- หน้าแรก
- ซื่อเหอหยวน : ฉันมีระบบฟาร์มในยุคภัยแล้ง
- บทที่ 54 ตั้งวงเล่นไพ่กับพรรคพวก
บทที่ 54 ตั้งวงเล่นไพ่กับพรรคพวก
บทที่ 54 ตั้งวงเล่นไพ่กับพรรคพวก
บทที่ 54 ตั้งวงเล่นไพ่กับพรรคพวก
เช้าวันต่อมา
หลังจากที่หลินเย่เพิ่งทานข้าวเสร็จได้ไม่นาน อาจารย์เหล่ยก็นำลูกศิษย์สองคนกับคนงานอีกกลุ่มหนึ่งแบกท่อและวัสดุก่อสร้างพะรุงพะรังมาถึงหลังบ้าน
ทราย ก้อนอิฐ ไม้แผ่น รวมถึงของตกแต่งอื่น ๆ ถูกขนเข้ามาเต็มลาน พวกคนงานต้องวิ่งไปสองรอบ ใช้รถเข็นขนเข้ามาอีกคันใหญ่ กว่าจะขนของได้หมด
“สหายหลิน นี่คือวัสดุก่อสร้างทั้งหมด เชิญตรวจดูได้เลย”
“ไม่ต้องหรอก ฉันเชื่อใจอาจารย์เหล่ย”
หลินเย่รับบัญชีรายการมา แต่ไม่ได้เปิดดูแม้แต่นิด เก็บใส่กระเป๋าไปเลย
“ฮ่า ๆ ๆ ขอบคุณที่วางใจ”
นี่มันของมูลค่ากว่า 100 หยวนเชียวนะ หลินเย่กลับไม่สงสัยอะไรเลย อาจารย์เหล่ยรู้สึกประทับใจมาก เด็กหนุ่มคนนี้แม้อายุยังน้อยแต่ใจกว้างและมีน้ำใจจริง ๆ ก่อนมานี้หัวหน้าหวังก็กำชับไว้แล้วว่า ‘คนนี้ไม่ธรรมดา อย่าไปขัดใจเขาล่ะ’
ตอนนี้เข้าใจแล้วว่าเพราะอะไร เขาตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องทำงานนี้ออกมาให้ดี ไม่มีที่ติ !
“อาจารย์เหล่ย ฉันฝากบ้านด้วยนะ เดี๋ยวฉันจะไปหาหัวหน้าหวังเรื่องเหล็กทำพื้นอุ่น”
“ได้เลย สหายหลินไม่ต้องห่วง”
หลินเย่ทิ้งบุหรี่ต้าเฉียนเหมินไว้ให้หนึ่งซอง จากนั้นก็ปั่นจักรยานมุ่งหน้าไปที่สำนักงานเขต พอใกล้ถึง เขาแวะที่มุมลับ ๆ แอบเอาเนื้อหมูป่าครึ่งตัวออกมาจากท้ายรถ
คิดไปคิดมา ยังใส่แป้งผสมอีก 30 จินในถุง ห้อยไว้ตรงแฮนด์จักรยานอีกข้าง ในเมื่อจะให้คนช่วย ก็ต้องแสดง ‘น้ำใจ’ กันหน่อย แน่นอน ของพวกนี้ไม่ใช่ของขวัญให้สำนักงานเขตหรอก... แต่เป็น ‘การจัดซื้อพิเศษ’ จากเขาต่างหาก !
— — —
ที่บ้านหญิงชราหูหนวก
ป้าใหญ่ถือข้าวเช้ามาส่งตามปกติ แต่พอเข้าไปก็โดนด่าต้อนรับเต็ม ๆ “เอาข้าวเช้ามาส่งเวลานี้ จะปล่อยให้ฉันหิวตายรึไงหา ? !” นับตั้งแต่หญิงชราหูหนวกกลายเป็นคนพิการ ก็หวาดระแวงไปหมด
เธอรู้จักนิสัยอี้จงไห่ดี กลัวว่าพอไม่ได้ดูแลก็จะโดนทอดทิ้ง เมื่อคืนเลยรีบสั่งให้ไปหาคนจัดการหลินเย่ เพื่อเป็นการเตือนสติไปในตัว ป้าใหญ่ถอนใจเฮือกใหญ่ ตั้งแต่ที่หญิงชราพิการ อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ด่าได้ทุกเรื่อง
“เลิกโวยวายได้แล้ว กินข้าวซะ”
หญิงชราหูหนวกมองถาดข้าว เห็นมีแค่ข้าวต้มใส ๆ กับขนมปังเปล่า ๆ หน้าเลยมืดอีก “ไข่สักฟองก็ไม่มี... แล้วฉันจะหายดีได้ยังไง ? หรือพวกเจ้าหวังให้ฉันลุกไม่ขึ้นกันแน่ ?”
