เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 83 กลิ่นเนื้อทำให้คนข้างบ้านโลภมาก

บทที่ 83 กลิ่นเนื้อทำให้คนข้างบ้านโลภมาก

บทที่ 83 กลิ่นเนื้อทำให้คนข้างบ้านโลภมาก


บทที่ 83 กลิ่นเนื้อทำให้คนข้างบ้านโลภมาก

“เจียตงสวี่, ฉินหวยหรู! ยังจะยืนเฉยอยู่อีกไหม? รีบพาแม่พวกเธอกลับบ้านไปเดี๋ยวนี้!!”

เหยียนปู้กุ้ยรีบส่งสายตาเร่งเร้าไปทางทั้งสองคนเป็นสัญญาณเตือนว่า ถ้ายังปล่อยให้เรื่องบานปลายไปอีก หลินเย่คงไม่ลังเลที่จะเรียกตำรวจมาจริงๆ

“แม่...ลุกขึ้นเถอะ เลิกทำแบบนี้ได้แล้ว”

ตอนนี้เจียตงสวี่ก็พอจะรู้ความจริงทั้งหมดแล้ว เข้าใจว่าฝ่ายตัวเองผิดเต็มๆ ต่อให้ตำรวจมา ก็คงช่วยอะไรไม่ได้ แถมอาจจะซวยหนักกว่าเดิมอีก เลยรีบเข้าไปดึงตัวเจียจางซือขึ้นมา

“แม่...พอเถอะนะ ถ้ายังดึงดันแบบนี้อีก ตำรวจมาแน่ หรือแม่อยากให้คนทั้งซอยรู้เรื่องที่ปังเกิงไปคุ้ยขยะกิน?” ฉินหวยหรูก็ช่วยเกลี้ยกล่อมอีกหนึ่งเสียง

คำพูดนี้เหมือนแทงใจดำเจียจางซือเข้าเต็มๆ เธอกลัวชื่อเสียงหลานรักจะเสียเอาได้ เลยจำต้องลุกขึ้นมาปัดฝุ่นตามตัวพร้อมกับจิกตาขวางมองหลินเย่อย่างไม่พอใจ

หลินเย่เห็นเช่นนั้นก็ยิ้มกว้างออกมาทันที หยิบหมูสามชั้นในมือขึ้นมาสะบัดเบาๆ เหมือนจะยั่ว แล้วเดินเชิดหน้าเข้าบ้านไปอย่างสบายใจ

หลิวไห่จงถึงจะโง่ แต่ก็พอจะรู้ตัวว่าวันนี้ไม่ได้กดขี่หลินเย่ตามแผน แถมยังพลาดไปขัดใจเจียจางซือเข้าอีก เลยรีบลากภรรยากลับบ้านตามที่เหยียนปู้กุ้ยบอกให้แยกย้าย

เจียจางซือโมโหจนตัวสั่น เนื้อหนังบนร่างสั่นสะเทือนเป็นจังหวะ ปากก็บ่นสาปแช่งหลินเย่อย่างไม่หยุด

ชาวบ้านคนอื่นๆ พอเห็นว่าหมดเรื่องสนุกดูแล้ว ก็รีบแยกย้ายกันกลับเข้าบ้าน กลัวจะโดนคุณป้าปากปิศาจ      บ้านนี้เล่นงานเข้าอีกคน

หลินเย่เข็นจักรยานกลับถึงบ้านได้ไม่นาน เฮ่ออวี่สุ่ยก็รีบตามมาช่วยทันที

“พี่หลินเย่ วันนี้พี่เก่งมากเลย!”

เฮ่ออวี่สุ่ยพูดพร้อมมองพี่ชายข้างบ้านอย่างชื่นชม “ยายของปังเกิงนี่ไม่เคยมีเหตุผลเลย พี่ชาย หนูก็ยังกลัวโดนเธอด่าไปด้วย”

“แต่พี่หลินเย่ด่าเธอจนไม่กล้าเถียงกลับเลย สุดยอดไปเลย ฮิ ๆ ๆ...”

“อวี่สุ่ย เจียจางซือมันก็แค่แม่บ้านปากตลาด จะไปกลัวทำไม” หลินเย่พูดพลางขนของลงจากรถอย่างไม่ใส่ใจ

“แต่...แต่ยายของปังเกิงดุจะตาย ด่าคนก็แรง”

เฮ่ออวี่สุ่ยตอบด้วยเสียงแผ่วเบา ราวกับคนหวาดกลัว

“ต่อไปถ้ายายแก่นั่นมาแกล้งอีก อวี่สุ่ยมาหาพี่เลย พี่จัดการให้เอง” หลินเย่ลูบหัวเด็กหญิงเบาๆ อย่างเอ็นดู

“อื้ม ๆ พี่หลินเย่ใจดีที่สุดเลย~”

เฮ่ออวี่สุ่ยพยักหน้าไปมา ดวงตาเป็นประกายมองพี่ชายข้างบ้าน

“ว่าแต่ อวี่สุ่ยอยากกินหมูแดงตุ๋นหรือหมูเค็มตุ๋นล่ะ?” หลินเย่หยิบหมูสามชั้นขึ้นมาเขย่าให้ดูพลางยิ้มถาม

“อึก...”

