- หน้าแรก
- ซื่อเหอหยวน : ฉันมีระบบฟาร์มในยุคภัยแล้ง
- บทที่ 81 ร่วมกันตั้งเป้าหมาย
บทที่ 81 ร่วมกันตั้งเป้าหมาย
บทที่ 81 ร่วมกันตั้งเป้าหมาย
บทที่ 81 ร่วมกันตั้งเป้าหมาย
“หลินเย่! ยังไงซะพวกเราก็เป็นเพื่อนบ้านกันนะ นายจะลงไม้ลงมือกับคนอื่นแบบนี้ไม่ได้! แถมยังลงมือแรงมากอีกนะ แค่ทีเดียวก็ทำให้เจียตงสวี่สลบไปเลย!”
หลิวไห่จงยืนแอ่นพุงออกมาด้วยท่าทีเหมือนผู้ผดุงความยุติธรรมพร้อมพูดขึ้นมา
แต่หลินเย่เหลือบมองเขาอย่างไม่สนใจแล้วพูดขึ้น “หลิวไห่จง แกยังมีหน้ามาพูดเรื่องห้ามใช้กำลังอีกเหรอ? ทุกวันนี้แกก็เอาแต่ตีลูกชาย ทำไมตอนนั้นไม่พูดแบบนี้บ้างล่ะ? ฉันดูแล้ว แกมันก็แค่คนเลวที่ห้อยลูกประคำ แกล้งทำตัวเป็นคนดี หรือแกยังคิดว่าตัวเองเป็นผู้ดูแลที่ยิ่งใหญ่อยู่งั้นเหรอ? ความรู้ก็ไม่มี ยังจะเล่นคำเหมือนพวกเจ้าหน้าที่รัฐอีก”
“เอากระเทียมมาเสียบจมูกหมู แกนี่จะทำตัวราวกับเป็นช้างไปถึงไหนกันวะ!”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”
เสียงหัวเราะระเบิดขึ้นมาทันทีจากคนในลาน พวกเขาอดขำกับคำพูดของหลินเย่ไม่ได้
ก็อย่างที่เขาพูดนั่นแหละ เกือบทุกสองสามวันจะได้ยินเสียงกรีดร้องของหลิวกวงเทียนกับหลิวกวงฝู ลูกชายของหลิวไห่จง ที่โดนพ่อตีอยู่บ่อย ๆ หลิวไห่จงที่ความรู้ก็ไม่ค่อยมีมากนัก ยืนชี้หน้าหลินเย่ ถูกด่าเสียงดังจนหน้าแดงก่ำแต่กลับพูดไม่ออกสักคำ
“หลินเย่! นายมันเลวจริง ๆ! ทำให้หลานชายฉันเจ็บยังไม่พอ ยังกล้าทำร้ายลูกชายฉันอีก! นายจะได้เจอดีแน่!!”
จู่ ๆ เจียจางซือที่ตัวอ้วนกลมก็ตะโกนเสียงดังขึ้นมาพร้อมพุ่งเข้าใส่หลินเย่อย่างกับหมูป่าคลั่ง แต่หลินเย่ไหวตัวทัน เขาเบี่ยงตัวหลบไปด้านข้างทันทีพร้อมกับแอบใช้เท้าสะกิดขาเจียจางซืออย่างแนบเนียน
ผลก็คือเจียจางซือเสียหลักล้มลงทันทีและพุ่งไปชนหลิวไห่จงอย่างเต็มแรง
“อย่าเข้ามานะ...อ๊ากกกก!!”
ในสายตาของหลิวไห่จง ตัวของเจียจางซือที่ทั้งอ้วนทั้งใหญ่ก็ยิ่งขยายขึ้นเรื่อย ๆ เขาไม่มีแม้แต่โอกาสจะหลบ ก่อนจะถูกพุ่งชนจนล้มคว่ำลงไป
ร่างของทั้งสองกระแทกลงพื้นพร้อมกัน
“ฟุบบบบบ!!” สองคนนี้ถือว่าเป็นคนที่ตัวใหญ่ที่สุดในซื่อเหอหยวนเลยก็ว่าได้ ตอนนี้กลับกลิ้งทับกันเหมือนหมูสองตัวซ้อนกัน
“เจียจางซือ! เธอลุกขึ้นไปให้พ้น!”
