เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 ใช้ความเป็นเด็กให้คุ้มค่า

บทที่ 7 ใช้ความเป็นเด็กให้คุ้มค่า

บทที่ 7 ใช้ความเป็นเด็กให้คุ้มค่า


ฝูซูพยายามรักษาสีหน้าให้ปกติเข้าไว้ แต่เขากำลังหมุนเวียนลลมปราณฝึกฝนวรยุทธ์จักรพรรดิมังกรแห่งจักรราศีอยู่ตลอด

ในตอนแรกฝูซูก็เคารพรักจ้าวจีเหมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง โดยไม่มีความคิดด้านอื่นเลย

แต่พอได้รู้ว่าจ้าวจีไม่ใช่ย่าแท้ๆของเขา จริงทำให้ความรู้สึกในรักตัวจ้าวจีของฝูซูเริ่มเปลี่ยนไปอย่างช้าๆ ราวกับเขาต้องการเปลี่ยนเธอเป็นทรัพย์สินส่วนตัว

ดังนั้นในทุกครั้งที่ฝูซูมาเยี่ยมจ้าวจี จะขอให้เตียนอุยคอยสังเหตุการณ์สถานการณ์ของจ้าวจีอย่างใกล้ชิดและบอกเขาเสมอถ้ามีเหตุการณ์ไม่ดีรอบตัวจ้าวจี

“มาหาย่าเร็ว หลานรัก” จ้าวจีแบมือทั้งสองข้างไปข้างหน้าเธอด้วยรอยยิ้ม

“ท่านย่าาาา” ฝูซูแสร้งทำเป็นน่ารักและใช้ความเป็นเด็ก ไปสวมกอดจ้าวจีอย่างแนบชิด

“ท่านย่า ร่างกายของท่านช่างหอมจริงๆหอมกว่าเสด็จแม่อีก ซูเอ๋อชอบมาเลยขอรับ”ฝูซูพูดขณะกำลังเอาหน้าถูไถไปมาๆระหว่างทรวงอกของจ้าวจี

“เด็กน้อย ย่าก็อายุมากแล้วเและเริ่มแก่แล้วนะ จะไปเปรียบเทียบกับแม่ของเจ้าได้อย่างไร”แม้ว่าจ้าวจีจะพูดออกมาเช่นนั้น

แต่ใบหน้าของเธอก็เต็มไปด้วยความสุข และดีใจได้รับคำชมเชยในความงามของเธอ

นอกจากนี้เป็นเพราะความปากหวานของฝูซู จ้าวจีชอบมากและมักจะให้รางวัลฝูซูด้วยขนมเสมอ

“ท่านย่าสวยที่สุดในสายตาของซูเอ๋อเสมอ และก็ดูไม่แก่เลย”ฝูซูเถียงทันที

“ซูเอ๋อร์—” จ้าวจียื่นนิ้วสีขาวราวกับหยกออกมาและแตะที่หน้าผากของฝูซูเบาๆ ใบหน้าของเธอพยายามแสดงความโกรธเล็กน้อยมันช่างดูสวยงามมาก

จ้าวจีรู้สึกถึงได้ภัยคุกคามจากมือของฝูซูที่กำลังสร้างปัญหาบนร่างกายของเธอ ดังนั้นเธอจึงผลักฝูซูให้ห่างจากเธอเล็กน้อย

“ย่าได้ยินมาจากพ่อของเจ้าว่า หลานกำลังฝึกศิลปะการต่อสู้อยู่จริงไหม?”จ้าวจีพยายามหาเรื่องชวนคุย

“ขอรับ ช้าอยากฝึกศิลปะการต่อสู้ไว้ป้องกันตัวและเป็นปรมาจารย์เมื่อโตขึ้น ฝูซูอยากปกป้องท่านย่าไม่ให้ใครมารังแกท่านได้” ฝูซูพูดความรู้สึกจริงๆ ที่เขามีต่อจ้าวจีออกมาอย่างที่ผู้ชายอยากจะปกป้องผู้หญิง

เมื่อจ้าวจีได้ยินคำพูดของฝูซูเธอผงะไปครู่หนึ่งจากนั้น เธอรู้สึกตื้นตันเธอมีชีวิตที่ลำบากมาก่อนและเธอต้องการหาที่ไหล่ที่อบอุ่นไว้พึ่งพิง แต่กลับไม่มีเลย ไม่มี

เมื่อมองไปที่ฝูซูที่อยู่ตรงหน้าของเธอ แม้ว่าเขาจะยังเด็กและดูบอบบางมาก แต่เธอรู้สึกได้ถึงสายตาที่แรงกล้าในคำพูดที่เขาพูดออกมา เขาช่างเหมือนจักพรรดิที่สง่างามและอบอุ่น

เมื่อได้ยินคำพูดของฝูซู จ้าวจีก็อดไม่ได้ที่จะกอดฝูซูอีกครั้งไว้ในอ้อมแขนของเธอและกดศรีษะของฝูซูด้วยมือทั้งสองไว้บนทรวงอกของเธอ

ฝูซูมีความสุขมากกับปัจจุบันเขาอยากเด็กแบบนี้ต่อไปเรื่อย แต่อีกใจก็อยากที่จะเป็นผู้ใหญ่ไวๆ

“ท่านย่า วันนี้ซูเอ๋ออยากนอนกับท่านย่าได้สินะครับ * w *” ฝูซูพูดกับเธออย่างเขินอาย

“เอ่อ…” จ้าวจีลังเล

“ท่านย่า ซูเอ๋ออยากนอนกอดกับท่านเยอะๆ เพราะมีคำกล่าวว่า ยิ่งโตจะยิ่งได้รับความรักน้อยลงและจะไม่ได้รับการกอดอีกแล้ว” ฝูซูกล่าวขึ้นมาอย่างไร้ยางอาย

“เจ้าเด็กคนน้อยคนนี้หลานโตพอจะรู้เรื่องแล้ว ว่ามันคงจะดูไม่ดีในสายตาคนอื่นที่ย่าหลานจะนอนกอดกัน” จ้าวจีอดไม่ได้ที่จะส่ายหัว

“สัญญากับย่า ว่าหลานจะนอนนิ่งไม่ซุกซนในตอนกลางคืน”

“สัญญาเลยคุณย่า” ฝูซูพยักหน้าออย่างมีความสุข

ฝูซูบอกชีซีนอกประตู แล้วขอให้เขากลับไปบอกท่านแม่ของเขาว่าไม่กลับไปคืนนี้

เตียนอุยและชีซีถูกเรียกมาโดยระบบและพวกเขามีความจงรักภักดีต่อฝูซูมาก ดังนั้นเขาจึงรู้สึกสบายใจที่มีทั้งสองคนอยู่ใกล้ๆ

ยามค่ำ…

ไฟในห้องโถงฮั่วหยวนริบหรี่ ไฟตะเกียงปล่อยแสงสลัวๆในห้องโถงใหญ่ นางสนมสองคนได้กลับไปที่ห้องโถงด้านข้างเพื่อพักผ่อนแล้ว ข้างนอกห้องเริ่มมืดคริ้ม

ฝูซูนอนอยู่ในอ้อมแขนของจ้าวจีและผลอยหลับไป จ้าวจีเมื่อมองเห็นมือเล็กๆที่ยังไม่เติบโตเต็มที่ของเด็กน้อย

และฝูซูยื่นมือเข้าไปจับในเสื้อคลุมฟินิกซ์ของเธอพร้อมกับมีน้ำลายที่ห้อยลงมาจากมุมปากของเด็กน้อย ราวกับกำลังฝันหวาน

จ้าวจีมองไปที่หลานชายของเธอด้วยสายตารักและเอ็นดู ราวกับว่าเธอต้องการชดเชยสิ่งที่อยากทำกับฉินหวังเจิ้งในช่วงวัยเด็กของเขาให้กับฝูซู

ฝูซูแม้ภายนอกเขาจะดูเป็นเด็กน้อยวัยหกขวบ แต่ข้างในเขามีประสบการณ์ในการต่อสู้ของโลกธุรกิจ

เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของเขา เขาสามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ฝูซูจะไม่ใจอ่อนในสิ่งที่เขาต้องการ

มันคือโลกของธุรกิจและมีการใช้เล่ห์เลี่ยม หักหลัง และศัตรูรายล้อมมากมาย แต่เพื่อให้ตัวเขาอยู่บนจุดสูงสุด เขาก็ไม่ลังเลเลยเพื่อให้ได้มันมา

เวลาผ่านไปจ้าวจีก็เริ่มหลับไปอย่างช้าๆและบรรยากาศก็สงบเงียบ

แต่เมื่อพระจันทร์เต็มดวงฉายแสงในอาคารทิศตะวันตก ก็มีเสียงชายหนุ่มกล่าวออกมา

“ผู้ใดกันที่แอบลับๆล่ออยู่ ปรากฏตัวออกมาดีกว่า” เสียงของเตียนอุยกล่าวออกมาอย่างนิ่งสงบ

เพื่อรักษาความปลอดภัยของฝูซู เตียนอุยยืนอยู่หน้าประตูเฝ้าระวังรอบๆอยู่และเขาก็รู้สึกได้ถึงการมีอยู่ของใครบางคนในความมืด

มีชายชราปรากกฏตัวออกมาจากความมืด สวมชุดผ้าปักและสวมมงกุฏอยู่ และข้างหลังเขามีชายในชุดสูทสีดำที่ดูลึกลับอีกคนหนึ่ง

ชายชุดสุทดำถือดาบโบราณไว้ในอ้อมแขน มีแผลเป็นที่ใบหน้าราวกับได้รับจากการฟันด้วยคมดาบ

ทั้งตัวของเขาเปล่งออร่าแหลมคมพร้อมทิ่มแทงสิ่งรอบตัว

จบบทที่ บทที่ 7 ใช้ความเป็นเด็กให้คุ้มค่า

คัดลอกลิงก์แล้ว