เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 57 หาซื้อชุดใหม่

บทที่ 57 หาซื้อชุดใหม่

บทที่ 57 หาซื้อชุดใหม่


บทที่ 57 หาซื้อชุดใหม่

เช้าในวันถัดมา ณ ชุมชนซื่อเหอหยวน

เหยียนเจียเฉิงตื่นแต่เช้า รีบลุกขึ้นมาจัดแต่งทรงผมอยู่หน้ากระจกอย่างไม่หยุด

“พี่ชายครับ...พรุ่งนี้ก็ไปจดทะเบียนกันแล้ว ทุกอย่างก็ตกลงเรียบร้อยแล้วไม่ใช่เหรอ ?”

“วันนี้ก็แค่นัดเจอกันเฉย ๆ เองนะ ต้องจริงจังขนาดนี้เลย ?”

เหยียนเจียฟางน้องชายของเขาถึงกับส่ายหน้าอย่างหมดคำพูด ก็วันอาทิตย์เป็นวันหยุดแท้ ๆ คนอื่นได้พักผ่อนกัน แต่วันนี้ตั้งแต่เช้าตรู่กลับถูกเสียงพี่ชายปลุกจนตื่น

“นายไม่เข้าใจหรอก !”

“นี่มันนัดกันครั้งแรกกับว่าที่พี่สะใภ้ของนายเชียวนะ จะไม่ให้ใส่ใจได้ยังไง !”

เหยียนเจียเฉิงกลอกตามองน้องชายอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะหันกลับไปสนใจทรงผมของตัวเองต่อ

เหยียนเจียฟางได้แต่ส่ายหัวอย่างจนใจ สุดท้ายก็ต้องลุกจากเตียง

ตรงทางด้านหลังบ้าน เห็นหลินเย่เดินออกมาจากห้องเล็ก

ช่วงนี้อาจารย์เหล่ย ช่างใหญ่กำลังซ่อมแซมบ้านหลัก เขาเลยต้องย้ายมานอนที่ห้องเล็กไปพลาง ๆ ก่อน

เมื่อวานเขาเพิ่งจัดการหาวัสดุสำหรับทำพื้นบ้านแบบมีระบบทำความร้อนใต้พื้นผ่านทางช่วยเหลือของสำนักงานเขตเสร็จหมดแล้ว

ตอนนี้ก็แค่รอให้บ้านเสร็จเท่านั้นเอง !

เช้านี้ก็ไม่มีอะไรต้องทำเป็นพิเศษ พออาจารย์เหล่ยมาถึง เขาว่าจะออกไปตัดผมหน่อย เพราะเกือบสองเดือนแล้วที่ยังไม่ได้ตัดผม ทรงผมเริ่มยาวเกินมาตรฐานชายในยุคนั้นไปหน่อย

หลินเย่ปั่นจักรยานออกไปหาอะไรกิน แวะทานอาหารเช้าสไตล์ปักกิ่งพื้นบ้านเสร็จ แล้วก็ตรงไปที่ร้านตัดผมแถวประตูเจิ้งหยาง หลังจากตัดผมเสร็จเรียบร้อย ทรงผมดูเรียบและสมาร์ทขึ้นเยอะ

ไม่เลว...หลินเย่มองเงาตัวเองในกระจกอย่างพอใจ แอบคิดว่าหล่อขึ้นไม่น้อย  ไหน ๆ ก็มาปรับลุคแล้ว ถ้าจะซื้อเสื้อผ้าใหม่อีกสองสามชุดก็คงไม่เสียหายอะไร

ช่วงหลังมานี้มัวแต่ยุ่งกับงาน ออกล่าสัตว์ ตกปลา จัดการพวกสัตว์ที่มาบุกลานบ้านอีก เลยไม่ได้ดูแลตัวเองเท่าไหร่ อีกอย่าง...ด้วยเงินเดือนระดับเขา ใช้จ่ายคนเดียว ยังไงก็ไม่ขัดสน ใครจะมาว่าอะไรได้ ?

