- หน้าแรก
- ซื่อเหอหยวน : ฉันมีระบบฟาร์มในยุคภัยแล้ง
- บทที่ 37 บ้านถูกขโมย
บทที่ 37 บ้านถูกขโมย
บทที่ 37 บ้านถูกขโมย
บทที่ 37 บ้านถูกขโมย
"หัวหน้าหวัง ผมถูกใส่ร้าย ! เรื่องทั้งหมดเป็นความคิดของอี้จงไห่คนเดียว ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกผมเลยนะครับ! อีกอย่าง...ถ้าไม่มีผู้ดูแลเรือนสี่ประสานแบบนี้ แล้วเวลามีปัญหาจะให้ใครจัดการล่ะ ? "
หลิวไห่จง คนที่หลงใหลในอำนาจอย่างหัวปักหัวปำ ถึงกับขาอ่อนแทบทรุด เมื่อได้ยินว่าจะถูกปลดจากตำแหน่งรองผู้ดูแลของเขา
เขารีบอธิบายอย่างร้อนรน อธิบายเสียงสั่นให้กับหัวหน้าหวังทันที
"นายบอกว่าทุกอย่างอี้จงไห่เป็นคนทำ ? ถ้างั้นในเมื่อเป็นรองผู้ดูแลแท้ ๆ แต่ไม่ออกมาปกป้องความยุติธรรม แบบนี้จะมีนายไว้ทำไม ? "
"ตั้งแต่นี้ไป เรือนสี่ประสานของพวกนายจะขึ้นตรงกับสำนักงานชุมชน ถ้ามีอะไรก็ไปแจ้งเจ้าหน้าที่ที่นั่นเอาเอง!" หัวหน้าหวังพูดออกมาอย่างเฉียบขาด ไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น ไม่สนใจสีหน้าเย็นชาของอี้จงไห่ หลิวไห่จง และเหยียนปู้กุ้ยแม้แต่น้อย
"พอแล้ว หวังว่าทุกคนจะจำไว้เป็นบทเรียน ถ้าเรือนสี่ประสานของพวกนายทำตัวดีในอนาคต ฉันอาจจะพิจารณาให้เข้าชิงตำแหน่ง 'เรือนสี่ประสานต้นแบบ' อีกครั้ง"
"มีใคร มีคำถามอีกไหม ? " หัวหน้าหวังกวาดสายตามองชาวบ้านในเรือนสี่ประสานที่ยืนก้มหน้านิ่ง พลางพูดพลางและตบมือเหมือนปิดงาน
"หัวหน้าหวัง ผมมีคำถามครับ" หลินเย่ยกมือขึ้นถามอย่างเงียบ ๆ
"ว่ามา มีอะไรเหรอ ? "
ไม่รู้ทำไม หัวหน้าหวังถึงได้ใจดีกับหลินเย่มาก แม้จะหงุดหงิดเพราะเรื่องในเรือนสี่ประสาน แต่พอเห็นหลินเย่ ก็ยังฝืนยิ้มให้อย่างอบอุ่น
"คือแบบนี้ครับ ในเมื่อจินกุยฮวาไม่ได้เป็นผู้ได้รับสวัสดิการแล้วและเธอก็อายุมากแล้ว ต่อไปใครจะดูแลล่ะครับ ? " หลินเย่ถามอย่างใส่ใจเหมือนเป็นห่วงจริง ๆ
พอหัวหน้าหวังเห็นหลินเย่ทำท่าทางไม่ถือโทษโกรธเคือง ก็นึกชื่นชมในใจ
"หึ ! ไม่ต้องมาแกล้งทำดีหรอก ! จงไห่จะดูแลฉันเอง ! " หญิงชราหูหนวกพูดแทรกขึ้นมาอย่างหงุดหงิด รู้สึกเหมือนหลินเย่แสร้งแสดงเป็นคนดี
รอยยิ้มของหัวหน้าหวังหายไปทันทีที่ได้ยินคำพูดอย่างไม่ไว้หน้าจากเธอ
"เหรอ ? "
หลินเย่ไม่ได้โกรธและหันไปมองอี้จงไห่แทน ทุกสายตามองไปที่เขา แน่นอนว่าอี้จงไห่ต้องรีบกอบกู้ภาพลักษณ์ของตัวเอง
เขายืดอกและพูดด้วยเสียงหนักแน่นขึ้น "หญิงชราอายุมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็อยู่กับบ้านเรามาโดยตลอด ไม่ว่าเธอจะได้สวัสดิการหรือไม่ ฉันก็จะดูแลเธอไปจนวันตาย ! "
"พูดดี ! สมกับที่เคยเป็นผู้ดูแลใหญ่ ความคิดความอ่านยังไม่เลว ! "
"ขอเสียงปรบมือให้กับอี้จงไห่หน่อย ! " หลินเย่ทำท่าชื่นชมอย่างออกหน้าพร้อมกับปรบมือให้เป็นคนแรก
"แปะ แปะ แปะ..."
