เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

SN-ตอนที่ 41 แฟลร์กาน

SN-ตอนที่ 41 แฟลร์กาน

SN-ตอนที่ 41 แฟลร์กาน


อัลดิช ไม่สามารถได้ยินหรือมองเห็นจนกว่าแก้วหูของเขาจะหายดี เพราะ ดวงตาของเขาก็โดนผลกระทบจากแสงสว่างอันเจิดจ้าจนไม่สามารถมองเห็นได้ แม้ว่า อันเดด จะมีการมองเห็นที่ดีในตอนกลางคืน แต่เอฟเฟกต์ที่ทำให้มองไม่เห็น ก็ยังส่งผลต่อพวกมันอยู่ตราบเท่าที่พวกมันยังมีตา

เพราะงั้น ไม่มีสิ่งใดบอกว่าผลลัพธ์ของการต่อสู้นั้นเป็นอย่างไร ยกเว้น ข้อความจากหน้าจอสถานะของเขา

[บอส แฟลร์กาน พ่ายแพ้]

[+800 ค่าประสบการณ์]

[แถบค่าประสบการณ์ : 770/1,200 > 1,570/1,200]

[เลเวลอัพ]

[เลเวล 10 > 11]

[แถบค่าประสบการณ์ : 370/1,400]

[ได้รับ 5 แต้มค่าสถานะที่สามารถกระจายได้]

อัลดิช ได้ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก แม้ว่าเขาจะมั่นใจว่า แฟลร์กานตายแล้วกว่า 99% แต่หลังจากเห็นข้อความเหล่านี้ มันก็เป็นเครื่องพิสูจน์ที่ดีอย่างยิ่ง หลังจากรอประมาณ 20 วินาที รอจนกระทั่งอาการตาพร่ามัวของเขาจางลง และ หูของเขาก็ดีขึ้นด้วย [กลิ่นอายแห่งความตาย]

เขาพบ วาเลร่า และ ไดนาไมต์เกิร์ล ยืนอยู่ตรงหน้าของเขา และ กำลังทะเลาะกัน ในขณะที่ กีสต์ กำลังมองอย่างงุ่มง่ามไปที่พวกเธอทั้งสองคน

“เจ้าจะทำให้พวกเราตาบอดกันทั้งหมด!” วาเลร่ากล่าวขณะที่เธอชี้นิ้วไปที่ ไดนาไมต์เกิร์ล

“อะไร?หรือเธออยากจะให้ฉันหยุดยิงไอปลาหมึกนั่น!? เธอคิดว่านี่เป็นสิ่งนี้หัวหน้าต้องการงั้นเหรอ!?” ไดนาไมต์เกิร์ล ได้ตอบกลับ

“พอได้แล้ว” อัลดิช ได้ตัดบทพวกเธอ “พวกเธอทั้งคู่ทำได้ดีมาก ทุกคนก็ด้วย”

อัลดิช มองไปรอบ ๆ และ ชื่นชมอันเดดของเขา

แต่ วาเลร่า นั้นยังมีอาการสั่นเทาเพราะได้รับความเสียหายจำนวนมาก แขนของ ไดนาไมต์เกิร์ล ทั้งสองก็แหละเหลวและเผยกระดูกที่ร้าวออกมา มุมปากก็ปรากฏเลือดไหล และ หัวใจก็พลันแตกสลายจากการขับเคลื่อนพลังมหาศาล แน่นอนว่า อันเดดส่วนใหญ่ก็ได้รับบาดเจ็บจากการระเบิดเมื่อครู่นี้ แต่พวกมันจะค่อย ๆ หายเป็นปลิดทิ้งภายใต้พลังของ อัลดิช

มีเพียง ปูทั้ง 2 ตัวเท่านั้นที่ผละออกจากการต่อสู้ไปโดยไม่ได้ตั้งใจ และ นั่นเป็นเพราะพวกมันได้รับการปกป้อง