หลิวไห่จงที่โดนทับอยู่ข้างล่างรู้สึกเหมือนกระดูกจะแตกหมด จึงยกเท้าถีบร่างหนักอึ้งของเจียจางซือกระเด็นออกไปโดยไม่ได้คิดอะไร เมื่อครู่นี้เขาโดนเจียจางซือชนเข้าตรงกลางพุงอย่างจัง ๆ จนเครื่องในแทบสลับที่ พอล้มลงแล้วยังถูกทับต่ออีก เหมือนจะขาดใจตายจริง ๆ
ตอนถีบเมื่อครู่นั้น แทบจะเรียกว่าทำไปโดยสัญชาตญาณ! “หลิวไห่จง! แกกล้าถีบฉันเหรอ?!” เจียจางซือร้องลั่น ลุกขึ้นมานั่งแล้วจ้องหลิวไห่จงด้วยสายตาเกรี้ยวกราด
“เจียจางซือ! เธอนี่มันไม่มีเหตุผลเอาซะเลย! เธอเป็นคนพุ่งเข้ามาชนสามีของฉันก่อนนะ ถ้าเขาเจ็บอะไรขึ้นมา ฉันไม่ปล่อยเธอไว้แน่!”
ป้าสองรีบวิ่งเข้ามาช่วยพยุงหลิวไห่จง แล้วเริ่มโต้เถียงกับเจียจางซืออย่างดุเดือด ทางด้านฉินหวยหรู ก็รีบเข้าไปพยุงเจียจางซือเหมือนกัน พร้อมกับกล่าวขอโทษอย่างรู้สึกผิด
“ลุงสอง ขอโทษด้วยค่ะ แม่สามีของฉันไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ อย่าถือโทษโกรธเคืองเธอเลยนะคะ!”
พอหลิวไห่จงได้ยินฉินหวยหรูเรียกเขาว่า “ลุงสอง” อารมณ์ที่กำลังร้อนก็กลับกลายเป็นดีขึ้นทันที เจ็บตัวก็เหมือนไม่เจ็บแล้ว เขาแกล้งทำตัวใจกว้างพลางโบกมือพร้อมกับพูดขึ้น “เอาน่า ๆ ฉันไม่โทษแม่ของเธอหรอก ทั้งหมดนี่มันเป็นความผิดของไอ้เด็กหลินเย่นั่นต่างหาก!”
“ความผิดของฉันเหรอ?”
หลินเย่หัวเราะอย่างเยือกเย็น เมื่อได้ยินคำพูดของหลิวไห่จง “หลิวไห่จง แกโดนเจียจางซือชนต่างหาก แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน?”
“ถ้าแกไม่หลบ เจียจางซือจะพุ่งไปชนฉันได้ไงล่ะ!” หลิวไห่จงเถียงด้วยเสียงแข็ง
“โถ่ หลิวไห่จง! ด่าก็แล้ว ยังไม่ยอมรับว่าโง่อีกเรอะ? พวกนายฟังให้ดีนะ นี่มันคำพูดแบบไหนกัน!”
หลินเย่อดหัวเราะออกมาไม่ได้ ก่อนจะพูดเย้ยอีกครั้ง
“เจียจางซือจะชนฉัน แล้วฉันไม่หลบ จะยืนรอให้ชนอยู่เฉย ๆ รึไง? หลิวไห่จง ฉันว่าแกต้องไปหาหมอเพื่อตรวจดูสมองหน่อยสักหน่อยละ”
ทันทีที่หลินเย่พูดจบ ทุกคนในลานบ้านต่างพากันหัวเราะขึ้นมา โดยเฉพาะชาซู ที่ไม่ถูกกับบ้านตระกูลหลิวอยู่แล้วพลางหัวเราะเสียงดังลั่นที่สุด
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า... หลิวไห่จง แกคิดว่าโลกนี้มีแต่คนเหมือนลูกชายแกหรือไง ยืนรอโดนตีแต่ไม่กล้าหลบอะ?”
“ใช่เลย! แม้แต่ตอนที่พี่ชายฉัน เจ้าโง่นั่น จะลงไม้ลงมือกับฉัน ฉันยังหลบเลย!”
“ที่หลินเย่พูดก็ถูกแล้ว จะให้เขายืนอยู่เฉย ๆ รอถูกชนหรือไง?”
“กลายเป็นไม่โทษคนชน กลับโทษคนหลบ นี่มันตรรกะบ้าอะไรกันเนี่ย?” เสียงพูดคุยดังขึ้นทั่วลานบ้าน ทุกคนต่างพากันวิจารณ์อย่างสนุกสนาน บรรยากาศเต็มไปด้วยความวุ่นวายกันไปหมด
“พอแล้ว ๆ!”
“ลุงหลิวเขาก็แค่หลุดปากไปเฉย ๆ ทุกคนใจเย็นกันหน่อย”
เหยียนปู้กุ้ยยกมือสูงขึ้นทั้งสองข้าง พยายามปรามไม่ให้พวกชาวบ้านซ้ำเติมกันต่อ ที่จริงแล้ว ครอบครัวเจียเป็นคนเริ่มเรียกชาวบ้านมารวมตัว ก็เพื่อจะรุมกดดันหลินเย่โดยเฉพาะ
ไม่เพียงแค่จะบีบให้หลินเย่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้พวกเขา แต่ยังหวังว่าหากหลินเย่ได้ส่วนแบ่งจากงานจัดซื้อ จะต้องแบ่งบางอย่างให้พวกเขาในลานด้วย ก็เพราะเหตุนี้เอง เหยียนปู้กุ้ยจึงยินดีเข้าข้างพวกตระกูลเจีย หวังจะมีส่วนแบ่งด้วย
ส่วนหลิวไห่จง? ก็แค่ไม่ชอบหน้าหลินเย่ อยากหาเรื่องกดหัวเขาเท่านั้นเอง
“หลินเย่! เรื่องชนกันเมื่อกี้ ช่างมันก่อน!”
