบ้านบุกเข้าไป “จับคาหนังคาเขา”

แล้วเอาเรื่องนี้ไปขู่หลินเย่ แบบนั้นทั้งบ้านก็จะได้เกาะเขากินไปได้ตลอดชีวิต เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ มุมปากของ      เหยียนปู้กุ้ยก็แสยะยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์

ด้านลานกลางบ้าน... ตระกูลเจีย

“พ่อ ! ผมไม่อยากกินหมั่นโถว ! ผมอยากกินเนื้อ ! อยากกินเนื้อ ! ! ถ้าพ่อไม่ให้ ผมก็จะนอนแผ่กับพื้นนี่แหละ ไม่ลุกไปไหน !”

ตอนนั้นเจ้าหนูปังเกิงยังไม่รู้เลยว่า สีหน้าของพ่อเขาน่ากลัวแค่ไหน ยังมัวแต่เอาแต่ใจ ร้องหาเนื้อกินไม่หยุด

พอเห็นว่าพ่อยังไม่ตอบสนอง ปังเกิงก็ทิ้งตัวลงนอนกับพื้นทันที

แต่เจียตงสวี่ซึ่งกำลังหงุดหงิดสุด ๆ จากที่เสียเงินไปเยอะในช่วงสองสามวันนี้ พอมาเจอลูกชายมาวิ่งวีนแตกใส่เข้าอีก ก็เหมือนกองไฟโดนน้ำมัน

ไฟในอกเขาพลุ่งพล่านขึ้นทันที !

“จะกินเนื้อบ้าอะไรของแก๊ ! !”

เจียตงสวี่คว้าด้ามไม้กวาดข้างตัวได้ ก็ฟาดลงไปบนตัวเจ้าลูกชายที่นอนอยู่กับพื้นทันที

เพี๊ยะ ! เพี๊ยะ !

“อ๊าาาาาา ! ! !”

เสียงร้องของปังเกิงดังก้องไปทั่วลานบ้าน...

ปังเกิงถูกตีจนร้องไห้เสียงดังลั่น ร้องแทบเป็นแทบตาย เจียตงสวี่ระบายความอัดอั้นในใจตลอดสองสามวันที่ผ่านมาลงไปกับลูกชายอย่างไม่ยั้ง ทางด้านเจียจางซือที่กำลังนั่งเย็บพื้นรองเท้าอยู่ในบ้าน ได้ยินเสียงหลานร้องโหยหวนก็ตกใจจนรีบวิ่งออกมาทันที

“ปังเกิง ! หลานรักของย่า !”

“ตงสวี่ ! นี่แกทำอะไรลงไป ! ?”

เจียจางซือวิ่งพรวดเข้ามา แล้วรีบคว้าตัวปังเกิงมากอดแน่นด้วยความตกใจ

“ตงสวี่...ตีลูกได้ยังไง...”

ฉินหวยหรูที่ได้ยินเสียงจากในครัวก็รีบวิ่งออกมาเช่นกัน เธอมีน้ำตาคลอเต็มดวงตา รีบคว้ามือเจียตงสวี่ที่ยังถือไม้กวาดเอาไว้อยู่แน่น ไม่ยอมปล่อย

เสียงร้องโวยวายเรียกความสนใจจากชาวบ้านในลาน

ไม่นาน ก็มีคนในลานหลายคนวิ่งตามเสียงมาดูเหตุการณ์กันแน่นขนัด...

คนที่วิ่งมาถึงเร็วที่สุดคือซาชู เพราะว่าเขากังวลมากเมื่อได้ยินเสียงร้องโหยหวนจากลูกชายของฉินหวยหรู

แต่พอซาชูเดินเข้ามาในบ้าน กลับต้องตกตะลึงจนพูดไม่ออก

เพราะสายตาของเขากลับจดจ่ออยู่ที่อกของฉินหวยหรูโดยไม่รู้ตัว ตอนนี้ฉินหวยหรูอยู่ในครัวจุดไฟทำกับข้าว รู้สึกร้อนจนต้องปลดกระดุมเสื้อหน้าอกออกไปสองเม็ด

ทำให้ซาชูได้เห็นร่องอกขาวนวลจนตาค้าง

“โอ้โห...นี่ปังเกิงก่อเรื่องอะไรไว้ถึงโดนตีหนักขนาดนี้นะ ?”

“ไม่รู้เหมือนกัน แต่ที่แน่ ๆ เจียตงสวี่เล่นแรงเกินไปจริง ๆ”

“จะเป็นไปได้ไหมว่าปังเกิงนี่แหละ ขโมยเงินเจียตงสวี่ไป ?”

“ก็น่าจะใช่ เพราะปังเกิงนั่นแหละที่ทำเรื่องแบบนี้ได้ !”

คนในลานบ้านพูดคุยกันไปพร้อมกับแสดงความสงสัยมองไปที่ซาชู ทำไมซาชูถึงยืนอยู่ที่ประตูบ้านตระกูลเจียแบบนั้น ไม่ขยับไปไหนเลย

นี่ไม่ใช่นิสัยของซาชูเลยนะ !

“เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย ?”

