เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

SN-ตอนที่ 40 บอสลับ (3)

SN-ตอนที่ 40 บอสลับ (3)

SN-ตอนที่ 40 บอสลับ (3)


โชคดีที่ อัลดิช ปล่อยให้ช่องยูนิตของเขาว่าง 2 ช่อง เพื่อที่เขาจะสามารถตอบสนองกับปัญหาเช่นนี้ได้

ดังนั้น อัลดิช จึงได้ร่าย [สร้างอันเดด] ขึ้นมาทันที และ สร้าง แกสต์ ตัวที่ 2 และ ทำให้ แกสต์ลอยไปที่ด้านพวกปูและปล่อย [อาณาเขตวิญญาณ] ออกมา โดย คลื่นพลังไฟของ แฟลร์กานได้พุ่งออกไป และ กระสุนไฟต่อเนื่องก็ได้โจมตีเข้าใส่กำแพงควัน

“หึ่ม! ข้าคิดไว้อยู่แล้วว่าเจ้าจะต้งทำอย่างนั้น!” จู่ ๆ แฟลร์กานก็เปลี่ยนเส้นทางการโจมตีไปที่ยูนิตอื่น ๆ ของอัลดิช โดยเฉพาะ หัวหน้าเผ่าโทรลล์

หัวหน้าเผ่าโทรลล์ได้คำรามออกมาในขณะที่มันเผชิญหน้ากับการโจมตี โดยเนื้อที่เน่าสีเทาของมันได้ลุกไหม้และหลุดออกจากกันอย่างรวดเร็ว ส่วน วาเลร่า และ ไดนาไมท์เกิร์ล กำลังยุ่งอยู่กับการปกป้องพวกปูในขณะนี้ ดังนั้นจึงไม่มีใครปลีกตัวไปช่วยหัวหน้าเผ่าโทรลล์ได้

ในอัตรานี้ หัวหน้าเผ่าโทรลล์อาจจะตายได้หลังจากผ่านไปไม่กี่วินาที เพราะเขาได้รับความเสียหายจากธาตุไฟที่เดิมเป็นจุดอ่อนอยู่แล้ว และ ตอนนี้เขายังกลายเป็นอันเดดอีก ยิ่งทำให้เขาได้รับความเสียหายธาตุไฟมากยิ่งขึ้น

“เคะ (ถอยไปให้ห่างจากเขาซะ!)” กีสต์ ได้พุ่งไปข้างหน้าและปล่อยหมัดที่ทรงพลังใส่โล่พลังป้องกันของ แฟลร์กาน สิ่งนี้ทำให้มันล่าถอยออกไป

“อึก! บัดซบ ข้าจำได้ว่าข้าเผาเจ้าไปแล้ว แต่ดูเหมือนว่าเจ้าจะมีเวทย์มนตร์รักษาที่ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน! ก็ได้ในเมื่อเจ้ารนหาที่ตาย ข้าก็จะสงเคราะห์ให้!” ปากของ แฟลร์กาน ได้ขยับ ขณะที่เขาแกว่งตะเกียงไปมาอย่างโกรธเคืองและชี้ไปที่กีสต์

ทว่าหลังจากที่ แฟลร์กาน ยกตะเกียงไปที่ กีสต์ มันกลับไม่ได้โจมตีไปที่อีกฝ่าย กลับกัน มันได้เล็งไปที่ หัวหน้าเผ่าโทรลล์แทน ทว่า เป็น กีสต์ อีกครั้ง ที่ตอบสนอง โดยการโยนหัวหน้าเผ่าโทรลล์หลับไป

“การประสานงานกันเช่นนี้! เป็นเจ้าสินะ! ดูเหมือนว่าข้าจะต้องตัดศีรษะผู้นำทัพก่อนเป็นคนแรก!” แฟลร์กาน จ้องมองไปที่ อัลดิช และ สูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนที่จะร่าย [Homing Will-O-Wisp] ที่เป็นการสร้างลูกแก้วไฟนับ 10 โจมตีใส่เป้าหมาย

เมื่อลูกแก้วไฟไปถึงเป้าหมายพวกมันก็จะระเบิดและสร้างความเสียหายจำนวนมาก

นี่เป็นคาถาระดับ 1 ที่ทรงพลังที่สุดของ [Homing Will-O-Wisp] และ มันสามารถรับประกันว่าจะสามารถสังหารตัวละครผู้เล่นเลเวช 10 ได้เลยแม้ว่ามันจะใช้ลูกแก้วเพียงแค่ 2-3 ลูกก็ตาม