“ฉันถามนายหน่อย ทำไมนายถึงจ้องจะเล่นงานปังเกิง? เขายังเป็นแค่เด็กนะ!” เหยียนปู้กุ้ยดันแว่นตาขึ้นด้วยท่าทีเจ็บปวดราวกับเสียใจแทนทั้งคนทั้งลาน หลินเย่ลูบแก้มของตัวเองแล้วหันไปมองเหยียนปู้กุ้ย “ไอ้คนกวาดล้างห้องน้ำ แกว่าไงนะ? เมื่อกี้ไม่ได้ยินเลย พูดอีกทีสิ!”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า !!”
เสียงหัวเราะดังขึ้นมาทั่วทั้งลาน ประโยคนี้ของหลินเย่เหมือนฟาดเข้าเต็มหน้าเหยียนปู้กุ้ยจนใบหน้าของเขาดูหมองคล้ำไปเลย คนในลานบ้านต่างก็หัวเราะออกมาอย่างสะใจ
แม้แต่คนในบ้านของตระกูลเหยียนเองก็ทำหน้าลำบากใจเพราะอายแทน เหยียนปู้กุ้ยกัดฟันแน่น ฮึดฮัดอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะบิดหน้าไปทางเจียจางซือแล้วพูดขึ้น
“ให้เจียจางซือพูดเองก็แล้วกัน…”
ตอนนี้เจียจางซือเริ่มตั้งหลักได้แล้ว จึงก้าวออกมาจากกลุ่มคนและพูดขึ้นด้วยเสียงดัง “ไอ้หลินเย่คนชั่วนี่แหละ! ตอนเช้าออกจากบ้าน มันจงใจเอาถุงขยะที่ใส่ก้างปลาทิ้งไว้ตรงทางเดิน!”
“หลานปังเกิงของฉันยังเป็นแค่เด็ก จะไปรู้อะไร! เห็นก็เก็บขึ้นมากินเลย แล้วก็โดนก้างตำคอ! มันจงใจจะฆ่าหลานฉัน! อยากให้บ้านตระกูลเจียของเราสูญพันธุ์แน่ ๆ!”
เหยียนปู้กุ้ยรีบเสริมทันที
“หลินเย่ ฉันรู้ว่านายไม่ถูกกับบ้านตระกูลเจีย แต่นั่นมันเด็กนะ! นายไม่รู้สึกผิดบ้างเลยเหรอ ที่จ้องเล่นงานเด็ก?”
ตอนแรก คนในลานได้ฟังคำกล่าวหาของเจียจางซือ ก็ยังรู้สึกว่ามันดูฝืน ๆ และดูหาเรื่องมากเกินไป
แต่พอเหยียนปู้กุ้ยพูดเปลี่ยนมุมว่า “หลินเย่กำลังเล่นงานเด็ก” เท่านั้นแหละ คนในลานก็เริ่มเปลี่ยนจุดยืนทันที
“ใช่! หลินเย่ นายเป็นผู้ใหญ่ ทำไมถึงกล้าเล่นงานเด็กแบบนี้?”
“ไม่ว่าจะทะเลาะกันแค่ไหน แต่นั่นมันเรื่องของผู้ใหญ่! อย่าเอาเด็กมาเกี่ยวสิ!”
“ฉันว่า นายรีบขอโทษบ้านตระกูลเจียเถอะ แล้วก็ชดใช้ค่าเสียหายซะ เรื่องจะได้จบ ๆ ไป!” คนในลานที่มักจะเปลี่ยนข้างตามสถานการณ์ ต่างพากันหันไปอยู่ฝั่งบ้านตระกูลเจียทันที
เจียจางซือถึงกับยิ้มจนปากแทบถึงหู รอเพียงให้หลินเย่ยอมก้มหัวขอโทษและจ่ายเงินชดเชยให้พวกเขาเท่านั้น!
แต่แค่นั้นยังไม่พอในสายตาเจียจางซื่อ!
เมื่อกี้หลินเย่ยังกล้าตีลูกชายของเธอ เจียตงสวี่จนสลบอีก! เธอคิดว่านั่นต้องเรียกค่าเสียหายเพิ่มเติมอีกอย่างน้อย 100 หยวน เพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาล!
ไม่งั้นบ้านตระกูลเจียไม่มีวันยอมจบเรื่องแน่!!