ป้าใหญ่ทำเป็นไม่ได้ยิน ยื่นถาดข้าวให้ จะไม่ดูแลก็ไม่ได้ ตอนนี้ยังต้องพึ่งหญิงชรานี่อยู่ หญิงชราก็บ่นไป กินไป
แต่กินไปได้ไม่นาน ก็ชะงัก สีหน้าเริ่มบิดเบี้ยว เจ็บท้องจนเหงื่อแตก
“ชุ่ยฮวา... แก... ทำ... ยาย... ปวด....ท้อง...”
ใบหน้าดูเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บ มือสั่นทำถาดข้าวตกราดเละบนผ้าห่ม ป้าใหญ่ที่กำลังเก็บของเห็นเข้าก็ไม่พอใจทันที
‘ไม่อยากกินก็ไม่ต้องกินสิฟะ เสียข้าวเสียของ เปลืองแรงต้องซักผ้าห่มอีก ! ’ กำลังจะบ่น ก็ได้กลิ่นเหม็นตุ่ยลอยมาเต็มห้อง...
“ปู้จือ~ ปู้จือ~ ฮวาลา ฮวาลา~”
เสียงประหลาดดังรัว ป้าใหญ่ยืนตะลึง หญิงชราเอามือกุมท้อง ตาเบิกโพลงมองมาอย่างหวาดกลัว
“เฮ้ย ? ! นี่มันอะไรของยายเนี่ย ? !”
ขนลุกซู่ ! เล่นปล่อยของกลางเตียงเนี่ยนะ ? ! ไม่คิดจะบอกก่อนหรือไง ? ! ที่ไหนได้... หญิงชราตั้งแต่ขาใช้การไม่ได้ ก็หมดความรู้สึกไปทั้งตัว
จะอั้นก็ไม่รู้ตัว...
“ชุ่ยฮวา... เธอวางยาฉัน !”
เสียงแหบพร่าคำรามออกมา
หา ? ! วางยาอะไร ? ! เป็นไปไม่ได้ ! !
ข้าวต้มถ้วยเดียวกัน ฉันกับอี้จงไห่ก็กินไปแล้ว ไม่มีอะไรเกิดขึ้นสักหน่อย ! ‘รู้เลยว่า... เป็นเพราะอายุแก่มากแล้ว ท้องคงไม่ดีเอง ! ’
ป้าใหญ่ได้แต่ถอนใจยาว...
“เฮ้อ~~”
เมื่อคิดได้เช่นนั้น ป้าใหญ่ก็รีบเปิดหน้าต่างทุกบานในห้อง ให้อากาศถ่ายเทโดยเร็ว แปลกจริง... หญิงชราปวดท้องเร็วก็จริง แต่หายก็เร็วเช่นกัน พอไม่ปวดแล้วก็เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย
ป้าใหญ่ได้แต่กัดฟันอดทน ช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้า ซักผ้าห่ม ทำความสะอาดให้จนหมดแรง เดิมคิดว่าครั้งเดียวก็คงพอ... ใครจะคิดล่ะว่าแค่สองชั่วโมงต่อมา หญิงชราหูหนวกคนนี้ก็เริ่มอีกแล้ว !
เช้านี้ไม่รู้เช็ดก้นเปลี่ยนผ้าไปกี่รอบแล้ว...
มองกองผ้าปู ผ้าห่มที่ต้องซักเต็มอ่าง ป้าใหญ่ถึงกับหมดแรง ท้อใจจนอยากร้องไห้
‘แบบนี้จะทนไปถึงเมื่อไหร่กันนะ...’
— — —
ขณะเดียวกัน... ในตรอกเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง
ชายหนุ่มห้าหกคน กำลังรุมล้อมวงไพ่รอบโต๊ะเก่า ๆ โต๊ะหนึ่ง ดูเล่นกันอย่างเมามัน
“ฮ่า ๆ ๆ กินเรียบ ! จ่ายมา จ่ายมา !”
