เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 46  อวี่สวี่และครอบครัวมาบ้านตระกูลเหยียน

บทที่ 46  อวี่สวี่และครอบครัวมาบ้านตระกูลเหยียน

บทที่ 46  อวี่สวี่และครอบครัวมาบ้านตระกูลเหยียน


บทที่ 46  อวี่สวี่และครอบครัวมาบ้านตระกูลเหยียน

หลังจากที่อี้จงไห่กับคนอื่น ๆ พาหญิงชราหูหนวกไปส่งถึงโรงพยาบาลได้ไม่นาน

หลินเย่ก็ลงมือนึ่งหมั่นโถวขาวสิบกว่าลูก จากนั้นก็หยิบเนื้อวัวต้มพะโล้กับโครงเป็ดที่เหลือจากเมื่อคืนออกมาจากมิติฟาร์ม ออกมากินเป็นมื้อเช้าจนอิ่มท้อง

แต่กำลังจะนั่งกินอยู่ดีพอดี...

“ก๊อก ก๊อก ก๊อก...” จู่ ๆ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น !

หลินเย่ขมวดคิ้วทันที ใครกันที่มาเวลาเช้าแบบนี้ แถมยังมาตอนที่เขากำลังจะกินข้าวอีก ? ต้องรู้ก่อนนะว่าในยุคนี้ ไม่ค่อยมีใครจะมารบกวนกันถึงบ้านในเวลาทานอาหารหรอก

ถ้าเชิญเขาเข้ามาแล้ว...ก็ไม่รู้ว่าจะได้กินข้าวต่อไหม ?

หลังจากเปิดประตูออกไปก็พบว่าเป็นแม่สื่อหว่านต้าเหนียงนั่นเอง

“อ้าว ป้าหว่าน มาทำอะไรแต่เช้าล่ะครับ ?”

หลินเย่ถามด้วยสีหน้าแปลกใจ

ก็พรุ่งนี้ถึงจะเป็นวันนัดดูตัวนี่นา แม่หว่านจะมาวันนี้ทำไม ?

“เอ่อ...คือว่า...” หว่านต้าเหนียงทำหน้าอาย ๆ พูดไม่ค่อยออก

หลินเย่เห็นคนในลานบ้านเริ่มชะโงกหน้ามองกันเข้ามา จึงเอียงตัวหลบและเปิดทางเชิญเข้าไปข้างด้านในพร้อมกับยิ้มบาง ๆ ออกมาเล็กน้อย

“ป้าหว่าน เชิญข้างในก่อนเถอะครับ”

“ได้ ๆ” เธอรีบพยักหน้า

“ป้าหว่าน ทานอะไรมาหรือยัง จะทานข้าวด้วยกันหน่อยมั้ย ?”

“เรียบร้อยแล้ว ๆ หลินเย่ นายไม่ต้องลำบากมาเลี้ยงป้าหรอก”

หว่านต้าเหนียงมองเนื้อวัวต้มพะโล้ โครงเป็ดและหมั่นโถวขาวที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วกลืนน้ำลายลงอย่างเงียบ ๆ

แต่ครั้งนี้เธอไม่กล้าทำเนียนร่วมวงกินด้วยเหมือนครั้งก่อน เธอได้แต่ยิ้มเจื่อน ๆ ตอบกลับมา

“วันนี้ที่ป้ามามีเรื่องจะบอกนายสักหน่อย...”

เธอบีบมือตัวเองไปมา สีหน้าดูฝืนยิ้มอย่างเห็นได้ชัด

“เชิญว่ามาเลยครับ” หลินเย่รินน้ำชาให้ ก่อนจะนั่งลงตรงข้ามเธอ

“คือว่า...เอ่อ...พรุ่งนี้นัดดูตัวน่ะ อาจจะต้องยกเลิกไปก่อน...ทางฝ่ายหญิงคงไม่มาแล้ว...”  หว่านต้าเหนียงเงยหน้ามองสีหน้าหลินเย่อย่างเกร็ง ๆ

“อ๋อ...งั้นเหรอ ไม่เป็นไรหรอก ไม่มาก็ไม่มา” หลินเย่พูดอย่างไม่ได้ใส่ใจมากนัก

ที่แท้ก็เรื่องแค่นี้เอง

ผู้หญิงที่ยังไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนด้วยซ้ำ ถ้าไม่มาเขาก็ไม่คิดอะไรหรอก  ในอนาคตคนที่คบกันตั้งหลายปีก็ยังเลิกกันได้เลย นับประสาอะไรกับนัดดูตัวแค่นี้

“เฮ้อ...”