อี้จงไห่ก็เดินมาถึงหน้าบ้านตระกูลเจียในตอนนี้ด้วย เขาอยากฉวยโอกาสนี้เข้าใกล้เจี่ยตงสวี่ให้มากขึ้น

แต่หน้าประตูเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย อี้จงไห่เลยเบียดตัวเข้าไปไม่ได้ ต้องยืนเขย่งปลายเท้ารออยู่ด้านนอกแทน

จังหวะนั้นเอง เจียตงสวี่หันกลับมามองข้างนอก สายตาก็ไปสะดุดกับดวงตาซาชูที่กำลังจ้องมองเมียตัวเองอยู่

พอหันตามสายตาไปก็เห็นว่าเมียของเขาปลดกระดุมเสื้อออก

“ปัง !”

เจี่ยตงสวี่ใช้มือฟาดฉินหวยหรูไปหนึ่งที  “เธอนี่มันตัวอะไรไม่รู้ ดูสิเธอทำอะไรไว้ เสื้อผ้าก็ไม่รู้จักติดกระดุมให้เรียบร้อย !”

“จะไปยั่วใครหรือไง ไอ้ที่ด้านล่างมันคันหรือยังไง ?” เจียตงสวี่กัดฟันแล้วด่าด้วยน้ำเสียงขมขื่นเหมือนตัวเองโดนเอาเปรียบเต็ม ๆ

“นี่แหละ...ที่แท้ซาชูถึงได้เอาแต่ยืนมองฉินหวยหรูแบบนั้น...”

“ไม่มีความอายกันเลย !”

“แต่ว่าพูดตามตรง ฉินหวยหรูนั่นหน้าอกใหญ่จริง ๆ นะ !”

ตอนนั้นทุกคนถึงได้เข้าใจว่า ทำไมซาชูถึงได้จ้องตาเขม็งแบบไม่พูดอะไรนานขนาดนั้น ก็เพราะเจ้าหนุ่มนี่แอบมองหน้าอกเมียคนอื่นอยู่นั่นเอง !

สายตาของหลายคนก็เลยหันไปมองที่ฉินหวยหรูด้วยความสนใจ แต่ก็ช่างน่าเสียดาย เพราะตอนนี้ฉินหวยหรูใช้สองมือปิดหน้าอกของตัวเองไว้แน่นหนา

ทำให้ผู้ชายหลายคนผิดหวังไปตาม ๆ กัน

โดยเฉพาะสวี่ต้าม่าว อย่าคิดว่าเขาชอบพูดจับผิดซาชูที่แอบชอบฉินหวยหรูเท่านั้น จริง ๆ แล้วใจเขาก็ไม่ได้ต่างกัน เขาก็ชอบฉินหวยหรูเหมือนกัน

“พี่เจีย ! ทำไมถึงตีพี่ฉินล่ะ !”

“พี่ฉินเป็นคนดีขนาดนั้นแท้ ๆ นะ”

ซาชูพอเห็นนางฟ้าของตัวเองถูกตีเข้าไป ก็เหมือนได้สติขึ้นมาทันที วิ่งตรงเข้าไปข้าง ๆ ฉินหวยหรู เพื่อจะช่วยประคองเธอให้ลุกขึ้นมา แต่เจียตงสวี่ที่เห็นซาชูแอบมองเมียตัวเองอยู่แล้ว ยังจะกล้ามาจับต้องอีก ทำให้เขาทนไม่ไหว ในจังหวะที่ซาชูกำลังละสายตาไปจากเขา เจียตงสวี่จัดการเตะเข้าไปที่เอวซาชูทันที

“ปัง !”

ซาชูถูกเตะจนปลิวไปกระแทกกับประตูครัวของบ้านตระกูลเจียอย่างจัง

“ฮ่าฮ่าฮ่า !”

“เจียตงสวี่ทำได้ดีมาก ! ซาชูแอบมองเมียแกแบบนี้ ไม่ควรปล่อยไว้เด็ดขาด !”

“จัดหนักให้เขาสักที !”

สวี่ต้าม่าวเห็นแบบนั้นก็ลุกพรวดขึ้นมา พร้อมกับยิ่งปลุกเร้าให้ทุกคนฮึกเหิมขึ้นอีก

“อื้อหือ !”

ซาชูเอามือกุมที่เอว หายใจแรง ๆ ราวกับถูกน้ำเย็นสาด แรงเตะเต็ม ๆ ของเจียตงสวี่เกือบทำให้เอวของเขาหักไม่เป็นท่า

ซาชูกัดฟันแล้วลุกขึ้นมาจากพื้น สายตาเต็มไปด้วยความโกรธ จ้องไปที่เจียตงสวี่อย่างไม่พอใจ

"แกเตะฉันก็ช่างเถอะ แต่ดันมาตีพี่ฉิน"

"วันนี้ฉันจะต้องสั่งสอนแกให้หนักสักที ! "

ซาชูนึกถึงคำพูดของหญิงชราหูหนวกขึ้นมา พอดีเลยจะได้ใช้เจียตงสวี่สร้างบารมี

จบบทที่ บทที่ 109 การวางแผนของตระกูลเหยียน

คัดลอกลิงก์แล้ว