- หน้าแรก
- ยอดชายนายระเบิด ภารกิจพิทักษ์สาวงาม
- บทที่ 2 - มรดกจากอารยธรรมระดับห้า
บทที่ 2 - มรดกจากอารยธรรมระดับห้า
บทที่ 2 - มรดกจากอารยธรรมระดับห้า
บทที่ 2 - มรดกจากอารยธรรมระดับห้า
เครื่องแปรธาตุ ฟังชื่อก็รู้ว่าคือการเปลี่ยนโครงสร้างหรือกระบวนการบางอย่าง เพื่อเปลี่ยนสสารชนิดหนึ่งให้กลายเป็นอีกสิ่งหนึ่งได้
ในเมืองจีน คนโบราณก็เคยพูดถึงเรื่องพวกนี้ไว้เหมือนกัน อย่างเช่น ชี้หินเป็นทอง ชี้กวางเป็นม้า เสกถั่วเป็นกองทัพ อะไรเทือกนั้น ถึงมันจะต่างจากฟังก์ชันจริงของเครื่องแปรธาตุอยู่บ้าง แต่คอนเซปต์ก็ประมาณนั้นแหละ
สิ่งที่ซูเย่าหยางคาดไม่ถึงคือ เขาข้ามมาโลกคู่ขนานที่เหมือนโลกเดิมเปี๊ยบก็จริง แต่ไทม์ไลน์กับสถานที่ดูจะเพี้ยนไปหน่อย
ดันมาโผล่ที่หนานจิง เดือนธันวาคม ปี 1937 แถมไม่ได้มาตัวคนเดียว ยังมีภาระติดสอยห้อยตามมาอีกหนึ่ง... สาวใช้ที่โตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก
แต่จะมัวมานั่งโกรธไปก็เท่านั้น ชีวิตยังต้องเดินหน้าต่อ
จากที่หลอกถามข้อมูลจากยัยภาระตัวน้อยในช่วงสองวันที่ผ่านมา ซูเย่าหยางก็พอจะปะติดปะต่อเรื่องราวของเจ้าของร่างเดิมได้บ้าง
หมอนี่เกิดในตระกูลที่ดินในมณฑลเร่อเหอ เมื่อสองเดือนก่อนพวกคณะผู้บุกเบิกชาวญี่ปุ่นเล็งที่ดินของบ้านเขาไว้ เลยพาพวกทหารญี่ปุ่นบุกเข้ามาฆ่าล้างโคตร พ่อแม่ของเขาตายเรียบ
โชคดีที่เจ้าของร่างเดิมมาเรียนหนังสืออยู่ที่เฉิงเต๋อเมืองเอกของมณฑล เลยรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด
พอรู้ข่าวร้ายจากเพื่อนที่หวังดี เขาก็ไม่กล้าอยู่เฉิงเต๋อต่อ รีบหอบผ้าผ่อนหนีตายมาพร้อมกับสาวใช้คนสนิท กะว่าจะมาพึ่งใบบุญญาติห่างๆ ที่หนานจิง
แต่พอมาถึงหนานจิงถึงได้รู้ว่าญาติย้ายหนีไปตั้งนานแล้ว ระหว่างที่สองนายบ่าวกำลังเคว้งคว้างไม่รู้จะไปไหนดี กองทัพญี่ปุ่นก็บุกมาประชิดเมืองหนานจิงพอดี งานนี้ซวยซ้ำซวยซ้อน
โบราณว่าไว้ ผีซ้ำด้ำพลอย เมื่อไม่กี่วันก่อน เงินค่าเดินทางที่เหลืออยู่น้อยนิดก็ดันมาโดนขโมยไปอีก ด้วยความเครียดจัดบวกกับร่างกายอ่อนแอ เจ้าของร่างเดิมเลยล้มป่วยลงทันที
ในยุคบ้านเมืองกลียุคแบบนี้ แถมยังเป็นต่างถิ่น สาวใช้ตัวน้อยที่ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครเลยวานคนไปตามหมอมาดูอาการ ได้ยามาต้มให้กินไม่กี่เทียบ ใครจะไปคิดว่าดันไปเจอหมอเถื่อนเข้า กินยาเข้าไปอาการนอกจากจะไม่ดีขึ้นแล้ว ยังทรุดหนักกว่าเดิม
และในจังหวะที่เจ้าของร่างเดิมสิ้นใจตายนั่นเอง จิตสำนึกของซูเย่าหยางก็สวมรอยเข้ามาแทนที่
ซูเย่าหยางดึงสติกลับมา เขาปลดสร้อยคอสีเงินวาววับที่ดูไม่ออกว่าทำจากวัสดุอะไรออกมาพิจารณา สร้อยเส้นนี้คือของที่ไอ้หัวโตทิ้งไว้ให้ก่อนชิ่งหนีไป
ตามคำบอกเล่าของมัน นี่คือเครื่องแปรธาตุที่ทำงานด้วยพลังจิต ถ้าใช้คล่องเมื่อไหร่ จะเสกหินเป็นทอง หรือเสกดินเป็นข้าวกินก็ไม่ใช่เรื่องยาก
พูดตามตรง ตอนแรกซูเย่าหยางก็เบ้ปากมองบนเหมือนกัน พี่จบการศึกษาภาคบังคับมาเก้าปีนะครับ จะมาหลอกขายฝันเรื่องอภินิหารอะไรแถวนี้