โดยรวมแล้ว อัลดิช ยังรู้สึกว่าการปราบ แฟลร์กาน นั้นเป็นอะไรที่ยากพอสมควร ตอนแรกเขาคิดว่าการต่อสู้จะเป็นเรื่องง่าย ๆ เพราะเขารู้วิถีคำนวณของ AI ภายในเกม แต่ทว่า ไม่คิดเลยว่า แฟลร์กาน จะมีความรู้สึกนึกคิด และ ตัดสินใจนอกเหนือไปจากการคำนวณของ อัลดิช

“แล้ว ซากของบอสอยู่ไหน?” อัลดิช กล่าวถาม

“น่าจะไม่เหลือแล้วล่ะมั้ง!” ไดนาไมต์เกิร์ล กล่าวอย่างภาคภูมิใจขณะที่เธอชี้ไปที่ปล่องภูเขาไฟสีดำขนาดใหญ่ ที่เป็นหลุมคล้ายกับว่ามีอุกกาบาตขนาดเท่าบ้านตกลงมา

อัลดิช ถอนหายใจออกมาพร้อมกับตอบกลับ “ฉันหวังว่าส่วนนึงของเขาจะเหลืออยู่เพราะฉันต้องการชุบชีวิตของเขาขึ้นมาเป็นส่วนนึงภายใต้ฉัน และ ฉันยังอยากรู้ด้วยว่าจะสามารถชุบเขาขึ้นมาได้มั้ย”

โดยปกติแล้ว ใน เอลเดนเวิลด์ มันเป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้ มอนสเตอร์ หรือ สิ่งมีชีวิตประเภทบอสฟื้นคืนชีพได้ แต่ตอนนี้มันได้แตกต่างออกไป

“ต้องขอโทษด้วย หัวหน้า!” ไดนาไมต์เกิร์ล ได้กล่าวออกมา

“ไม่เป็นไร มันไม่ใช่ความผิดของเธออยู่แล้ว บางทีหากเธอไม่ทำอย่างนั้น พวกเราอาจตกอยู่ในอันตรายภายใต้การโจมตีของเขาได้ ดังนั้น เธอทำได้ดีแล้ว” อัลดิช เดินไปที่ ปล่องภูเขาไฟและมองดูรางวัลที่ได้รับจากการต่อสู้ในครั้งนี้

โคมไฟของ แฟลร์กาน ได้ลอยขึ้นมาในอากาศที่ใจกลางของปล่องภูเขาไฟที่ลึกที่สุด ซึ่ง อัลดิช ได้แตะมันด้วยคทาของเขา

[ได้รับตะเกียงผู้พิทักษ์ x1]

นอกจากนี้ ยังมี ลูกแก้วไอเท็มที่บรรจุแหวนเงินที่ออกแบบเป็นรูปงูขดสองตัว [แหวนแห่งความโลภ]

อัลดิช ได้ดูดซับสิ่งนี้เช่นเดียวกัน

[ได้รับ แหวนแห่งความโลภ x1]

ด้วย [แหวนแห่งความโลภ] อัลดิช จะได้รับเหรียญจำนวนนึงทุก ๆ 3 วัน ซึ่งจำนวนเหรียญที่เขาได้รับจะขึ้นอยู่กับ เลเวลของเขา จากเลเวล 1-10 เขาจะได้รับ 100 เหรียญ

จากนั้นก็เพิ่มขึ้นทีละ 10 เลเวล โดยรางวัลเหรียญจะเพิ่มขึ้นตามนี้ : 150 เหรียญ (เลเวล 20) - 225 เหรียญ (เลเวล 30) - 300 เหรียญ (เลเวล 40) - 500 เหรียญ (เลเวล 50) - 700 เหรียญ (เลเวล 60) - 1,000 เหรียญ (เลเวล 70) - 2,000 เหรียญ (เลเวล 80) - 2,500 เหรียญ (เลเวล 90) - 4,000 เหรียญ (เลเวล 100)

หวังว่าจำนวนเหรียญที่เขาได้รับนี้จะมากพอสำหรับเขา เพราะเนื่องจากเขาจะไม่สามารถรับเหรียญเพิ่มเติมได้จนกว่าจะถึง เควสบททดสอบอันที่ 2

แต่นอกเหนือจากนี้ อัลดิช สังเกตุเห็นบางอย่าง เพราะ แฟลร์กาน ไม่ได้ทิ้ง ดวงวิญญาณ ของเขาเอาไว้ ซึ่งโดยปกติแล้ว บอสมักจะดรอปดวงวิญญาณของพวกเขาเสมอ

มีอะไรที่เปลี่ยนไป?

