เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 หญิงชราหูหนวกกับอี้จงไห่ซวยแล้ว

บทที่ 27 หญิงชราหูหนวกกับอี้จงไห่ซวยแล้ว

บทที่ 27 หญิงชราหูหนวกกับอี้จงไห่ซวยแล้ว


บทที่ 27 หญิงชราหูหนวกกับอี้จงไห่ซวยแล้ว

“ก็ใช่น่ะสิ หญิงชราอยู่บ้านทั้งวัน ใครจะเข้าออกบ้าน เธอจะไม่รู้ได้ยังไง ?”

“ฉันว่าบางคนแหละที่ทำผิดแล้วแกล้งโวยวายใส่คนอื่น ! แถมยังไปซ่อนกล่องไว้หลังเตาไฟ ถ้าไม่ได้คุณตำรวจช่วยค้นหา ป่านนี้ก็คงหาไม่เจอ !”

“ซ่อนมิดชิดขนาดนั้น หลินเย่จะมีเวลาย่องเข้าไปซ่อนได้ยังไง ?”

“ลุงอี้นี่มันจนตรอกแล้ว ถึงกับโยนขี้ใส่หัวคนอื่นเลยนะ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าอี้จงไห่จะเป็นคนแบบนี้จริง ๆ”

ชาวซื่อเหอหยวนที่เห็นตำรวจกำลังหยิบกล่องไม้ออกมาจากหลังเตาไฟกับตา ต่างก็พากันมองอี้จงไห่อย่างดูแคลนเต็มประดา หลายคนถึงกับเลิกเรียกเขาว่า ‘ลุงอี้’ แล้วหันไปเรียกชื่อเต็มตามแบบหลินเย่แทน

ตำรวจจึงเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจัง  “สหายครับ ถ้าไม่มีหลักฐาน กรุณาอย่ากล่าวหาลอย ๆ”

“ไม่ใช่ผมนะ ! ผมไม่ได้ขโมยปิ่นปักผมจริง ๆ !”

อี้จงไห่รู้สึกเหมือนโลกพังทลาย ตะโกนออกมาเสียงดัง  “จริง ๆ แล้วตอนนั้นผมออกไปเดินเล่นกับหญิงชรา ผมไม่มีโอกาสจะขโมยเลยสักนิด !”

เสียงหลินเย่ดังขึ้นช้า ๆ แต่เฉียบคม  “คุณไม่มีโอกาส แต่เมียคุณมี”

“มิน่าเล่า ทำไมสองวันนี้ถึงทำตัวสนิทกับหญิงชราหูหนวกนัก ที่แท้ก็หวังจะตีสนิทเพื่อหาจังหวะลงมือนี่เองแถมยังแกล้งโวยวาย ป้ายความผิดใส่ฉันอีก”

คำพูดของหลินเย่ทำให้หลายคนในหมู่บ้านถึงกับตาโต ราวกับเพิ่งนึกอะไรบางอย่างออกมา

ที่ผ่านมา อี้จงไห่มักจะให้เมียตัวเองดูแลหญิงชราหูหนวกเป็นหลัก แต่สองวันมานี้กลับไปที่บ้านหญิงชราบ่อยยิ่งกว่าภรรยาตัวเองเสียอีก

วันนี้ยังอุตส่าห์ออกไปเดินเล่นกับหญิงชราด้วยตัวเอง... ทีแรกก็นึกว่าดี ที่แท้ก็แค่วางแผนให้ภรรยาได้โอกาสลงมือขโมยของ !

พวกเขาไม่รู้เลยว่าที่อี้จงไห่เข้าออกบ้านหญิงชราหูหนวกบ่อย ๆ เป็นเพราะกำลังร่วมมือกันวางแผนใส่ร้ายหลินเย่ต่างหาก

"เพี๊ยะ ! "

เสียงไม้เท้าตีเข้ากลางหัวอี้จงไห่อย่างแม่นยำ ทำเอาเขาทรุดลงไปก้นจ้ำเบ้า  “คุณยาย ผมไม่ได้ขโมยปิ่นของยายนะ !”

“เดี๋ยวก่อน ! ผมนึกอะไรออกแล้ว...”

อี้จงไห่จับหัวด้านหลังที่โดนตีอยู่แน่น ความคิดก็ขยับอย่างรวดเร็ว ก่อนจะจ้องมองหญิงชราหูหนวกด้วยสายตาที่เร่งด่วนและแฝงไปด้วยความเย็นชา

“ไม่ได้เป็นความผิดของยายหรอก ที่ให้ผมถือกระเป๋าใบนี้ แล้วบอกให้ผมเก็บของข้างในให้ดี แต่ไม่ได้บอกว่ามีสมบัติของยายอยู่ด้วย”

“หรือว่า…ยายลืมไปเอง ว่าของมีค่าถูกใส่ลงไปในกระเป๋านั้นโดยไม่ตั้งใจ ?”

