เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

SN-ตอนที่ 48 กวาดล้างรังวาแลน

SN-ตอนที่ 48 กวาดล้างรังวาแลน

SN-ตอนที่ 48 กวาดล้างรังวาแลน


อัลดิช และ อันเดด ของเขาได้บินตรงไปที่ทางเข้าของรังวาแลน เมื่อ อัลดิช และ วาเลร่า กระโดดลงมาจาก อัลลอยด์อีเกิ้ล พวกเขาก็ลงจอดในอุโมงค์ทางเข้าใต้ดินที่มืดมิด จากนั้น เขาก็สั่งให้ อัลลอยด์อีเกิ้ล บินออกไป

“รอข้างนอก ในพื้นที่แคบ ๆ เช่นนี้ แกคงไม่สามารถทำอะไรได้มากเท่าที่ควร ดังนั้นเมื่อฉันให้สัญญาณ แกค่อยลงมาที่นี่เพื่อรับพวกเราก็แล้วกัน” อัลดิช ได้กล่าวออกมา

อัลลอยด์อีเกิ้ล ได้ผงะศีรษะก่อนที่จะบินออกไป

อัลดิช มองเข้าไปยังส่วนลึกของรัง และ พบว่า เส้นทางข้างหน้าในอุโมงค์นั้นเต็มไปด้วยถนนที่คดเคี้ยวและจมลึกเข้าไปในหน้าผา เขาได้เคาะกระบังหน้าสีแดงเพื่อสแกนตรวจจับความร้อนทันที

ดูเหมือนเขาจะไม่พบอะไร เพราะสถานที่ทั้งหมดนี้อันยะเยือกและเหมาะสำหรับพวกวาแลนที่ใช้อยู่อาศัย

อัลดิช ได้จับตาดู ดวงตายมโลก ในขณะที่เขาส่งมันไปสอดแนมข้างหน้า เพราะเขาไม่ต้องการเคลื่อนไหวท่ามกลางพื้นที่ที่เขาไม่รู้จัก

หลังจากส่ง ดวงตายมโลกไปตรวจตรา อัลดิช ก็มองลงไปที่ อายโฟนของฟิสก์เพื่อให้แน่ใจว่าเขาได้ลดความสว่างลงเพื่อไม่ให้เป็นจุดสนใจ

หลังจากนั้นเขาก็รื้อฟื้นรายงานไม่กี่ฉบับที่ AA ทำวิจัยเกี่ยวกับรังนี้ ซึ่งข้อมูลล่าสุดคือเมื่อ 6 เดือนก่อน

สิ่งมีชีวิตที่ครอบครองเซลล์วิวัฒโดยพื้นฐานแล้วจะสามารถปล่อยพลังงานตามธรรมชาติที่สามารถติดตามออกมาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อพลังงานนั้นทำงานอยู่ มันจะสามารถตรวจสอบได้ด้วยเครื่องมือบางอย่าง

ดังนั้นแล้ว AA จึงสามารถพิจารณาได้ว่า รังวาแลนนั้น แข็งแกร่งขนาดไหน และ ได้จัดหมวดหมู่พวกมันตามลำดับตัวอักษรตั้งแต่ E ถึง S

ซึ่งหลักเกณฑ์ทั่วไปของ AA หากพิจารณาว่าภายในรังมีระดับสูงมากกว่า 10 ตัว ขึ้นไปควรจะมุ่งเน้นทำลายพวกมันให้หมด เพราะพวกมันมีโอกาสที่จะวิวัฒนาการไปสู่ประเภทอื่นได้

สำหรับที่นี่ อัลดิช พบว่า ระดับของวาแลนในที่แห่งนี้คือ ระดับ D ซึ่งพวกมันส่วนใหญ่เป็นสัตว์เลื้อยคลาน ที่มีขาปล้องไม่กี่ชนิด โดยเฉพาะ มด

อย่างไรก็ตาม นอกจากรายงานเหล่านี้แล้ว ยังมีข้อมูลเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับรังอีกด้วย

เพราะนี่คือรังระดับ D พวก AA จึงคิดว่ารังนี้ไม่ค่อยสลักสำคัญอะไรสักเท่าไหร่

“ไดนาไมท์เกิร์ล” อัลดิช ได้พูดขึ้น

“เรียกฉันว่า สเตลล่า เถอะ หัวหน้า” ไดนาไมท์เกิร์ล ได้ตอบกลับ “นั่นคือชื่อที่ฉันจำได้ และ เป็นชื่อที่คนสนิทใช้เรียกฉัน”