เมื่อเห็นหลินเย่ไม่ได้โกรธอะไร หว่านต้าเหนียงก็โล่งอกขึ้นทันที

“หลินเย่ นายเป็นคนมีคุณสมบัติดีขนาดนี้ ที่อวี่สวี่ไม่อยากมาดูตัวกับนาย ก็เป็นเพราะเธอไม่รู้คุณค่าเองนี่ล่ะ

ไม่ต้องรีบหรอกนะ ป้าจะช่วยหาที่ดีกว่านี้ให้แน่นอน”

หลินเย่ยิ้มพลางโบกมือขึ้นมา “ไม่ต้องห่วงหรอก ป้าหว่าน ผมเองก็ยังไม่ได้รีบแต่งงาน แต่ว่า...อวี่สวี่ไม่อยากมาดูตัวเพราะอะไรเหรอ ? ผมแค่อยากรู้น่ะ ไม่มีเจตนาอื่นหรอก”

“เฮ้อ...พูดถึงเรื่องนี้ ป้าก็ยังโมโหไม่หาย !” หว่านต้าเหนียงถอนหายใจยาว สีหน้าเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง

“เดิมทีก็ตกลงกันดี ๆ อยู่แล้วเชียว แต่จู่ ๆ เมื่อวานตอนบ่าย แม่ของอวี่สวี่ก็มาหาป้า ด่าป้าเสียยกใหญ่ ว่าไปแนะนำอะไรให้เธอ บอกว่าป้าจะเอาลูกสาวสุดที่รักของเธอไปโยนหลุมไฟอย่างนั้นอย่างนี้...”

พอหลินเย่ถามขึ้นมา หว่านต้าเหนียงก็เหมือนได้ระบายความอัดอั้นที่อยู่ในใจออกมาทันที แต่พอพูดมาถึงตรงนี้ เธอก็รู้ตัวว่าพูดผิดไป เลยรีบอธิบายเพิ่ม

“เสี่ยวหลิน ป้าไม่ได้หมายความอย่างนั้นนะ คนที่เป็นแม่นั้นป้าก็รู้จักดีแน่นอน ต้องเธอต้องไปได้ยินข่าวลืออะไรมาแน่นอน”

หลินเย่ยิ้มออกมาและพยักหน้าพูดขึ้น

“ผมเข้าใจครับ ป้าเล่าต่อได้เลย”

"เรื่องมันก็เป็นแบบนี้แหละ ต่อให้ป้าพยายามอธิบายกับแม่ของเธอ และบอกเงื่อนไขต่าง ๆ ของเธอไป เธอก็ไม่ยอมฟังเลย ยังบอกว่าป้าโกหกเธออีก"

หลังพูดจบ หว่านต้าเหนียงรู้สึกหน้าหม่นหมองและถอนใจอย่างไม่มีทางเลือก

“ครั้งนี้ก็เลยเรียกได้ว่าล้มเลิกการนัดหมายไปเลย”

หลังจากฟังเรื่องจากแม่สื่อ หลินเย่ก็เริ่มสงสัยขึ้นมาว่า น่าจะเป็นคนในชุมชนที่คอยใส่ร้ายเขาลับหลังนี่เอง

ไม่ได้คิดเลยว่าเขาจะถูกพวกชั่วร้ายเหล่านี้กลั่นแกล้งอีกครั้ง

แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะถ้าใครจะเชื่อข่าวลือโดยไม่ใช้วิจารณญาณของตัวเอง แถมนัดเจอคนที่จะเป็นคู่ชีวิตก็ยังทำแบบนี้ เขาก็ไม่ได้เสียดายอะไร

“ป้าหว่าน ป้าก็ลำบากมามากแล้ว เอามันฝรั่งถุงนี้กลับไปด้วยนะครับ”

หลังจากพูดคุยกันสักพัก หลินเย่ก็ส่งป้าหว่านเดินออกไป พร้อมกับยื่นถุงมันฝรั่งหนักสามกิโลกรัมให้

“อันนี้...มันเอาไปไม่ได้หรอก นายยังไม่ได้เจอหน้าคู่หมั้นเลย จะให้รับของจากนายแบบนี้มันไม่เหมาะสม”

ป้าหว่านรีบปฏิเสธอยู่หลายครั้ง

“นี่ไม่ใช่ให้แทนเงินค่าแม่สื่อหรอก เป็นแค่อาหารธรรมดาเอง แถมป้าก็เหนื่อยวิ่งวุ่นมาตั้งสองวัน แถมโดนด่ามาอีก”

“รับเอาไว้เถอะครับ”

หลินเย่ไม่รอฟังปฏิเสธ ยัดถุงมันฝรั่งใส่ในมือป้าหว่านไปเลย

“งั้น...ป้าก็ขอรับไว้ก่อนละกันนะ เสี่ยวหลินใจดีจริง ๆ”

“ไม่ต้องห่วง ถ้าหากมีหญิงสาวดี ๆ และเหมาะสม ป้าจะรีบมาแนะนำเลย”

ป้าหว่านยืดอกของเธอเองแล้วตอบตกลงทันที

“งั้นก็เชิญได้เลยครับ” หลินเย่ยิ้มพยักหน้าและโบกมือบอกลาป้าหว่าน

หลังจากทานข้าวเสร็จ หลินเย่เตรียมตัวไปที่สำนักงานเขต เพื่อคุยกับหัวหน้าเหว่ยเรื่องซ่อมบ้าน เพราะบ้านเขามีลมเข้าในตอนกลางคืน บ้านเก่ามากถึงเวลาต้องซ่อมแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น การติดต่อสื่อสารกับสำนักงานเขตก็สำคัญ ไม่ใช่ว่าเขาจะเป็นฝ่ายให้แต่ของอย่างเดียว บางทีต้องมีเรื่องให้สำนักงานเขตช่วยบ้าง จะได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย

เมื่อเวลาใกล้เที่ยง

มีคู่สามีภรรยาวัยกลางคนคู่หนึ่ง พร้อมด้วยลูกสาวหน้าตาสวย ถักผมเปียมาเยือนที่ซื่อเหอหยวน              “สวัสดีครับ ขอสอบถามหน่อยว่าคุณเป็นพ่อแม่ของอวี่สวี่ใช่ไหมครับ ?”

เหยียนปู้กุ้ยยืนรอที่หน้าประตูชุมชนตั้งแต่เช้า พอเห็นครอบครัวอวี่สวี่มาก็รีบเข้าไปทักทายอย่างยิ้มแย้ม        เมื่อวานเหยียนเจียเฉิงเล่าเรื่องที่แย่งคู่หมั้นของหลินเย่ไป ทำให้เหยียนปู้กุ้ยรู้สึกกังวลเล็กน้อย

เพราะเขาตั้งใจจะปรับความสัมพันธ์กับหลินเย่

ถ้าหลินเย่รู้เรื่องนี้ ก็อาจจะทะเลาะกันจนเลิกคบกันเลยก็ได้ แต่พอเห็นสายตาคาดหวังของลูกชายตัวเอง ก็คิดว่าเรื่องการปรับความสัมพันธ์ยังไงก็ไม่สำเร็จแน่

เมื่อคิดทบทวนอยู่ในใจแล้ว สรุปว่าการหาแฟนให้ลูกชายนั้นสำคัญกว่า และที่สำคัญก็คืองานนี้ไม่ต้องจ้าง      แม่สื่อทำให้ประหยัดเงินไปได้ตั้งเยอะ

“ใช่ครับ พวกเราคือพ่อและแม่ของอวี่สวี่ พวกเรามาที่นี่เพื่อให้ลูกสาวมาดูตัว”

คุณแม่ของอวี่สวี่เห็นเหยียนปู้กุ้ยที่ใส่แว่น ดูเป็นคนมีความรู้ ก็ตื่นเต้นกับเรื่องแต่งงานครั้งนี้มากขึ้น

"สวัสดีครับ ผมเหยียนปู้กุ้ย พ่อของเหยียนเจียเฉิงเชิญเข้ามาข้างในเลยครับ”

เหยียนปู้กุ้ยยิ้มต้อนรับพ่อและแม่ของอวี่สวี่

“คุณป้า รีบออกมาต้อนรับหน่อย พวกเขามาถึงแล้ว !” เหยียนปู้กุ้ยรีบตะโกนเรียกจากในบ้าน  ป้าสามก็รีบออกมาต้อนรับครอบครัวอวี่สวี่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“ไป ๆ ไปซื้อไก่ตัวใหญ่ ๆ กับผักมาเยอะ ๆ นะ” เหยียนปู้กุ้ยแกล้งทำท่าทางใจดี บอกกับป้าสามและแอบส่งสายตาให้กัน ป้าสามเข้าใจ รีบพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น

“เอาล่ะ เข้าไปนั่งก่อนนะครับ”

หลังจากนั้นเขาก็พาพ่อและแม่ของอวี่สวี่เข้าไปในบ้าน พอเดินเข้ามาเห็นเหยียนเจียเฉิงแต่งตัวดูดี ก็รู้สึกพอใจ เด็กหนุ่มคนนี้หน้าตาดี สูงใช้ได้และดูเป็นคนซื่อสัตย์ดี

(เหยียนเจียเฉิงถือว่าหน้าตาดีกว่าคนอื่นในชุมชนหลายคน อย่างเช่น ชาซูและสวี่ต้าม่าว)

“คุณลุง คุณป้า เชิญนั่งครับ”

เหยียนเจียเฉิงยิ้มอย่างจริงใจ รีบไปดึงม้านั่งมาให้พ่อกับแม่อวี่สวี่ หลังจากเช็ดโต๊ะให้สะอาดแล้ว ยังไปช่วยยกเก้าอี้ให้อวี่สวี่อีกด้วย และรินน้ำชามาเสิร์ฟอย่างรวดเร็ว

จบบทที่ บทที่ 46  อวี่สวี่และครอบครัวมาบ้านตระกูลเหยียน

คัดลอกลิงก์แล้ว