เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

SN-ตอนที่ 49 กิ้งก่ากระหายเลือด

SN-ตอนที่ 49 กิ้งก่ากระหายเลือด

SN-ตอนที่ 49 กิ้งก่ากระหายเลือด


อัลดิช และ แฟลร์กาน ก้าวขึ้นไปบนหน้าผาที่ทอดลงไปในรังขนาดใหญ่ที่กระจัดกระจายไปด้วยรอยไหม้เกรียมดำ ที่นี่มีซากกิ้งก่าไหม้เกรียมที่ถูกฉีกเป็นชิ้นๆและเศษเปลือกไข่ที่ถูกทำลายเกลื่อนไปทั่ว

สิ่งนี้เป็นฝีมือของ วาเลร่า และ เตลล่า พวกเธออาจจะเข้ากันได้ไม่ดีในสถานการณ์อื่น แต่ในการต่อสู้ ฆ่าฟัน พวกเธอล้วนเป็นสหายที่ดีที่สุด

“นายท่าน!” วาเลร่า ได้ยกโล่วางขณะที่เธอย่อตัวลงเล็กน้อย

ในเวลานี้ มีกิ้งก่าตัวใหญ่ที่อยู่ด้านหลัง วาเลร่า ได้ส่งเสียงขู่คำรามออกมา

ร่างของมันค่อนข้างใหญ่และเกล็ดของมันก็คล้ายกับเกล็ดหนาของมังกร อีกทั้งยังส่องแสงเรืองรองสีแดงจำนวนมากออกมา

นอกจากนี้ ดวงตาสีเหลืองก็แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มราวกับเลือด ในเวลานี้ เลือดได้พุ่งมาโดนโล่ วาเลร่า อย่างรุนแรง แต่โชคดีที่เธอป้องกันมันไว้ได้ทันจนมันกระเด็นไปทางอื่น ทว่าทันทีที่เลือดสัมผัสกับพื้นหินมันก็ละลายพื้นหินได้อย่างง่ายดาย

อัลดิช ไม่รู้ว่าเจ้าสิ่งนี้คืออะไร

เนื่องจาก แบล็ควอเตอร์ ได้เพิกเฉยนักเรียนดัสโดยสิ้นเชิง อัลดิช จึงไม่สามารถเข้าถึงข้อมูล AA ที่เป็นความลับเกี่ยวกับพวกตัวแปรเหล่านี้ได้ เกี่ยวกับข้อมูลทั่วไปอาจจะหาได้ในเน็ต แต่ข้อมูลที่แข็งแกร่งและหายากกว่านี้นั้นไม่มีเลย

“มาช่วยกันหน่อยได้มั้ย!” สเตลล่า ได้พูดขึ้น “ว่าไง หน้าปลาหมึก!?”

“ข้าควรจะไปหรือไม่?” แฟลร์กาน ได้กล่าวถาม

“อืม” อัลดิช พยักหน้าตอบรับ

จากนั้น แฟลร์กาน ก็ลอยเข้าไปพร้อมกับประสานมือเข้าด้วยกัน “ดูเหมือนว่าเด็กน้อยเช่นเจ้าก็ยังคงต้องการความช่วยเหลือจากปรมาจารย์ที่แท้จริง”

สเตลล่า ต้องการจะพูดอะไร แต่หลังจากได้ยินคำพูดของ แฟลร์กาน เธอก็หยุด

ในเวลานี้ วงเวทย์สีส้มสดใสได้ก่อตัวขึ้นรอบ ๆ มือของ แฟลร์กาน “ข้าล่ะอยากจะรู้นักว่าสิ่งมีชีวิตในโลกใหม่นี้จะรับมือกับเวทย์มนตร์ได้อย่างไร”

แฟลร์กานได้ร่าย [หอกไฟ] ที่เป็นหอกสีส้มแดงออกมา

ในเวลานี้ กิ้งก่าสีแดงได้หยุดพ่นเลือด มันได้เงยหน้าขึ้นพร้อมกับตั้งรับหอกไฟที่พุ่งเข้ามาเหล่านี้ แน่นอนว่าหอกไฟได้แทงทะลุเข้าไปที่ท้องของกิ้งก่าแดง