“หืม!?” วาเลร่า มองไปที่ ไดนาไมท์เกิร์ล อย่างสงสัย

“คนสนิทที่ว่าหมายถึงคนที่ฉันไว้ใจ!” ไดนาไมท์เกิร์ล ได้กล่าวอธิบายทันที

“อืม ว่าแต่เธอคิดว่าความแข็งแกร่งของพวกเราอยู่ประมาณ?” อัลดิช ได้กล่าวถาม “ในแง่ของความแข็งแกร่งหากเปรียบเทียบกับพวกตัวแปรและฮีโร่ พวกเราอยู่ประมาณแรงค์อะไร”

สเตลล่าได้กอดอกแน่นพร้อมกับจ้องมองไปที่ทุกคนก่อนที่จะพยักหน้า

“เอ่อ เท่าที่ฉันคิด แต่บอกไว้ก่อนว่าฉันไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องนี้ ดังนั้น หากให้พิจารณาฉันคิดว่า วาเลร่า น่าจะอยู่ประมาณ แรงค์ C หรือไม่ก็ C+”

“C+ เอง? แน่ใจนะว่าเจ้าไม่ได้คำนวณผิด?” วาเลร่า ได้ตอบกลับ

“ไม่ ฉันคิดว่าฉันประเมินค่อนข้างถูก เพราะฉันอยู่ในอันดับล่างสุดของพวกแรงค์ C แต่ตอนนี้อาจจะอยู่ช่วงกลางแล้วก็ได้ เพราะฉันได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองไปแล้ว” สเตลล่าได้ตอบกลับ “ส่วนหน้าปลาหมึกน่าจะ แรงค์ B ต่ำไปถึงกลาง อันนี้ก็ไม่แน่ชัดสักเท่าไหร่ นอกจากนี้ยังมีบางอย่างที่ต้องทำความเข้าใจก่อน ช่องว่างระหว่าง E-D กับ แรงค์ C นั้นค่อนข้างมาก โดยเฉพาะ B ไป A และ จาก A ไป S”

“แล้วฉันล่ะ?” อัลดิช ได้กล่าวถาม

“หัวหน้า?” สเตลล่าได้ เอียงศีรษะและตอบกลับ “หากคุณทำงานเป็นฮีโร่คงได้ แรงค์ C อันดับต่ำ ละมั้ง”

“หึ่ม เจ้าจะบอกว่านายท่านนั้นอ่อนแองั้นหรือไม่? อย่าลืมว่าเขาคือสาเหตุที่ทำให้เจ้ามีความสุขกับชีวิตนิรันดร์ในตอนนี้” วาเลร่า ได้กล่าวประท้วง

“นั่นคือสิ่งที่ฉันกำลังจะบอก” สเตลล่า ได้พูดต่อ “พลังของหัวหน้าไม่เหมาะกับงานของฮีโร่ เพราะฉันคิดว่าพวกเขาคงไม่ปล่อยให้หัวหน้าใช้พลังอำนาจของเขาในการเลี้ยงดูคนตายและสิ่งของต่างๆหรอก”

“แต่ถ้าเป็นพวกวายร้าย พลังของเขาก็น่าจะถูกประเมินให้อยู่ในระดับ B แม้ว่าในแง่ของความแข็งแกร่งของเขาจะอยู่ในระดับที่ต่ำ แต่ความจริงที่ว่าเขาสามารถใช้เวทย์มนตร์ได้จำนวนมาก เขาจะถูกจัดเป็นระดับภัยคุกคามอย่างไม่ต้องสงสัยเลยล่ะ”

“บางทีหัวหน้าอาจจะเป็นภัยคุกคามระดับ A เลยก็เป็นได้ เพราะเมื่อพิจารณาจากการที่ AA ให้ความสำคัญกับภัยคุกคามอย่างพวกวายร้ายที่มีพลังในการสร้างร่างจำลองของตัวเองหรือสร้างสมุนขึ้นมาได้ มันถือเป็นพลังที่ค่อนข้างเป็นภัยคุกคามต่อมนุษยชาติเลยล่ะ”

“ฉันเข้าใจแล้ว” อัลดิช ได้ตอบกลับ “ถ้าเช่นนั้น พวกเราที่เป็นภัยคุกคามระดับ C ถึง B กัน 4 คน เผชิญหน้ากับ รังระดับ D นี่ก็ไม่น่าจะใช่ปัญหาแต่อย่างใด”

“ฉันคิดว่างั้น” สเตลล่าได้ตอบกลับ

“อืม” อัลดิช ได้ค้นพบเส้นทางหลังจากใช้ดวงตายมโลก จากนั้นเขาก็พูดต่อ “ได้เวลาออกล่าแล้ว”

==

อัลดิช ได้หมุนตะเกียงของเขาไปรอบ ๆ และ มีแสงสีแดงกะพริบ ในเวลานี้ เขาก็พบดวงตาสีเหลืองอันแวววาวกว่าสิบคู่จ้องมองมาที่พวกเขา

ภายใต้ดวงตาเหล่านี้ เต็มไปด้วยฟันอันแหลมคมที่เรียงกันเป็นแถว

ซึ่ง ข้างหน้าของ อัลดิช ก็ตามมาด้วยเสียงตะโกนของ วาเลร่า “ตายซะ! ตายซะ! ตายซะ!” ในระยะไกล และ การระเบิดของสเตลล่าอย่างสม่ำเสมอ

“ท่านต้องการให้ข้าช่วยหรือไม่?” แฟลร์กาน กล่าวพูดขณะที่จ้องมองไปที่ อัลดิช

“ไม่ ฉันต้องการดูว่าฉันจะสามารถเผชิญหน้ากับ มอนสเตอร์แรงค์ D ได้นานแค่ไหนเมื่อใช้พลังของตัวเอง ส่วนนายคอยอยู่คุ้มกันฉันก็แล้วกัน เผื่อมีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น” อัลดิช ได้กล่าวออกมาก่อนที่เขาจะลงมือ “นอกจากนี้ อย่าได้ยื่นมือเข้ามาช่วยล่ะ”

“ขอรับ ผู้อาวุโส” แฟลร์กาน ได้พยักหน้าและมองดู

“เข้ามา” อัลดิช ได้กวักมือเข้าหาตัวเอง เขาในตอนนี้ กำลังเผชิญหน้ากับพวกสัตว์ประหลาดที่มีรูปร่างคล้ายจิ้งจกขนาดใหญ่

หากมองดูให้ดีพวกมันก็คือ กิ้งก่า ที่มีขนาดใหญ่เป็นอย่างมาก ในเวลานี้ พวกมันได้พุ่งมาข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

ดังนั้น อัลดิช จึงได้ร่าย [Negative Surge] ใส่ตัวเอง ทำให้เขาได้รับค่าสถานะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลเป็นเวลา 10 วินาที

[-15 มานา]

[มานา : 183/183 > 168/183]

[ความแข็งแกร่ง : 11 > 23]

[ความคล่องตัว : 10 > 22]

[ความเข้าใจ : 13 > 25]

อัลดิช ได้ก้าวถอยหลัง เพื่อหลบไม่ให้กิ้งก่า 2 ตัวเข้ามากัดเขา และ เขาพยายามเหวี่ยงตะเกียงไปข้างหน้าเพื่อโจมตีใส่กิ้งก่าทั้ง 2 ตัว

ในขณะเดียวกัน เขาก็ล่าถอย ขณะเผชิญหน้ากับฝูงกิ้งก่าที่เหยียบซากศพสหายของตัวเองพุ่งเข้ามาใส่ อัลดิช

อัลดิช ได้เปิดใช้ [Anti-Life Shell] ทำให้หมอกสีเขียวฟุ้งกระจายออกมาจากตัวของเขา และ ในเวลานี้ การเคลื่อนไหวของพวกกิ้งก่าก็ถูกทำให้ช้าลง และ พลังชีวิตของพวกมันก็ลดลง รวมถึง การพรางตัว ก็ใช้ไม่ได้ผล เมื่ออยู่ต่อหน้า ตะเกียงดวงตาต้องสาป

ในเวลานี้ การเคลื่อนไหวของ อัลดิช นั้นเร็วขึ้นมาก ดังนั้นเขาจึงหลบเลี่ยงการโจมตีของพวกกิ้งก่าได้อย่างง่ายดาย จากนั้นเขาก็เหวี่ยงตะเกียงไปข้างหน้า เพื่อทำลายหัวของกิ้งกาพวกนี้ในทันที

“ได้เวลาทดสอบฝีมือของฉันแล้ว” อัลดิช ได้พึมพัมออกมา

เขาได้เคลื่อนไหวไปมารวมถึงใช้มือและเท้า ต่อยเตะ พวกกิ้งก่าพวกนี้ที่พุ่งเข้ามาทันที

แน่นอนว่าในเวลานี้ มีกิ้งก่าตัวนึงได้กระโดดเข้ามาและพยายามจะงับแขนของเขา

แต่ อัลดิช ได้หมุนตัวไปรอบ ๆ แล้วใช้ศอกฟาดไปที่กะโหลกศีรษะของกิ้งก่าตัวนั้นจนหัก จากนั้น เขาก็ใช้ซากศพของกิ้งก่าตัวนั้นเป็นเกราะป้องกัน กิ้งก่าอีก 3 ตัว ไม่ให้เข้ามารุมเขา

ในเวลานี้ อัลดิช ได้ผลักศพออกไปจนทำให้กิ้งก่าเหล่านั้นกระเด็นถอยหลังไป

“เยี่ยมมาก” อัลดิช ได้พึมพัมออกมา ดูเหมือนว่าทักษะต่อสู้ของเขาจะไม่ได้หายไปไหน “เช่นนั้นมาดูเวทย์มนตร์ของฉันบ้าง”

อัลดิช ได้ปิด [Anti-Life Shell] เพื่อรักษามานาของเขา

[มานา : 168/183 > 123/183]

เขาเปิดใช้มันเพียงแค่ 5 วินาที แต่มานาสูงสุด 5% ต่อวินาที ก็เป็นตัวเลขที่ค่อนข้างมหาศาล แต่เขาเดาว่าการใช้ [Anti-Life Shell] นั้นจะไม่มีประโยชน์มากนักเมื่อเผชิยหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งและต้องต่อสู้ในระยะยาว

“เช่นนั้นมาลองเวทย์มนตร์กัน” อัลดิช ได้หยิบตะเกียงขึ้นมาและถือมันด้วยมือข้างเดียว ในขณะที่อีกมือเตรียมปล่อยเวทย์มนตร์

ซึ่งตอนนี้ กิ้งก่า 6 ตัว ได้ปิดล้อม อัลดิช เอาไว้แล้ว และ ทำให้มันยากต่อการสู้ตัวต่อตัว

อัลดิช ได้เปิดใช้ [ตะเกียงดวงตาต้องสาป] ของเขาและส่องไปทางด้านหน้า ทันใดนั้น แสงรูปทรงกรวยสีแดงเข้มก็ถูกฉายออกมา ส่องกิ้งก่าสามตัวที่อยู่ข้างหน้าจนพวกมันส่งเสียงกรีดร้องออกมาทันที

จากนั้นร่างกายของพวกมันก็เริ่มกลายเป็นเถ้าถ่านและสลายหายไป

อัลดิช ได้จัดการกับกิ้งก่าอีก 3 ตัว ด้วย [Chill Bolts] โดยการโจมตีใส่ กิ้งก่า 2 ตัว และ ใช้ตะเกียงทุบพวกมันอีกตัวนึง

[-24 มานา]

[มานา : 123/183 > 99]

[กำจัด กิ้งก่าพราง 12 ตัว!]

[+480 ค่าประสบการณ์]

[แถบค่าประสบการณ์ : 870/1,400 > 1,350/1,400]

“เอาล่ะเสร็จแล้วเรียบร้อย” อัลดิช ถูมือ ด้วยความพึงพอใจ

“ยอดมาก ผู้อาวุโส” แฟลร์กาน ได้ตอบกลับ “ด้วยความสามารถในการใช้ศาสตร์มืดและความสามารถทางกายภาพที่ยอดเยี่ยม มันทำให้ข้านึกถึงตอนที่ข้ายังเป็นเด็ก แต่ตอนนี้ ส่วนล่างของข้าไม่ได้เคลื่อนไหวได้ดีเหมือนแต่ก่อนแล้ว ทำให้ข้าไม่สามารถเคลื่อนไหวอย่างป่าเถื่อนเช่นนั้นได้”

“อืม” อัลดิช ได้หักคอของเขา “แต่จุดอ่อนของฉันในฐานะ เนโครแมนเซอร์ ก็ยังเหมือนเดิม ฉันมีปัญหาอย่างมากในการปกป้องตัวเอง เพราะเมื่อฉันใช้สกิล มันจะสูบมานาของฉันไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้น การปล่อยให้ เหล่าอันเดดจัดการพวกสมุนเหล่านี้คงจะมีประสิทธิภาพที่มากกว่า”

จากนั้น อัลดิช ก็มองไปที่ เครื่องหมายหลุมศพที่ลอยอยู่เหนือศพของกิ้งก่า เพราะค่าพลังชีวิตของเขาเต็ม เขาจึงไม่จำเป็นจะต้องเติม [เกราะศพ] ของเขาด้วยซ้ำ อันที่จริง เขายังไม่จำเป็นจะต้องใช้มัน

นอกจากนี้ เขาสามารถเลือกได้ว่าจะเปิดใช้งานหรือไม่ใช้ เพราะเห็นได้ชัดว่าการสร้าง เกราะศพ ขึ้นมาจะทำให้การต่อสู้แบบประชิดตัวยากขึ้นมาก

บางทีมันอาจจะดีสำหรับเขาที่เอาไว้ใช้เลี่ยงการต่อสู้ และ รับความเสียหายแทน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูขนาดใหญ่

หลังจากประเมินดูแล้ว อัลดิช ก็จดบันทึกพวกมันไว้ภายหลัง

ในเวลานี้ วาเลร่า และ ไดนาไมท์เกิร์ล ก็ได้วิ่งผ่านอุโมงค์ที่เต็มไปด้วยกิ้งก่า และในบรรดาเส้นทางที่พวกเธอเดินผ่านก็เต็มไปด้วยซากศพจำนวนมาก

[กำจัด กิ้งก่าพราง 30 ตัว!]

[+1,200 ค่าประสบการณ์]

[แถบค่าประสบการณ์ 1,350/1,400 > 2,550/1,400]

[เลเวลอัพ!]

[เลเวล 11 > 12]

[แถบค่าประสบการณ์ : 1,200/1,600]

[+5 แต้มค่าสถานะที่สามารถกระจายได้]

อัลดิช พยักหน้า ตอนนี้ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการฟาร์มค่าประสบการณ์อย่างแท้จริง

ในเวลานี้ อัลดิช ได้ใช้แต้มค่าสถานะไปลงกับค่าสถานะทางกายภาพของเขา ในตอนเป็นเกม เขาไม่ได้ลงทุนอะไรกับค่าสถานะทางกายภาพของเขามากนัก เพราะเขารู้จักศัตรูที่ต้องเผชิญหน้า แต่ในโลกความเป็นจริง เขาจำเป็นจะต้องพึ่งพาตัวเองมากกว่าเดิม

[+5 ความแข็งแกร่ง]

[ความแข็งแกร่ง : 11 > 16]

อัลดิช คิดว่า การเสริม พละกำลัง และ ความคล่องตัว รวมถึง ความเข้าใจมากกว่า 20 จะทำให้เขาแข็งแกร่งพอที่จะรับมือกับ ฮีโร่แรงค์ C หรือ พวกวายร้ายได้อย่างวางใจ เพราะจากการสังเกตุ แต้มสถานะ 2-3 แต้มที่เขาลงทุนไปกับความแข็งแกร่งทางกายภาพในตอนแรก ได้เผยให้เห็นความแตกต่างเป็นอย่างมาก

เพราะเพียงแค่ 5 แต้มนี้ก็ทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็วกว่าผู้ชายปกติทั่วไปเกือบ 2 เท่า แต่แน่นอนว่าค่าสถานะเหล่านี้จะไม่ได้เพิ่มแบบทวีคูณอีกต่อไป

ดังนั้นจึงเป็นการยากที่จะวัดความแข็งแกร่งของเขาจากการเพิ่มค่าสถานะความแข็งแกร่งเพียงเล็กน้อย ดังนั้นเขาจึงได้ตั้งเกณฑ์เฉลี่ยเอาไว้ที่ 20-30 ด้วยค่าสถานะทางกายภาพประมาณนี้มันน่าจะทำให้เขาพึ่งพาตนเองได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้ร่วมกับ [Negative Surge] และ ต่อมาคือ [Death Surge] เวอร์ชั่นอัปเกรด

ในเวลานี้ อัลดิช สัมผัสได้ถึงโทรจิตจากวาเลร่า

“นายท่าน ท่านควรจะมาดูที่นี่ ดูเหมือนว่าที่นี่จะมีมอนสเตอร์ที่ท่านน่าจะชื่นชอบ” วาเลร่า ได้กล่าวพูดขึ้น

“ฉันกำลังไป!” อัลดิช ได้ตอบกลับ

จบบทที่ SN-ตอนที่ 48 กวาดล้างรังวาแลน

คัดลอกลิงก์แล้ว