เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 93 ตรวจค้น (I)

บทที่ 93 ตรวจค้น (I)

บทที่ 93 ตรวจค้น (I)


บทที่ 93 ตรวจค้น (I)

“หืม? เกิดอะไรขึ้นอีกล่ะ?”

ช่วงเวลาห้าโมงเย็น ท้องฟ้าเริ่มมืดสลัว หลินเย่เพิ่งพาเฮ่ออวี่สุ่ยกลับเข้ามาในลานซื่อเหอหยวนพร้อมกับมีผู้คนมุงอยู่เต็มกลางลานบ้าน

นอกจากผู้คนในซื่อเหอหยวนแล้ว เขายังเห็นเจ้าหน้าที่ที่มาสอบสวนในตอนเช้า อย่างเจิ้งเฉาหยาง ไป๋หลิง และโตวเหมิน เพียงแต่คราวนี้ พวกเขาทั้งหมดใส่ชุดลำลอง ไม่ใช่เครื่องแบบ

(ในยุคนั้น ตำรวจใส่ชุดนอกเวลา ยังมีอำนาจสอบสวนได้ตามปกติ)

“พี่ชาย! ที่นี่เกิดอะไรขึ้นอีกเนี่ย?” เฮ่ออวี่สุ่ยรีบวิ่งไปถามชาซูด้วยสีหน้าอยากรู้อยากเห็น

“โอ้โห! ยังนึกออกอีกเหรอว่ามีพี่ชายคนนี้อยู่ด้วย? วัน ๆ เอาแต่ตามติดหลินเย่เหมือนเงาเลยนะ!”

ชาซูพลางบ่นพร้อมด้วยสีหน้าไม่ค่อยพอใจ ก่อนจะสูดจมูกเบา ๆ แล้วพูดต่อ

“เขาพาเธอไปกินของอร่อยอีกแล้วใช่ไหม?”

ในฐานะที่เป็นพ่อครัว กลิ่นแพะย่างที่ยังติดตัวเฮ่ออวี่สุ่ยอยู่ เขาแยกออกทันที เมื่อพูดแล้วก็อดรู้สึกขัดใจไม่ได้

“ก็ใครใช้ให้พี่เอาอาหารกล่องไปให้บ้านตระกูลเจียหมดล่ะ ฉันอยู่บ้านไม่มีอะไรจะกิน ก็ต้องพึ่งพี่หลินเย่สิ! จะห้ามไม่ให้เขาแบ่งฉันกินด้วยเหรอ?”

“จ้า ๆ ๆ เธอพูดถูก!”

ชาซูได้แต่ยอมจำนน ไม่อยากต่อปากต่อคำกับน้องสาว อย่างน้อยในตอนนี้ เขายังไม่ถูกฉินหวยหรูกับอี้จงไห่ล้างสมองจนหมด ยังพอมีเยื่อใยและความรักให้เธออยู่บ้าง

แต่...อีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ถ้าเฮ่ออวี่สุ่ยโตเป็นสาวแล้ว เขาจะไม่ยอมให้หลินเย่มาหลอกปั่นหัวน้องสาวเขาเด็ดขาด แม้ว่าหลินเย่จะมีงานดี มีฝีมือแค่ไหนก็ตาม

ชาซูยังไม่ค่อยปลื้มเท่าไร เพราะอีกฝ่ายดูงกจนน่าอึดอัด ไม่ได้ใจกว้างเหมือนชายหนุ่มในเมืองหลวงสักนิด

บ้านพี่ฉินลำบากขนาดนั้น ไปขอข้าวกินตั้งกี่ครั้ง หลินเย่ยังไม่ยอมให้เลยสักมื้อ แบบนี้จะให้มาเป็นเขยของเขาเหรอ? ไม่มีทาง!

“ว่าแต่...สรุปที่นี่เกิดอะไรขึ้น?”

เฮ่ออวี่สุ่ยตีแขนชาซูเบา ๆ เห็นอีกฝ่ายมัวแต่จ้องฉินหวยหรูแล้วเงียบ จึงถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

“จะอะไรล่ะ ก็เรื่องเงินบ้านตระกูลเจียที่โดนขโมยนั้นล่ะ ตำรวจยังหาตัวขโมยไม่ได้ สุดท้ายก็เลยมาค้นบ้านกันทีละหลัง!” ชาซูพูดแบบไม่คิดอะไร ทั้งที่ยืนอยู่ต่อหน้าตำรวจพอดี

คำพูดเช่นนี้แน่นอนว่าทำให้ทั้งตำรวจและคนในลานบ้านหันมามองเขาพร้อมกันหมด เฮ่ออวี่สุ่ยหน้าแดงเรื่อด้วยความเขินอาย ก่อนจะรีบพูดกลบเกลื่อนแทนพี่ชาย “พี่ชายของฉันพูดไปเรื่อยค่ะ เขาไม่ได้ตั้งใจ!”

