- หน้าแรก
- ซื่อเหอหยวน : ฉันมีระบบฟาร์มในยุคภัยแล้ง
- บทที่ 46 อวี่สวี่และครอบครัวมาบ้านตระกูลเหยียน
บทที่ 46 อวี่สวี่และครอบครัวมาบ้านตระกูลเหยียน
บทที่ 46 อวี่สวี่และครอบครัวมาบ้านตระกูลเหยียน
บทที่ 46 อวี่สวี่และครอบครัวมาบ้านตระกูลเหยียน
หลังจากที่อี้จงไห่กับคนอื่น ๆ พาหญิงชราหูหนวกไปส่งถึงโรงพยาบาลได้ไม่นาน
หลินเย่ก็ลงมือนึ่งหมั่นโถวขาวสิบกว่าลูก จากนั้นก็หยิบเนื้อวัวต้มพะโล้กับโครงเป็ดที่เหลือจากเมื่อคืนออกมาจากมิติฟาร์ม ออกมากินเป็นมื้อเช้าจนอิ่มท้อง
แต่กำลังจะนั่งกินอยู่ดีพอดี...
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก...” จู่ ๆ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น !
หลินเย่ขมวดคิ้วทันที ใครกันที่มาเวลาเช้าแบบนี้ แถมยังมาตอนที่เขากำลังจะกินข้าวอีก ? ต้องรู้ก่อนนะว่าในยุคนี้ ไม่ค่อยมีใครจะมารบกวนกันถึงบ้านในเวลาทานอาหารหรอก
ถ้าเชิญเขาเข้ามาแล้ว...ก็ไม่รู้ว่าจะได้กินข้าวต่อไหม ?
หลังจากเปิดประตูออกไปก็พบว่าเป็นแม่สื่อหว่านต้าเหนียงนั่นเอง
“อ้าว ป้าหว่าน มาทำอะไรแต่เช้าล่ะครับ ?”
หลินเย่ถามด้วยสีหน้าแปลกใจ
ก็พรุ่งนี้ถึงจะเป็นวันนัดดูตัวนี่นา แม่หว่านจะมาวันนี้ทำไม ?
“เอ่อ...คือว่า...” หว่านต้าเหนียงทำหน้าอาย ๆ พูดไม่ค่อยออก
หลินเย่เห็นคนในลานบ้านเริ่มชะโงกหน้ามองกันเข้ามา จึงเอียงตัวหลบและเปิดทางเชิญเข้าไปข้างด้านในพร้อมกับยิ้มบาง ๆ ออกมาเล็กน้อย
“ป้าหว่าน เชิญข้างในก่อนเถอะครับ”
“ได้ ๆ” เธอรีบพยักหน้า
“ป้าหว่าน ทานอะไรมาหรือยัง จะทานข้าวด้วยกันหน่อยมั้ย ?”
“เรียบร้อยแล้ว ๆ หลินเย่ นายไม่ต้องลำบากมาเลี้ยงป้าหรอก”
หว่านต้าเหนียงมองเนื้อวัวต้มพะโล้ โครงเป็ดและหมั่นโถวขาวที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วกลืนน้ำลายลงอย่างเงียบ ๆ
แต่ครั้งนี้เธอไม่กล้าทำเนียนร่วมวงกินด้วยเหมือนครั้งก่อน เธอได้แต่ยิ้มเจื่อน ๆ ตอบกลับมา
“วันนี้ที่ป้ามามีเรื่องจะบอกนายสักหน่อย...”
เธอบีบมือตัวเองไปมา สีหน้าดูฝืนยิ้มอย่างเห็นได้ชัด
“เชิญว่ามาเลยครับ” หลินเย่รินน้ำชาให้ ก่อนจะนั่งลงตรงข้ามเธอ
“คือว่า...เอ่อ...พรุ่งนี้นัดดูตัวน่ะ อาจจะต้องยกเลิกไปก่อน...ทางฝ่ายหญิงคงไม่มาแล้ว...” หว่านต้าเหนียงเงยหน้ามองสีหน้าหลินเย่อย่างเกร็ง ๆ
“อ๋อ...งั้นเหรอ ไม่เป็นไรหรอก ไม่มาก็ไม่มา” หลินเย่พูดอย่างไม่ได้ใส่ใจมากนัก
ที่แท้ก็เรื่องแค่นี้เอง
ผู้หญิงที่ยังไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนด้วยซ้ำ ถ้าไม่มาเขาก็ไม่คิดอะไรหรอก ในอนาคตคนที่คบกันตั้งหลายปีก็ยังเลิกกันได้เลย นับประสาอะไรกับนัดดูตัวแค่นี้
“เฮ้อ...”