เสียงปรบมือดังขึ้นเบา ๆ ดังกระจัดกระจายไปทั่ว และมีอีกหลายคนยังทำหน้านิ่งกันอยู่
"อี้จงไห่ ถ้านายคิดได้อย่างนี้ตั้งแต่แรกก็ดีแล้ว" หัวหน้าหวังพยักหน้า ด้วยสีหน้าอ่อนลงเล็กน้อย
"ใช่ครับ ผมจะปรับปรุงตัวแน่นอน" อี้จงไห่ได้แต่พยักหน้าอย่างเจ็บใจกล้ำกลืน
"เอาล่ะ แค่นี้ก่อน จ่ายค่าปรับกับค่าชดเชยให้หลินเย่ แล้วก็กลับได้" หัวหน้าหวังไม่อยากพูดอะไรอีก ต่อไปก็เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ชุมชน
"ได้ครับหัวหน้าหวัง รอสักครู่ ผมจะกลับไปเอาเงินมา" อี้จงไห่พยักหน้าเล็กน้อย แล้วหันหลังเดินกลับบ้าน แม้จะจากบ้านไปแค่วันเดียว แต่วันนี้เขากลับรู้สึกเหมือนกลับมาเกิดใหม่
เขารีบเดินไปที่ซ่อนเงิน แง้มโปสเตอร์บนผนังออกอย่างระวังและดันแผ่นไม้ด้านหลังออก เปิดช่องลับแล้วยื่นมือไปควานหา
"กึก กึก..."
แต่ควานอยู่หลายครั้ง มือกลับสัมผัสอะไรไม่ได้เลย
เอ้า แล้วกระดาษห่อเงินล่ะ ? !
อี้จงไห่รู้สึกหน้าเสีย ! เขารีบดึงโปสเตอร์ออกทั้งแผ่น มองเข้าไปในช่องไม้ด้านหลัง
ข้างใน...ดูว่างเปล่า ไม่มีอะไรเลย !
"ไม่ ! ! ! "
เมื่อรู้ว่าถูกขโมยเงินไป อี้จงไห่ร้องโหยหวน น้ำตาคลอเบ้า ทรุดตัวลงนั่งก้นกระแทกพื้นอย่างหมดแรงหัวหน้าหวังกับชาวบ้านคนอื่นที่ได้ยินเสียงร้องอย่างสิ้นหวัง ก็รีบกรูเข้ามาในบ้านอี้จงไห่
"ลุงอี้ ! "
ป้าใหญ่รีบวิ่งมาด้วยความเป็นห่วง
"เป็นอะไรไป ? เกิดอะไรขึ้น ? "
เธอช่วยพยุงเขาขึ้น ถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"เงิน...! "
"เงินเก็บบั้นปลายชีวิตของเรา...หายหมดแล้ว หายไปหมดเลย ! "
"ใครกัน...ใครมันใจคอหยาบช้า ถึงกล้าเข้ามาขโมยเงินเก็บของฉันไปหมด ! ! นั่นมันเงินที่ฉันเก็บมาทั้งชีวิตเลยนะ ! ! " อี้จงไห่ร้องตะโกนด้วยเสียงแหบแห้งใส่ชาวบ้านที่ยืนอยู่หน้าประตู
แต่น่าเสียดาย ส่วนใหญ่ไม่ค่อยเชื่อคำพูดของเขา คิดว่าเขาแค่ไม่อยากจ่ายเงินค่าปรับ เพราะตลอดเวลานี้ ในเรือนสี่ประสานไม่มีคนนอกเข้ามาเลย
แถมไม่น่าเป็นไปได้ที่ขโมยจะบังเอิญมาได้ถูกจังหวะพอดีกับวันที่อี้จงไห่ต้องจ่ายเงินชดเชย แต่ตอนนี้อี้จงไห่ไม่สนแล้วว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร เขาผลักป้าใหญ่จนกระเด็นแล้วรีบวิ่งเข้าไปในห้องด้านใน
"หัวหน้าหวัง ช่วยรอสักครู่เถอะค่ะ"
ป้าใหญ่รู้ดีว่าสามีจะเข้าไปเช็กอะไร รีบยืนขวางประตูไว้ไม่ให้คนอื่นตามเข้าไป สมบัติในบ้าน...เธอไม่อยากให้ใครมาเห็น
อี้จงไห่ลนลานเปิดแผ่นไม้ตรงหัวเตียง เปิดช่องลับขึ้นมา
หัวใจเขาแทบหยุดเต้น...