“ใช่ ๆ ผมพูดจาเหลวไหลไปหน่อยเองครับ” ชาซูก็รู้ตัวว่าพูดไม่เข้าท่า รีบตบปากตัวเองแล้วหัวเราะแห้ง ๆ ออกมา โชคดีที่พวกเจิ้งเฉาหยางไม่ได้ถือสาอะไร

ไม่งั้นป่านนี้คงโดนจัดหนักแล้ว

“สหายทั้งหลาย ตามที่เราสันนิษฐาน หัวขโมยน่าจะเป็นคนใกล้ตัว ดังนั้นขอความร่วมมือจากทุกท่านด้วยครับ” ไป๋หลิงพูดอย่างสุภาพ พยายามอธิบายให้ทุกคนเข้าใจ

“ร่วมมือแน่นอนครับ! เราต้องร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เต็มที่อยู่แล้ว!”

หลิวไห่จงรีบวิ่งออกมายืนเด่น ทำท่าเอาใจสุดฤทธิ์

“คุณครับ เราไม่ใช่ ‘เจ้าหน้าที่ระดับสูง’ เราเป็น ‘ตำรวจประชาชน’ ครับ” เจิ้งเฉาหยางแก้คำพูดของเขาด้วยเสียงเข้ม

“เข้าใจครับ ๆ! ขอโทษครับ!” หลิวไห่จงหัวเราะกลบเกลื่อน พร้อมกับพยักหน้าไปมา

“งั้นเริ่มจากบ้านในลานกลางก่อนเลย”

ไป๋หลิงพูดพลางโบกมือ จากนั้นเจ้าหน้าที่ในชุดลำลองสิบกว่านายก็เริ่มแยกย้ายกันค้นบ้านทีละหลัง

ระหว่างการค้นหา เจ้าหน้าที่ก็ระมัดระวังอย่างมาก พยายามไม่ให้เกิดเสียงดังหรือทำให้ประชาชนตื่นตระหนก

สายตาของหลินเย่ดูเปล่งประกายวูบวาบขึ้นเล็กน้อย

ตามคาด... การค้นหามาช้าไปหน่อย แต่ยังดีกว่าไม่มา

“ขอโทษครับ...ผมขอเอาของกลับบ้านก่อนได้ไหม?” หลินเย่ชี้ไปที่รถจักรยานของตัวเอง ซึ่งมีกล่องไม้ห้อยอยู่ ข้างในมีปลาสามตัว เขาถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ

“ได้ค่ะ ฉีลาลา ไปช่วยคุณหลินเอาปลาเก็บเข้าบ้านด้วย” ไป๋หลิงพยักหน้าพร้อมพลางยิ้มออกมาแล้วหันไปสั่งตำรวจอีกนาย

ทุกคนต่างเข้าใจดี ตำรวจมาค้นบ้านตอนกลางคืน แล้วเรียกทุกคนมารวมกันที่ลานกลาง ก็เพื่อป้องกันไม่ให้หัวขโมยได้มีโอกาสทำอะไรลับหลัง

หลินเย่เพิ่งกลับมา

ถ้าจะเดินออกจากสายตาคนอื่น ย่อมต้องมีคนติดตามไปด้วย

“ขอบคุณครับคุณตำรวจ”

สำหรับหลินเย่ไม่ได้มีปัญหา เพราะบ้านของเขาไม่มีอะไรให้ค้น ของสำคัญถูกเก็บไว้ในระบบฟาร์มหมดแล้ว

“ปลานี่คุณตกเองเหรอครับ?” ฉีลาลาเดินตามหลินเย่ไปที่เรือนหลังบ้าน พลางถามด้วยน้ำเสียงอิจฉาเล็กน้อย

พวกเขาเป็นตำรวจ ยังแทบไม่ได้กินเนื้อเลย จะได้กินที ก็ต้องไปซื้อกินข้างนอกในราคาแพง ๆ

“ครับ บังเอิญตกได้ที่ทะเลสาบเป๋ยไห่เมื่อตอนบ่าย คุณตำรวจเหนื่อยกันมาทั้งวัน ผมให้ปลาหนึ่งตัวเอากลับไปทำกินนะครับ” หลินเย่พูดพลางจะปลดเชือกที่มัดปลาไว้

“ไม่ได้ครับ ๆ! พวกเราตำรวจประชาชน มีคำสอนที่ว่า ห้ามรับของจากชาวบ้านแม้แต่นิดเดียว!”

