- หน้าแรก
- ซื่อเหอหยวน : ฉันมีระบบฟาร์มในยุคภัยแล้ง
- บทที่ 69 โรงงานเหล็กที่ 3 รู้ว่าโรงงานของหลินเย่ได้ซื้อเนื้อหมูมาอีกแล้ว
บทที่ 69 โรงงานเหล็กที่ 3 รู้ว่าโรงงานของหลินเย่ได้ซื้อเนื้อหมูมาอีกแล้ว
บทที่ 69 โรงงานเหล็กที่ 3 รู้ว่าโรงงานของหลินเย่ได้ซื้อเนื้อหมูมาอีกแล้ว
บทที่ 69 โรงงานเหล็กที่ 3 รู้ว่าโรงงานของหลินเย่ได้ซื้อเนื้อหมูมาอีกแล้ว
หลินเย่จ่ายค่าตั๋วอาบน้ำหนึ่งหยวนสามเหมา รับกุญแจและแผ่นป้ายหมายเลข แล้วเดินตามคนข้างหน้าเข้าไปในฝั่งชาย
หลังจากเก็บเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว ก็เข้าไปในห้องอาบน้ำ
ตรงกลางมีบ่อแช่น้ำร้อนอยู่สองบ่อ อ่างใหญ่ราวสิบกว่าตารางเมตร ส่วนอ่างเล็กราวสามสี่ตารางเมตร
หลินเย่ได้ฟังพนักงานอธิบายว่า อ่างใหญ่อุณหภูมิต่ำกว่าเล็กน้อย อ่างเล็กอุณหภูมิประมาณห้าสิบองศา หลินเย่จึงเดินเข้าไปในอ่างเล็ก
ทันทีที่สัมผัสน้ำร้อนจัด ร่างทั้งร่างก็สะท้าน ดวงตาหลับแน่นซึมซับความรู้สึกที่น้ำร้อนชะล้างทั่วทั้งตัว
เขาแช่อยู่อย่างนั้นเกือบสิบกว่านาที ร่างกายเริ่มแดงจัดไปทั้งตัว หลังจากนั้นจึงค่อยปีนขึ้นจากอ่างแล้วเดินไปทางตะวันตก ที่นั่นเป็นโซนขัดตัว
พนักงานขัดตัวเดินเข้ามาต้อนรับอย่างรวดเร็ว
หลินเย่ขึ้นไปนอนคว่ำบนเก้าอี้ยาวตัวใหญ่ จากนั้นพนักงานขัดตัวก็เริ่มลงมือ
พนักงานคนนี้เป็นพนักงานขัดตัวแบบเหนือ เน้นความมั่นคง แม่นยำ และแรง มือหนัก ลงแรงทีละครั้ง จากบนลงล่าง ไม่มากไม่น้อย รวม 108 ครั้ง
ถ้าเป็นพนักงานขัดตัวแบบใต้ล่ะก็ จะเน้นที่มือนุ่มแรงสม่ำเสมอและเทคนิคละเอียดมากกว่า หลังจากขัดตัวเสร็จ ขั้นตอนต่อไปคือการอาบน้ำชำระล้าง
หลินเย่เดินไปยืนใต้ฝักบัว ปล่อยให้น้ำร้อนไหลผ่านทั่วทั้งตัว รู้สึกสดชื่นผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก
ตอนนี้เป็นเวลาที่สบู่กลิ่นจันทน์หอมตราผึ้งที่หลินเย่นำมาเองได้แสดงฝีมือ
เขาถูสบู่ให้ขึ้นฟองจนทั่วทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้า จนร่างกายเต็มไปด้วยฟองหนานุ่ม จากนั้นจึงล้างออกด้วยน้ำร้อนจนสะอาดหมดจด
พูดได้คำเดียว... “สบาย !”