หลินเย่เดินชมร้านรวงทั้งสองข้างทางอย่างสบายใจ ระหว่างนั้นสายตาก็สะดุดเข้ากับร้านหนึ่ง  ป้ายหน้าร้านเขียนว่า ‘ร้านผ้าไหมเสวี่ยหรู’

‘ร้านผ้าไหมเสวี่ยหรู ? ’

หลินเย่ขมวดคิ้วอย่างสงสัยหรือจะเป็นร้านของเฉินเสวี่ยหรูในเรื่อง ‘ประตูเจิ้งหยาง’ จริง ๆ ?  ด้วยความอยากรู้ เขาจึงจอดรถจักรยานล็อกให้เรียบร้อยแล้วเดินเข้าไปในร้าน

พอเดินเข้ามา ก็ถูกช่างตัดเสื้อในร้านสังเกตเห็นทันที “หนุ่มน้อย จะมาซื้อเสื้อผ้าหรือเลือกผ้าล่ะ ?” ช่างถาม

“เอ่อ...ขอถามหน่อยครับ ร้านนี้ใครเป็นเจ้าของ ?” หลินเย่ถามด้วยความอยากรู้ อยากรู้จริง ๆ ว่าใช่เฉินเสวี่ยหรูหรือเปล่า

"เจ้าของเหรอ ? เธอชื่อเฉินเสวี่ยหรู เป็นคนดังแถวนี้เลยนะ"

จริงด้วย ! หลินเย่ตกใจอยู่ในใจ

ดูท่าแล้ว...โลกที่เขาเดินทางมาคงไม่ใช่แค่โลกในนิยายฟาร์มมหัศจรรย์ธรรมดา ๆ เสียแล้ว

แต่ไม่รู้ว่าเส้นเรื่องจะพัฒนาไปยังไง ?

“ผมอยากสั่งตัดเสื้อ ไม่ทราบว่าพอจะให้เจ้าของร้านออกมาคุยด้วยได้ไหม ?”

หลินเย่ถามอย่างสุภาพ

“ได้สิ”

ช่างพยักหน้าเข้าใจดีว่าลูกค้าบางคนอยากคุยกับเจ้าของเอง ว่าแล้วก็ให้เด็กในร้านเข้าไปตาม

ไม่นานนัก ก็มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินออกมา

หญิงสาวที่สวมชุดกี่เพ้าสวยงามสง่า ทุกท่วงท่าดูอ่อนช้อยน่ามอง รอยยิ้มเปี่ยมเสน่ห์ ใบหน้าของเธอสวยมาก แถมแววตาเต็มไปด้วยเสน่ห์ของหญิงสาววัยผู้ใหญ่

ทันทีที่เฉินเสวี่ยหรูปรากฏตัว หลินเย่ก็อดมองค้างไม่ได้ ส่วนเฉินเสวี่ยหรูเองก็มองเขาอย่างไม่ละสายตา

หลังจากที่หลินเย่ผ่านการล้างไขกระดูกด้วยวิชาอี้จิงแล้ว ร่างกายที่สูงใหญ่แข็งแรงของเขาก็ยิ่งดูดีขึ้น ผิวพรรณก็เนียนขึ้น คิ้วเข้มคม ตาดูเฉียบคม หล่อเหลา และดูแข็งแกร่งเต็มเปี่ยม

ผู้ชายชอบมองผู้หญิงสวย ผู้หญิงก็ชอบมองผู้ชายหล่อ เฉินเสวี่ยหรูเองก็มองหลินเย่แล้วรู้สึกเพลินตา เธอเห็นแววตาชื่นชมของหลินเย่ก็ยิ่งแอบดีใจอย่างลึกซึ้ง เพราะตัวของเธอเองก็มั่นใจในความงามมาตลอด

“สวัสดีค่ะ ฉันคือเฉินเสวี่ยหรู เป็นเจ้าของร้านนี้ ไม่ทราบว่าคุณต้องการตัดเสื้อใช่ไหมคะ ?” น้ำเสียงนุ่มนวลเจือเสน่ห์ ทำเอาผู้ชายได้ยินเป็นต้องใจอ่อน

เฉินเสวี่ยหรูกับหญิงสาวยุคนี้ไม่เหมือนกัน เธอกล้าคิดกล้าทำ เปิดเผย ไม่เก็บซ่อนเสน่ห์ของตัวเองเหมือนผู้หญิงทั่วไป

