- หน้าแรก
- ซื่อเหอหยวน : ฉันมีระบบฟาร์มในยุคภัยแล้ง
- บทที่ 25 หาไม่เจอ
บทที่ 25 หาไม่เจอ
บทที่ 25 หาไม่เจอ
บทที่ 25 หาไม่เจอ
“คุณตำรวจ ! พวกคุณไม่เจอปิ่นปักผมมรดกตกทอดของฉันเหรอ ?”
หญิงชราหูหนวกถามอย่างร้อนรน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความคาดหวัง เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นหัวหน้าทีมหันมาพยักหน้า “พวกเราค้นละเอียดถึงสองรอบแล้วครับคุณยาย ไม่พบปิ่นปักผมที่คุณพูดถึงเลย”
หญิงชรากับอี้จงไห่ถึงกับยืนอึ้ง
“เป็นไปไม่ได้ !”
ปิ่นปักผมซ่อนไว้ใต้เตียงหลินเย่กับมือ ยังไงก็ต้องเจอสิ ! หรือว่า...คุณตำรวจจะพลาด ไม่ได้ดูใต้เตียง ?
หลินเย่เดินเข้ามาหาอี้จงไห่ มองด้วยสายตาเย็นชา
“เห็นแล้วใช่ไหม ? ในบ้านฉันไม่มีของของหญิงชราเลย นั่นแปลว่าพวกแกใส่ร้ายฉัน ตามที่ตกลงกันไว้ แกต้องจ่ายให้ฉันสองร้อยหยวนแล้วล่ะ”
อี้จงไห่ตัวสะท้าน สีหน้าไม่อยากจะเชื่อ
“ฉันไม่เชื่อ ! ฉันจะเข้าไปค้นเอง !”
หลังพูดจบก็เงื้อมือจะเดินเข้าไปในบ้านหลินเย่ทันที แต่หลินเย่จะยอมง่าย ๆ ได้ที่ไหน เขาคว้าคอเสื้ออี้จงไห่แล้วผลักออกไปอย่างแรง
“แกเป็นใคร คิดว่าตัวเองแน่แค่ไหนถึงกล้าบุกเข้าบ้านคนอื่น ?”
“รู้ไหมว่านี่เรียกว่าบุกรุกเคหสถาน ? เจ้าหน้าที่ตำรวจก็อยู่ตรงนี้นะ ฉันเตือนให้ทำตัวดี ๆ ซะ”
อี้จงไห่ล้มตึงก้นกระแทกพื้น เสียฟอร์มเต็ม ๆ เขานั่งงง ๆ อยู่นั่น ปิ่นปักผมมันก็อยู่ใต้เตียงแน่ ๆ แล้วทำไมถึงไม่เจอ ? ตำรวจนี่มันพลาดขั้นสุด ! ไม่มีความเป็นมืออาชีพเลย !
“เขาทำร้ายคน ! พวกคุณเห็นใช่ไหม รีบจับมันเข้าคุกเลย !”
หญิงชราหูหนวกตะโกนลั่น น้ำเสียงเริ่มร้อนรน เธอรู้ว่าถ้าไม่ลากหลินเย่เข้าคุก ปิ่นนั่นก็ต้องหายไปตลอดกาล อี้จงไห่ก็เข้าใจเจตนาในทันที รีบลงไปนอนกับพื้น ทำท่าเจ็บเอวอย่างมาก
ตำรวจสองนายเดินเข้ามาดูอาการ แล้วก็ช่วยพยุงเขาขึ้นด้วยใบหน้าเอือมระอา “พอแล้วลุง เราเป็นตำรวจ ไม่ใช่ว่าจะเข้าไปค้นบ้านใครได้ตามใจ ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของบ้านก่อน ลุงพยายามจะบุกเข้าไปเอง เขาแค่ผลักออกมาก็นับว่าเบาแล้ว”
เจ้าหน้าที่พูดด้วยน้ำเสียงตำหนิ ชาวบ้านรอบข้างก็พยักหน้าเห็นด้วย ยุคนี้ใครจะให้คนมาค้นบ้านเล่น ๆ ได้ง่าย ๆ ?
ของมีค่าทั้งนั้นก็เก็บในบ้าน ไม่ได้ฝากไว้กับธนาคาร ถ้าใครมาค้นมั่ว ๆ แล้วรู้ว่าซ่อนอะไรไว้บ้าง วันหน้าก็ไม่ปลอดภัย
“ก็อย่างที่โบราณว่าไว้ อย่าอวดของมีค่าให้ใครเห็น !”