ทว่า กิ้งก่าแดง กลับไม่ได้รับความเสียหายอะไรเลยแม้แต่น้อย

“หืม?” อัลดิช สังเกตุดูด้วยความสนใจ เขาพบว่าเกล็ดแหลมของกิ้งก่ากำลังบิดเบี้ยว นี่ไม่ใช่เพราะคลื่นความร้อนจากเปลวไฟของแฟลร์กาน แต่ดูเหมือนมันจะทำอะไรบางอย่างเพื่อลบล้างความเสียหาย

“นี่คือกิ้งก่ากระหายเลือด!” สเตลล่าได้กล่าวพูดขึ้นในเวลานี้ “หนังของมันแทบจะทนต่อความเสียหายได้ทุกชนิด! ดังนั้นจำเป็นจะต้องสร้างความเสียหายจากภายใน!”

“เหตุใดถึงไม่บอกข้าเร็วกว่านี้!?” แฟลร์กาน ได้กล่าวถาม

“ก็ฉันแค่อยากจะเห็นคนโง่หลังจากที่ทำตัวอวดฉลาดเท่านั้น” สเตลล่าได้ยกยิ้มก่อนที่จะทำสีหน้าจริงจัง “เอาล่ะ ในเมื่อตอนนี้รู้แล้วว่าต้องทำไง ก็หาทางป่นปี้เจ้าสิ่งนี้จากข้างในถ้านายทำได้ล่ะก็นะ”

“ในเมื่อวิธีการปกติใช้มันได้ก็ต้องอาศัยความคิดกันหน่อย”

“ข้าจะเผาอากาศทั้งหมดที่นี่ให้มันง้างปากออกมาซะ!”

“แน่นอนว่ากลยุทธ์ที่เด็ดขาดเช่นนี้ เจ้าคงไม่มีทางคิดได้หรอก!” แฟลร์กาน เตรียมที่จะร่าย[Flamethrower] เพื่อสร้างเปลวไฟอย่างต่อเนื่องเพื่อเผาไหม้อากาศในพื้นที่นี้ออกไป

“รอเดี๋ยว” แต่อัลดิช ได้ยกมือขึ้น “ให้ฉันจัดการเอง”

อัลดิช ได้กระโดดขึ้นมาและมาถึงด้านหลังของ วาเลร่า

“ต้องฝากเธอคุ้มกันด้วย” เขาได้กล่าวพูดออกมาทันที

“เจ้าค่ะ นายท่าน!” วาเลร่า ได้ยืนอย่างมั่นคงต่อหน้าอัลดิชและยกโล่ขึ้น

“มีสิ่งสุดท้ายที่ฉันอยากจะทดสอบ!” อัลดิช ได้กล่าวออกมา “เขาได้หยิบตะเกียงและฉายแสงสีแดงไปที่กิ้งก่า โดยเขาไม่ได้เปิดดวงตาของตะเกียงอย่างเต็มที่เนื่องจากผลสลายตัวของมัน เขาเพียงแค่เก็บแสงไว้บนกิ้งก่าแทน

กิ้งก่าตัวนี้ผงะศีรษะและกระพริบตา เพื่อดูว่าแสงนี้มีผลอย่างไร

เว้นแต่ว่า อัลดิช จะเปิดลูกตาในตะเกียง มันจะไม่สร้างความเสียหาย ในตอนนี้อัลดิชกำลังใช้พาสซีฟฉายแสง 3 วินาที ต่อครั้งอยู่ ซึ่งมันสามารถซ้อนทับได้สูงสุด 10 ครั้ง

แต่ละสแต็คจะลดความต้านทานต่อความเสียหายจากคำสาปลง และ มีเวทย์มนตร์ประเภทนึงที่ อัลดิช รู้สึกสงสัยเป็นอย่างมาก

เวทย์มนตร์ตายทันที!

กิ้งก่ากระหายเลือดได้คำรามออกมา โดยมันยังคงสับสนเล็กน้อยเมื่อไม่รู้สึกได้ถึงการโจมตี

หลังจากผ่านไป 5 วินาที มันก็หมดความอดทนและตัดสินใจยิงกระแสเลือดที่เป็นกรดออกมาจากดวงตาของมัน

วาเลร่า ได้ยกโล่ขึ้นอีกครั้ง ในขณะที่ อัลดิช ถอยออกมาเล็กน้อย เขารู้ว่า วาเลร่า สามารถป้องกันกระสุนโลหิตจากกิ้งก่ากระหายเลือดได้

