- หน้าแรก
- ซื่อเหอหยวน : ฉันมีระบบฟาร์มในยุคภัยแล้ง
- บทที่ 48 เจรจาเรื่องการซ่อมแซมบ้าน
บทที่ 48 เจรจาเรื่องการซ่อมแซมบ้าน
บทที่ 48 เจรจาเรื่องการซ่อมแซมบ้าน
บทที่ 48 เจรจาเรื่องการซ่อมแซมบ้าน
หลินเย่ปั่นจักรยานมาตามที่อยู่ จนถึงลานบ้านหลังหนึ่งที่มีประตูหน้าติดถนนใหญ่ ทันทีที่ลงจากรถ ก็มีชายสามคนที่กำลังนั่งเล่นหมากล้อมอยู่ในลานบ้านเงยหน้าขึ้นมาถามอย่างระแวดระวัง
“สหาย มาหาใครเหรอ ?”
หลินเย่รีบยิ้ม ตอบพลางหยิบบุหรี่ออกมาสามมวน ยื่นให้ทั้งสามคน
“ผมมาหาอาจารย์เหล่ยครับ จะมาคุยเรื่องซ่อมบ้านสองห้องที่ผมอยู่ นี่ครับ หนังสืออนุมัติจากสำนักงานเขต”
ชายสามคนเห็นเอกสารพร้อมบุหรี่ ก็เลิกระแวงทันที
ชายคนหนึ่งที่นั่งเล่นหมากล้อมลุกขึ้น ยกที่นั่งให้คนที่ยืนดูอยู่ก่อนแล้ว พร้อมหันไปเรียกคนในบ้าน
“เฮ้ย เหล่าเหล่ย มีคนมาหานาย ฉันเล่นต่อเองนะ”
ไม่นาน ชายวัยกลางคนคนหนึ่งเดินออกมา ยิ้มทักทาย
“สวัสดีสหาย ฉันเหล่ยจวินเอง” เหล่ยจวินหรี่ตามองหลินเย่เหมือนจะประเมินอะไรบางอย่าง หนุ่มคนนี้ท่าทางแข็งแรง หน้าตาดี ดูมีความคล่องแคล่วไม่ใช่น้อย ทำเอาเขาแอบรู้สึกเอ็นดู
“สวัสดีครับ อาจารย์เหล่ย ผมชื่อหลินเย่ เรียกผมเสี่ยวหลินก็ได้”
ทั้งคู่จับมือทักทายกันอย่างเป็นมิตร
“ดี ดี...เอกสารถูกต้องทุกอย่าง งั้นเดี๋ยวเราไปดูบ้านของนายก่อน นายก็บอกได้เลยว่าจะซ่อมตรงไหน จะได้กะค่าแรงให้ถูก”
“ได้เลย ไปกันเถอะ !”
หลินเย่ตอบอย่างกระตือรือร้น ก่อนจะขึ้นคร่อมจักรยานแล้วตบเบาะหลังให้อาจารย์เหล่ยนั่ง ฝ่ายเหล่ยจวินก็ไม่เกี่ยงงอน นั่งลงไปแต่โดยดี พอกลับมาถึงชุมชนซื่อเหอหยวน ก็เห็นกลุ่มแม่บ้านกำลังยืนจับกลุ่มพูดคุยเสียงดัง ลมปากกระจายไปทั่ว
ตั้งใจฟังเล็กน้อยก็รู้...พวกเธอกำลังพูดถึงหญิงชราหูหนวกที่เพิ่งกลับมาจากโรงพยาบาล ตอนนี้ยืนยันแล้วว่าขยับตัวไม่ได้จริง ๆ !
พวกแม่บ้านนั่งแกะเมล็ดแตงพลางซุบซิบอย่างสะใจ
อีกมุมหนึ่งยังมีข่าวอีกเรื่อง...
“วันนี้บ้านตระกูลเหยียนนัดบอดให้เจ้าเหยียนเจียเฉิงดูตัว เห็นว่ามีแววจะได้แต่งกันเร็ว ๆ นี้ !” พอได้ยินข่าวนี้ หลินเย่ถึงกับเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ
‘ครอบครัวเหยียนบ้านนั้นเคยให้แม่สื่อมาหาบ้างตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ? ’ ยังไม่ทันคิดอะไรต่อ เสียงแม่บ้านคนหนึ่งก็ดังขึ้น
“อ้าว เสี่ยวหลิน นี่ใครกันล่ะ ?”