แต่ถ้าใครลืมเอาสบู่มาเองก็ไม่ต้องห่วง เพราะทางโรงอาบน้ำมีเตรียมไว้ให้
ถึงจะเป็นของฟรี...แต่ก็แค่สบู่ก้อนเล็ก ๆ ที่ตัดแบ่งมา ใช้ได้ทั้งสระผมและถูตัวแค่พอถูได้ก็เท่านั้น หลังจากล้างตัวจนเกลี้ยง หลินเย่ก็สะบัดแขนขาสองสามทีแล้วเดินกลับไปยังห้องแต่งตัว
ที่ประตูห้องแต่งตัว พนักงานยื่นผ้าขนหนูขาวอุ่น ๆ มาให้ หลินเย่รับมาซับหน้าจนทั่ว ความเหน็ดเหนื่อยทั้งคืนเหมือนถูกปัดเป่าออกไปหมดสิ้น เขาหยิบผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่มาพันเอวแล้วกลับไปยังเตียงของตัวเอง ล้มตัวลงนอนอย่างสบายใจเหยียดแขนขาเต็มที่
อาบน้ำครั้งนี้ทำให้ความเหนื่อยล้าจากการตรากตรำทั้งคืนมลายหายสิ้น ราวกับได้รับพลังคืนกลับมาเต็มเปี่ยม !
แต่ยังไม่จบแค่นั้น หลินเย่ที่กำลังนอนพักอยู่เรียกพนักงานมาอีกครั้ง สั่งเมล็ดแตงครึ่งจิน (ประมาณ 250 กรัม) กับน้ำชาอย่างดีหนึ่งกา
ลุกขึ้นมา จิบชาร้อน ๆ เคี้ยวเมล็ดแตง...นี่สิ ชีวิตที่สุขสบาย !
“อืม...สบายชะมัด !”
หลินเย่พึมพำด้วยสีหน้าพอใจสุด ๆ มีเงินทั้งที ไม่ใช้ให้คุ้มจะเก็บไว้ทำไม ? เรื่องต่อสู้หักเหลี่ยมกับพวกสัตว์เดรัจฉานพวกนั้น ก็แค่สีสันของชีวิตเท่านั้นเอง
ในขณะที่หลินเย่กำลังเพลิดเพลินอยู่นั้น ทางโรงงานเหล็กที่ 3 ก็กำลังครึกโครมเลยทีเดียว
“เฮ้ พวกนายได้ข่าวรึยัง ? โรงงานเหล็กที่ 1 ได้กินหมูอีกแล้วนะ !”
“จริงเหรอ ! ?”
“จะโกหกทำไมล่ะ ? ในชุมชนเรามีคนทำงานที่โรงงานเหล็กที่ 1 พวกเขาได้กินเนื้อหมูตั้งแต่เมื่อวาน”
“แล้วพวกนายเดาออกไหมว่าใครจัดซื้อมาน่ะ ?”
“อย่าบอกนะ...หลินเย่คนนั้นอีกแล้ว ?”
“ใช่เลย ! คนบ้านเดียวกันเล่าว่าหลินเย่ออกไปล่าหมูป่าได้อีกตั้งสองตัวแน่ะ สองตัวเชียวนะ !”
“ว้าว ! เก่งขนาดนั้นเลยเหรอ !”
“โกหกมั้ง ? ล่าหมูป่าสองตัวนะ ไม่ตายก็บุญแล้ว !”
“จะโกหกทำไมกันล่ะ ? ไม่เชื่อก็ลองไปถามคนที่นั่นดูสิ เมื่อวานโรงงานเขาแจกทั้งหมู ทั้งหมั่นโถวแป้งขาวกันถ้วนหน้า”
“ยังมีหมั่นโถวแป้งขาวอีกเหรอ ! ?”
“ใช่ ! คนที่บ้านฉันบอกว่าหลินเย่ไม่แค่ล่าหมูป่าได้ ยังจัดซื้อเสบียงมาเต็มรถ มีแป้งผสมถึงพันกว่าชั่งแน่ะ !”
“สุดยอดจริง ๆ !”