ในเวลานี้ เขาได้ฉายแสงไปที่ กิ้งก่ากระหายเลือดต่อ

แต่กิ้งก่าไม่ได้สนใจ อัลดิช มันได้พ่นโลหิตใส่ วาเลร่า และ สเตลล่า อย่างต่อเนื่อง ราวกับว่ามันเห็นทั้งสองเป็นภัยคุกคามมากกว่า

อัลดิช ฉายแสงไปที่กิ้งก่ากระหายเลือด เดิมเขาคิดว่าจะต้องหลบการโจมตีอะไรพวกนี้บ้าง แต่กิ้งก่าตัวนี้กลับไม่สนใจเขาเลย

เพราะการโจมตีของเขาไม่ได้สร้างความเสียหายทันทีทำให้มันไม่สนใจเขา

“ดูเหมือนว่า สิ่งมีชีวิตในโลกใหม่นี้จะยังไม่เข้าใจแนวคิดเรื่องดีบัฟ” แฟลร์กาน ได้ตอบกลับ

“อาจเป็นเพราะเจ้าตัวนี้มันโง่ หรือไม่ก็เป็นไปได้ที่ทั้งสองอย่างจะรวมกัน” อัลดิช ได้ตอบกลับ “ไม่ว่าจะอย่างไร มันถึงเวลาที่ฉันจะเริ่มทดสอบเวทย์มนตร์แห่งความตายแล้ว”

หลังจาก 30 วินาทีผ่านไป หลังจากสะสมสแต็คลดต้านทานคำสาปเสร็จ

หมอกควันสีแดงที่เปล่งประกายก็ปรากฏขึ้นโดยรอบตัวของกิ้งก่ากระหายเลือด มันเป็นการบ่งบอกว่าสะสมดีบัฟเต็มแล้ว ซึ่งความต้านทานต่อเวทย์มนตร์ตายทันทีได้ถูกทำให้เป็นกลางจนต่ำอย่างไม่น่าเชื่อ

ดูเหมือนว่าผลของสแต็คคำสาปจะไม่ธรรมดาทีเดียว

“มาลองดูกันว่า ผิวหนังที่ไร้เทียมทานของแกจะต้านทานสิ่งนี้ได้หรือไม่” อัลดิช ได้เปิดตะเกียงและร่าย [Disintegrating Gaze]

เมื่อดวงตาที่ค้างอยู่ในตะเกียงเปิดขึ้น มันก็เผยดวงตาแดงก่ำที่น่าสยดสยองออกมา

แสงสีแดงปกติได้เปลี่ยนเป็นลำแสงทรงกรวยที่วาดผ่านร่างของกิ้งก่า

อัลดิช ระวังไม่ให้ แสงนี้กระทบเข้ากับหัวของกิ้งก่าเพราะเขาต้องการรักษาร่างกายของมันเอาไว้

กิ้งก่าได้ส่งเสียงกรีดร้องออกมาก่อนที่ร่างของมันเริ่มจะแตกสลายกลายเป็นสีขาวและกลายเป็นกองขี้เถ้าไปในที่สุด

“หากใช้พลังนี้กับผู้วิวัฒ พวกเขาคงไม่สามารถป้องกันมันได้เป็นแน่” จากนั้น อัลดิช ก็เดินไปที่ตำแหน่งหัวของกิ้งก่าที่ไร้ร่าง เขาต้องการตรวจสอบดูว่ามีดวงวิญญาณปรากฏขึ้นมาหรือไม่

ปรากฏว่าไม่มี

แต่สัญลักษณ์หลุมฝังศพนั้นกลับปรากฏ

เดิม อัลดิช ต้องการดวงวิญญาณไปสร้างอุปกรณ์ที่อยู่ยงคงกระพันแต่น่าเสียดายที่ไม่มีดวงวิญญาณปรากฏ

[กำจัด กิ้งก่ากระหายเลือด!]

[+300 ค่าประสบการณ์]

[แถบค่าประสบการณ์ : 1200/1600 > 1500/1600]

“จงตื่น” อัลดิช ได้วางมือบนซากกิ้งก่า ทันใดนั้น เส้นพลังงานสีเขียวก็หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของมันในทันที

เนื่องเพราะสมองของมันส่วนนึงได้ถูกทำลายทำให้มันไม่สามารถประมวลผลความคิดได้

ซึ่งแตกต่างไปจากพวกโครงกระดูกที่ไม่ต้องใช้สมองในการเคลื่อนไหวเลย แต่ดูเหมือนว่า ซอมบี้และอันเดดระดับสูงยังคงต้องใช้หัวของพวกมันในการทำงาน

เพราะงั้นแล้วหากมีตัวใดที่สมองถูกทำลายมันคงไม่สามารถประมวลความคิดได้

อย่างไรก็ตาม อัลดิช สามารถบังคับให้ กิ้งก่าเคลื่อนไหวได้ด้วยตัวเอง รวมถึงใช้ [Anti-Life Shell] เพื่อรักษาสิ่งมีชีวิตให้ฟื้นคืนเมื่อเวลาผ่านไป

[-5 มานา]

[มานา : 99/183 > 94/183]

[กิ้งก่ากระหายเลือดเลเวล 14 ฟื้นคืนชีพ]

[ยูนิติที่ควบคุม : 19/22 > 20/22]

เขาได้ตรวจสอบพลังของกิ้งก่า

โดยมันมีพลังทั้งหมดสามอย่างเหมือนกับ กีสต์

อย่างแรก : เกล็ดของมันมีภูมิต้านทานต่อความเสียหายทั้งหมด มันสามารถบิดเบี้ยวบางส่วนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายขึ้นกับตัวมันได้

อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถใช้งานได้ในตำแหน่งที่ไม่มีเกล็ด เช่น ตา จมูก หรือ อวัยวะภายใน

ประการที่สองคือ : มันสามารถกระหน่ำยิงกระแสเลือดที่เป็นกรดสูงออกมาจากดวงตาได้ ซึ่ง หากเลือดนี้สัมผัสคนธรรมดา มันจะย่อยสลายเนื้อหนังจนกลายเป็นแอ่งหนองที่เหนอะหนะภายในไม่กี่วินาที

ประการที่สามคือ : มันมีรูปแบบการมองเห็นการเคลื่อนไหวที่ทำให้ดวงตาติดตามเป้าหมายได้อย่างแม่นยำสูงสุดนอกเหนือไปจากนั้นยังสามารถซูมเข้าออกได้ภายในระยะ 1.6 กม.

โดยรวมแล้ว กิ้งก่าตัวนี้ค่อนข้างทรงพลังมากทีเดียว นี่น่าจะเป็น 1 ในสายพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุดของรังนี้

“ทำได้ดีมากทุกคน” อัลดิช ได้กล่าวออกมา “แต่จากข้อมูลของดวงตายมโลก ดูเหมือนว่ารังอีกชุดจะอยู่ลึกลงไปและศัตรูของเราก็คือพวกมด”

“อึก ฉันเกลียดพวกแมลงที่สุด” สเตลล่าได้กล่าวพูดขึ้น

“ข้าเห็นด้วยกับเจ้าในเรื่องนี้” วาเลร่า ได้พูดขึ้น “การที่ขาของพวกมันเคลื่อนที่ไปมาช่างน่าพิลึกกึกกือเป็นอย่างมาก”

“โอ้ นี่เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมถึงไม่ควรมีผู้หญิงไว้ในปาร์ตี้” แฟลร์กานได้กล่าวออกมา “เพราะพวกเธอกังวลเกี่ยวกับสิ่งเล็กน้อยพวกนี้มากเกินไป”

ได้ยินเช่นนี้ วาเลร่า และ สเตลล่า ก็หันไปมอง แฟลร์กาน จนอีกฝ่ายได้นิ่งเงียบไป แฟลร์กานนั้นเหมือนกับพวกตาแก่ไม่มีผิด นอกจากจะบ่นเรื่องช่วยหลังที่เจ็บปวด เขายังมีความคิดเกี่ยวกับพวกคนหนุ่มสาวที่ค่อนข้างล้าสมัย

“เอาล่ะ เลิกพูดคุยไร้สาระกันได้แล้ว” อัลดิช ได้ตอบกลับ “ฉันต้องการกำจัดรังพวกนี้โดยเร็วที่สุด และ เก็บเลเวลให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แน่นอนว่า อย่าได้ทำลายรังพวกนี้ทั้งหมดเพราะมันอาจจะดึงดูดความสนใจมากเกินไป”

จบบทที่ SN-ตอนที่ 49 กิ้งก่ากระหายเลือด

คัดลอกลิงก์แล้ว