“นี่อาจารย์เหล่ยจากสำนักงานเขต มาช่วยซ่อมบ้านฉันน่ะ สองห้องที่ฉันอยู่น่ะ ลมมันโกรกจนอยู่ไม่ได้แล้ว”
หลินเย่ไม่อยากให้ใครเอาไปพูดต่อ จึงรีบพูดอธิบายให้ชัดเจนต่อหน้าทุกคน พร้อมหยิบเอกสารอนุมัติจากสำนักงานเขตออกมาโชว์
“ยังไงเสี่ยวหลินก็เก่งนะ มีเงินซ่อมบ้านเองด้วย” แม่บ้านคนหนึ่งพูดอย่างอิจฉา
“ชุมชนซื่อเหอหยวนนี้มีหลังไหนไม่พังบ้างล่ะ แต่ใครจะยอมควักเงินซ่อม ค่าซ่อมน้อยที่สุดก็เป็นร้อยหยวน !”
แต่แล้วเสียงถากถางก็ดังแทรกขึ้นจากเจียจาง
“มีเงินเหลือ ๆ ไม่รู้จักเอามาซื้อเนื้อแบ่งปันเพื่อนบ้านบ้าง...”
“เอ้อ...ทั้งชุมชนนี้นอกจากหลิวไห่จง ก็มีบ้านเจียนั่นแหละที่กินดีอยู่ดี ควรช่วยเหลือคนอื่นบ้าง !”
หลินเย่ได้ยินดังนั้นก็ไม่ยอม เล็งเป้าไปที่เจียจางทันที
“เจียจาง พูดถึงใครก็รู้ตัวเองแหละ ! อายุก็ 40 กว่าแล้ว ไม่ไปทำงานสักที เอาแต่รอข้าว รอผ้าอย่างคุณนายที่ดิน !”
“ระวังนะ วันไหนโดนจับข้อหาเป็นพวกเจ้าของที่ดินขึ้นมาจะยุ่ง !” เจียจางหน้าถอดสี รีบพูดด้วยเสียงสั่น “ฉัน...ฉันไม่ใช่เจ้าของที่ดินนะ ! ก็แค่แก่แล้วสุขภาพไม่ดีเท่านั้นเอง...”
“เฮ้อ...สุขภาพไม่ดี ? แล้วที่วัน ๆ เอาแต่ยืนด่าคนนี่มันอะไร ?”
หลินเย่พูดพลางทำหน้าตกใจ เหมือนเพิ่งรู้ความจริงอะไรใหญ่หลวงเข้า...
คนในลานบ้านได้ยินดังนั้นก็พากันหัวเราะเสียงดัง ใคร ๆ ก็รู้ว่าเจียจางคือหญิงปากร้ายในชุมชน
แทบทุกวันจะต้องหาเรื่องทะเลาะกับชาวบ้าน
วันไหนเงียบ วันนั้นต้องแปลกแน่ ! จะบอกว่าร่างกายไม่ดีน่ะ ใครจะเชื่อ ?
“แก...แก...ฉันไม่พูดกับแกแล้ว !”
เจียจางทั้งโกรธและอาย เนื้อหนังทั้งตัวสั่นระริกไปหมดแต่ก็ไม่กล้าลงไม้ลงมือกับหลินเย่ ได้แต่กระฟัดกระเฟียดเดินกลับบ้านไปอย่างหัวเสีย
“อาจารย์เหล่ย ขอโทษด้วยนะครับที่ทำให้เห็นเรื่องไม่เข้าท่าแบบนี้ เชิญครับ บ้านผมอยู่ข้างหลัง”
“ไม่เป็นไร ๆ ฉันเจอแบบนี้ในชุมชนเป็นประจำอยู่แล้ว”
เหล่ยจวินโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ
เขาทำงานแบบนี้มาไม่รู้กี่ปี เจอพวกปากร้ายชอบหาเรื่องแบบเจียจางมานับไม่ถ้วน แต่ที่ทำให้เขาแปลกใจคือ...ชายหนุ่มคนนี้กลับกล้าตอกหน้าจนอีกฝ่ายหน้าเสียหนีเข้าบ้านไป ไม่ธรรมดาจริง ๆ !
เมื่อมาถึงบ้านหลังเล็กของหลินเย่ เหล่ยจวินก็เริ่มสำรวจอย่างละเอียด หยิบตลับเมตรออกมาวัดขนาดอย่างขะมักเขม้น
“เสี่ยวหลิน อยากจะซ่อมแบบไหนล่ะ ?”
