- หน้าแรก
- ซื่อเหอหยวน : ฉันมีระบบฟาร์มในยุคภัยแล้ง
- บทที่ 42 แม่ของอวี่สวี่มาตรวจสอบในชุมชน
บทที่ 42 แม่ของอวี่สวี่มาตรวจสอบในชุมชน
บทที่ 42 แม่ของอวี่สวี่มาตรวจสอบในชุมชน
บทที่ 42 แม่ของอวี่สวี่มาตรวจสอบในชุมชน
“อะไรนะ ! ! ! หลินเย่ย้ายไปโรงงานเหล็กที่ 1 แล้วเหรอ?”
“เรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ?”
“เห็นว่าหลังจากที่เขาถูกยกเลิกรางวัล เขาก็ทำเรื่องย้ายไปโรงงานเหล็กที่ 1 เลย”
“งั้นก็หมายความว่าเนื้อแกะของเขา ถูกส่งไปที่โรงงานเหล็กที่ 1 หมดเลยใช่ไหม ? ไม่แปลกใจเลยที่ไม่เห็นต้าฝูเอาเนื้อติดมือกลับมาบ้างเลย”
“เฮ้อ~~ ทำไมหลินเย่ถึงไปโรงงานเหล็กที่ 1 ล่ะ ?”
“หลังจากนี้ ถ้าเขาไปล่าสัตว์ พวกเราที่อยู่ในโรงงานก็จะไม่ได้ส่วนแบ่งอะไรเลยใช่ไหม ?”
คืนนั้น ทั้งชุมชนต่างก็ทราบข่าวว่าหลินเย่ย้ายไปโรงงานเหล็กที่ 1 แล้ว ทุกคนพูดคุยกันอย่างครึกครื้น แต่ส่วนใหญ่ก็แค่เสียดายที่ไม่ได้ประโยชน์อะไร
หลิวไห่จงยังพยายามทำตัวเหมือนผู้ใหญ่ คาดคั้นถามหลินเย่ว่าทำไมไม่แจ้งให้คนในชุมชนรู้เรื่องการย้ายโรงงาน หลินเย่ตอบกลับอย่างตรงไปตรงมา “ฉันจะไปทำงานที่ไหน มันเกี่ยวอะไรกับแก ? ! ถ้ามีเวลาว่างมากกว่านี้ แกควรห่วงเรื่องงานของลูกแกเอง อย่าให้เขาเป็นเด็กเร่ร่อน !”
คำพูดนี้ทำให้หลิวไห่จงโกรธมาก... กลับบ้านไปก็ไปต่อว่าลูกชายสองคน หลิวกวงเทียนและหลิวกวงฝูอย่างหนัก ตอนนี้คนในชุมชนไม่กล้ามีเรื่องกับหลินเย่อีกเลย
แม้แต่หญิงชราหูหนวกกับอี้จงไห่ก็เคยพ่ายแพ้ต่อหลินเย่อย่างมากจนเสียชื่อเสียง ใครจะกล้าไปมีเรื่องกับหลินเย่ ?
.....
หลังจากที่หญิงชราหูหนวกถูกประจานกลางถนน ร่างกายก็อ่อนแอลง เธอรักษาตัวอยู่ในบ้าน ไม่ออกไปไหน
อี้จงไห่ก็ทำตัวเรียบร้อย หลังจากรู้ข่าวว่าหลินเย่ย้ายโรงงานก็ไม่มีท่าทีใด ๆ ทำตัวเรียบร้อยผิดปกติ
แต่ก็ยังแอบไปที่สถานีตำรวจเป็นระยะ ๆ เพื่อติดตามคดีขโมยของในบ้าน
ผลสอบสวนสรุปว่า มีโจรเร่ร่อนบุกเข้ามาขโมยของในบ้านเขา ตำรวจจะพยายามเร่งจับกุมคนร้ายอย่างเต็มที่ ! ! !
เรือนสี่ประสานอันเงียบสงบ
เมื่อแสงแดดยามเช้าส่องลงมาในบ้าน ผู้คนในชุมชนก็ลุกขึ้นมาเริ่มต้นทำงานกันอย่างขะมักเขม้นแล้ว
วันนี้เป็นวันที่สำคัญ เพราะหลินเย่สามารถลงชื่อเข้าใช้งานระบบได้อีกครั้ง
[ต้องการลงชื่อเข้าใช่ไหม ? ]
“ลงชื่อ !”
[ติ๊ง~ ขอแสดงความยินดี ผู้ใช้งานลงชื่อสำเร็จ!]
[ได้รับทักษะการแพทย์ระดับปรมาจารย์, ทักษะยิงปืนระดับปรมาจารย์]
[ต้องการรับรางวัลไหม?]
“รับ !”
“วิ้ง—”
ทันทีที่รับรางวัล หลินเย่รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในความฝัน ราวกับผ่านฤดูหนาวและร้อนมาหลายปี ฝึกฝนทักษะการแพทย์และยิงปืนอย่างหนัก
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานแค่ไหน...
เมื่อเขาลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ก็รู้สึกว่าเชี่ยวชาญทักษะการแพทย์และยิงปืนอย่างลึกซึ้ง !
ในเวลาเดียวกัน ! !
ขณะที่หลินเย่กำลังรับการสืบทอด ณ ลานหน้าบ้านตระกูลเหยียนก็กำลัง...
เหยียนเจียเฉิงพึ่งกินข้าวเช้าเสร็จ กำลังจะออกไปข้างนอก จู่ ๆ ก็เห็นหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งเดินอยู่บริเวณหน้าบ้านของเขา หลังจากนั้นเขาก็ถามขึ้น “คุณเป็นใคร ? ทำไมถึงมองมาแอบมองชุมชนของเรา ? จะมาขโมยของเหรอ ?”เหยียนเจียเฉิงเห็นว่าเป็นผู้หญิงคนหนึ่ง ก็ไม่ได้กลัวอะไร จึงรีบเดินเข้าไปตักเตือน
“ไม่ใช่ ! หนุ่มน้อยอย่าตะโกนเสียงดังเลย ฉันไม่ใช่ขโมยนะ”ผู้หญิงคนนั้นรีบเรียกเหยียนเจียเฉิงไว้ด้วยสีหน้าท่าทีกังวล
“แล้วคุณมาทำอะไรที่ชุมชนของเรา ?” เหยียนเจียเฉิงยังไม่เชื่อว่าใครจะมาขโมยของตอนกลางวัน จึงไม่ได้ตะโกนต่อ เขาถามไปอย่างสบาย ๆ
“หนุ่มน้อย ฉันอยากถามอะไรคุณหน่อย”
ผู้หญิงคนนั้นดึงเหยียนเจียเฉิงไปที่มุมหนึ่ง ส่งถุงถั่วลิสงให้เขาแล้วพูดด้วยเสียงเบา เหยียนเจียเฉิงยิ้มขึ้นมาในใจ พึ่งออกจากบ้านมาได้ไม่นานก็มีคนมอบถั่วลิสงให้ วันนี้เขาโชคดีจริง ๆ
“คุณป้า มีอะไรก็ถามมาได้เลย” เหยียนเจียเฉิงเก็บถั่วลิสงเข้ากระเป๋าแล้วพูดด้วยน้ำเสียงใจเย็นลง
“หนุ่มน้อย ที่บ้านของคุณมีคนชื่อหลินเย่ ที่เป็นพนักงานจัดซื้อใช่ไหม ?”
“ใช่ หลินเย่อยู่ที่นี่แหละ” เหยียนเจียเฉิงไม่เข้าใจว่าทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงมาตามหาหลินเย่ เลยตอบไปแบบผ่าน ๆ
“แล้วคุณรู้จักหลินเย่ไหม ?” ผู้หญิงคนนั้นทำหน้ายิ้ม ๆ อย่างคาดหวังมองเหยียนเจียเฉิง
“รู้จักสิ แน่นอน เราโตมาด้วยกันในชุมชนแห่งนี้ จะไม่รู้จักได้ยังไง ?”
เหยียนเจียเฉิงตอบตามตรง
ผู้หญิงคนนั้นได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มกว้าง
“คุณป้า คุณตามหาหลินเย่ มีเรื่องอะไรเหรอครับ ?” เหยียนเจียเฉิงถามต่อ
“คือเรื่องเป็นแบบนี้ ก่อนหน้านี้มีแม่สื่อมาที่บ้านฉัน อยากหาคู่ให้ลูกสาวฉัน แม่สื่อชมหลินเย่ไม่หยุด บอกว่ามีงานทำดี, ล่าสัตว์เก่ง, และยังตกปลาเก่งอีกด้วย...”
“ฉันก็คิดนะ...บนโลกนี้จะมีคนเก่งขนาดนั้นจริง ๆ เหรอ ? ในใจมันรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเลยมาถามไถ่ดูหน่อยว่า หลินเย่คนนี้จะเหมือนที่แม่สื่อพูดไหม”
ผู้หญิงคนนั้นเล่าเรื่องทุกอย่างอย่างละเอียด
และผู้หญิงคนนั้นก็คือแม่ของอวี่สวี่ เหยียนเจียเฉิงฟังแล้วก็เกิดไอเดียขึ้นมาในใจทันที ตอนนี้คนทั้งชุมชนต่างเกลียดหลินเย่เก่ง ดูซิฉันจะทำยังไงให้งานแต่งแกล่มยังไง
“คุณป้า แม่สื่อพูดแบบนั้นจริง ๆ เหรอ ?” เหยียนเจียเฉิงแกล้งทำท่าตกใจ
“ใช่ มีอะไรไม่ดีหรือ ?”
แม่ของอวี่สวี่เห็นท่าทางของเหยียนเจียเฉิง ก็รู้สึกเหมือนถูกจับได้ รีบถามทันที “แม่สื่อบอกว่าหลินเย่เป็นชายหนุ่มที่มีความสามารถมากเลยนะ !”