อีกทั้งยังเป็นเรื่องยากมากที่จะหลบ ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด เนโครแมนเซอร์อาจจะต้องเสียสละยูนิตทั้ง 10 เพื่อให้รอดจากการโจมตีนี้

“ฉันเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีนี้เอาไว้อยู่แล้ว” อัลดิชได้กระแทก [Grave Reaper Bracers] เข้าด้วยกัน ประกายวิญญาณสีเขียวได้พุ่งออกมาจากแรงกระแทกและจากนั้นวิญญาณพยาบาททั้ง 13 ดวง ก็โผล่ออกมา

พวกมันเป็นหัวกระโหลกสีเขียวที่เรืองแสงและปกคลุมไปด้วยรัศมีพลังสีดำที่ริบหรี่ โดยพวกมันได้พุ่งไปข้างหน้าและส่งเสียงร้องครวญครางที่ทรมานออกมาอย่างต่อเนื่อง

วิญญาณพยาบาททั้ง 10 ได้เข้าปะทะกับ ลูกแก้วไฟ 10 ลูก และ ระเบิดออก สิ่งนี้ทำให้การโจมตีของ แฟลร์กาน ได้เป็นกลางทันที จากนั้น วิญญาณพยาบาท 3 ดวง ก็พุ่งเข้าใส่บาเรียของแฟลร์กานจนทำให้พลังป้องกันลดลงไปเหลือ 60%

“อะไรกัน?” แฟลร์กาน บ่นพึมพัมออกมา

“ดูเหมือนว่าฉันจะเสียเวลาในสถานที่แห่งนี้นานเกินไปแล้ว” อัลดิช รู้สึกได้ถึงความโกรธที่เดือดปุด ๆ จากข้างใต้เขา เขาสัมผัสมันได้ถึงสายสัมพันธ์ระหว่างเขากับวาเลร่า

“เจ้าคิดว่าตนเองชนะแล้วงั้นหรือไม่? สิ่งที่ข้าต้องทำก็มีเพียงแค่การเอาชนะปูพวกนั้นและ…” แฟลร์กาน หันไปมองพวกปู แต่กลับพบโล่กากบาทขนาดใหญ่ขว้างเข้ามาที่โล่พลังของเขา มันได้กระแทกเข้าใส่เขาจนกระเด็นไปติดกำแพงทันที

“เจ้า!” กล้าดียังไงที่จะลอบโจมตีนายท่านของข้า!” วาเลร่า ได้คำรามออกมาขณะที่เธอพุ่งเข้าใส่ โดยเธอได้เปลี่ยนจากฝ่ายป้องกันเป็นสายโจมตีอย่างเบอร์เซอร์เกอร์

“[กลิ่นอายพลังงานเชิงลบ]” อัลดิช พยักหน้าให้กับ วาเลร่า ขณะที่เขาทำให้เธอได้รับบัพเสริมจากพลังงานด้านลบ สิ่งนี้ทำให้ ความแข็งแกร่ง ความทนทาน และ ความเร็วของเธอเพิ่มมากยิ่งขึ้น

จากนั้นเธอก็พุ่งไปข้างหน้าราวกับหมาป่าผู้หิวกระหายทันที และ หลังจากนั้นเธอก็ระเบิดชุดกำปั้นใส่โล่พลังของแฟลร์กานอย่างต่อเนื่อง

“โอรา! โอรา! โอรา!” วาเลร่า ได้กระหน่ำหมัดชุดครั้งแล้วครั้งเล่า โดยกำปั้นของเธอแต่ละครั้งได้ส่งเสียงดังออกมาราวกับเสียงปืนใหญ่

ในช่วงเวลานี้ แฟลร์กาน ได้ยิง [Flamethrower] ใส่ วาเลร่า “ตาย! เหตุใดพวกเจ้าถึงไม่ตายไปกันสักที เจ้าพวกเดรัจฉาน!”

“ใช่! นั่นแหล่ะ เผาข้ามาให้มากกว่านี้! ทำให้ข้ามีเหตุผลที่จะบดขยี้เจ้ามากยิ่งขึ้น!” วาเลร่า ได้กระหน่ำกำปั้นของเธอลงบนโล่พลังของ [Flamethrower] จนทำให้เขาจมลงไปในปล่องภูเขาไฟ

แน่นอนว่า วาเลร่า ได้รับความเสียหายธาตุไฟ 2 เท่า ตามหลักแล้ว การโจมตีของ [Flamethrower] ย่อมทำให้เธอสามารถบาดเจ็บสาหัส แต่ในฐานะเบอร์เซอร์เกอร์ เธอมีพาสซีฟที่เรียกว่า  [Berserker's Rage] ที่จะช่วยลดความเสียหายที่ได้รับลงอย่างมาก 50% และกับการที่เธอจะได้รับความเสียหายเท่าเดิมเมื่อเวลาผ่านไป

อย่างไรก็ตาม ความเสียหายที่เธอได้รับนั้นไม่ทำให้เธอถึงแก่ชีวิต ดังนั้น วาเลร่า จึงสามารถทนรับ [Flamethrower] ได้นานอย่างน่าประหลาดใจ

“กึก! ถอยไปให้พ้น!” แฟลร์กาน ไม่ได้ใช้ไฟโจมตี แต่เป็นคาถาไมน์อีสเตอร์ในรูปแบบ [Force Blast] โดยนิ้วที่แข็งกระด้างของเขาได้เปล่งแสงสีเงินออกมาก่อนที่พลังจิตจะผลักวาเลร่าให้ถอยไปไกลหลาย 10 เมตร

สิ่งนี้ทำให้ วาเลร่า ได้ทรุดตัวลง และ หอบหายใจออกมาอย่างรุนแรง ลมหายใจที่หนักหน่วงของเธอได้ปล่อยผ่านออกมาจากช่องว่างของหมวกและช่องว่างของชุดเกราะส่วนอื่น ๆ บนร่างกาย

เมื่อ วาเลร่า ได้รับความเสียหายอย่างต่อเนื่อง และ เผชิญหน้ากับการโจมตีก่อนหน้านี้ มันก็ทำให้พลังชีวิตของเธอเหลือเพียง 5% หรือต่ำกว่านั้น

แต่ทว่าเธอก็ได้บรรลุหน้าที่ของเธอแล้ว

“เคะ!” อีกด้านนึง กีสต์ ได้เข้ามาช่วยเหลือ โดยมันได้แลบลิ้นออกมาและพันรอบเอวของ วาเลร่า ก่อนที่จะโยนเธอไปยังที่ปลอดภัยที่แกสต์อยู่

ตอนนี้ วาเลร่า ได้ซื้อเวลาให้พวกปูฟื้นฟู [กระสุนน้ำ] ของพวกมันแล้ว ดังนั้น ปูทั้ง 2 จึงเล็งก้ามของมันไปที่ แฟลร์กานอีกครั้ง

“หึ่ม เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้หรือว่าเจ้ากำลังวางแผนอะไรอยู่? ใช้การเสียสละของอัศวินนั่น และ ใช้การโจมตีธาตุน้ำใส่ข้า ตอนนี้ข้าจะตอบโต้เจ้าด้วย ระเบิดเผาไหม้ซะ!” แฟลร์กาน ได้ส่งเสียงร้องออกมา ดวงตาทั้ง 3 ของมันได้หรี่ลงทันที

[ระเบิดเผาไหม้] เป็นการสร้างระเบิดในอากาศ และ เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม มันจะกระจายการโจมตีจำนวนมากออกมา และ ทำให้ [กระสุนน้ำ] ของพวกปูนั้นไร้ผล

เมื่อพวกปูใช้กระสุนน้ำโจมตี ขณะที่ลำแสงเกลียวพุ่งไปข้างหน้า แฟลร์กาน ก็ยกตะเกียงสูงขึ้น และ เตรียมคาถา [ระเบิดเผาไหม้] ของเขา

แต่ทว่า ตะขาบยักษ์ และ โครงกระดูกโจร ก็ได้โผล่ออกมาในเวลานี้ โดย ตะขาบยักษ์ได้ซ่อนตัวอยู่ใต้ดิน และ โครงกระดูกโจรก็อำพรางตัวตลอดเวลา

“อะไร!?” ขณะที่ แฟลร์กาน กำลังร่าย [ระเบิดเผาไหม้] ยังไม่ทันเสร็จ สายตาของมันก็ต้องผละไปที่ทั้ง 2 คนตัวก่อน

แน่นอนว่า แฟลร์กาน ได้จัดการกับ โครงกระดูกโจร และ ตะขาบยักษ์ที่ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกระทันหันจนทำให้พวกมันถูกทำลาย แต่การเสียสละของพวกมันทำให้ กระสุนน้ำ ของพวกปู ถูกยิงเข้าใส่โล่ของ แฟลร์กาน

ทันใดนั้น โล่ของ แฟลร์กาน ก็สั่นไหวก่อนที่จะจางหายไป โดยการโจมตีที่บ้าดีเดือดของ วาเลร่า ทำให้ พลังของโล่จาก 60% ลดลงเหลือ 20% และ ตอนนี้ หลังจากโดนกระสุนน้ำเข้าไปมันก็เหลือ 0% แล้ว

“พวกเจ้ากล้าพังโล่พลังของข้างั้นหรือไม่!!!” แฟลร์กาน ได้กรีดร้องออกมาและลอยขึ้นไปในอากาศ จากนั้นเปลวไฟก็เริ่มหมุนวนรอบตัวของเขา “พวกเจ้าบังคับให้ข้าต้องใช้พลังที่แท้จริงเองนะ!”