สิ่งที่ แฟลร์กาน ดรอปนั้นเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยดรอปเลยในเกม ซึ่ง มันคือลูกแก้วสีแดงที่อีกฝ่ายถืออยู่ในมือ

อัลดิช ได้คุกเข่าลงและหยิบลูกแก้วขึ้นมา โดย ลูกแก้วนี้มีขนาดเท่ากับลูกเบสบอล ไม่ได้ใหญ่เป็นพิเศษ แต่มันหนักอย่างน่าประหลาดใจ ซึ่ง บนนั้นมีสัญลักษณ์หลายบรรทัดที่จารึกเป็นอักขระสีเขียวที่ดูน่าขนลุก และ ภายในนั้นก็มีการเคลื่อนไหวจาง ๆ ที่คุ้นเคย เพราะนั่นคือการสั่นไหวของ ดวงวิญญาณ

มันเป็น ดวงวิญญาณของ แฟลร์กาน

และนี่คือตอนที่ อัลดิช สังเกตุเห็น แสงสีเขียวสดใส ของ ป้ายหลุมฝังศพ ภายในลูกแก้วเช่นเดียวกัน ดูเหมือนว่า แฟลร์กาน จะสามารถฟื้นคืนชีพได้โดยใช้ลูกแก้วนี้

จากนั้น อัลดิช ก็เริ่มนึกถึงตำนานของเกม

ไมน์อีสเตอร์ อย่าง แฟลร์กาน ชอบหมกมุ่นกับความรู้ และ เนื่องจากการแสวงหาความรู้นั้นเป็นไปได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดสำหรับพวกมัน ดังนั้นพวกมันจึงต้องการความเป็นอมตะเพื่อสั่งสมความรู้ใน เอลเดนเวิลด์ต่อไป

แน่นอนว่า ความเป็นอมตะของ ไมต์อีสเตอร์ นั้น ค่อนข้างเรียบง่าย พวกมันจะมีรูปร่างคล้ายกับสมองขนาดใหญ่ที่มีกิ่งก้านมหาศาลปกคลุม โดยกิ่งก้านเหล่านั้นก็สามารถแผ่ขยายออกไปเพื่อดูดซับองค์ความรู้ได้ หลังจากที่ กิ่งก้านเหล่านั้นเริ่มอ่อนแอลง พวกมันก็จะกลับไปที่สมองหลักของพวกมัน

โดยองค์ความรู้ที่ ไมน์อีสเตอร์ ได้รับ จะถูกนำไปแปรสภาพให้กลายเป็นชีวิตใหม่และให้กำเนิดไมน์อีสเตอร์อีกคน

โดยปกติแล้ว ไมน์อีสเตอร์ จะ จงรักภักดีต่อ เอลเดอร์ไมน์ อย่างไม่มีที่สิ้นสุดผ่านการควบคุมทางจิตใจ แต่ก็มีหลายคนที่ทำลายการควบคุมนี้

ผู้ที่หลุดพ้นจากความเป็นอิสระจะยังคงกระหายในความรู้ ดังนั้นพวกมันจึงต้องการอายุขัยที่ยืนยาวสำหรับการแสวงหาเหล่านี้ ดังนั้นพวกมันจึงได้เริ่มแสวงหาวิธีการอื่นในการเป็นอมตะที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเสียสละตัวเอง

เส้นทางสู่การเป็น ลิช เป็นหนึ่งในเส้นทางที่พบได้บ่อยในหมู่ ไมน์อีสเตอร์ เหล่านี้

แฟลร์กาน เป็น 1 ใน ไมน์อีสเตอร์ ที่พยายามจะกลายเป็น ลิช ดังนั้น เขาจึงได้ขังตัวเองเอาไว้ในห้องทดลองใต้ดินนี้มานานหลายทศวรรษ และ เขาเริ่มจะกลายเป็นบิดเบี้ยวมากยิ่งขึ้น ไม่เพียงแต่เขาจะไม่ได้กลายเป็นลิช เท่านั้น แต่เขายังมีภูมิคุ้มกันอย่างเต็มที่ต่อพลังงานธาตุไฟที่เป็นธาตุที่อันตรายต่อพวกอันเดด

ในเวลานี้ อัลดิช ได้จ้องมองไปที่ ลูกแก้ว ในมือ นี่คือ ลูกแก้วแก่นแท้

โดยปกติแล้ว มันคือวัสดุที่ใช้ร่วมกับวิญญาณและฝังเข้าไปในร่างกายเพื่อกลายร่างเป็นลิช

ซึ่งร่างเนื้อของพวกมันจะเริ่มผุพังจนเหลือแต่โครงกระดูกเพื่อทำการหล่อเลี้ยงวิญญาณ แต่ ในทางกลับกัน ร่างเหล่านี้จะปรับตัวเข้ากับเวทย์มนตร์ แห่งความตาย คำสาป และ ที่สำคัญที่สุดก็คือ สามารถสร้างร่างกายใหม่ได้เรื่อย ๆ ตราบเท่าที่ ลูกแก้วแก่นแท้นี้ไม่พังทลายไป

ในเอลเดนเวิลด์ ตัวละครของผู้เล่น เนโครแมนเซอร์ นั้น คือกลุ่มมนุษย์ที่ถูกสาปแช่งจนกลายเป็นลิช และ พวกเขาได้ออกตามล่าผู้ที่สาปแช่งพวกเขาอย่างแข็งขัน การเป็นลิช ก็หมายถึงการละทิ้งความเป็นมนุษย์ และ ผูกมัดตัวเองเข้ากับ ลิช ที่รู้จักกันในนามของ ‘ราชาแห่งความตาย’ 1 ในเทพเจ้าชั่วร้ายของเอลเดนเวิลด์ที่เป็นพันธมิตรกับ ฮาวลิ่งดาร์ก ที่ทำลายทุกชีวิต

เป้าหมายสุดท้ายของ ราชาแห่งความตาย ก็คือการทำลายชีวิต เพื่อให้ ดวงวิญญาณทั้งหมดหวนคืนสู่อาณาจักรแห่งความตายของเขา และ เขาก็จะเป็นผู้ปกครองเหนือทุกสิ่งอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ผลที่ตามมาก็คือ ตัวละคร ผู้เล่น เนโครแมนเซอร์ จะต้องต่อสู้กับ ราชาแห่งความตาย เนื่องจาก ราชาแห่งความตาย คิดว่าสิ่งมีชีวิตทั้งหมดสมควรตาย ส่วน เนโครแมนเซอร์ มีความเชื่อที่ว่าขอบเขตระหว่างชีวิตและความตาย ควรได้รับการรักษาเอาไว้

ว่ากันว่า ส่วนนึงของพิธีกรรมในการเป็นลิช ไม่ได้เกี่ยวกับการสร้างลูกแก้วแก่นแท้เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการสื่อสารกับราชาแห่งความตายเพื่อรับมอบพลังมา จากนั้นพลังนี้ จะเข้าไปเติมเต็มเชื้อไฟและทำให้พิธีกรรมการสร้างลูกแก้วแก่นแท้นั้นเสร็จสมบูรณ์ จากนั้นก็จะกลายเป็นลิช

ผู้ที่มีจิตใจอ่อนแอเกินไป ยามเผชิญหน้ากับ ราชาแห่งความตาย ก็จะสูญเสียความนึกคิดและกลายเป็นทาสลิชของเขา อย่างไรก็ตาม ผู้ที่แข็งแกร่งพอ ก็จะได้รับเศษเสี้ยวพลังของ ราชาแห่งความตาย มาเป็นของตัวเองและกลายเป็นลิชที่ทรงพลังและเป็นอิสระ

นี่คือทั้งหมดที่ อัลดิช รู้เกี่ยวกับขั้นตอนการกลายเป็นลิช และ วิธีการสร้างลูกแก้วแก่นแท้ ส่วน ขั้นตอนการสื่อสารกับ ราชาแห่งความตาย นั้นไม่ได้อธิบายภายในเกม เนื่องจากตัวละครของผู้เล่น ไม่สามารถกลายเป็นอันเดด ได้

แต่…จะเกิดอะไรขึ้น ถ้า อัลดิช สามารถมองหาคนที่รู้เรื่องทั้งหมดนี้ได้? คนที่จะให้คำแนะนำแก่เขาตลอดกระบวนการทั้งหมด

และคนผู้นั้นจะมาอยู่ภายใต้เขา

หลังจาก อัลดิช วางลูกแก้วลง เขาก็ตะโกน ‘จงตื่น’

เขารู้สึกตึงเครียดอย่างมาก ในขณะที่รัศมีพลังสีเขียวรอบตัวของเขาเริ่มกลายเป็นพลุ่งพล่าน ในเวลานี้ เขารู้สึกว่าพลังชีวิตของเขาได้ถูกดึงออกไปอย่างมหาศาลและหลั่งไหลเข้าสู่ลูกแก้วสีแดงเบื้องหน้านี้

“นายท่าน ท่านได้รับบาดเจ็บสาหัส หากท่านทำเช่นนั้น…” วาเลร่า ได้กล่าวพูดขึ้น

“ฉันไม่เป็นไร” อัลดิช กล่าวขณะที่ มานา และ พลังชีวิตของเขายังคงไหลออกจากร่างกายมากกว่า 10% ที่เขาเสียสละเพื่อเลี้ยง มอนสเตอร์เลเวลสูงกว่าเขา

นี่เป็นค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงมอนสเตอร์ประเภทบอส และ ดูเหมือนว่า เขาจะสูญเสียมานาและค่าพลังชีวิตอย่างต่อเนื่อง

เกี่ยวกับประเภทของสิ่งมีชีวิตที่ อัลดิช ไม่สามารถเลี้ยงได้ภายในเกม เขาต้องขอบคุณ ค่าพลังมานาและพลังชีวิตของเขา ที่สามารถชุบชีวิตมันขึ้นมาได้ เพียงแต่ในตอนนี้ เขากำลังคิดอยู่ว่า มานาและพลังชีวิตของเขาจะเพียงพอต่อการชุบชีวิตนี้หรือไม่

จนในที่สุด หลังจากไปได้ระยะนึง การดูดซับมานาและพลังชีวิตก็หยุดลง สิ่งนี้ทำให้ เหงื่อเย็นปรากฏขึ้นบนหน้าผากของ อัลดิช

จากนั้นเขาก็มองไปที่ลูกแก้ว

ลูกแก้วสีแดงในปัจจุบันมีรัศมีพลังสีเขียวห่อหุ้มเอาไว้ จากนั้นพลังงานจำนวนมากก็ปะทุออกมาจนทำให้ อัลดิช กระเด็นถอยหลัง โชคดีที่ วาเลร่า เข้ามาช่วยจับเขาไว้และพยุงให้เขาลุกขึ้น

อนุภาคสีเขียวและสีแดงได้หมุนวนอยู่ที่ด้านหน้าและเริ่มก่อรูปร่างกลายเป็นร่างของแฟลร์กาน

อัลดิช จ้องมองอย่างตึงเครียด และ สงสัยว่า แฟลร์กานจะผันตัวเป็นศัตรูหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อคิดถึง ความวิกลจริตทางจิตของเขา ที่พร้อมจะละทิ้งเหตุผลทุกอย่างเพื่อทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ

เพียงแต่ว่า แฟลร์กาน ไม่ได้คิดที่จะต่อสู้ เขาได้คุกเข่าลงพร้อมกับปิดตาสีแดงทั้ง 3 ของเขาด้วยความเคารพ “ความปราถนาของท่านก็คือคำสั่งของข้า ข้าขอขอบคุณท่านผู้อาวุโส ที่มอบชีวิตนิรันดร์ที่ข้าใฝ่ฝันมาโดยตลอดให้เช่นนี้”

จบบทที่ SN-ตอนที่ 41 แฟลร์กาน

คัดลอกลิงก์แล้ว