“เฮ้อ แม่สื่อแบบนั้น ก็ต้องพยายามพูดชมให้เขาดูดีอยู่แล้ว !”
เหยียนเจียเฉิงรีบลดเสียงลง บอกกับแม่ของอวี่สวี่ว่า “หลินเย่นั่นนะ เป็นคนที่ชอบกลั่นแกล้งผู้หญิง ไม่เคารพคนอื่น แล้วยังชอบใช้ความรุนแรงด้วย”
“ถ้าลูกสาวของคุณแต่งงานกับเขา รับรองไม่มีวันสงบสุขแน่ !”
แม่ของอวี่สวี่ได้ฟังคำพูดนี้ถึงกับหน้าซีดลงทันที เพราะเธอไม่อยากให้ลูกสาวต้องทนทุกข์หลังแต่งงาน ถ้าเขามีพฤติกรรมรุนแรง อาจทำร้ายลูกสาวเธอก็ได้
“หนุ่มน้อย คุณพูดจริงหรือ ?”
แม่ของอวี่สวี่รีบถามเหยียนเจียเฉิงทันที
“พ่อของผมเป็นครูในโรงเรียน สอนคนมาเยอะ ผมจะพูดโกหกได้ยังไงล่ะ ?” เหยียนเจียเฉิงมองแม่ของ อวี่สวี่อย่างจริงจัง
“ไม่กี่วันที่ผ่านมา มีคนในโรงงานมาสอบสวนเขาเลยนะ แล้วตำแหน่งพนักงานดีเด่นของเขาก็ถูกยกเลิกไปด้วย ! ถ้าหลินเย่เป็นคนดีจริง โรงงานจะออกมาสอบสวนเขาทำไมล่ะ ?”
เหยียนเจียเฉิงเล่าต่อแบบกึ่งจริงกึ่งเท็จ
“ในชุมชนเราไม่มีใครสนิทกับเขาหรอก หลินเย่เป็นคนขี้เหนียว ไม่เคารพผู้ใหญ่ คุณยายในชุมชนของเรายังถูกเขาตบเลยนะ”
“หา ? จริงเหรอ ? เขาถึงขนาดตบผู้อาวุโสด้วยเหรอ ?”
แม่ของอวี่สวี่ฟังแล้วแทบไม่เชื่อ
“ถ้าไม่เชื่อ คุณป้าก็ลองไปถามคนในชุมชนเราได้เลย เลือกถามบ้านไหนก็ได้ !” เหยียนเจียเฉิงพูดด้วยสีหน้าท่าทีจริงจัง ที่เขาพูดแบบนี้เพราะมั่นใจว่าคนในชุมชนไม่มีใครชอบหลินเย่แน่ ๆ ไม่มีใครจะปกป้องเขาหรอก บางทีคนอื่น ๆ อาจจะพูดจาที่เลวร้ายกว่าที่เขาเล่าอีกก็ได้
โดยเฉพาะอี้จงไห่ อาจจะด่าเขาเลวร้ายสุด ๆ
“หา ? !”
หลังจากแม่ของอวี่สวี่ได้ยินคำพูดของเหยียนเจียเฉิงเช่นนี้ เธอถึงกับเชื่อและมั่นใจขึ้นมาทันที เธอรีบจับหน้าอก เช็ดเหงื่อที่ไหลลงบนหน้าผาก
โชคดีมาก !
เกือบทำให้ลูกสาวของตัวเองตกหลุมไฟแล้ว
“หนุ่มน้อย ขอบคุณมากนะ ถ้าไม่ใช่คุณ ในอนาคตลูกสาวฉันคงลำบากมากแน่” แม่ของอวี่สวี่พูดด้วยน้ำเสียงดีใจ
“ไม่เป็นไรครับ พ่อผมสอนตั้งแต่เด็กให้ช่วยเหลือคนอื่นเสมอ” เหยียนเจียเฉิงยิ้มอย่างอารมณ์ดี
คิดถึงเรื่องที่หลินเย่จะถูกคู่ดูตัวปฏิเสธ เขาก็รู้สึกดีใจสุด ๆ
“พ่อคุณสอนดีจริง ๆ”
แม่ของอวี่สวี่ชูนิ้วโป้งให้เหยียนเจียเฉิง
“ก็พอได้ครับ พ่อผมเป็นครู ตั้งแต่ผมเกิดมาพ่อก็สอนให้ผมซื่อสัตย์ รักษาคำพูด และช่วยเหลือผู้อื่น”
“ต้องอดทน และกล้าทำเพื่อผู้อื่น”
เมื่อแม่ของอวี่สวี่ได้ยินคำพูดของเหยียนเจียเฉิง ดวงตาก็พลันสว่างวาบขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว เด็กคนนี้นิสัย ดีมากเลย ดูเหมือนพร้อมจะทำงานได้แล้ว
พ่อของเขาเป็นครู ถ้าลูกสาวของเธอแต่งงานกับเขาก็คงดีเหมือนกันนะ
“หนุ่มน้อย คุณมีแฟนหรือยังล่ะ ?”