- หน้าแรก
- ซื่อเหอหยวน : ฉันมีระบบฟาร์มในยุคภัยแล้ง
- บทที่ 84 แผนการของฉินหวยหรูไม่สำเร็จ
บทที่ 84 แผนการของฉินหวยหรูไม่สำเร็จ
บทที่ 84 แผนการของฉินหวยหรูไม่สำเร็จ
บทที่ 84 แผนการของฉินหวยหรูไม่สำเร็จ
คนในลานพอเห็นฉินหวยหรูถือชามเดินไปหลังบ้าน ก็เดาได้ทันทีว่าเธอจะไปทำอะไร ต่างพากันซุบซิบเบาๆ พร้อมทำหน้าสนุกเหมือนได้ดูละคร
“บ้านตระกูลเจียนี่หน้าด้านจริงๆ เมื่อกี้ยังทะเลาะกับหลินเย่อยู่เลย ตอนนี้จะไปขอเนื้อเขาแล้วเหรอ?”
“นี่เพิ่งรู้เหรอ? บ้านตระกูลนี้มันก็เป็นแบบนี้แหละ”
“สงสารฉินหวยหรูนะ ที่มาเจอแม่สามีแบบนั้น...”
“แล้วเจียตงสวี่ล่ะ? ไม่คิดห้ามเมียตัวเองบ้างรึไง? จะปล่อยให้ไปขอเนื้อกับผู้ชายคนอื่นแบบนี้?”
“เมื่อกี้เห็นเดินออกไปข้างนอกแล้ว”
“ช่วงหลังมานี้กลับบ้านดึกตลอด ได้ยินว่าพอตกค่ำก็ออกจากบ้านไปอีก จะรีบไปไหนนัก?”
“ใครจะไปรู้...บางทีเมียท้องใหญ่แบบนั้น เขาอาจจะ...”
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ...”
“เดากันสิ ฉินหวยหรูจะขอเนื้อเขาสำเร็จมั้ย?”
“อย่าว่ากันไปเลย ฉินหวยหรูก็เป็นคนดีนะ แค่โชคร้ายที่ต้องมาเจอคนแบบนั้น...”
เสียงหัวเราะดังขึ้นมาเป็นระยะ ฉินหวยหรูได้ยินทุกคำ แต่สีหน้ายังคงเงียบสงบ เธอเดินตรงไปถึงหน้าบ้านหลินเย่อย่างนิ่งๆ เพราะมีเฮ่ออวี่สุ่ยอยู่ในบ้าน แม้จะเป็นแค่เด็กน้อยในสายตาของหลินเย่ก็ตามแต่ก็ยังเป็นผู้หญิง
เขาเลยไม่ได้ปิดประตู พอฉินหวยหรูมาถึงก็หลินเย่กับเฮ่ออวี่สุ่ยนั่งกินข้าวอยู่ในบ้าน
“พี่หลินเย่ หมูตุ๋นของพี่หอมจังเลย ดูดีกว่าที่พี่ชายหนูทำอีกนะ”
“หิวก็กินเยอะๆ อย่ามัวแต่กินแต่หมั่นโถวนะ ดูซิ ผอมแห้งหมดแล้ว กินเนื้อเข้าไปเยอะๆ”
“แต่พี่หลินเย่สิควรกินเยอะๆ หนูรู้ว่าเดี๋ยวนี้เนื้อหายากจะตาย”
“เงียบเถอะ กินไป”
หลังพูดจบหลินเย่ก็คีบเนื้อชิ้นโตใส่ชามให้เฮ่ออวี่สุ่ย
“ขอบคุณนะพี่หลินเย่~”
เฮ่ออวี่สุ่ยตอบกลับแล้วยิ้มหวานออกมา ก้มหน้ากินเนื้อตุ๋นอย่างเอร็ดอร่อย แต่หลังจากเธอกินไปได้ไม่นาน ช่วงไหล่ของเธอก็เริ่มสั่น น้ำตาคลอเบ้า หลินเย่เห็นแล้วถึงกับงงจึงรีบถามออกมา
“อวี่สุ่ย เป็นอะไรไปเหรอ?”
“ฮึก...หนู...หนูไม่ได้กินเนื้อเยอะขนาดนี้มานานแล้ว...พี่หลินเย่ ใจดีเหลือเกิน...”
เฮ่ออวี่สุ่ยเงยหน้าขึ้น น้ำตาซึมคลอเบ้า ดวงตาสั่นระริก เต็มไปด้วยความรู้สึกขอบคุณ… ผสมปนกับบางอย่างที่เธอเองก็อธิบายไม่ถูก
“อย่าร้องสิ ๆ ก็แค่หมูตุ๋นเอง เดี๋ยวพี่ชายเธอกลับมา เห็นเข้าคิดว่าพี่รังแกเธอนะ!” เห็นหลินเย่ทำหน้าเหวอๆ เฮ่ออวี่สุ่ยก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้
“แหะๆ ก็พี่หลินเย่นั่นแหละ รังแกหนู! ทำของดีๆ ให้กินแบบนี้ แล้วหนูจะทนกินหมั่นโถกับผักดองได้ยังไงอีก!” หลินเย่เห็นเธอหยุดร้องก็รู้สึกโล่งใจ ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้พลางหัวเราะ
“พี่นึกว่าเรื่องใหญ่ ที่ไหนได้...ต่อไปถ้าเห็นพี่ทำกับข้าวอร่อยแบบนี้แล้วหิว ก็มาขอกินได้เลยนะ”
เฮ่ออวี่สุ่ยได้ยินยิ่งรู้สึกเกรงใจ แต่ก็รีบส่ายหัวไปมา “ไม่ได้หรอก ถ้างั้นหนูก็เอาเปรียบพี่หลินเย่น่ะสิ”
“ไม่เป็นไร แค่หมูนิดหน่อยเอง คิดซะว่าพี่เลี้ยงหมาไว้ดีกว่า?”
“งั้น...ว่าง ว่าง!”
เฮ่ออวี่สุ่ยทำท่าเลียนแบบหมาน้อยจนหลินเย่หัวเราะดังออกมา
ด้านนอก ฉินหวยหรูที่แอบฟังถึงกับกลืนน้ำลาย เธอก็อยากจะเป็นหมาให้เขาเลี้ยงเหมือนกัน...
แต่ก็ได้สติกลับมา รีบสะบัดชายเสื้อทัน
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก...”
ฉินหวยหรูเคาะประตูที่แง้มอยู่ พลางยิ้มแล้วพูดขึ้น “น้องหลินเย่...อวี่สุ่ย กำลังกินข้าวกันอยู่เหรอ?”
หลินเย่เห็นฉินหวยหรูก็ขมวดคิ้ว น้ำเสียงเย็นลงทันที
“มาทำอะไร?”
“น้องหลินเย่...พี่สาวขอหมูตุ๋นสักสองชิ้นได้ไหม? ปังเกิงที่บ้านร้องจะกินเนื้อไม่หยุด พี่ท้องโตตอนนี้จะไปหาซื้อที่ไหนได้...สงสารพี่เถอะนะ...”
“ลูกชายของเธออยากกินเนื้อแล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน?! ไปขอสามีเธอสิ ฉันไม่ใช่พ่อมันสักหน่อย” คำพูดของหลินเย่ทำเอาฉินหวยหรูถึงกับสะท้านใจ น้ำตาคลอเบ้า เธอพยายามกลั้นใจ พูดเสียงเบาอย่างน่าสงสาร
“น้องหลินเย่...ฉันรู้...ฉันรู้ว่าคราวนี้แม่สามีของฉันผิดเอง...แต่ฉัน...”
หลังจากพูดยังไม่ทันจบ หลินเย่ก็แค่นหัวเราะออกมาแล้วพูดขัดขึ้นทันที “แม่สามีของเธอให้มาเสียหน้า เธอก็มานะเหรอ?”
“ฉินหวยหรู...เธอนี่ช่างน่าสงสารจริงๆ...”
“เวลาบ้านไหนทำกับข้าวดีๆ เจียจางซือก็ให้เธอมาขอทุกที แต่พอกลับบ้าน ของพวกนั้นมีเหลือให้เธอไหมล่ะ?”
คำพูดของหลินเย่แต่ละคำเหมือนแทงใจดำฉินหวยหรูอย่างไม่หยุด เฮ่ออวี่สุ่ยที่นั่งกินอย่างเงียบๆ ถึงกับชะงักช้อน แล้วเงยหน้าขึ้นมามองฉินหวยหรูแวบหนึ่ง
พูดตามตรง เธอเคยเกลียดฉินหวยหรู เพราะผู้หญิงคนนี้เคยทำให้เธออดกินข้าวกล่องดีๆ ที่พี่ชายเอากลับมาบ้านบ่อยๆ แต่พอเห็นสภาพตอนนี้ ก็อดสงสารไม่ได้
เพราะสุดท้ายแล้ว ทุกคนก็ลำบากและอดอยากเหมือนกันหมด หลินเย่เห็นฉินหวยหรูยืนนิ่งเหมือนคนไร้วิญญาณ ก็พูดต่อด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“เจียตงสวี่เงินเดือนตั้งยี่สิบกว่าหยวน ไหนจะเงินเก็บของพ่อเขา เงินบำเหน็จอีก บ้านตระกูลเจียไม่ได้จนซะหน่อย”
“แต่ทำไม...ถึงไม่ให้เงินเธอไปซื้อเนื้อบ้าง?”
“กลับปล่อยให้เธอเหมือนขอทาน ต้องมาขอยืมข้าวยืมของชาวบ้านเป็นประจำ?”
“รู้รึเปล่า...ทุกเดือนเจียจางซือกับเจียตงสวี่ยังแอบออกไปกินเลี้ยงกันอยู่เลย” คำพูดนี้ทำเอาฉินหวยหรูเงยหน้าขึ้นทันทีพร้อมดวงตาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ
ในหัวก็เริ่มคิดตาม...ทุกเดือนเจียตงสวี่จะพาแม่ออกไปข้างนอกเสมอ บอกว่าไปหาหมอ... แต่ถ้าไปหาหมอจริง ทำไมไม่ใช้ให้เธอเป็นคนพาไปล่ะ? ตามนิสัยบ้านนั้น ต้องสั่งให้เธอทำนะ...
“อื้ม...หนูเคยเห็นเจียจางซือกับเจียตงสวี่ออกมาจากร้านอาหารแถวโรงเรียนด้วยนะ”
เฮ่ออวี่สุ่ยพูดเสริมด้วยเสียงเบา
ฉินหวยหรูหันไปมองเด็กน้อยตาใส่ ก็รู้ทันทีว่าเด็กคนนี้ไม่โกหกแน่
“ฉินหวยหรู ไม่ว่าเธอจะพยายามทุ่มเทแค่ไหน สำหรับในสายตาแม่ลูกคู่นั้น...เธอก็แค่คนนอกคนหนึ่ง!”
คำพูดสุดท้ายของหลินเย่เหมือนฟาดเข้ากลางใจฉินหวยหรูจนเธอหมดแรง น้ำตาไหลซึมออกมาไม่หยุด
ไม่มีเสียงสะอื้น ไม่มีเสียงร้อง...มีแค่หยดน้ำตาแห่งความคับแค้นที่เธอกลืนไม่ลง
“กลับไปเถอะ...ฉินหวยหรู” หลินเย่เหลือบมองชาวบ้านที่แอบดูอยู่ในลานก่อนจะพูดด้วยเสียงเรียบเฉย
เขาไม่คิดจะใจดีแบ่งเนื้อให้ เพราะถ้าให้เธอ คนอื่นในลานต้องตามมาขอแน่
ต่างจากเฮ่ออวี่สุ่ย...เธอเป็นแค่เด็กหญิงตัวเล็กๆ พี่ชายไม่เอาไหน กินไม่อิ่มเป็นประจำ คนในลานรู้กันหมด
แต่ฉินหวยหรูไม่ใช่แบบนั้น...
ถ้าเขาให้เนื้อเธอ วันนี้ลือกันทั้งลานแน่ว่า...‘หลินเย่แอบชอบฉินหวยหรู’ หรือไม่ก็ ‘กลางคืนแอบมากินข้าว ในบ้านของหลินเย่’ อะไรทำนองนั้น
ฉินหวยหรูมองหลินเย่ด้วยสายตาเจ็บปวด เช็ดน้ำตาแล้วหันหลังเดินจากไปเงียบๆ
“กินต่อเถอะนะเด็กน้อย เรื่องจบแล้ว” หลินเย่หันกลับไปพูดกับเฮ่ออวี่สุ่ย
“พี่หลินเย่...จริงๆ หนูก็ว่าสงสารพี่ฉินเหมือนกันนะ ตอนเธอแต่งงานมาใหม่ๆ เธอก็ดี เคยแบ่งหมั่นโถให้หนูกินด้วย”
“อาจจะใช่...แต่มันไม่เกี่ยวกับเรา อวี่สุ่ย ตัวเล็กแบบนี้ไม่ต้องไปสนใจหรอก กินข้าว ตั้งใจเรียนหนังสือให้ดีๆ ก็พอ”
หลังพูดจบหลินเย่ก็ยกมือขึ้นมาลูบหัวของเฮ่ออวี่สุ่ยเล็กน้อย
เด็กหญิงคนนี้พลางหัวเราะพร้อมกับทำตาหยีขึ้นมาอย่างน่ารัก
“ค่า~ รู้แล้ว~”