ฉีลาลาโบกมือรัว ๆ ปฏิเสธด้วยเสียงแข็ง

“ก็เพราะมีพวกคุณนี่แหละ ประชาชนถึงมีชีวิตที่ดีขึ้น ถึงได้มีสิทธิ์เป็นเจ้าของบ้าน นี่เป็นแค่ความตั้งใจเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้นเองครับ” หลินเย่พูดอย่างจริงใจ

“ไม่ได้จริง ๆ ครับ! ผมอยากเป็นตำรวจที่ดี จะไม่ทำอะไรที่ผิดแม้แต่นิดเดียว” ฉีลาลาก็ตอบด้วยน้ำเสียงจริงจังเช่นกัน

แม้ยังมีความเป็นชาวบ้านติดอยู่บ้าง แต่เขาก็เริ่มมีแววของ ‘ตำรวจที่ดี’ อย่างชัดเจนแล้ว

“คุณจะเป็นตำรวจที่ดีแน่นอน”หลินเย่พยักหน้า เห็นด้วยอย่างจริงใจ หลังจากเก็บจักรยานและปลากลับ    เข้าไปในบ้านเรียบร้อย หลินเย่ก็เดินกลับมาที่ลานพร้อมฉีลาลา

ในมือยังถือเมล็ดแตงไว้กินเล่นไปพลางดูละครใหญ่ที่กำลังจะเริ่ม

เวลาเริ่มล่วงไปเรื่อย ๆ เจ้าหน้าที่ทยอยออกมาจากบ้านแต่ละหลังในลานกลาง

“หัวหน้ากลุ่มไป๋ ตรวจไม่เจออะไรครับ”

“หัวหน้ากลุ่มเจิ้ง หลังนี้ก็ไม่มีครับ...”

ประมาณครึ่งชั่วโมงผ่านไป

บ้านทุกหลังในลานกลางก็ถูกตรวจเสร็จหมดแล้ว แต่ยังไม่พบอะไรผิดปกติเลย

“ต่อไปก็ลานหน้า... ปิดประตูใหญ่ไว้ก่อน”

เจิ้งเฉาหยางหันไปสั่งเจ้าหน้าที่ทันที

“ครับ!” ทุกคนขานรับพร้อมกัน

หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจมุ่งหน้าไปยังลานหน้า พวกชาวบ้านก็พากันเดินตามไปดูความเคลื่อนไหวด้วยความอยากรู้ เจ้าหน้าที่แต่ละคนล้วนเป็นมืออาชีพ แบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน

ไม่มีจุดไหนที่ถูกมองข้าม เวลาผ่านไปยี่สิบกว่านาที ตำรวจเริ่มทยอยเดินออกมาจากบ้านต่าง ๆ ที่ตรวจเสร็จแต่ก็ยังไม่พบอะไรผิดปกติ

แต่แล้ว...

ก็มีเจ้าหน้าที่สองนายเดินออกมาจากบ้านฝั่งตรงข้ามของบ้านใหญ่ ซึ่งเป็นบ้านที่เหยียนเจียเฉิงกับอวี่สวี่ อาศัยอยู่ ทั้งสองคนถือกางเกงตัวหนึ่งออกมาด้วย แล้วเดินตรงไปหาเจิ้งเฉาหยาง

“หัวหน้ากลุ่มครับ เราเจอ ‘เสื้อในผู้หญิง’ อยู่ในกระเป๋ากางเกงตัวนี้ครับ” ตำรวจนายหนึ่งพูดจบ ก็หยิบชุดชั้นในแบบโบราณที่มีลวดลายดอกไม้ฉูดฉาดขึ้นมาโชว์

เจิ้งเฉาหยางถึงกับหน้ามืดจนเหงื่อไหลซึมออกมา

“...แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคดีลักทรัพย์?” เขาถามด้วยเสียงแห้ง

“คือแบบนี้ครับ...

เราเจอมันซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกงผู้ชาย แถมยังซุกไว้ด้านลึกสุดในตู้เสื้อผ้า ดูแล้วน่าจะจงใจเก็บไว้

ก็เลยคิดว่ามันน่าสงสัย...”

ตำรวจอธิบายด้วยสีหน้าจริงจัง แต่ฟังแล้วเจิ้งเฉาหยางถึงกับพูดไม่ออก ให้หาหลักฐานคดีลักทรัพย์        ไม่ใช่เรื่องในมุ้ง! “เก็บคืนไปซะ นั่นมันเรื่องส่วนตัวของคนอื่น!”