เสียงกลืนน้ำลายดังขึ้นทันที เด็กหญิงจ้องหมูสามชั้นที่มีมันสลับเนื้อด้วยสายตาอยากกินสุดใจ

“พี่หลินเย่...อะไรก็ได้ หนูกินได้หมดเลย” เด็กหญิงตอบกลับด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ

“คราวก่อนทำหมูแดง คราวนี้พี่ทำหมูตุ๋นให้ละกัน อวี่สุ่ยจะได้ชิมฝีมือพี่บ้าง”

“งั้นหนูช่วยนะ!”

แม้เฮ่ออวี่สุ่ยจะดูผอมตัวเล็กเพราะขาดสารอาหารจนดูเหมือนเด็กสิบขวบแต่ตอนนี้เธออายุสิบสาม เวลาทำงานกลับขยันคล่องแคล่วมาก เพราะที่บ้านมักใช้ให้ช่วยงานอยู่แล้ว

หลินเย่สั่งให้อวี่สุ่ยล้างหม้อดินใบใหญ่ ส่วนตัวเองจัดการหมูสามชั้น ขูดขนหมูออกให้สะอาดอีกครั้ง  พอเขาเตรียมหมูเสร็จ อวี่สุ่ยก็ล้างหม้อดินจนสะอาดเอี่ยมแล้ว

จากนั้นก็เตรียมเครื่องเทศต่างๆ ทั้งโป๊ยกั๊ก เมล็ดพริกหอม ใบกระวาน น้ำตาลกรวด ฯลฯ พวกนี้ดูเหมือนธรรมดา แต่จริงๆ ของพวกนี้หาในตลาดยาก ต้องเดินดูหลายที่แถมราคาไม่ได้ถูกด้วย

ขั้นตอนแรกของการทำหมูตุ๋นคือ ใช้เหล้าขาวกลิ่นแรงนวดหมูเพื่อฆ่าเชื้อและดับกลิ่นคาว จากนั้นก็โรยเกลือลงไปขยำให้เข้ากับเนื้อ หลังจากนั้นก็ใส่เครื่องเทศและซอสต่างๆ ลงไปในหม้อ คลุกเคล้าให้ทั่ว หมักทิ้งไว้หนึ่งชั่วโมง ระหว่างนั้น หลินเย่ก็นำตับหมู ลิ้นหมู กระเพาะหมู มาทำความสะอาดให้หมด แล้วเอาไปหมักรวมกัน

ต่อมาก็เตรียมน้ำซุปสำหรับตุ๋น ใส่น้ำลงหม้อดินครึ่งหม้อตามด้วยน้ำตาลกรวด กระวาน โป๊ยกั๊ก ซอสปรุงรส      ใบกระวาน ฯลฯ

หลินเย่ใช้ช้อนคนส่วนผสมให้เข้ากันดี จากนั้นก็ยกขึ้นตั้งไฟให้เดือด เขาอยากจะช่วยล้างผักต่อ แต่เฮ่ออวี่สุ่ยกลับไม่ยอมให้ช่วยเด็ดขาด ไล่ให้ไปนั่งพักแทน

“พี่หลินเย่ทำกับข้าวให้หนูกินแค่นี้ก็พอแล้ว หนูจะไม่ยอมให้พี่ต้องมาช่วยทำจุกจิกอีกหรอก”

ในสมัยนี้ การได้กินข้าวที่พี่ชายข้างบ้านทำให้นับว่าฟ้าประทานแล้ว จะปล่อยให้เขาช่วยทำจุกจิกอีกได้ยังไง      เฮ่ออวี่สุ่ยคิดในใจว่าหลังจากกินข้าวเสร็จ เธอจะช่วยทำความสะอาดบ้านหลินเย่ให้เอี่ยมเลย

ไม่นาน น้ำซุปในหม้อดินก็เริ่มเดือดส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่ว ส่วนหมูสามชั้นกับเครื่องในต่างๆ ที่หมักไว้ก็ได้ที่พอดี

หลินเย่ค่อยๆ ใส่หมูและเครื่องในลงหม้อทีละชิ้น จากนั้นก็จับเวลาอย่างเคร่งครัด เพราะการตุ๋นให้อร่อยนั้นต้องควบคุมไฟให้พอดีจริงๆ ทุกระยะเขาต้องใช้ตะหลิวด้ามยาวคนเนื้อในหม้อให้สุกทั่วกัน กลิ่นหอมหวานของหมูตุ๋นยิ่งเคี่ยวก็ยิ่งหอมฟุ้งไปทั่วทั้งลาน

“หืม? กลิ่นอะไรกันนี่...หอมฉุยจัง...เกาชุ่ยฮวา ไปขอเนื้อมาให้ยายกินหน่อยสิ นานแล้วยายยังไม่ได้แตะเนื้อเลยสักคำ”

“ยายอย่าเพิ่งเลย ในลานนี้ถ้าไม่ใช่หลินเย่จะมีใครอีกล่ะที่หาเนื้อมาได้ขนาดนี้”

“เราอยู่เงียบๆ ดีกว่า อย่าไปหาเรื่องเขาเลย” พอรู้ว่าเป็นหลินเย่ทำอาหาร หญิงชราหูหนวกหน้าเสียทันที นับแต่ที่อี้จงไห่เข้าโรงพยาบาล อาหารการกินของเธอก็แย่ลงเรื่อยๆ

เมื่อก่อนยังพอมีเนื้อกินบ้างประปราย เดี๋ยวนี้กลับได้แต่หัวผักกาด ผักดอง ข้าวโพดบด หรือไม่ก็น้ำซุปจืดๆ คนแก่เคยกินดีอยู่ดีอย่างเธอจะทนได้ยังไง? แต่จะทำไงได้ ไม่มีใครสนใจแล้ว นอกจากป้าใหญ่ก็ไม่มีใครดูแลเลย

ข้าวหยาบๆ ก็ต้องยอมกิน ดีกว่าอดตายล่ะนะ แต่วันนี้กลิ่นหมูตุ๋นมันหอมเกินจะอดใจจริงๆ กินข้าวไปสองคำก็กลืนไม่ลงอีก

ป้าใหญ่ไม่สนใจว่าเธอจะกินหรือไม่ “ไม่อยากกินก็อย่าฝืน” ว่าแค่นั้นแล้วรีบออกไปส่งข้าวที่โรงพยาบาลต่อ

ฝากไว้แค่ว่า “กินเสร็จเก็บถ้วยไว้ตรงนั้น” แล้วก็หันหลังออกจากบ้านหญิงชราหูหนวกไปทันที

ที่ลานกลางบ้านตระกูลเจีย

“คุณยาย แม่ ผมอยากกินเนื้อ! ผมจะกินเนื้อ!”  ปังเกิงร้องลั่น พลางทิ้งตัวลงพื้นกลิ้งไปมา

“ปังเกิง ลุกขึ้นมาเร็ว บ้านของเราจะไปเอาเนื้อจากไหนกัน?”

“หลานรัก เพิ่งกินข้าวไปเองนะ อย่าไปอยากกินของไอ้เด็กเวรนั่นเลย เดี๋ยวท้องเสียจะลำบาก”

“ไม่! ผมไม่สน ผมจะกินเนื้อ! ผมจะกินเนื้อ!!” ปังเกิงกลิ้งเกลือกไม่ยอมลุก ฉินหวยหรูท้องโตเข้าเดือนสุดท้ายแล้ว ไม่กล้าเข้าไปใกล้ กลัวจะถูกลูกชายตัวดีถีบเข้าให้  “ยายนี่! หูหนวกเหรอ? ไม่เห็นเหรอว่าหลานชายฉันอยากกินเนื้อ? ยังจะยืนเฉยอยู่ทำไม รีบไปขอมาให้เร็ว!”

เจียจางซือเองก็อยากกิน แต่ก็รู้ว่าบ้านตัวเองกับหลินเย่ผิดใจกันสุดๆ ถ้าไปขอเนื้อมาก็จะมีแต่จะขายขี้หน้า     แต่...ขายหน้าคือหน้าฉินหวยหรู ไม่ใช่เธอนี่นา!

“จะยืนนิ่งบื้อแบบนี้อีกนานไหม รีบไปเถอะ!” เจียจางซือกลืนน้ำลาย มองหลานชายแล้วหันไปจิกตาเร่งลูกสะใภ้

ฉินหวยหรูมองปังเกิงที่ร้องกลิ้งอยู่กับพื้นอีกครั้ง ก่อนจะถอนหายใจยาวด้วยสีหน้าที่ดูหนักใจสุดๆ

“เฮ้อ...”  สุดท้ายก็ต้องจำใจเดินไปหยิบชามจากครัว แล้วเดินมุ่งหน้าไปยังหลังบ้านของหลินเย่อย่างหมดอาลัยตายอยาก...

จบบทที่ บทที่ 83 กลิ่นเนื้อทำให้คนข้างบ้านโลภมาก

คัดลอกลิงก์แล้ว