“แน่นอนสิ ! โรงงานเหล็กที่ 1 เลยแต่งตั้งเขาเป็นรองหัวหน้าแผนกฝ่ายจัดซื้อแล้ว”
“ถ้าใครหาของมาให้โรงงานเราได้ขนาดนี้ ฉันก็ยกให้เป็นหัวหน้าเหมือนกัน !”
“แหวะ ! พูดไปก็เท่านั้นแหละ ใครจะสนใจว่านายเห็นด้วยหรือเปล่า !”
“แต่พูดตามตรงนะ หลินเย่นี่เก่งจริง ๆ”
“เก่งแล้วได้อะไรล่ะ ? ตอนนี้เขาย้ายไปโรงงานเหล็กที่ 1 แล้ว พอพูดถึงเรื่องนี้ฉันก็อดโมโหไม่ได้ ดูพวกเราสิ กินอะไรกันอยู่ !”
“นั่นสิ โรงงานคนอื่นได้กินเนื้อ ส่วนพวกเรามีแต่ผักดองกับหัวไชเท้า ก็เพราะหัวหน้าแผนกจัดซื้ออย่างผู้อำนวยการหลี่นั่นแหละ ! ถ้าไม่ใช่เพราะเขา หลินเย่จะย้ายไปโรงงานเหล็กที่ 1 เหรอ !”
“เกี่ยวอะไรกับผู้อำนวยการหลี่ ?”
“ยังไม่รู้อีกเหรอ ? ครั้งก่อนที่หลินเย่ล่าหมูป่าได้หนึ่งตัว รางวัลที่ควรจะได้กลับโดนผู้อำนวยการหลี่สั่งยกเลิก หลินเย่ถึงโมโหแล้วขอย้ายไปโรงงานเหล็กที่ 1 ไงล่ะ !”
“จริงเหรอ ? !”
“ชู่...อย่าเสียงดัง ฉันก็ได้ยินคนจากฝ่ายบุคคลเล่ามาอีกที”
“ไม่ได้ ! พวกเราต้องไปถามให้รู้เรื่อง !”
“ถูก ! ถ้าหลินเย่ย้ายไปเพราะเรื่องนี้ ผู้อำนวยการหลี่ต้องรับผิดชอบ ! จะให้ดึงหลินเย่กลับมาก็ได้ หรือไม่ก็ต้องให้พวกเราได้กินเนื้อเหมือนกัน !”
ตามคนโบราณเคยพูดไว้ว่า... 'ไม่กลัวได้ของน้อย แค่กลัวได้ไม่เท่ากันต่างหาก ! '
โรงงานคนอื่นได้กินดีอยู่ดี อาหารการกินมีของดีเพิ่มขึ้นตลอด แต่พวกเขาต้องทนกินข้าวต้มใส ๆ น้ำแกงจืด ๆ ใครจะไม่รู้สึกอิจฉา ? ที่แย่กว่านั้น คนที่ทำให้โรงงานอื่นได้กินดี ก็เป็นคนจากโรงงานของพวกเขาที่ถูกย้ายออกไป ! จะไม่เจ็บใจได้ยังไง ?
พอได้ข่าวว่าหลินเย่ย้ายไปเพราะผู้อำนวยการสั่งยกเลิกรางวัลที่เขาควรจะได้รับ คนในโรงงานเหล็กที่ 3 ก็เริ่ม ไม่พอใจผู้อำนวยการเข้าไปใหญ่ แต่เพราะไม่กล้าไปโวยกับผู้อำนวยการหลี่ตรง ๆ
หลายคนจึงพากันไปร้องเรียนที่สหภาพแรงงานแทน ไม่นานนัก ตัวแทนแรงงานจากสหภาพก็ไปพบกับผู้อำนวยการหลี่และผู้อำนวยการใหญ่หยางที่ห้องประชุม
ภายในห้องประชุม
“ผู้อำนวยการหลี่ มีคนงานร้องเรียนมาว่าเหตุผลที่หลินเย่ต้องย้ายไปโรงงานเหล็กที่ 1 เป็นเพราะคุณเอาความดีความชอบของเขาไปให้หลี่เจี้ยนเซียงแทน จริงไหมครับ ?”
ตัวแทนแรงงานถามด้วยเสียงเรียบ สีหน้าดูเคร่งเครียด และอีกสามคนที่มาด้วยต่างจดบันทึกทุกถ้อยคำอย่างละเอียด
“ไม่มี ! ไม่มีแน่นอน !” ผู้อำนวยการหลี่รีบส่ายหน้าปฏิเสธทันที
“ถ้าอย่างนั้น ช่วยอธิบายหน่อยว่าทำไมหลินเย่ที่ล่าหมูป่ามาได้หนึ่งตัว ถึงไม่ได้รับรางวัลตามระเบียบของโรงงาน ทั้งที่ควรได้รับการยกย่องเป็นคนดีและได้เลื่อนตำแหน่ง ?”
ตัวแทนแรงงานถามซ้ำอย่างกดดันและไม่ยอมปล่อยผ่านง่าย ๆ
ผู้อำนวยการหลี่ที่เตรียมคำตอบมาแล้วตอบอย่างไม่ลังเล “จากการตรวจสอบของเรา พบว่าหลินเย่มีปัญหาหลายอย่างในด้านการใช้ชีวิต ไม่เป็นมิตรกับเพื่อนร่วมงาน ถึงขั้นด่าทอคนแก่...”
เขาพูดอย่างมั่นใจ น้ำเสียงหนักแน่นและเรียบเรียงคำพูดได้เป็นระบบ
“เพราะเราเห็นว่าการจะเป็นคนดีไม่ใช่แค่เรื่องผลงาน แต่ต้องมีคุณธรรมส่วนตัวด้วย เราจึงตัดสินใจยกเลิกการให้รางวัลแก่เขา”
“ส่วนที่ให้หลี่เจี้ยนเซียงได้รับตำแหน่งคนดีแทน...ก็เพราะ...”
ผู้อำนวยการหลี่ซึ่งผ่านประสบการณ์ในระบบมาอย่างโชกโชน ตอบได้อย่างไร้ที่ติ ทุกคำพูดดูมีเหตุผลรองรับอย่างแนบเนียน สุดท้ายยังแกล้งทำสีหน้าเจ็บปวดอีกด้วย
“ถ้ารู้ว่าหลินเย่จะไม่พอใจถึงขนาดนี้ เราคงไม่รีบตัดสินใจเร็วไป ควรจะคุยกับเขาให้มากกว่านี้...”
แต่คำพูดเหล่านี้ ลึก ๆ ก็โยนความผิดไปที่หลินเย่ว่าขาดวุฒิภาวะเองถึงเลือกย้ายออกไป กระทั่งผู้อำนวยการใหญ่หยางที่เงียบมาตลอด ยังอดมองผู้อำนวยการหลี่ด้วยความชื่นชมในความชำนาญไม่ได้
ตัวแทนแรงงานจึงเปลี่ยนเรื่องถามต่อ
“ถ้าอย่างนั้น...ผู้อำนวยการหลี่ เมื่อไหร่ฝ่ายจัดซื้อจะปรับปรุงอาหารให้พวกเราบ้าง ? พวกคนงานทำงานหนัก ถ้ากินไม่อิ่ม จะเอาแรงที่ไหนสร้างประเทศ ?”
ถึงจะเถียงเหตุผลก่อนหน้าไม่ได้ ก็ยังยืนยันสิทธิของคนงานอยู่ดี
“เรากำลังพยายามเต็มที่ !”
“ต้องเข้าใจก่อนนะว่าตอนนี้ทั้งประเทศประสบปัญหาขาดแคลน ของทุกอย่างหายากมาก...แต่เราก็พยายามจัดหาอย่างสุดความสามารถ...”
ผู้อำนวยการหลี่ทั้งรับปากและพร่ำบ่นถึงความลำบาก สรุปแล้วก็คือ...จะพยายามเต็มที่แน่นอน