- หน้าแรก
- ซื่อเหอหยวน : ฉันมีระบบฟาร์มในยุคภัยแล้ง
- บทที่ 12 วันแรกของการทำงานก็ได้เสบียงกลับมาแล้ว
บทที่ 12 วันแรกของการทำงานก็ได้เสบียงกลับมาแล้ว
บทที่ 12 วันแรกของการทำงานก็ได้เสบียงกลับมาแล้ว
บทที่ 12 วันแรกของการทำงานก็ได้เสบียงกลับมาแล้ว
ในตอนนี้หลินเย่ยังไม่รู้เลยว่าคลื่นมรสุมลูกใหญ่กำลังคืบคลานเข้ามา แผนการใส่ร้ายกำลังรอเขาอยู่ข้างหน้า เขาเดินทางมาถึงบริเวณใกล้กับโรงงานเหล็กที่ 1 แล้วเลือกมุมเงียบ ๆ ที่ไม่มีคน
จากนั้นก็ดึงตะกร้าหวายสองใบออกมาจากฟาร์ม YY สะพายขึ้นบ่าทั้งสองข้าง
ในตะกร้าแต่ละใบบรรจุแป้งผสมไว้ยี่สิบชั่ง (ราว 10 กก.)
เขายังถืออีกหนึ่งกระจาดที่ด้านในมีไข่ไก่อยู่สิบฟอง พูดถึงตรงนี้ ในฟาร์ม YY ของเขาตอนนี้มีลูกไก่เพิ่มขึ้นมาแปดตัวแล้ว
ไม่น่าเชื่อเลยแค่ชั่วข้ามคืน...ไม่สิยังไม่ถึงห้าชั่วโมงดี แม่ไก่สองตัวที่เขาเลี้ยงไว้ไม่เพียงออกไข่ แต่ยังฟักออกมาเป็นลูกไก่เรียบร้อย ! และเชื่อได้เลยว่าพอล่วงเข้ายามค่ำ ลูกไก่พวกนี้ก็จะโตพอให้ใช้งานได้แล้ว
หลินเย่ครุ่นคิดอยู่เล็กน้อย ก่อนจะดึงไก่ออกมาเพิ่มอีกสองตัว ตัวผู้หนึ่ง ตัวเมียหนึ่ง แล้วจึงมุ่งหน้าเดินไปยังประตูหน้าโรงงาน
“ว้าว ! ดูสิ ๆ ไก่ในมือนั่นตัวใหญ่มากเลยนะ !”
“ยังไม่พอ แบกของเต็มหลัง ดูแล้วน่าจะหนักเอาการ”
“เขาน่าจะเป็นคนของแผนกจัดซื้อแน่เลย...”
“แต่ฉันไม่เคยเห็นหน้าเลยแฮะ ?”
“หรือว่าเป็นคนใหม่ของแผนกจัดซื้อ ?”
ตลอดทางวัสดุที่หลินเย่แบกมาเรียกสายตาจากคนงานที่เดินผ่านไปมาไม่น้อย พอเดินมาถึงโกดังเพื่อลงทะเบียน เขาก็บังเอิญเจอหัวหน้าแผนก หัวหน้า "หวง"
“โอ้โห เด็กคนนี้ไม่เลวเลยนี่หว่า !”
“เพิ่งมารายงานตัวเมื่อวานแท้ ๆ วันนี้กลับหาซื้อไก่ตัวใหญ่ได้ตั้งสองตัวน่าจะเจ็ดถึงแปดชั่งได้มั้ง ?”
หวงต้าหมิงเดินมาตรวจงานตามปกติ แต่กลับเจอหลินเย่พอดี เขารู้สึกเหมือนได้ของขวัญที่ไม่คาดคิด
เดือนนี้แผนกจัดซื้อยังแทบไม่มีอะไร “อุดหนุน” ครัวโรงงานเลยด้วยซ้ำ
ใครจะคิดว่าหลินเย่เพิ่งทำงานวันแรกก็จัดไก่มาให้สองตัวอ้วนพีขนาดนี้
“หัวหน้าครับ ผมแค่โชคดีเท่านั้นเองครับ”
หลินเย่ตอบกลับอย่างถ่อมตัว
แต่หวงต้าหมิงกลับโบกมือ
“ไม่ต้องถ่อมตัวเลย พวกเราจัดซื้อออกไปชนบทกันทุกวันยังไม่มีใครโชคดีแบบนายสักคน”
“ดูสินอกจากไก่ยังมีไข่เต็มกระจาดแล้วนี่ในตะกร้าอีก...โถ่โว้ย! เสี่ยวหลินนายยังเอาแป้งผสมมาได้ตั้งเยอะ !”
“ช่วยแก้ปัญหาใหญ่ของโรงอาหารได้เลยพักนี้ทุกคนบ่นกันให้แซ่ดว่ากินแต่หมั่นโถวข้าวโพดจนเบื่อแล้ว !”
“แป้งผสมเยอะขนาดนี้ผสมกับแป้งข้าวโพดก็ทำหมั่นโถวดี ๆ ให้ทุกคนได้สักมื้อแล้วล่ะ !”