วันนี้ไม่ต้องไปทำงาน หลังจากเจียตงสวี่กินข้าวเสร็จก็รีบมาหาพรรคพวกเพื่อเล่นไพ่ตามปกติ
“เชี่ย ! ซวยฉิบ... แพ้อีกแล้ว !”
หวงเอ้อร์โกวขว้างไพ่ลงบนโต๊ะอย่างหัวเสีย แล้วสบถออกมาอย่างไม่พอใจว่า “ซวยชะมัด !”
“นี่ เจียตงสวี่ เมื่อคืนไปทำอะไรมาวะ ? มือดีผิดปกติเลยนะ !”
ซัวโฮ่วพูดพลางหยิบเงินสามเหมาโยนลงบนโต๊ะ “ฉันว่านะ... ก่อนมานี่คงได้ลูบของดีเมียแกมาแน่ ๆ ล่ะ ฮ่า ๆ ๆ” คนข้าง ๆ ก็ผสมโรงหยอกล้อแบบหยาบโลน
แต่เจียตงสวี่ไม่สนใจเลย วันนี้อารมณ์ดีมาก แค่ชั่วโมงเดียวก็กวาดไปยี่สิบกว่าหยวนแล้ว นี่มันเกือบเท่าค่าแรงทั้งเดือน ! แถมมือยังขึ้นเรื่อย ๆ ไพ่กินเรียบทุกตา
“พวกนายมันไม่รู้อะไร... วันนี้พี่มาโคตรเฮง ! จะไล่เก็บให้เรียบยกวงเลย !” เจียตงสวี่หัวเราะลั่น
“เล่นจนป่านนี้ไม่หิวรึไง ?” หวงเอ้อร์โกวถามขึ้น
“เออ กินข้าวก่อนเหอะ หิวแล้ว” ซัวโฮ่วรีบพูดขึ้น
“เจียตงสวี่ แกชนะตั้งเยอะ วันนี้ต้องเป็นเจ้ามือเลี้ยงแล้วล่ะ !” หวงเอ้อร์โกวพูดแซวขึ้น
มันเป็นธรรมเนียมพวกนี้ถ้าใครชนะได้เงินเยอะต้องเลี้ยงข้าวกลางวันเพื่อนทั้งวง
“โธ่ เล่นกันแค่ชั่วโมงเดียวเอง จะให้เลี้ยงข้าวเลยเรอะ ?” เจียตงสวี่ทำหน้าไม่พอใจ เสียดายเงินอยู่ไม่น้อย
“ก็ใครใช้ให้แกมาสายตั้งสิบโมงกว่า !”
“ใช่ ! ชนะตั้งยี่สิบกว่าหยวน เลี้ยงมื้อเดียวจะเป็นไร ! ตอนพวกเราชนะ ก็เลี้ยงแกทุกทีไม่ใช่รึไง ?”
ทั้งสามคนรุมพูดด้วยเสียงแข็ง ไม่พอใจที่เจียตงสวี่ขี้งก
“เฮ้ ๆ ใจเย็น ๆ พวกเราเพื่อนกันนะ เล่นให้สนุกดีกว่า” ซัวโฮ่วรีบห้ามพวก ก่อนจะหันไปมองเจียตงสวี่อย่างไม่พอใจ “ตงสวี่ ตอนพวกฉันชนะ ก็เลี้ยงแกตลอดนะ”
เมื่อเห็นทั้งสี่คนทำหน้าขุ่นเคือง เจียตงสวี่ก็ไม่กล้าที่จะเถียง ได้แต่ขมวดคิ้วแล้วพูดขึ้น “ก็ได้ ๆ แต่อย่าเสียเวลานานนะ ใครไปซื้อก็รีบไปล่ะ กินเสร็จจะได้กลับมาเล่นต่อ วันนี้มือขึ้นสุด ๆ !”
กลัวว่าพวกนั้นจะไม่เล่นด้วยต่อ เจียตงสวี่จึงไม่ได้ปล่อยโอกาสให้รอนาน ตอนนี้ดวงกำลังมาแรง จะให้เสียโอกาสทำเงินเพราะข้าวหนึ่งมื้อมันไม่คุ้มเลย !