อี้จงไห่รู้สึกอับอาย รีบหันมาหาตำรวจอีกครั้ง “งั้น…ช่วยค้นอีกครั้งเถอะครับ ผมว่าหลินเย่อาจซ่อนเก่งมาก ลองดูใต้เตียง ในตู้เสื้อผ้าอะไรแบบนั้นก็ได้”
แต่ตำรวจส่ายหน้า
“เราค้นครบหมดแล้วครับ ไม่มีอะไรเลย”
ขณะนั้นเอง
“ฮ่าฮ่าฮ่า ! ขำตายเลย ! นั่นมันลุงของเรานี่นา คิดจะบุกรุกบ้านคนอื่นซะงั้น !”
เสียงหัวเราะของสวี่ต้าหม่าดังลั่นเมื่อเขาเพิ่งกลับจากข้างนอก แล้วเห็นภาพอี้จงไห่ล้มกลิ้งอยู่ตรงหน้าบ้านหลินเย่ ทุกคนได้ยินเสียงหัวเราะก็พากันหันไปมอง เห็นว่าเป็นสวี่ต้าหม่า ต่างก็เข้าใจในทันที
เพราะหมอนี่น่ะ เป็นพวกจ้องจะหาเรื่องอยู่ตลอด ยิ่งเวลาเห็นชาซูกับอี้จงไห่โดนซัดเข้า ก็ยิ่งชอบใจเป็นพิเศษ
“สวี่ต้าหม่า หุบปากไปเลย ! ทำไมไปที่ไหนก็มีแต่นายวะ !”
ชาซูไม่เคยชอบขี้หน้าหมอนี่อยู่แล้ว พอเห็นอีกฝ่ายแสดงความสะใจ ก็ยิ่งเดือด
“ฉันหัวเราะของฉัน นายเกี่ยวอะไรด้วย ?”
“ไอ้ลูกเต่า ! ถ้ามั่นใจนัก ก็ยืนอยู่ตรงนั้นสิ”
“ก็ยืนอยู่ตรงนี้ไง ! จะทำไม ? ตำรวจก็อยู่ตรงนี้ นายกล้าต่อยฉันรึเปล่า ?” วันนี้สวี่ต้าหม่ากล้าหาญผิดปกติ ยืนท้าทายพร้อมเยาะเย้ยชาซูที่เริ่มง้างแขนจะลุย
“พี่ ! ตำรวจยังอยู่นะ”
เสี่ยวอวี่สุ่ยรีบดึงแขนชาซูไว้ทันเวลา
ชาซูจึงได้แต่กัดฟัน
“ถือว่าแกโชคดีแล้วกัน”
ข้างบ้านพากันกระซิบกระซาบ
“คุณลุงนั่นมันเกินไปแล้ว ใครจะปล่อยให้คนอื่นมาค้นบ้านตัวเองได้ง่าย ๆ ? ถ้าเป็นฉัน ฉันก็ไม่ทนเหมือนกัน ดูชัด ๆ เลย หญิงชรากับลุงอี้ไม่ชอบหน้าหลินเย่ เลยหาทางใส่ร้ายเขา”
“ชู่ว์ ! เบา ๆ หน่อย อย่าให้พวกนั้นได้ยิน”
ตลอดหลายปีที่ผ่านมาหญิงชราหูหนวกกับอี้จงไห่ทำตัวเป็นใหญ่ในลานบ้านแห่งนี้ วันนี้เห็นอี้จงไห่เจอดีเข้าหน่อย หลายคนถึงกับแอบสะใจ
“คุณตำรวจ ผมขอร้องล่ะ ค้นอีกครั้งเถอะ ปิ่นนั่นมันของสำคัญของหญิงชราจริง ๆ” อี้จงไห่แทบจะคุกเข่าลงกับพื้น เขาแน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าปิ่นปักผมอยู่ใต้เตียงหลินเย่
คงแค่เจ้าหน้าที่พลาดมองข้าม แค่ค้นให้ละเอียดกว่านี้อีกนิด ยังไงก็ต้องเจอแน่นอน ! ตำรวจถอนหายใจ เบื่อเต็มที นี่มันไม่เชื่อมือพวกเราชัด ๆ
บ้านทั้งสองห้องรวมกันไม่ถึง 50 ตารางเมตร พวกเขาค้นกันครึ่งชั่วโมง ขุดแทบจะลึกถึงใต้ดินแล้ว
“เราค้นอย่างละเอียดและเป็นมืออาชีพแล้วครับ จะไม่ค้นซ้ำ เพราะมันไม่ยุติธรรมกับหลินเย่” อี้จงไห่ได้ยินดังนั้นสีหน้าถึงกับหมดหวัง ที่แท้เขาก็ไม่ควรซ่อนปิ่นไว้ลึกขนาดนั้น...
