- หน้าแรก
- ซื่อเหอหยวน : ฉันมีระบบฟาร์มในยุคภัยแล้ง
- บทที่ 15 กลับถึงลานบ้าน
บทที่ 15 กลับถึงลานบ้าน
บทที่ 15 กลับถึงลานบ้าน
บทที่ 15 กลับถึงลานบ้าน
“เยี่ยมไปเลย !”
หลินเย่ตื่นเต้นสุดขีด รีบยกปืนลั่นไกทันที
“ปัง ! ปัง ! ปัง ! !”
“อู๊ดดดดด”
เขาเล็งยิงหมูป่าตัวใหญ่ก่อน แล้วตามด้วยลูกหมู การเคลื่อนไหวต่อเนื่อง ไม่มีสะดุด แม้หลินเย่จะมีพลังจิตช่วยเสริมการเล็งเป้าให้แม่นยำ แต่ปืนล่าสัตว์ของเขาไม่ใช่ปืนอัตโนมัติ ต้องคอยขึ้นลำใหม่ทุกครั้ง ดังนั้นจึงทำให้หมูป่าใหญ่หนึ่งตัวและลูกอีกหนึ่งตัววิ่งหนีไปได้
แต่เขาไม่ได้เสียดาย หลินเย่หยิบไม้ท่อนใหญ่จากพื้น เดินเข้าไปใกล้หมูป่าที่ยังบาดเจ็บ ฟาดใส่จนสลบทั้งสามตัว จากนั้นก็เก็บเข้าไปในฟาร์มมิติ YY อย่างรวดเร็ว
“โคตรได้ของดี ! เก็บใหญ่เลยวันนี้ ! !”
หลินเย่มองดูหมูป่าในคอกสัตว์ของฟาร์มด้วยจิตนาการ แผลของพวกมันกำลังสมานตัวอย่างรวดเร็ว
เขาดีใจจนพูดคนเดียวออกมา
หมูป่ามีรสชาติอร่อยกว่าหมูบ้านหลายเท่า
ที่สำคัญก็คือ หากเขาจะเอาเนื้อออกไปขายหรือใช้ ก็แค่บอกว่า "ล่าได้จากป่า" หรือ "ซื้อมาจากพราน" ก็จบ
ไม่มีใครจะตามรอยหรือสงสัยอะไร แต่หากเป็นหมูบ้าน... ถ้ามีเยอะเกินไป อาจโดนจับตาได้
หมูป่าไม่ใช่แบบนั้น แค่บอกว่าล่ามาจากเขาลึก จะมีใครกล้าตามไปล่าบ้าง ? แค่ได้หมูป่าสามตัว ภารกิจขึ้นเขาครั้งนี้ของหลินเย่ก็ถือว่าสำเร็จเกินคาด
หลังจากนั้นเขาก็หาที่นั่งพัก ในบริเวณป่าริมเขา เขาเจอก้อนหินใหญ่ จึงนั่งลง ควักกระติกน้ำอลูมิเนียมสีเขียวทหารออกมาจากช่องเก็บของในฟาร์ม
เปิดฝาแล้วดื่มอึกใหญ่
จากนั้นก็หยิบห่อกระดาษน้ำมันออกมา เปิดดูด้านใน เป็นแผ่นแป้งขาว (คล้ายแป้งโรตีหนา ๆ ) ขนาดใหญ่
หลินเย่ค่อย ๆ กินแป้งแผ่นนั้นคู่กับน้ำดื่ม เติมพลังให้ร่างกายก่อนเตรียมเดินลงเขา
หลังอิ่มท้อง เขาดูทิศทางโดยรอบ แล้วเลือกเส้นทางอื่นเพื่อเดินลง เขาไม่เลือกทางเดิม เพราะได้ปีนข้ามเขามาอีกด้านแล้ว หากย้อนกลับจะเสียเวลามากเกินไป ระหว่างที่เดินลง เขาก็พบหน้าผาสูงชันแห่งหนึ่ง
สายตาหลินเย่เปล่งประกายออกมา เพราะความสวยงามของวิว
แต่เพราะบนหน้าผานั้น... มีกลุ่มแพะภูเขากำลังกระโดดไต่หินอยู่ !
‘แจ็กพ็อต ! ได้สัตว์เลี้ยงแบบใหม่อีกแล้ว ! ’
เขานึกถึงเนื้อแพะย่าง หม้อไฟเนื้อแพะ แล้วน้ำลายก็แทบไหล เขารอให้ฝูงแพะปีนขึ้นไปยังระดับที่เหมาะสำหรับยิง
แล้ว...
“ปัง ! ปัง ! ปัง ! !”
“แบ๊ะ~~”
หลินเย่ยกปืนเล็งยิงอย่างแม่นยำ ทุกนัดเขาเลี่ยงไม่ยิงจุดสำคัญ เจาะแค่ที่ต้นขาหรือสะโพกเท่านั้น
ยังไงก็เก็บเข้าไปในฟาร์มได้ แล้วปล่อยให้ระบบรักษาตัวเอง
เขายิงไปเกือบสิบกว่านัด
จนกระทั่งแพะที่เหลือวิ่งหนีหายไปหมด หลินเย่รีบปีนลงไปเก็บแพะที่บาดเจ็บทั้งหมดใส่ฟาร์ม YY
รวมได้ถึง 13 ตัวที่ยังมีชีวิต แม้จะมีอีก 3 ตัวที่พลัดตกหน้าผาเสียชีวิต แต่เขาก็ยังรู้สึกว่าได้กำไรอยู่ดี
“ตอนนี้ชีวิตฉันมีอาหารพอไปถึงปีหน้าแล้วล่ะ !”
เขาพูดกับตัวเองด้วยรอยยิ้ม แล้วรีบเตรียมตัวลงเขา เพราะถ้าช้ากว่านี้ เขาอาจตกเที่ยวรถบัสสุดท้ายที่จะพากลับเข้าเมือง
ทางฝั่งลานบ้านซื่อเหอหยวน
ควันไฟจากเตาหุงต้มลอยขึ้นเหนือหลังคาอย่างช้า ๆ แต่จนถึงย่ำค่ำแล้ว ก็ยังไม่เห็นเงาของหลินเย่กลับมา
หญิงชราหูหนวกกับอี้จงไห่เริ่มกระสับกระส่าย ไม่สบายใจ
“หลินเย่ ไอ้สารเลวตัวนั้น มันหนีไปไหนของมัน ? ป่านนี้แล้วยังไม่กลับบ้านอีก !”
หญิงชราหูหนวกทุบไม้เท้าลงพื้นเสียงดัง ใบหน้าเต็มไปด้วยความหงุดหงิด อี้จงไห่ที่เลิกงานแล้วก็มานั่งเฝ้าที่บ้านหญิงชราหูหนวกทั้งเย็น
เป้าหมายก็เพื่อรอให้หลินเย่กลับมา แต่จนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงา ความอดทนของเขาก็เริ่มหมดลงเช่นกัน
“คุณยายครับ หรือว่าเราไม่ต้องรอแล้วก็ได้...”
“ยายออกไปที่ลานบ้าน ตะโกนว่าของมรดกถูกขโมย จากนั้นพวกเราก็แจ้งตำรวจเลยเป็นไง ?”
หญิงชราหูหนวกส่ายหัวทันที
“ไม่ได้เด็ดขาด !”
“จับขโมยต้องเห็นกับตา ของต้องอยู่ในมือ !”
“หลินเย่ยังไม่กลับมา ตำรวจก็ไม่มีสิทธิ์เข้าไปค้นบ้าน”
“ยิ่งเขาไม่อยู่บ้าน ใครจะไปบอกได้ว่าขโมยของจริงรึเปล่า ? ตำรวจไม่โง่หรอกนะ !”
ตามแผนเดิมที่วางไว้
เมื่อหลินเย่กลับจากทำงาน อี้จงไห่จะพาหญิงชราหูหนวกออกจากลานบ้านให้ดูสมจริง เปิดโอกาสให้หลินเย่ ‘ลอบขโมยของ’
จากนั้นพอกลับมา ก็แกล้งว่า ‘มรดกตกทอด’ ของคุณยายหายไป เรียกตำรวจมาจับแบบคนร้ายพร้อมของกลาง แต่ตอนนี้แผนพังหมด เพราะหลินเย่ยังไม่กลับมา !
“แล้วจะเอายังไงดีล่ะครับ ? ฟ้ามืดแล้ว คนในลานบ้านก็เริ่มเข้าบ้านกันหมด”
อี้จงไห่มองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นแค่ป้าสองสามคนยังนั่งคุยกันอยู่ แต่คงอีกไม่นานก็คงแยกย้ายกันหมด
ยุคนี้มันไม่มีทีวี ไม่มีโทรศัพท์
ค่ำมา ทุกคนก็มุดผ้าห่มนอนกันหมด
“เฮ้อ~~ ดูท่าหลินเย่คงไปซื้อของที่ชนบทจริง ๆ”
“วันนี้คงไม่กลับมาแน่ ๆ...” หญิงชราหูหนวกหน้าเสีย
“แต่ไม่เป็นไร...”
“เมื่อไหร่ที่มันกลับมา เราค่อย...”
ยังไม่ทันพูดจบ เสียงตะโกนก็ดังขึ้นจากประตูทางเข้าลานบ้าน
“เรื่องใหญ่แล้ว ! ! ทุกคนรีบออกมาดูเร็ว ! !”
“หลินเย่กลับมาจากล่าสัตว์แล้ว เขาได้ของเพียบเลย !”
“มีทั้งกระต่าย แพะ... โอ๊ย เยอะมาก ! !”
อะไรนะ ? ! !
คนในลานบ้านต่างตกใจเมื่อได้ยินเสียงตะโกนของลูกชายป้าสอง หลิวกวงเทียนกับหลิวกวงฝูวิ่งหน้าตื่นเข้ามา ชาวบ้านเริ่มทยอยวิ่งออกจากบ้าน ดูท่าว่าจะตื่นเต้นกันยกใหญ่
“ไปดูเถอะ จงไห่” หญิงชราหูหนวกรีบคว้าไม้เท้า
“ฉันก็อยากเห็นเหมือนกัน ว่าหลินเย่มันเก่งขนาดไหน !”
เจ้านี่...มันไปล่าสัตว์มาจริง ๆ เหรอ ?
แถมยังได้มาเยอะอีก ? !
ไม่นานข่าวก็แพร่กระจายออกไป
ไม่ใช่แค่ชาวซื่อเหอหยวนเท่านั้น แม้แต่ลานบ้านข้าง ๆ ก็ยังมีคนวิ่งมามุงดู เมื่ออี้จงไห่ประคองหญิงชราหูหนวกเดินออกมาที่ประตู ก็พบว่าตรงหน้าลานแน่นขนัดไปด้วยผู้คน
หลินเย่ยืนอยู่กลางฝูงชน กำลังลากรถเข็นไม้ บนรถมีถุงป่านหลายใบ และซากสัตว์ที่ล่ามาเต็มไปหมด
ลุงสามยืนอยู่หน้าแถว ยื่นคอมองเข้าไปอย่างตะลึงตะลาน ก่อนจะพึมพำออกมาอย่างอิจฉา
“ไอ้หลินเย่นี่มันเก่งจริง ๆ !”
“ดูสิ สองตัวนั้นไก่ตัวอ้วนเลยนะ แล้วก็มีกระต่ายอีกหนึ่งตัว”
“ไหนจะมีแพะอีกตั้งสามตัว ! ไปล่าจากที่ไหนมาล่ะนั่น ?”
“โชคดีเกินไปแล้ว ! !”
ไม่ใช่แค่ลุงสาม
ทุกคนในที่นั้นต่างมองหลินเย่ด้วยสายตาเป็นประกาย “สุดยอด ! ไก่สอง กระต่ายหนึ่ง แพะสาม ! เนื้อเยอะขนาดนี้ แค่ดูก็อยากกินแล้ว ! อยากล่าสัตว์เก่งแบบนี้บ้างจัง จะได้มีเนื้อกินทุกวัน !”
ผู้คนริมถนนต่างพูดกันเซ็งแซ่
หลายสายตาเต็มไปด้วยความอิจฉาและชื่นชม ลุงสามแอบคำนวณในใจทันที ของล่ามาตั้งเยอะ อยู่ลานบ้านเดียวกันแท้ ๆ
จะมีหน้ามาเก็บไว้คนเดียวได้ยังไง ?
ยังไงต้องแบ่งกันบ้างแล้วล่ะ...