พอเห็นของทั้งหมดที่หลินเย่ขนมาได้ หวงต้าหมิงก็แทบจะน้ำตาไหลด้วยความดีใจ
“เสี่ยวหลินถ้านายจัดหาไก่มาได้อีกสักสามตัวในเดือนนี้เดือนหน้าฉันจะดันให้นายเลื่อนขั้นแน่นอน !”
เขาคิดว่าเด็กหนุ่มคนนี้ต้องมีแหล่งเสบียงเป็นของตัวเองแน่ ๆ
แต่เขาก็ไม่ถามให้มากความ เพราะเรื่อง“ช่องทางจัดซื้อ”นั้นเปรียบได้กับเส้นเลือดใหญ่ของเจ้าหน้าที่จัดซื้อ เป็นเรื่องต้องห้ามที่ใคร ๆ ก็ไม่กล้าล้ำเส้น มีแต่จะสร้างศัตรูทั้งนั้น
แม้ว่าหลินเย่จะเพิ่งย้ายมา แต่เขาก็ถือเป็นการ “ย้ายตำแหน่งแนวราบ” ไม่ใช่เด็กใหม่จริง ๆ
มีอายุงานสองปีอยู่แล้ว
ถ้าทำผลงานได้ดีแค่เลื่อนขั้นเดียวอาจยังน้อยไปสองขั้นก็ยังไหว
“งั้นก็ต้องขอบคุณหัวหน้ามากครับ !”
หลินเย่ตอบกลับด้วยสีหน้าตื่นเต้น
พูดก็พูดเถอะตำแหน่งหรือเงินเดือนสำหรับเขาในตอนนี้ไม่ได้สำคัญอะไรมากแล้ว แต่สิ่งเหล่านี้จะใช้เป็น “ฉากหน้า” ที่ช่วยอธิบายระดับชีวิตในอนาคตได้ดี
เพราะเขายังตั้งใจจะซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่จัดบ้านให้สวยงามอีกหลายอย่าง ถ้าระดับเงินเดือนไม่สูงคนก็จะเริ่มสงสัยว่า “ของดี ๆ ในบ้าน” มาจากไหน และเขาไม่อยากมีเรื่องกับใครอีกในอนาคต
เพราะศัตรูในที่แจ้งยังหลบได้ แต่ศัตรูในเงามืด...อันตรายกว่าหลายเท่า !
“สู้เขานะเสี่ยวหลิน ฉันเชื่อในฝีมือนายไปทำงานต่อได้เลย ฉันกลับไปที่ออฟฟิศก่อนล่ะ”
หวงต้าหมิงตบบ่าหลินเย่เบา ๆ ด้วยความพึงพอใจ
“หัวหน้าเดินทางปลอดภัยครับ”
หลังจากส่งหัวหน้ากลับ หลินเย่ก็ลงทะเบียนที่โกดังเสร็จเรียบร้อย จากนั้นก็ถือใบเบิกมุ่งหน้าไปยังฝ่ายการเงินทันที
เมื่อวานเฟิงเว่ยจวินจากฝ่ายรักษาความปลอดภัยได้บอกทางไว้ให้แล้ว แถมเมื่อเช้าหวงต้าหมิงยังพาเขาเดินดูขั้นตอนของฝ่ายจัดซื้อครบถ้วน
ก๊อกก๊อกก๊อก...(เสียงเคาะประตูดังขึ้น)
หลินเย่ยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดีขณะเคาะประตูห้องการเงินที่เปิดแง้มอยู่
“เสี่ยวหลิน คุณมาติดต่อใครหรือคะ ?” หญิงสาวถักเปียใส่แว่นตาท่าทางอายุราวสามสิบปีเงยหน้าขึ้นถาม สีหน้าระมัดระวังแต่สุภาพ
“สวัสดีครับ ผมหลินเย่จากแผนกจัดซื้อมายื่นเบิกค่าวัสดุที่จัดซื้อมาครับ”
เขาตอบพลางเดินเข้ามาสีหน้ายิ้มแย้มอ่อนโยน
“อ้อเป็นคุณนี่เองเพื่อนแผนกบุคคลเล่าให้ฟังว่าเพิ่งย้ายมาจากโรงงานเหล็กที่ 3 เมื่อวาน”
หญิงสาวลุกขึ้นยืนยิ้มตอบอย่างเป็นมิตร
“ฉันชื่ออู๋เสี่ยวฮวา เอาบิลมาให้ฉันดูสิ”
“รบกวนด้วยนะครับพี่อู๋”
หลินเย่พยักหน้าส่งใบเบิกในมือให้เธอ
อู๋เสี่ยวฮวารับบิลไปพลางยิ้มเธอรู้สึกดีไม่น้อยกับหนุ่มคนนี้พูดจาไพเราะใช้ได้เลย แต่พอเห็นรายการในบิลเธอก็ถึงกับตาโตด้วยความตกใจ
เพิ่งเริ่มงานเมื่อวานแท้ ๆ วันนี้กลับสามารถจัดซื้อไก่ได้ถึงสองตัว ๆละ 8 ชั่ง (ประมาณ 4 กิโลกรัม)
ยังมีแป้งผสม (แป้งสองอย่าง) 40 ชั่ง ไข่อีก 10 ฟอง !