“สวัสดีครับ ผมชื่อหลินเย่ อยากสั่งตัดเสื้อสักสองสามชุดครับ”

"งั้นขอวัดตัวก่อนนะคะ"

ปกติลูกค้าที่มาวัดตัวมักจะเป็นหน้าที่ช่างในร้าน แต่หลินเย่นี่...เธออยากดูแลเป็นพิเศษ ใครจะไปทนไหว         ในเมื่อคนตรงหน้าหล่อตรงสเป็กขนาดนี้

“ได้เลยครับ รบกวนคุณด้วยนะ”

เฉินเสวี่ยหรูพยักหน้า ก่อนเดินไปหยิบสายวัด  “รบกวนให้คุณหลินยกแขนขึ้นหน่อยนะคะ” เธอเดินมาหาแล้ว ยิ้มหวานจนหลินเย่ใจสั่นเล็กน้อย

หลินเย่ได้ยินดังนั้นก็ยกแขนขึ้นตามคำขออย่างว่าง่าย เฉินเสวี่ยหรูลงมือวัดตัวอย่างตั้งใจ ไม่นานก็เสร็จเรียบร้อย

“คุณหลินอยากตัดเสื้อแบบไหนเหรอคะ ?”

“ขอตัดเป็นชุดจงซานสามชุด เสื้อเชิ้ตอีกสองตัว แล้วก็เสื้อคลุมอีกตัว”

หลังจากหลินเย่พูดจบก็ถามอย่างอ่อนน้อมขึ้น “ทั้งหมดราคาเท่าไหร่ครับคุณเฉิน ?”

“ชุดจงซานชุดละ 10 หยวน เสื้อเชิ้ตตัวละ 3 หยวน ส่วนเสื้อคลุมมีตั้งแต่ 7 หยวนไปจนถึง 20 หยวน”

เฉินเสวี่ยหรูคำนวณราคาอย่างรวดเร็ว

“งั้นเอาเสื้อคลุมแบบดีที่สุด” หลินเย่พูดโดยไม่ต้องคิด

“รวมทั้งหมดก็ 56 หยวนค่ะ คุณหลินจ่ายแค่ 50 หยวนก็พอ” เฉินเสวี่ยหรูพูดพร้อมรอยยิ้มอย่างสดใส

หลินเย่ไม่เพียงแค่หน้าตาดี ดูเหมือนฐานะยังไม่เลวด้วย

คนธรรมดาทั่วไปน่ะเหรอ...ไม่มีใครยอมควักเงินขนาดนี้เพื่อซื้อเสื้อผ้าหรอก ส่วนใหญ่ก็ซื้อผ้ากลับไปตัดเย็บกันเองที่บ้าน ครอบครัวทั่วไป ทั้งปีแทบไม่ได้ซื้อเสื้อใหม่สักตัว ใส่ของใหม่สามปี ของเก่าอีกสามปี แล้วก็ซ่อมไปอีกสามปีถึงจะเปลี่ยน

“งั้นต้องขอบคุณเฉินมากนะครับ”

“ไม่ต้องเกรงใจค่ะ นี่ต้องขอบคุณหลินที่มาอุดหนุนต่างหาก” ทั้งสองคนต่างฝ่ายต่างพูดชมกันอย่างสุภาพ

หลินเย่จ่ายเงินมัดจำไป 20 หยวน รับใบเสร็จเรียบร้อย พร้อมนัดหมายว่ามารับของได้อาทิตย์หน้า

“งั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับ คุณเฉิน”

“เชิญค่ะ คุณหลินว่าง ๆ แวะมานั่งเล่นได้เสมอนะ”

เฉินเสวี่ยหรูเดินมาส่งหลินเย่ถึงหน้าประตูร้านด้วยตัวเอง หลินเย่ก็ปั่นจักรยานกลับบ้านทันที

แต่พอถึงประตูหน้าบ้าน ก็เห็นเหยียนเจียเฉิงกำลังออกจากบ้านไปส่งผู้หญิงคนหนึ่ง

ตอนแรกเขาก็ไม่ได้สนใจอะไรนัก แต่หูอันแหลมคมของเขากลับได้ยินชื่อ ‘อวี่สวี่’ อย่างชัดเจน  สายตาของหลินเย่จึงเผลอหันไปมองหญิงสาวคนนั้นทันที

ผิวดูขาวสะอาด รูปร่างสูงเพรียว พอดูแล้วก็น่าจะใช่...อวี่สวี่จริง ๆ

เขาเข้าใจได้ในทันที...