ว่างเปล่า ! !
เงินเก็บใต้ฐานเตียงที่เป็นความหวังสุดท้ายของเขา...หายไปหมด !
"อ๊ากกกก ! ! "
ภาพตรงหน้าเหมือนฟ้าถล่มลงมา อี้จงไห่หน้ามืด ตาเบลอ พ่นเลือดออกมาคำโต นี่มันเงินเก็บทั้งชีวิตของเขา ! ถูกขโมยไปหมด...จะไม่ให้เจ็บใจจนแทบขาดใจได้ยังไง !
"ลุงอี้ ! ! "
"นี่คุณ ! เป็นอะไรไป อย่าทำฉันตกใจสิ ! ถ้าคุณเป็นอะไรไป ฉันจะอยู่ยังไง...! " ป้าใหญ่รีบวิ่งเข้ามา กอดร่างที่ทรุดลงกับพื้นของอี้จงไห่ ร้องไห้เสียงดัง เห็นเลือดที่มุมปากของสามี เธอยิ่งตกใจ นึกว่าเขาตายแล้ว
ข้างด้านนอก หัวหน้าหวังกับคนอื่น ๆ ได้ยินเสียงร้องไห้โหยหวนก็รีบกรูกันเข้ามา
พอเห็นอี้จงไห่นอนหมดสติ เลือดเต็มมุมปาก ทุกคนต่างพากันตกตะลึง "อย่ามัวแต่มอง ! รีบช่วยกันหาม อี้จงไห่ไปที่ลานกลางบ้านด่วน วางเขาไว้ที่ที่อากาศถ่ายเท ! "
หัวหน้าหวังรีบสั่ง เพราะดูออกว่าอี้จงไห่น่าจะเป็นลม ต้องพาออกไปข้างนอก
เจ้าหน้าที่ชุมชนช่วยกันหามอี้จงไห่มาที่ลานกลาง วางเขานอนราบบนพื้น ไม่ถึงห้านาที อี้จงไห่ก็รู้สึกตัวขึ้นมา
"อี้จงไห่ เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ? "
หัวหน้าหวังถามด้วยความเป็นห่วง
"เงิน...เงินเก็บบั้นปลายชีวิตของผมหายหมดเลย หัวหน้าหวัง ช่วยผมด้วยนะ นั่นมันเงินทั้งชีวิตของผม ! "
อี้จงไห่ยังมึน ๆ แต่พอฟื้นตัวก็จับแขนหัวหน้าหวังร้องไห้สะอึกสะอื้น
"หรือว่า...เงินของอี้จงไห่โดนขโมยจริง ? "
"ฉันว่าน่าจะจริงนะ ดูสิถึงกับกระอักเลือดเลย"
"แต่ทำไมถึงโดนขโมยได้ล่ะ ? "
"ใช่ ไม่มีใครแปลกหน้าเข้ามานี่นา..."
"หรือว่าจะเป็นตอนที่เขาถูกจับไปโรงพัก บ้านเลยไม่มีคนอยู่ พวกขโมยก็เลยฉวยโอกาส ? "
"อื้อหือ..."
ชาวบ้านเริ่มกระซิบกระซาบกัน ต่างคนต่างเชื่อไปแปดส่วนแล้ว
"อย่าเพิ่ง..."
จู่ ๆ หญิงชราหูหนวกก็หน้าถอดสีออกมาทันที และก้าวเท้าโซเซวิ่งกลับไปบ้าน
"คุณยายจะรีบไปไหนน่ะ ? "
"ถามโง่ ๆ ! ถ้าบ้านอี้จงไห่โดนขโมยจริง บ้านหญิงชราก็ไม่มีคนอยู่เหมือนกัน ขโมยอาจจะขึ้นบ้านหญิงชราด้วยก็ได้ ! "
"หญิงชรานั่นไม่มีงานทำ จะมีอะไรให้ขโมย ? "
"ใครจะไปรู้ล่ะ..."
ระหว่างที่หัวหน้าหวังกับเจ้าหน้าที่ช่วยปลอบอี้จงไห่และภรรยา ชาวบ้านก็ยืนจับกลุ่มซุบซิบ รอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีก
"ไอ้ขโมยเวรตะไล ! ! "
เสียงกรีดร้องแสบแก้วหูดังขึ้นมาจากหลังบ้านของหญิงชราหูหนวกที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น