อัลดิช สั่นศีรษะ “เดิมแกน่าจะใช้พลังนี้ตั้งแต่ต้นไม่งั้นพวกเราก็คงไม่อาจทำสำเร็จ”

“เจ้าหมายความว่ายังไง!?” แฟลร์กาน กล่าวออกมา “อัศวินผู้พิทักษ์เจ้าตอนนี้ล้มลงไปแล้ว และ เหล่าสมุนของเจ้าก็ถูกข้าเผาจนไหม้เกรียมไปจนหมด ส่วนพวกปู กระสุนน้ำของพวกมันก็ไม่มีทางทำอะไรข้าได้แล้ว”

“เห้อ ฉันล่ะเบื่อกับการอดทนรอจริงๆ” ในขณะนี้ ไดนาไมท์เกิร์ลได้กล่าวพูดออกมาขณะที่เธอก้าวออกมาจากอาณาเขตวิญญาณ จากนั้นร่างกายของเธอก็เริ่มเปล่งแสงทันที จนหัวใจของเธอได้เต้นอย่างรวดเร็ว

“สาวน้อยจอมอวดดี เจ้าก็แค่อันเดด เจ้าไม่คู่ควรที่จะเผชิญหน้ากับเปลวไฟของข้า!” แฟลร์กาน โบกตะเกียงไปที่ ไดนาไมท์เกิร์ล โดย เขาได้ใช้ [Flame Lance] ที่เป็นหอกเพลิงพุ่งโจมตีออกไป

แต่ ไดนาไมท์เกิร์ล ได้สะบัดผมของเธอขณะที่เปลวไฟนั่นได้กระทบเข้ากับร่างกายของเธออย่างรุนแรง ทว่า เธอกลับไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่น้อย สิ่งนี้ทำให้ แฟลร์กานที่ยิ้มออกมาก่อนหน้านี้ได้กลายเป็นหน้าบึ้งตึงทันที

และในเวลานี้ ไดนาไมท์เกิร์ล ก็แสดงความโกรธออกมาอย่างแท้จริง “มีแค่นี้? ไอ้ตัวประหลาด แกคงคิดว่าแกเป็นคนเดียวที่สามารถพ่นไฟหรือสร้างระเบิดได้งั้นหรือไม่!? อย่าได้มาเลียนแบบความสามารถของฉันหน่อยเลย!”

“การต้านทานธาตุไฟสมบูรณ์!? เป็นไปได้ยังไง ในฐานะอันเดด เจ้าทำได้ยังไง!?” แฟลร์กานกล่าวออกมาอย่างตกตะลึง

แต่ ไดนาไมท์เกิร์ล ได้กระโดดขึ้นไปในอากาศและปล่อยระเบิดขนาดจิ๋ว 2 ลูกที่เท้าของเธอ ก่อนที่เธอจะพุ่งเข้าไปประชิดตัวของ แฟลร์กานและตรึงเขาไว้กับกำแพงด้วยแขนของเธอ

“เช่นนั้นข้าจะระเบิดสมองของเจ้าแทน!” เอ็นปากของ แฟลร์กานได้ยื่นออกมาข้างหน้าและเปิดออก จากนั้นมันก็เผยให้เห็น สิ่งที่เลื้อยฉวัดเฉวียนเหมือนกับจงอยปาก

แต่ก่อนที่มันจะพุ่งออกไป ไดนาไมท์เกิร์ล ก็ได้ตะโกนขึ้น “บังเกอร์บัสเตอร์!”

ในชั่วพริบตาต่อมา ถ้ำทั้งหมดก็ส่องสว่างไปด้วยแสงสีขาวที่เจิดจ้า จากนั้นเสียงระเบิดขนาดใหญ่ก็ทำให้ แก้วหูของ อัลดิช นั้นแตก และ ทำให้ทั่วทั้งสนามรบแห่งนี้สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงทันที

จบบทที่ SN-ตอนที่ 40 บอสลับ (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว