- หน้าแรก
- ผู้พิชิตมิติลับ
- เล่มที่ 1 : บทที่ 18 – เส้นทางสีดำ (7) [อ่านฟรี]
เล่มที่ 1 : บทที่ 18 – เส้นทางสีดำ (7) [อ่านฟรี]
เล่มที่ 1 : บทที่ 18 – เส้นทางสีดำ (7) [อ่านฟรี]
SLR - เล่มที่ 1 : บทที่ 18 - เส้นทางสีดำ (7)
ร่างกายของยอนอูพบกับการเปลี่ยนแปลงอันน่าทึ่ง มานากระตุ้นทุกส่วนของร่างกาย ทำลายสมดุลภายในพร้อมกับฟื้นฟูทั้งหมดขึ้นมาใหม่ในเวลาเดียวกัน แกร่ก! กึก!
เวลาผ่านไปช่วงหนึ่ง
[หัวใจเพลิงและความเยือกเย็นเสร็จสมบูรณ์ คุณได้รับร่างกายใหม่ กระดูกเหล็ก]
[ความชำนาญธาตุไฟเพิ่มขึ้น 30 หน่วย]
[ความชำนาญธาตุน้ำเพิ่มขึ้น 30 หน่วย]
มานาแตกพล่านกระจายทั่วร่างกายเขาเช่นเคย เหลือไว้เพียงร่องรอยบางส่วน ดูเหมือนจะต้องใช้เวลาอีกสักหน่อยกว่าจะคุ้นเคยกับมานาให้มากขึ้น ซึ่งไม่เป็นไปอย่างที่เขาหวังไว้แต่แรกสักเท่าไร แต่ทุกอย่างก็ดูสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
“ฟู่ว” ยอนอูถอนหายใจ ความเหนื่อยล้าที่สั่งสมมาดูเหมือนจะหายไป ทำให้เขารู้สึกมีพลังขึ้นมาอีกครั้ง “หน้าต่างสถานะ”
[ผู้เล่น: ชา ยอนอู]
[ลักษณะนิสัย: เลือดเย็น กระดูกเหล็ก]
[ความแข็งแกร่ง: 81]
[ความคล่องแคล่ว: 83]
[พลังชีวิต: 89]
[พลังเวทย์: 21]
[ทักษะ: เนตรมังกร (5.2%) สัมผัสพิเศษ (25.9%) การพยากรณ์ (0%) การต้านทานทางกายภาพ (10.2%) นักสู้ทรหด (7.1%) ดาบดูดเลือดของบาโธรี (3.2%)]
ยอนอูรู้สึกดีใจกับค่าสถานะต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ต้องขอบคุณพลังปีศาจที่เขาถ่ายออกมาผ่านการใช้ดาบดูดเลือดของบาโธรีซึ่งทำให้เปอร์เซ็นต์ของทักษะเพิ่มขึ้นมากเช่นกัน แต่สิ่งที่ทำให้ยอนอูดีใจมากที่สุดก็คือการได้รับ กระดูกเหล็ก ลักษณะนิสัยใหม่
[ลักษณะนิสัย: กระดูกเหล็ก]
[คำอธิบาย: หัวใจเพลิงและความเยือกเย็น ธาตุไฟและน้ำแข็งได้ผสานเข้าด้วยกันเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการต้านทานสิ่งต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น คุณจะอดทนต่อความเหนื่อยล้าได้มากขึ้น]
[* หัวใจเพลิง
หัวใจที่ห้อมล้อมด้วยพลังงานแห่งเปลวไฟ เพิ่มทนทานของระบบไหลเวียนโลหิตและพลังการรักษา เพิ่มค่าสตามิน่า]
[* ความเยือกเย็น
เพิ่มความกำยำของร่างกาย เพิ่มการต้านทานต่อการโจมตีกายภาพและคำสาป]
[กระดูกเหล็กทำให้ร่างกายแข็งแกร่งและเหนื่อยยากขึ้นกว่าปกติ]
ความสามารถในการรักษาตัวเองของเขาช่วยลดความเสี่ยงจากอาการบาดเจ็บสาหัสในสถารการณ์ขั้นวิกฤต นอกจากนี้ยังมีอีกเหตุผลที่ยอนอูต้องการลักษณะนิสัยนี้มาก ๆ
[การพัฒนาของร่างกายได้รับการยืนยัน กระบวนการสืบทอดที่หยุดไปจะกลับมาเริ่มดำเนินการอีกครั้ง 6%...7%...12%...]
[ความคืบหน้า: 21.3%]
[สถานะคุณตอนนี้เปลี่ยนจาก ‘ร่างกายมังกรยังไม่สมบูรณ์’ เป็น ‘ร่างกายมังกรวัยเยาว์’]
‘สำเร็จ’ ยอนอูกำมือแน่น มีอยู่ราวสองสามเหตุผลที่เขาต้องการร่างกายที่แข็งแรงนี้ก็เพื่อให้ได้มาซึ่งความได้เปรียบในการแข่งขันกันอย่างเข้มข้นในหอคอยแห่งนี้และเพื่อดำเนินการสืบทอดตำแหน่งร่างกายมังกรต่อ
การจะเริ่มต้นกระบวนการสืบทอดตำแหน่งได้นั้นต้องมีเส้นเลือดต้องแข็งแรงพอ จึงต้องพึ่งพาลักษณะนิสัยกระดูกเหล็ก ‘นี่แค่เริ่มต้น เส้นเลือดทั่วทั้งร่างกายต้องได้รับการพัฒนามากกว่านี้’ ในเมื่อรากฐานเริ่มเข้าที่เข้าทาง ที่เหลือก็แค่เดินไปตามแผนที่วางไว้แต่ต้นให้มั่นคงก็พอ
ในขณะที่เขากำลังเพลิดเพลินกับความรู้สึกของร่างกายใหม่ ยอนอูก็นึกถึงระบบข้อความที่กำลังรอดำเนินการที่ได้รับมาตอนแรกเข้าดันเจี้ยน ตอนนี้ถึงเวลาที่เขาต้องรับรางวัลแล้ว
[คุณได้รับ 1500 คาร์ม่า]
[คุณประสบความสำเร็จซึ่งไม่ง่ายเลยที่จะบรรลุได้ คุณจะได้รับคาร์ม่าเพิ่มเติม]
[คุณได้รับคาร์ม่าเพิ่มเติมอีก 500 คาร์ม่า]
[คุณได้รับรางวัลเพิ่มเติม โปรดเลือกรางวัล]
[รายการรางวัล
*ศิลปวัตถุ
1. ดาบโลหิตเวทย์
2. ดาบไข่มุกแห่งทะเลลึก
3. เดอะ เบรฟ
...
* ทักษะ
1. จิตวิญญาณที่ไม่มีวันแตกสลายของคานุฉะ
2. การฟาดฟันอันรวดเร็ว
3. ดวงตาอสรพิษ]
…
ยอนอูยิ้มขณะกวาดตาอ่านรายการรางวัลทั้งหมด นี่เป็นครั้งแรกที่เขามีโอกาสได้เลือกรางวัลเป็นของตัวเอง และเขาก็บังเอิญเห็นไอเทมจำนวนหนึ่งที่เคยเห็นมาก่อนหน้านี้ในรายการสินค้าของพ่อค้าลึกลับ มันน่าผิดหวังเล็กน้อยที่เขาจะเลือกไอเทมได้เพียงชิ้นเดียว แต่ยอนอูก็ไม่ได้กังวลกับเรื่องนี้มากนัก เขาเลื่อนไปยังรายการที่อยู่ล่างสุดและก็พบกับไอเทมที่เขาต้องการ
[98. เพิ่มอีก 2000 คาร์ม่า]
เขาได้ทุกอย่างที่หาได้จากเขตบีแล้ว ทั้งดาบดูดเลือดของบาโธรีและกระดูกเหล็ก และคิดว่าในอนาคตคงได้รับรางวัลมากกว่านี้อีกแน่ ดังนั้นจึงไม่มีรายการใดที่ดึงดูดความสนใจเขาเลย สิ่งที่ยอนอูต้องการมากตอนนี้ก็คือแต้มคาร์ม่า แน่นอนว่าแม้เขาจะเพิ่มจำนวนมาได้เยอะแล้วก็ตาม แต่เขาก็ยังต้องการคาร์ม่าเพิ่มอีกเพื่อให้ได้มาซึ่งคะแนนสูงสุด จากนั้นยอนอูก็แตะรางวัลลำดับที่เก้าสิบแปดทันที
[2000 คาร์ม่าถูกใช้เพื่อแลกเปลี่ยนเป็นรางวัลของคุณ]
[คุณได้รับ 2000 คาร์ม่า]
ข้อความหนึ่งปรากฏขึ้นมาหลังจากที่เขาได้รับรางวัล
[กำลังอัพเดทแรงค์ของคุณในทิวโทเรียล]
[คุณต้องการลงทะเบียนในระบบแรงค์หรือไม่?]