แต่พูดยังไม่ทันขาดคำ เขาก็โดนไอ้หัวโตเยาะเย้ยกลับมาว่า "ไอ้กระจอกที่มาจากอารยธรรมเลเวลหนึ่งยังไม่เต็มใบ ริอ่านมาสงสัยเทคโนโลยีระดับห้า ใครมอบความมั่นหน้าให้แกไม่ทราบ"
เจอประโยคนี้เข้าไป ซูเย่าหยางถึงกับใบ้กิน
พอลองคิดดูดีๆ มันก็จริงของมัน อารยธรรมที่ยังออกไปนอกโลกไม่ได้ จะไปเถียงกับอารยธรรมระดับห้า ก็เหมือนมดปลวกที่คลานต้วมเตี้ยมอยู่บนพื้นดินบังอาจไปหัวเราะเยาะเทพเจ้า คำว่าไม่เจียมกะลายังน้อยไป
ดังนั้น ช่วงหลายวันที่ผ่านมา นอกจากนอนรักษาตัวแล้ว ซูเย่าหยางก็ทำอยู่อย่างเดียว คือพยายามสื่อสารกับสร้อยคอตามวิธีที่ไอ้หัวโตสอน
ด้วยความพยายามอย่างหนัก ถึงจะยังเชื่อมต่อไม่ได้สมบูรณ์ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะคว้าน้ำเหลวซะทีเดียว อย่างเช่นเมื่อคืน ในที่สุดเขาก็ได้กินตับสาวใช้สมใจอยาก
อย่าเพิ่งหาว่าซูเย่าหยางเป็นไอ้หื่นกาม มีสาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มแถมยังเชื่องเหมือนลูกแมวนอนอยู่ข้างๆ ทุกคืน ผู้ชายทั้งแท่งที่ไหนจะทนไหว เขาอุตส่าห์อดทนมาได้ตั้งสิบกว่าวันนี่ก็นับว่าเก่งมากแล้ว
ถึงเสี่ยวลู่จะเพิ่งเข้าสู่วัยสาว ถ้าเทียบกับโลกยุค 2000 ก็คงเพิ่งขึ้นมัธยมต้น แต่ในยุคนี้ เด็กผู้หญิงรุ่นราวคราวเดียวกับเธอแต่งงานมีลูกกันไปหมดแล้ว
ด้วยคติประจำใจที่ว่า "ความสุขอยู่แค่เอื้อม อย่าปล่อยให้หลุดมือ" ซูเย่าหยางเลยตัดสินใจสวมบทสมภารกินไก่วัดไปหนึ่งกรุบ
ภายใต้แสงตะเกียงสลัว ซูเย่าหยางหันกลับไปมองร่างเล็กที่นอนหลับปุ๋ยอยู่ใต้ผ้าห่ม ก่อนจะหันกลับมากำสร้อยคอที่เย็นเฉียบไว้ในมือ เขาหลับตาลงด้วยความเคยชิน รวบรวมสมาธิ แล้วส่งจิตเข้าไปสำรวจในสร้อยคอตามวิธีที่ไอ้ตัวต้นเหตุเคยสอนไว้
"เอ๊ะ..."
อาจจะเป็นเพราะผลพลอยได้จากการเสียบริสุทธิ์ หรือดวงเปิดก็ไม่รู้ จู่ๆ ซูเย่าหยางก็รู้สึกว่าจิตของเขาเชื่อมต่อกับสร้อยคอได้อย่างน่าอัศจรรย์ หรือที่เขาเรียกกันว่า คลื่นตรงกัน
พอเชื่อมต่อได้ปุ๊บ เขาก็รู้สึกคันยุบยิบที่กลางหน้าผากตรงตำแหน่งตาที่สาม ทันใดนั้นภาพโฮโลแกรมของไอ้หัวโตก็เด้งขึ้นมาในสมอง
ไอ้หัวโตคนดีคนเดิม ตัวต้นเหตุที่ถีบส่งเขามาที่นี่
น้ำเสียงกวนประสาทของมันดังขึ้นในหัวพร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ย "ยินดีด้วยนะเจ้าไก่อ่อน ในที่สุดก็ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำในการเชื่อมต่อกับเครื่องแปรธาตุสักที"
"ต่อจากนี้แกก็มีสิทธิ์เปิดดูของขวัญที่ฉันทิ้งไว้ให้แล้ว ถึงจะเป็นแค่ของกากๆ เกรดต่ำสุด แต่สำหรับมือใหม่หัดขับอย่างแกก็น่าจะพอถูไถไปได้"
"เพื่อเป็นการสงเคราะห์ไก่อ่อนอย่างแก ฉันเลยอุตส่าห์โหลดข้อมูลอาวุธและของใช้จำเป็นจากโลกเดิมของแกใส่ไว้ให้ด้วย วันหลังอยากได้อะไร ก็แค่ดึงข้อมูลออกมาแล้วสั่งแปรธาตุได้เลย"
"เป็นไง ฉันใจดีกับแกใช่ไหมล่ะ ขอให้สนุกกับโลกใบใหม่นะ ลาก่อน... อ้อ ไม่สิ... สำหรับสิ่งมีชีวิตฐานคาร์บอนที่มีอายุขัยสั้นจู๋อย่างพวกแก ต้องบอกว่า ลาก่อนตลอดกาล ถึงจะถูก... ยังมีข้อควรระวังอีกนิดหน่อยที่ต้องบอก..."
[จบแล้ว]