เขาโดนเหยียนเจียเฉิงตัดหน้าซะแล้ว ?

ขณะที่เหยียนปู้กุ้ยกับเหยียนเจียเฉิงเพิ่งส่งอวี่สวี่เสร็จ พอหันมาก็เห็นหลินเย่กำลังยืนอยู่ประตูหน้าบ้าน พิงจักรยานแล้วมองมาทางพวกเขา

“เหยียนปู้กุ้ย...ครูเหยียน...พวกนายนี่เล่นเก่งจริง ๆ นะ !”

“บอกว่าจะมีนัดดูตัวกัน ทำไมจู่ ๆ อีกฝ่ายถึงไม่มา ที่แท้ก็โดนพวกนายพาไปบ้านซะนี่...” หลินเย่พูดพลางยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นไม่มีความอบอุ่นเลยแม้แต่น้อย

เหยียนปู้กุ้ยกับเหยียนเจียเฉิงโดนสายตานั้นจับจ้องขึ้นมาจนหัวใจเต้นรัว รู้สึกอึดอัดขึ้นมาทันที เหยียนปู้กุ้ยถึงกับกลืนน้ำลายก่อนจะฝืนยิ้มออกมาและพูดขึ้น

“หลินเย่ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับฉันนะ...”

“ฝ่ายหญิงเค้าได้ยินเรื่องบางอย่างของนาย เลยไม่อยากนัดดูตัวกับนายแล้ว พอมาเจอลูกชายฉัน ก็เลยถูกใจซึ่งกันและกัน...แบบนี้ก็เรียกว่าพรหมลิขิตล่ะนะ”

“นายอย่าถือโทษเราเลย มันแค่ไม่ใช่โชคชะตาของนายกับอวี่สวี่เท่านั้นเอง แต่นายก็ออกจะเป็นคนดีคนเก่ง ไว้วันหลังเดี๋ยวให้ป้าสามหาคู่ให้ใหม่”

พูดไปพูดมา น้ำเสียงเริ่มเจือแววเยาะหยัน

เหยียนเจียเฉิงเองก็ค่อย ๆ คลายความกระอักกระอ่วน กลายเป็นแอบยิ้มมุมปากแทน ในเมื่อหลินเย่ไม่ค่อยถูกกับคนในบ้านนี้อยู่แล้ว ถึงเขาจะโวยวายอะไรขึ้นมาก็คงไม่มีใครช่วยพูดแทน

สุดท้ายยังไงก็บิดเบือนได้ว่าเหยียนเจียเฉิงกับอวี่สวี่รู้จักกันอยู่ก่อนแล้ว เรื่องตัดหน้าอะไรนั่นไม่จริงหรอก

เพราะงั้นพวกเขาเลยไม่กลัวว่าหลินเย่จะไปฟ้องใคร

แต่สิ่งที่พวกเขาคาดไม่ถึงก็คือ...

หลินเย่มองไปยังสองพ่อลูกอย่างใจเย็น หลังจากนั้นเขาก็หรี่ตาพลางยิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วพูดขึ้น

“ดี...ดีมาก...”

จากนั้นก็จูงจักรยานเดินจากไปอย่างเงียบ ๆ ไม่แม้แต่จะหันกลับมา

ท่าทีสงบนิ่งเช่นนั้น กลับทำให้พ่อลูกบ้านตระกูลเหยียนยิ่งงงกันหนักไปใหญ่  พวกเขานึกว่าหลินเย่ต้องโกรธจนโวยวายแน่ ถึงขั้นเตรียมคำพูดไว้เถียงตอนโดนลากไปต่อหน้าคนทั้งบ้านแล้วด้วยซ้ำ

แต่กลับไม่คิดเลย...ว่าหลินเย่จะนิ่งขนาดนี้

จบบทที่ บทที่ 57 หาซื้อชุดใหม่

คัดลอกลิงก์แล้ว