เมื่อเห็นหลินเย่ไม่ได้โกรธอะไร หว่านต้าเหนียงก็โล่งอกขึ้นทันที
“หลินเย่ นายเป็นคนมีคุณสมบัติดีขนาดนี้ ที่อวี่สวี่ไม่อยากมาดูตัวกับนาย ก็เป็นเพราะเธอไม่รู้คุณค่าเองนี่ล่ะ
ไม่ต้องรีบหรอกนะ ป้าจะช่วยหาที่ดีกว่านี้ให้แน่นอน”
หลินเย่ยิ้มพลางโบกมือขึ้นมา “ไม่ต้องห่วงหรอก ป้าหว่าน ผมเองก็ยังไม่ได้รีบแต่งงาน แต่ว่า...อวี่สวี่ไม่อยากมาดูตัวเพราะอะไรเหรอ ? ผมแค่อยากรู้น่ะ ไม่มีเจตนาอื่นหรอก”
“เฮ้อ...พูดถึงเรื่องนี้ ป้าก็ยังโมโหไม่หาย !” หว่านต้าเหนียงถอนหายใจยาว สีหน้าเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง
“เดิมทีก็ตกลงกันดี ๆ อยู่แล้วเชียว แต่จู่ ๆ เมื่อวานตอนบ่าย แม่ของอวี่สวี่ก็มาหาป้า ด่าป้าเสียยกใหญ่ ว่าไปแนะนำอะไรให้เธอ บอกว่าป้าจะเอาลูกสาวสุดที่รักของเธอไปโยนหลุมไฟอย่างนั้นอย่างนี้...”
พอหลินเย่ถามขึ้นมา หว่านต้าเหนียงก็เหมือนได้ระบายความอัดอั้นที่อยู่ในใจออกมาทันที แต่พอพูดมาถึงตรงนี้ เธอก็รู้ตัวว่าพูดผิดไป เลยรีบอธิบายเพิ่ม
“เสี่ยวหลิน ป้าไม่ได้หมายความอย่างนั้นนะ คนที่เป็นแม่นั้นป้าก็รู้จักดีแน่นอน ต้องเธอต้องไปได้ยินข่าวลืออะไรมาแน่นอน”
หลินเย่ยิ้มออกมาและพยักหน้าพูดขึ้น
“ผมเข้าใจครับ ป้าเล่าต่อได้เลย”
"เรื่องมันก็เป็นแบบนี้แหละ ต่อให้ป้าพยายามอธิบายกับแม่ของเธอ และบอกเงื่อนไขต่าง ๆ ของเธอไป เธอก็ไม่ยอมฟังเลย ยังบอกว่าป้าโกหกเธออีก"
หลังพูดจบ หว่านต้าเหนียงรู้สึกหน้าหม่นหมองและถอนใจอย่างไม่มีทางเลือก
“ครั้งนี้ก็เลยเรียกได้ว่าล้มเลิกการนัดหมายไปเลย”
หลังจากฟังเรื่องจากแม่สื่อ หลินเย่ก็เริ่มสงสัยขึ้นมาว่า น่าจะเป็นคนในชุมชนที่คอยใส่ร้ายเขาลับหลังนี่เอง
ไม่ได้คิดเลยว่าเขาจะถูกพวกชั่วร้ายเหล่านี้กลั่นแกล้งอีกครั้ง
แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะถ้าใครจะเชื่อข่าวลือโดยไม่ใช้วิจารณญาณของตัวเอง แถมนัดเจอคนที่จะเป็นคู่ชีวิตก็ยังทำแบบนี้ เขาก็ไม่ได้เสียดายอะไร
“ป้าหว่าน ป้าก็ลำบากมามากแล้ว เอามันฝรั่งถุงนี้กลับไปด้วยนะครับ”
หลังจากพูดคุยกันสักพัก หลินเย่ก็ส่งป้าหว่านเดินออกไป พร้อมกับยื่นถุงมันฝรั่งหนักสามกิโลกรัมให้
“อันนี้...มันเอาไปไม่ได้หรอก นายยังไม่ได้เจอหน้าคู่หมั้นเลย จะให้รับของจากนายแบบนี้มันไม่เหมาะสม”
ป้าหว่านรีบปฏิเสธอยู่หลายครั้ง
“นี่ไม่ใช่ให้แทนเงินค่าแม่สื่อหรอก เป็นแค่อาหารธรรมดาเอง แถมป้าก็เหนื่อยวิ่งวุ่นมาตั้งสองวัน แถมโดนด่ามาอีก”
“รับเอาไว้เถอะครับ”
หลินเย่ไม่รอฟังปฏิเสธ ยัดถุงมันฝรั่งใส่ในมือป้าหว่านไปเลย
“งั้น...ป้าก็ขอรับไว้ก่อนละกันนะ เสี่ยวหลินใจดีจริง ๆ”
“ไม่ต้องห่วง ถ้าหากมีหญิงสาวดี ๆ และเหมาะสม ป้าจะรีบมาแนะนำเลย”
ป้าหว่านยืดอกของเธอเองแล้วตอบตกลงทันที
“งั้นก็เชิญได้เลยครับ” หลินเย่ยิ้มพยักหน้าและโบกมือบอกลาป้าหว่าน
หลังจากทานข้าวเสร็จ หลินเย่เตรียมตัวไปที่สำนักงานเขต เพื่อคุยกับหัวหน้าเหว่ยเรื่องซ่อมบ้าน เพราะบ้านเขามีลมเข้าในตอนกลางคืน บ้านเก่ามากถึงเวลาต้องซ่อมแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น การติดต่อสื่อสารกับสำนักงานเขตก็สำคัญ ไม่ใช่ว่าเขาจะเป็นฝ่ายให้แต่ของอย่างเดียว บางทีต้องมีเรื่องให้สำนักงานเขตช่วยบ้าง จะได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย
เมื่อเวลาใกล้เที่ยง
มีคู่สามีภรรยาวัยกลางคนคู่หนึ่ง พร้อมด้วยลูกสาวหน้าตาสวย ถักผมเปียมาเยือนที่ซื่อเหอหยวน “สวัสดีครับ ขอสอบถามหน่อยว่าคุณเป็นพ่อแม่ของอวี่สวี่ใช่ไหมครับ ?”
เหยียนปู้กุ้ยยืนรอที่หน้าประตูชุมชนตั้งแต่เช้า พอเห็นครอบครัวอวี่สวี่มาก็รีบเข้าไปทักทายอย่างยิ้มแย้ม เมื่อวานเหยียนเจียเฉิงเล่าเรื่องที่แย่งคู่หมั้นของหลินเย่ไป ทำให้เหยียนปู้กุ้ยรู้สึกกังวลเล็กน้อย
เพราะเขาตั้งใจจะปรับความสัมพันธ์กับหลินเย่
ถ้าหลินเย่รู้เรื่องนี้ ก็อาจจะทะเลาะกันจนเลิกคบกันเลยก็ได้ แต่พอเห็นสายตาคาดหวังของลูกชายตัวเอง ก็คิดว่าเรื่องการปรับความสัมพันธ์ยังไงก็ไม่สำเร็จแน่
เมื่อคิดทบทวนอยู่ในใจแล้ว สรุปว่าการหาแฟนให้ลูกชายนั้นสำคัญกว่า และที่สำคัญก็คืองานนี้ไม่ต้องจ้าง แม่สื่อทำให้ประหยัดเงินไปได้ตั้งเยอะ
“ใช่ครับ พวกเราคือพ่อและแม่ของอวี่สวี่ พวกเรามาที่นี่เพื่อให้ลูกสาวมาดูตัว”
คุณแม่ของอวี่สวี่เห็นเหยียนปู้กุ้ยที่ใส่แว่น ดูเป็นคนมีความรู้ ก็ตื่นเต้นกับเรื่องแต่งงานครั้งนี้มากขึ้น
"สวัสดีครับ ผมเหยียนปู้กุ้ย พ่อของเหยียนเจียเฉิงเชิญเข้ามาข้างในเลยครับ”
เหยียนปู้กุ้ยยิ้มต้อนรับพ่อและแม่ของอวี่สวี่
“คุณป้า รีบออกมาต้อนรับหน่อย พวกเขามาถึงแล้ว !” เหยียนปู้กุ้ยรีบตะโกนเรียกจากในบ้าน ป้าสามก็รีบออกมาต้อนรับครอบครัวอวี่สวี่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“ไป ๆ ไปซื้อไก่ตัวใหญ่ ๆ กับผักมาเยอะ ๆ นะ” เหยียนปู้กุ้ยแกล้งทำท่าทางใจดี บอกกับป้าสามและแอบส่งสายตาให้กัน ป้าสามเข้าใจ รีบพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น
“เอาล่ะ เข้าไปนั่งก่อนนะครับ”
หลังจากนั้นเขาก็พาพ่อและแม่ของอวี่สวี่เข้าไปในบ้าน พอเดินเข้ามาเห็นเหยียนเจียเฉิงแต่งตัวดูดี ก็รู้สึกพอใจ เด็กหนุ่มคนนี้หน้าตาดี สูงใช้ได้และดูเป็นคนซื่อสัตย์ดี
(เหยียนเจียเฉิงถือว่าหน้าตาดีกว่าคนอื่นในชุมชนหลายคน อย่างเช่น ชาซูและสวี่ต้าม่าว)
“คุณลุง คุณป้า เชิญนั่งครับ”
เหยียนเจียเฉิงยิ้มอย่างจริงใจ รีบไปดึงม้านั่งมาให้พ่อกับแม่อวี่สวี่ หลังจากเช็ดโต๊ะให้สะอาดแล้ว ยังไปช่วยยกเก้าอี้ให้อวี่สวี่อีกด้วย และรินน้ำชามาเสิร์ฟอย่างรวดเร็ว