สายตาของอี้จงไห่บอกอย่างชัดเจนว่า เขาไม่ได้สนใจแค่เรื่องปิ่นปักผมที่อยู่ในบ้านเขาอีกต่อไป

แต่ตอนนี้คือเขากำลังคิดหาวิธีปิดเรื่องนี้ไม่ให้ลุกลามไปมากกว่านี้

ถ้าตำรวจกำหนดว่าเขาเป็นคนขโมยจริงก็จบเแน่ จะคิดเรื่องเกษียณหรือชีวิตคู่ก็หมดสิทธิ์ไปเลย เพราะทั้งสองคนอาจต้องเข้าไปอยู่ในคุกแทน !

หญิงชราหูหนวกสังเกตเห็นสายตาอี้จงไห่ถึงกับตกใจจนตัวสั่น อี้จงไห่รู้เรื่องราวเกี่ยวกับหญิงชรามากมาย

ถ้าเขาถูกจับเข้าคุกจริง ก็ไม่แน่ว่าอาจจะเปิดปากบอกทุกอย่าง รวมถึงแผนชั่วร้ายที่พวกเขาร่วมกันใส่ร้ายหลินเย่ด้วย และที่สำคัญ อี้จงไห่คือหน้าตาที่ช่วยให้หญิงชราหูหนวกใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในวัยชรา

คิดถึงตรงนี้ หญิงชราจึงแสร้งทำเป็นตกใจและพูดขึ้น “ใช่ ใช่ ! ฉันนี่แหละแก่จนลืมเอง ของมันก็วางผิดที่แล้วส่งให้แกเก็บไว้ ฉันเองก็ลืมไปแล้ว”

“แก่แล้วหลง ๆ ลืม ๆ ไม่ไหวจริง ๆ ! !”

หลังพูดจบก็หันไปมองตำรวจด้วยสีหน้าขอโทษ

“คุณตำรวจ ขอโทษด้วยนะ ยายจำอะไรไม่ค่อยได้ ของวางไว้ไหนก็ลืมหมด ทำให้พวกคุณต้องเหนื่อยทั้งคืน ขอโทษจริง ๆ ค่ะ ! !”

ตำรวจสองนายที่ได้ยินคำพูดนั้น ต่างก็ทำหน้าไม่พอใจ เหลือบมองการแสดงของหญิงชราหูหนวกและอี้จงไห่อย่างเย็นชา พวกเขาไม่คิดว่าคู่นี้จะมองตำรวจเป็นคนโง่ คำแก้ตัวที่ชัดเจนแบบนี้ ใครจะไม่เห็นว่าหญิงชราหูหนวกกำลังช่วยอี้จงไห่ปกปิดความผิด

“อ่า อี้จงไห่ แทนที่จะไปขโมยของคนอื่น กลับไปขโมยปิ่นปักผมของหญิงชราเหรอ ? รู้ไหมว่าหญิงชราเป็นลูกหลานวีรชน ?”

หลินเย่พูดเสียงดังจากข้าง ๆ

คำพูดนั้นทำให้อี้จงไห่และหญิงชราหูหนวกสะดุ้งโหยงไปทั้งตัว รู้สึกหนาวเย็นตั้งแต่ฝ่าเท้าจนถึงกระหม่อม

ทั้งคู่เริ่มเกิดความรู้สึกไม่ดีขึ้นในใจ

“ลูกหลานวีรชน ? ! !”

ตำรวจสองนายได้ยินเช่นกัน ก็หันไปมองหญิงชราหูหนวกด้วยสายตาประหลาดใจ

“ยายเป็นลูกหลานวีรชนจริงหรือครับ ?”

น้ำเสียงตำรวจเปลี่ยนเป็นสุภาพขึ้นมาก พร้อมถามด้วยความเคารพ

หญิงชราหูหนวกพยายามกลั้นใจ สวมบทคนหูหนวก  “อะไรนะ ! ! คุณตำรวจ ช่วยพูดดัง ๆ หน่อย ฉันได้ยินไม่ชัด !”  ตำรวจสองนายเห็นท่าทางนี้ของหญิงชราก็ขมวดคิ้วและหันไปถามหลินเย่

“หลินเย่ คุณบอกว่าหญิงชราเป็นลูกหลานวีรชน มีหลักฐานอะไรหรือเปล่า ?”  หญิงชราหูหนวกและอี้จงไห่ต่างใจหาย แต่ก็ไม่สามารถหยุดเหตุการณ์ได้

“หลักฐานเหรอ ?”

หลินเย่แสร้งทำเป็นสงสัย

“หญิงชราหูหนวกนี่แหละลูกหลานวีรชน อี้จงไห่บอกเราว่าหญิงชราเคยส่งรองเท้าฟางให้กับองค์กร เป็นลูกหลานวีรชน เป็นผู้อาวุโสของบ้านเรา พวกเราต้องเคารพนับถือ”

“ถ้าไม่เชื่อ คุณตำรวจลองถามคนอื่น ๆ ดูก็ได้ อี้จงไห่ก็เป็นคนบอกเรามาแบบนี้แหละ”

ตำรวจสองนายหันไปมองชาวบ้านในลานบ้าน

“ใช่ค่ะ หญิงชราเป็นลูกหลานวีรชนจริง ๆ”

“ใช่ค่ะ ลุงอี้บอกว่าหญิงชราเป็นลูกหลานวีรชน ต้องให้ความเคารพอย่างดี”

“จริงค่ะ เมื่อสองวันก่อนลุงอี้กับหลินเย่ทะเลาะกัน ยังก็พูดยืนยันว่าหญิงชราเป็นลูกหลานวีรชน”

“ทุกคนพูดว่าหญิงชราเป็นลูกหลานวีรชนค่ะ”

“ใช่ค่ะ ถูกต้อง !”

ชาวบ้านต่างยืนยันตามที่หลินเย่พูด

นี่ไม่ใช่เรื่องโกหก เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา อี้จงไห่ก็เป็นคนปลูกฝังความเชื่อนี้ให้กับทุกคน ไม่มีใครปิดบัง ทุกคนเลยพูดออกมาตรง ๆ

“ผม… ผมไม่ได้ตั้งใจนะ ผมก็แค่พูดตามที่ได้ยินมา คิดว่าน่าจะจริง...”

อี้จงไห่พูดอย่างรีบร้อนและใจไม่ดี เขาคิดว่าแค่กระจายข่าวลือไป ไม่มีหลักฐานก็ไม่มีใครจะรู้เรื่อง แต่เขาลืมไปว่าคนเรามักจะพูดตามคนอื่นโดยไม่รู้ตัว

ตอนนี้หลินเย่พูดว่าเป็นเขา ทุกคนก็เลยนึกไปถึงเขาโดยอัตโนมัติ  ยิ่งกว่านั้น คนที่พูดบ่อยสุดในลานบ้านเรื่องนี้ก็คืออี้จงไห่เอง ซึ่งก็ไม่แปลกที่เขาจะถูกจับผิด

ตำรวจสองนายได้ฟังจากชาวบ้านแล้วเห็นหญิงชราหูหนวกและอี้จงไห่มีท่าทางขี้ขลาด ก็พอจะเดาเรื่องราวได้คร่าว ๆ ในใจคิดว่า เรื่องราวในซื่อเหอหยวนนี้ดูไม่ธรรมดาเลยนะเนี่ย มีอะไรซับซ้อนมากทีเดียว

“อี้จงไห่ เรื่องที่คุณขโมยสมบัติของหญิงชราไป โปรดตามเรากลับไปให้ข้อมูลเพิ่มเติม” ตำรวจนายหนึ่งเดินเข้ามาพูดกับอี้จงไห่อย่างเย็นชา

“ไม่ใช่ครับคุณตำรวจ ผมไม่ได้ขโมย คุณไม่เห็นหญิงชราพูดเหรอ ? มันเป็นความเข้าใจผิด”

อี้จงไห่รีบอธิบาย

“จะเป็นความเข้าใจผิดจริงหรือเปล่า เราจะตรวจสอบให้ชัดเจนเอง” ตำรวจมองอี้จงไห่อย่างนิ่งเฉยและจริงจัง

“ตอนนี้ เชิญคุณไปกับเราด้วย แล้วก็เกาชุ่ยฮวาเรื่องที่คุณให้การเท็จ คุณก็ต้องตามเรากลับไปด้วย”

“คุณยาย ในฐานะผู้เสียหาย ต้องมาทำบันทึกกับเราและต้องตรวจสอบตัวตนว่าคุณเป็นลูกหลานวีรชนจริงหรือไม่”

ตำรวจสองนายหันไปบอกหญิงชราหูหนวกและเกาชุ่ยฮวาอย่างเป็นทางการ

จบบทที่ บทที่ 27 หญิงชราหูหนวกกับอี้จงไห่ซวยแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว