เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 จักรพรรดินีผู้มีเสน่ห์

บทที่ 6 จักรพรรดินีผู้มีเสน่ห์

บทที่ 6 จักรพรรดินีผู้มีเสน่ห์


ฝูซูหลังจากพยักหน้ารับคำขอจากท่านแม่ของเขาแล้ว

เขาคิดถึงเรื่องราวของจ้าวจีในประวัติศาสตร์ ก็คิดว่าท่านเป็นผู้หญิงที่น่าสงสาร

ในช่องปีแรกๆ จ้าวจี มาจากพื้นเพที่ต่ำต้อยและอาศัยอยู่ในซ่อง เธอได้รับการสนับสนุนจากหลู่บูเว่ย ที่เป็นพ่อค้าผู้มั่งคั่งและยอบรับให้เธอเป็นนางบำเรอของเขา

เธอคิดว่าเธอได้พบกับรักแท้และสถานที่เรียกว่าบ้านแล้ว แต่เธอไม่คาดคิดมาก่อนว่าเมื่อเธอตั้งครรภ์ เธอจะถูกยกให้กับผู้อื่น ซึ่งก็คือ บิดาของอิ๋งเจิ้ง กษัตริย์จวงเซียงหวาง อี้เหริน

หลู่บูเว่ยยอมยกจ้าวจีเพื่อความมั่งคั่งของเขาเอง ซึ่งทำให้จ้าวจีท้อใจไปชั่วขณะ

อย่างไรก็ตามชะตากรรมของจ้าวจีไม่ได้จบลงเพียงแค่นั้น เพราะเธอและฉินหวังเจิ้งลูกชายของเธอถูกทิ้งให้เป็นตัวประกันในจ้าว

ในขณะที่หลู่บูเว่ยและอี้เหรินใช้โอกาสนี้เพื่อกลับไปยังฉิน เพื่อต่อสู้ชิงบัลลังก์

เพื่อป้องกันไม่ให้จ้าวจีหลบหนี จ้าวกวนจึงแยกจ้าวจีออกจากลูกชายของเธอและป้องกันไม่ให้พวกเขาพบกันได้

จ้าวจีคิดถึงลูกชายของเธอทุกวันและความแค้นของเธอที่มีต่อหลู่บูเว่ยและอี้เหรินก็ฝังลึกลงในใจของเธอ

ต่อมาด้วยความช่วยเหลือของเจ้าชายเฉิงเจียวจากฉิน ในที่สุดแม่และลูกชายก็ได้กลับมารวมกันอีกครั้งและกลับไปที่ฉิน

ด้วยเหตุนี้ จ้าวจี้จึงกลายเป็นจักพรรดินีแห่งฉินและฉินหวังเจิ้ง ยังได้ชื่อว่าเป็นเจ้าชาย

หลังจากการสิ้นพระชนม์ของกษัตริย์จวงเซียงหวาง อี้เหริน

ฉินหวังเจิ้งในวัยเยาว์ก็ได้ขึ้นครองบัลลังก์ หลู่บูเว่ยแต่เดิมต้องการควบคุมรัฐฉิน แต่กับเจอความผิดพลาดจากเขาคิดไว้ ฉินหวังเจิ้งที่ยังเด็กอยู่แทนที่จะเห็นเขาเป็นคนในครอบครัว

แต่เขาไม่คาดคิดว่าฉินหวังเจิ้งจะกล้าลดบทบาทของเขาลง เพื่อลดอำนาจในราชวงศ์ของหลู่บูเว่ยทีละเล็กทีละน้อยและเลื่อนตำแหน่งให้เหมิงเถียน ผู้มาใหม่เมิ่งอี้และคนอื่นๆ

เมื่อฝูซูไปค้นข้อมูลประวัติศาสตร์เพิ่มเติมมา เขาก็คิดขึ้นได้ว่าเจ้าชายเฉิงเจียว?ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนกัน? เขาลืมนึกไปเลย เพราะตอนนั้นที่เขามาโลกนี้ครั้งแรก ระบบบอกว่าตอนนี้อยู่ในสมัยราชวงศ์ฉิน ซึ่งตอนนี้ฉินหวังเจิ้งเป็นจักพรรดิแห่งราชวงศ์ฉินอยู่

หรือเป็นไปได้ไหมว่ายังมีคนที่ถูกส่งมายุคสมัยนี้แบบเขาอีก ไม่น่าเป็นไปได้หรอกมั้ง ฝูซูรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา

เมื่อเขาไปถามระบบ ก็ทำให้เขารู้ว่า หลังจากฉินหวังเจิ้งขึ้นครองบัลลังก์ เจ้าชายเฉิงเจียวถูกประหารชีวิตทันที เพื่อปกปิดความลับที่ซ่อนไว้ของเขาและมีหลายคนที่มีส่วนรู้เห็น ทุกคนที่มีส่วนรวมในเหตุการณ์เหล่านี้ถูกไล่ฆ่าไปหมดแล้ว

ต่อมาเมื่อเขาค้นข้อมูลไปมากขึ้น ฝูซูก็ได้ค้นพบความลับว่าฉินหวังเจิ้งไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับจ้าวจี

หลังจากที่ฝูซูได้รู้ความลับนี้ เขาก็เก็บซ่อนมันไว้ในใจและเขาไม่มีทางพูดเรี่องนี้ออกไปแน่อน มิฉะนั้น ไม่ว่าสถานะของเขาตอนนี้ตำแหน่งเขาจะสูงแค่ไหน

เขาอาจจะสิ้นวาระลงก็ได้ ในตระกูลจักรพรรดิที่โหดเหี้ยมที่สุด

หลังจากรู้เรื่องนี้ ฝูซูก็รู้สึกเห็นใจจ้าวจีเป็นอย่างยิ่ง นอกจากเธอถูกคนรักหักหลังและท้ายที่สุดลูกชายของเธอ ก็ดันไม่ใช่สายเลือดแท้ๆของเธอ

ในตอนเย็นฝูซูพร้อมผู้ติดตามสองคนเตียนอุยและชีซี มุ่งไปไปยังวังฮั่นหยวน

ในเวลานี้ฉินหวังเจิ้งอยู่ในจุดสำคัญของหน้าประวัติศาสตร์ของเขาแล้ว เขามุ่งมั่นที่จะรวมหกประเทศให้เป๋นหนึ่งเดียว ดังนั้นเขาจึงไม่เคยโผล่มาที่นี่เท่าไหร่

“ถวายบังคม องค์ชาย” ทหารชุดเกราะสีดำที่เฝ้าทางเข้าทำความเคารพฝูซูทีละคน

ฝูซูพยักหน้าและเดินมุ่งหน้าต่อไปไม่สนใจเหล่าคนที่ทำความเคารพ

“ท่านย่า ซูเอ๋อมาหาแล้วขอรับ” ฝูซุตะโกนออกไปขณะยืนอยู่นอกประตู เขาจัดท่าทางให้เรียบร้อย

“ซูเอ๋อ! เข้ามาได้เลยจ้ะ” เสียงหวานดังขึ้นหลังประตู น้ำเสียงนุ่มนวลราวกับนกกระจิบในฤดูใบไม้ผลิ ทำให้คนฟังลุ่มหลง

ฝูซูหันไปพยักหน้าและชี้ไปทีเตียนอุย

“ขอรับ” เตียนอุยพยักหน้าอย่างใจเย็นและยืนเฝ้าประตู

ห้องโถงของวังฮั่นหยวน เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ เว้นแต่จักพรรดิหรือคนในราชวงศ์จะเสด็จด้วยตนเอง พวกทหารจะทำได้เพียงยืนเฝ้าประตูอยู่ด้านนอกเท่านั้น

ดังนั้นนอกจากนางสนมและขันที ที่ได้รับอนุญาติที่เข้ามาในวังฮั่วหยวนได้

เตียนอุยเอามือไพล่หลังกวาดตามองดูทุกสิ่งรอบตัวเขาและเตรียมพร้อมเสมอเหมือนมีอะไรเกิดขึ้น

ความแข็งแกร่งของเตียนอุยตอนนี้ช่วยให้ฝูซูรู้สึกปลอดภัย ด้วยความที่เขาเป็นองครักษ์อันดับหนึ่งของจีนและประสิทธิภาพในการต้อสู่ของเขาก็สุดยอด

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการรบทางพื้นดินซึ่งบอกได้เลยว่าเขาไม่มีที่ติ

ฝูซูยังไม่เคยพบกับสุมาอี้ ดังนั้นเขาจึงไม่รู้ว่าสุมาอี้แข็งแกร่งแค่ไหน แต่ฝูซูรู้สึกว่าถ้าทั้งสองคนสู้กันถึงตายไปข้าง สุมาอี้อาจจะต้องเป็นคนที่ตายก็ได้

ฝูซูเดินเข้ามาอยู่ในพระราชวังพร้อมพกดาบยาวบนร่างกายเล็กๆของเขา ซึ่งตัวดาบมีความเรียบง่ายและงดงามตัวฝักดาบฝังด้วยไข่มุกและหยกแสดงถึงความเป็นสุขภาพบุรุษ

ดาบสามารถแสดงถึงความสุขภาพบุรุษและผู้ชายหลายคนชื่นชอบที่จะพกดาบติดตัว

ฝูซูโบกมือของเขาทำให้ชีซีหยุดยืนอยู่นอกประตูเช่นเดียวกับเตียนอุย

ฝูซูมองไปที่ประตูโถงวังฮั่นหยวนและเปิดประตูเข้าไป

ภายในนั้นถูกประดับไปด้วยเครื่องประดับสีแดง ม่านโปร่งแสง และรอบๆมีตะเกียงสีทองกำลังส่องสว่างไปทั้งห้อง มีโต๊ะไม้ซึ่งมีผลไม้ต่างๆเป็นเครื่องบรรณาการ มีขวดสีเขียวและจานหยกอยู่บนโต๊ะ

“ซูเอ๋อมาหาย่าแล้ว มานี่เร็วให้ย่ากอดหลานหน่อย” เมื่อเห็นฝูซูเดินเข้ามาจ้าวจีก็ดีใจมาก โบกมือเรียกฝูซูให้เข้ามาหาตน

“ท่านย่า!” ฝูซูร้องขึ้นมาและเงยหน้าขึ้นมองสถานการณ์โดยรอบ

บนโซฟาฟินิกซ์มีหญิงสาวสวยกำลังมองเขาด้วยรอยยิ้ม ใบหน้าของเธอราวกับดอกพีช ผิวของเธอขาวดุจหิมะ คิ้วของเธองดงามราวกับภาพวาด เธอสวมเสื้อคลุมลายฟีนิกซ์ที่สวยงามไร้ที่ติ ทั้งตัวของเธอเผยออร่าที่มีเสน่ห์

ฝูซูที่ครั้งหนึ่งเคยมีประสบการณ์ชีวิตพบเจอสาวสวยมากมาย ก็ยังอดไม่ได้ที่แอบกลืนน้ำลาย

ในชีวิตก่อนเขาเจอรูปร่างหน้าตาหญิงสาวมามาก แต่เมื่อเทียบกับจ้าวจีมันทำให้เขาถูกปลุกอารมณ์ความเป็นชายขึ้นมาเลย

ตามที่คาดหวังไว้สำหรับความงามไว้ในประวัติศาสตร์ ตราบใดที่คุณยังมีความเป็นผู้ชาย คุณจะมีความรู้สึกตกอยู่ภายใต้เสน่ห์ของเธอทันทีและยอมศิโรราบแก่เธอ

ฝูซูก็ไม่มีข้อยกเว้น แม้ว่าตอนนี้เขาจะมีร่างกายเป็นเด็กหกขวบ แต่ในเรื่องของจิตใจเขาก็คือชายหนุ่มที่ผ่านโลกมาแล้ว

แต่ฝูซูเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันดี ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงระงับอารมณ์เก็บซ่อนไว้ เพราะในตอนนี้ร่างกายเป็นเด็กหกขวบ จึงยังระงับมันไว้ได้อยู่

จบบทที่ บทที่ 6 จักรพรรดินีผู้มีเสน่ห์

คัดลอกลิงก์แล้ว