หลังวัดขนาดห้องเสร็จ เหล่ยจวินก็หยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กออกมาจด พลางถาม
พอหลินเย่ได้ยิน ก็รีบพูดอย่างกระตือรือร้นเหมือนกลัวลืม “ผมอยากเปลี่ยนห้องด้านข้างเป็นห้องน้ำกับห้องอาบน้ำ ต่อท่อน้ำลงท่อระบายน้ำหลักเลย...แล้วก็ตรงพื้นนี่...”
เขาเล่ารายละเอียดอย่างชัดเจนให้ฟัง หลังจากนั้นดวงตาของเขาก็เปล่งประกายขึ้นมาเหมือนมองเห็นภาพชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต
เหล่ยจวินขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะพูดว่า “ที่เหลือไม่มีปัญหาหรอก แต่ติดแค่วัสดุบางอย่าง...หายากนะ”
“โอ้ ? อะไรบ้างล่ะ บอกมา เดี๋ยวผมหาทางเอง”
หลินเย่รีบจุดบุหรี่ให้พร้อมกับรินน้ำชา
เหล่ยจวินขอบใจมากนะ ก่อนจะเปิดสมุดบันทึกแล้วพูดขึ้นต่อ “พวกท่อน้ำอุ่นน่ะสิ ทำด้วยท่อเฉพาะวัสดุพวกนี้ช่วงนี้หาไม่ได้ง่าย ๆ”
หลินเย่พยักหน้าอย่างเข้าใจ
“แล้วอย่างอื่นล่ะ ?”
“อย่างอื่นก็ไม่มีอะไร น้ำประปาเราไปขอติดตั้งมิเตอร์ที่โรงงานน้ำได้ ไฟฟ้าก็เหมือนกัน ขอติดตั้งมิเตอร์ใหม่”
หลินเย่ฟังจบก็พยักหน้าและตัดสินใจทันที
“ตกลง ! เรื่องท่อพวกนี้ผมจะหาทางเอง อาจารย์เหล่ยช่วยคิดค่าแรงรวมให้หน่อย”
“ได้สิ” เหล่ยจวินหยิบปากกามาคิดเลขในสมุด “ทั้งหมดประมาณ 300 หยวน ค่าวัสดุ 250 ค่าแรงอีกหน่อย ฉันพาเด็กฝึกงานสองคนมาช่วย แล้วจะทำเสร็จภายในครึ่งเดือน ราคาเหมารวมแล้ว”
“ถ้านายซื้อของเอง ราคาจะถูกลงหน่อย...”
หลังจากพูดยังไม่ทันจบ หลินเย่ก็ควักธนบัตรใบใหญ่สีดำ (สิบหยวน) 31 ใบส่งให้ตรงหน้า
“อาจารย์เหล่ย เอาไปก่อนเลย ตามราคาที่ว่านั่นแหละ ส่วนสิบหยวนนี่ค่ากับข้าวพวกพี่น้องช่วงครึ่งเดือนนี้ ผมทำงานยุ่ง คงไม่ได้ทำอาหารเลี้ยงเอง” เหล่ยจวินหัวเราะ พยักหน้าอย่างชอบใจ
“ดี ! งั้นพรุ่งนี้แปดโมงเช้าเริ่มงานเลย วันนี้ฉันจะไปซื้อของ พอเสร็จแล้วจะพานายไปออกใบเสร็จที่สำนักงานเขต”
“ตกลงตามนี้ !”
หลินเย่พูดย้ำ ก่อนหันกลับไปมองลานบ้าน สั่งกำชับด้วยเสียงเข้ม
“อีกอย่างนะ พรุ่งนี้พอขนพวกทราย ปูนซีเมนต์มาแล้ว ช่วยเฝ้าไว้ให้ดีด้วย ชุมชนนี้มีพวกมือไวอยู่เยอะ”
สายตาเหล่ยจวินวาบขึ้นมาทันที พยักหน้าอย่างเข้าใจ
“สบายใจได้ เสี่ยวหลิน เรื่องแบบนี้ฉันเจอมาจนชินแล้ว”
(ป.ล. : อย่าคิดว่าค่าซ่อมแพงนะ หลินเย่เขาทำแทบจะเหมือนสร้างใหม่ แค่ไม่รื้อหมดเท่านั้นเอง ถ้ารื้อหมดคงต้องใช้เงินมากกว่านี้อีกหลายเท่า)