เห็นอีกฝ่ายหมดสภาพ หลินเย่ก็ยิ้มอย่างเยือกเย็น และถามยั่ว “ยังไงล่ะ ? อี้จงไห่ ดูเหมือนแกจะไม่ค่อยพอใจ ? งั้นฉันให้โอกาสแกก็แล้วกัน เข้าไปค้นเองเลยดีไหม ?”
คำพูดนี้ทำเอาอี้จงไห่ตาเป็นประกายทันที
“ได้ หลินเย่ ! นายพูดเองนะ ถ้าฉันไม่เจอ ฉันจะยอมรับว่าเมียฉันดูผิด”
เขาพูดพลางจะเดินเข้าไปทันที แต่หลินเย่ยกมือห้ามก่อน “เดี๋ยวก่อน จะให้เข้าไปค้นก็ได้ แต่ต้องจ่ายเพิ่มอีก 200 หยวน !”
“เงิน 200 หยวนก่อนหน้านี้ด้วย รวมเป็น 400 หยวน ฝากไว้กับตำรวจก่อนเลย”
“ถ้าแกค้นเจอจริง ฉันจะไม่เอามาแม้แต่เหมา”
หลินเย่พูดพลางเลิกคิ้วท้าทาย
“กล้ารึเปล่าล่ะ ?”
400 หยวน ? !
เงินจำนวนนี้ ถ้าอยู่ในครอบครัวธรรมดาถือว่ามหาศาล แต่ในสายตาอี้จงไห่กลับคิดว่า คุ้มสุด ๆ
ไม่เพียงแต่จะได้เงินกลับมา ยังอาจลากหลินเย่เข้าคุกได้อีกด้วย !
“ตกลง ! ฉันยอม !”
ไม่นาน อี้จงไห่ก็กลับมาพร้อมปึกธนบัตรในมือ เต็มจำนวน 400 หยวน ! ชาวบ้านพากันสูดหายใจเฮือกใหญ่
ถ้าเข้าไปแล้วยังหาไม่เจอ คราวนี้หลินเย่ก็เท่ากับได้เงินเปล่า !
400 หยวน นี่มันเงินเดือนคนงานสองปีเลยนะ ! เขายื่นเงินให้ตำรวจแล้วถามด้วยเสียงเรียบ
“ตอนนี้ ฉันเข้าไปค้นได้แล้วใช่ไหม ?”
หลินเย่ไม่ตอบ ใช้พลังจิตกวาดสำรวจอี้จงไห่ก่อน แน่ใจว่าไม่ได้พกของอะไรซ่อนเข้ามา จึงค่อยหลีกทางให้
อี้จงไห่พยักหน้าให้หญิงชราหูหนวกหนึ่งที แล้วก็เดินเข้าไปในบ้านอย่างมั่นใจ
คราวนี้...ฉันจะลากไอ้หลินเย่ไปตายทั้งเป็น ! เขาไม่ได้รีบพุ่งเข้าหาเตียง แต่ทำเป็นไล่ค้นทีละมุม เริ่มจากห้องเล็กไปห้องนอน ค้นแม้แต่บนหลังตู้ แล้วค่อย ๆ เลื้อยเข้าไปใต้เตียง
ปิ่นปักผมอยู่ตรงนี้แน่ ๆ ฉันเป็นคนซ่อนกับมือ ! แต่เมื่อเขาค้นใต้เตียงอย่างละเอียดกลับไม่เจออะไรเลย !
“อะไรกันเนี่ย ! ?”
ปิ่นปักผมมันหายไปไหน ! ?
อี้จงไห่เหมือนโดนฟ้าผ่ากลางกบาลพร้อมกับตัวแข็งทื่ออยู่ใต้เตียง