คนที่เพิ่งมาทำงานแท้ ๆ อย่างหลินเย่กลับหาวัตถุดิบได้ขนาดนี้ไม่ต่างอะไรกับ "นักบุญแห่งการจัดซื้อ" เลยทีเดียว !
“โอ้โห หลินเย่ คุณไม่ธรรมดาเลยนะคะ เพิ่งวันแรกก็จัดซื้อของได้เยอะขนาดนี้”
อู๋เสี่ยวฮวารู้สึกว่าหลินเย่น่าจะมีเส้นสายอยู่บ้าง คิดว่าควรผูกมิตรกับเขาไว้ เผื่ออนาคตจะขอให้ช่วยจัดหาของอะไรได้บ้าง
“พี่อู๋เรียกผมว่าเสี่ยวหลินก็พอครับ”
“ได้เลย เสี่ยวหลินรอสักครู่นะ เดี๋ยวจัดการให้ทันที”
ว่าแล้วอู๋เสี่ยวฮวาก็จัดการเอกสารเบิกจ่ายอย่างรวดเร็วพลางถามยิ้ม ๆ
“ว่าแต่เสี่ยวหลินวันนี้จะออกไปชนบทอีกไหม ?”
หากเขาจะไปจริง ๆ เธอก็จะสำรองเงินและคูปองไว้ให้เพื่อให้จัดซื้อของจากต่างจังหวัดได้สะดวก
“ครับ วันนี้ผมตั้งใจจะลองเสี่ยงดวงอีกสักรอบ”
หลินเยี่ยพยักหน้า
ถึงแม้ฟาร์มในมิติจะผลิตของได้ไม่ขาด แต่หลินเย่ก็อยากเติมของให้เต็ม โดยเฉพาะฟาร์มเลี้ยงสัตว์ที่ตอนนี้มีแค่ไก่ก็ดูจะน่าเบื่อเกินไป
เขาเลยตั้งใจจะไปหาซื้อพวกเมล็ดพันธุ์ สัตว์เลี้ยง และพันธุ์ปลาเพิ่ม
“งั้นดีเลย ฉันสำรองเงินสดกับคูปองไว้ให้ห้าสิบหยวนนะ เหลือก็คืนขาดก็เพิ่มได้”
อู๋เสี่ยวฮวายื่นเงินและคูปองให้
“ราคาจัดซื้อของแผนกเราจะอยู่ระหว่างราคาสหกรณ์กับ...อีกที่หนึ่งนะ”
เธออธิบายเพิ่มเติมเนื่องจากหลินเย่ยังใหม่ “อีกที่หนึ่ง” ที่ว่าก็คือ “ตลาดมืด” หรือที่เรียกว่า “ตลาดนกพิราบ”
ระหว่างพูด เธอยังส่งสายตาให้หลินเย่เป็นนัย เขาก็พยักหน้ายิ้มรับอย่างเข้าใจ “ตอนนี้แป้งผสมราคาชั่งละ 7 เหมา 40 ชั่งก็ 28 หยวน
ไก่ราคาขึ้นอยู่กับขนาดและเพศ อยู่ระหว่างสองหยวนห้าถึงสามหยวนห้า
แต่ของคุณสองตัว ๆ ละ 8 ชั่งถือว่าใหญ่ จ่ายราคาสูงสุดเลยตัวละสามหยวนห้าสิบ รวมเจ็ดหยวน
ไข่สิบฟอง ๆ ละห้าเหมา รวมเป็นหนึ่งหยวนห้าเหมา
รวมทั้งสิ้นสามสิบหกหยวนห้าเหมาตรวจดูด้วยนะคะ ยังมีคูปองด้วย”
หลินเย่ยิ้มตอบรับ“ขอบคุณพี่อู๋มากครับ”
เขาเก็บเงินสามสิบหกหยวนห้าเหมากับคูปองใส่กระเป๋าหนึ่งแล้วตรวจเงินสำรองห้าสิบหยวนกับคูปองอีกครั้ง ก่อนจะใส่ไว้ในกระเป๋าอีกข้าง ให้เห็นชัดต่อหน้าอู๋เสี่ยวฮวา
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับพี่อู๋”
“ได้เลย”
หลินเย่ยิ้มลาแล้วหมุนตัวออกจากห้องพร้อมกับเก็บเงินและคูปองทั้งหมดเข้าไปในมิติพิเศษของเขาอย่างเงียบเชียบ เขาแวะไปแผนกจัดซื้อเพื่อขอหนังสือแนะนำตัว แต่ก็พบว่าจักรยานทุกคันถูกเพื่อนร่วมแผนกยืมออกไปหมดแล้ว
สุดท้ายจึงต้องเดินไปขึ้นรถโดยสารที่สถานีเพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่ชนบทอีกครั้ง