เขาปาดเหงื่อพร้อมกับถอนหายใจแล้วส่ายหน้าด้วยความปลงแต่ยังไม่ทันจะเดินกลับ...

“เดี๋ยวก่อน!”

อวี่สวี่เดินก้าวออกมาพร้อมกับหน้าตาถมึงทึง จ้องมอง ‘เสื้อในลายดอก’ นั่นด้วยสายตาเย็นเยียบ

แล้วหันไปหาเหยียนเจียเฉิง ถามด้วยเสียงแข็งขึ้น “เหยียนเจียเฉิง! เสื้อในตัวนี้มันมาอยู่ในกางเกงคุณได้ยังไง? นี่ไม่ใช่ของฉันนะ!”

โครมมมม!!!

แค่ประโยคเดียวของเธอ ทำให้ทั้งลานแตกตื่น ชาวบ้านเบิกตากว้าง จ้องเหยียนเจียเฉิงกันตาไม่กะพริบ      สีหน้าเหมือนพูดว่า “ขอเก้าอี้กับเมล็ดแตงโมมานั่งดูยาว ๆ เลย!”

“ผะ...ผมไม่รู้จริง ๆ! ผมไม่รู้ว่าเสื้อตัวนั้นมาอยู่ในกางเกงผมได้ยังไง!” เหยียนเจียเฉิงหน้าเผือด ยืนงงเหมือนโดนฟ้าผ่า เหงื่อแตกเป็นเม็ด ไม่รู้จะอธิบายยังไง

“เหยียนเจียเฉิง! นี่นายไปทำอะไรลับหลังหรือเปล่า แอบเอาของใครมาเก็บไว้ในบ้านกันล่ะ?” เสียงหัวเราะดังขึ้นข้าง ๆ เป็นสวี่ต้าม่าวที่พูดด้วยน้ำเสียงกลั้นหัวเราะแฝงไปด้วยความแซวอย่างเต็มที่

เสียงหัวเราะทะลุลานตามมาเป็นชุด ทุกคนในลานต่างก็หัวเราะครืน สายตาพากันจับจ้องเหยียนเจียเฉิงแบบพร้อมนินทา อวี่สวี่หน้าแดงเข้มด้วยความเขินอายและโมโห หันไปมองสามีด้วยสายตาคมกริบเหมือนจะเชือด

เจิ้งเฉาหยางและไป๋หลิงได้แต่ยืนอึ้ง

มาตรวจคดีลักทรัพย์... ทำไมกลายเป็นคดีเตียงหักไปได้ล่ะเนี่ย?

พอคิดถึงตำรวจสองนายที่เอาเสื้อในออกมาโชว์ เจิ้งเฉาหยางกับไป๋หลิงก็ได้แต่กลอกตา ส่งสายตาบอกเป็นนัยว่า “ครั้งหน้าขอให้เลือกของที่หยิบออกมาหน่อยเถอะ”

ตรงกันข้าม

ตำรวจหนุ่มอย่างฉีลาลาและคนอื่น ๆ กลับดวงตาเปล่งเป็นประกาย ดูเรื่องราวราวกับดูซีรีส์ฮ่องกง

แล้วทันใดนั้น...เสียงหนึ่งจากฝั่งลานกลางก็ดังขึ้น “เดี๋ยวนะ...ทำไมชุดนี้มันดูคุ้น ๆ ตา?” เสียงที่เหมือนจะพูดกับตัวเองกลับทำให้ทั้งลานเงียบลงทันที

ทุกคนจ้องไปที่ชุดชั้นในลายดอกอย่างสนใจ “ฉันก็ว่าเหมือนเลย...เหมือนของฉินหวยหรูที่เธอชอบเอาไปตากบ่อย ๆ” เสียงอีกคนดังขึ้นอย่างแน่ใจ

ประโยคนั้น เหมือนฟ้าผ่าลงกลางลาน!!

คนในลานทุกคนเบิกตากว้างขึ้นพร้อมกับร้องเสียงประสานกัน “ใช่! ใช่เลย! เหมือนชุดของฉินหวยหรูไม่มีผิด!” “ฉันเคยตากผ้าใกล้ ๆ กัน เห็นเธอตากชุดแบบนี้บ่อย ๆ เลย!”

“ฉันก็จำได้เหมือนกัน!”

จบบทที่ บทที่ 93 ตรวจค้น (I)

คัดลอกลิงก์แล้ว