“มาถึงรายชื่อแรงค์จนได้สินะ” ทิวโทเรียลอัพเดทแรงค์ของผู้เล่นที่มีคะแนนสูงสุดสามร้อยคนตลอดเวลา จะมีประกาศครั้งใหญ่อยู่บ่อยครั้งหากมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญเกิดขึ้นภายในแรงค์เพื่อกระตุ้นผู้เล่น ถึงแม้ว่าเข่าจะติดหนึ่งในสามร้อยคน ยอนอูก็ไม่ต้องการใส่ชื่อลงไปในแรงค์อยู่ดี มันเพียงพอแล้วที่รู้ว่าเขาทำได้ และไม่มีเหตุจำเป็นที่จะต้องยอมรับการลงทะเบียน อาจยั่วยุให้เกิดความเกลียดชังจากกลุ่มผู้เล่นแรงค์สูง เช่นนั้นเขาจึงส่ายหน้า “ปฏิเสธ”
[ปฏิเสธการลงทะเบียน แรงค์ของคุณจะแสดงว่า “ไม่ระบุชื่อ” คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่านี้ได้ตลอดเวลา]
[แรงค์ทิวโทเรียล]
[1. เอโดรา (57,111 พ้อยท์)
2. แฟ็นต์ (55,982 พ้อยท์)
3. คาห์น (50,473 พ้อยท์)
...
[281. ไม่ระบุชื่อ (6,700 พ้อยท์) (คุณ)]
...
‘ลำดับที่สองร้อยแอดสิบเอ็ดงั้นเหรอ’ ถึงเขาจะเริ่มช้ากว่าคนอื่น แต่ในที่สุดก็ไล่ตามกลุ่มท็อปแรงค์ทัน คงไม่มีใครเชื่อว่าเขาจะสะสมคาร์ม่าได้ถึงหกพันเจ็ดร้อยพ้อยท์ก่อนจบเขตบีก็ตาม และความสุขของเขาก็คงอยู่ได้ไม่นาน
‘ก็รู้สึกดีอยู่หรอกนะที่ติดแรงค์ แต่ทำไมมันห่างกันขนาดนี้ล่ะ?’ ยอนอูหรี่ตามองขณะเลื่อนรายการดูอีกครั้ง “บางทีพวกที่อยู่หัวตารางอาจจะเก่งกว่าที่คิดเอาไว้จริง ๆ ก็ได้” เขารู้มาว่าปกติแล้วผู้เล่นส่วนใหญ่มักจะได้พ้อยท์กันสูงสุดราว ๆ ห้าหมื่นพ้อยท์ น้องชายของเขาได้ไปประมาณห้าหมื่นสองพันพ้อยท์และติดท็อปแรงค์ลำดับที่สองในทิวโทเรียล แม้ว่าจะเหลือเวลาอีกมากกว่าทิวโทเรียลจะจบลง แต่ตอนนี้ก็มีผู้เล่นที่คะแนนเกินกว่าห้าหมื่นไปแล้วถึงสามคนด้วยกัน ‘เอโดรา แฟ็นต์ คาห์น พวกนั้นเป็นใครกัน?’
ถ้าพวกนั้นเข้าร่วมทิวโทเรียลรอบอื่น คนพวกนั้นคงติดอันดับหนึ่งไปอย่างง่ายดาย แต่ ณ จุดยืนเดียวกันนี้ ยอนอูต้องทำทั้งหมดให้สำเร็จเช่นกันในรอบนี้ ยอนอูปิดหน้าต่างลำดับแรงค์และพยายามลืมรายชื่อท็อปแรงค์พวกนั้นออกไปจากความทรงจำ ‘ไม่คืบหน้าไปไหนเลย ต้องเร่งมือแล้ว’
ระยะห่างระหว่างเขากับกลุ่มท็อปแรงค์ห่างกันถึงห้าหมื่นคาร์ม่าพ้อยท์ เนื่องจากคนพวกนั้นผ่านอุปสรรคต่าง ๆ ไปไวมาก เช่นนั้นเขาจึงจำเป็นต้องผ่านไปให้ไวกว่า ‘ก่อนอื่นเลย ต้องไปถึงเขตอีให้เร็วที่สุด’ ชิ้นส่วนลึกลับอันถัดไปที่ยอนพุ่งเป้าไปอยู่ในเขตอี เป็นที่ที่ ชายคนนั้น ที่ยอนอูกำลังตามหาว่า เขา ยังคงมีชีวิตอยู่ เขตซีและดีไม่มีอะไรน่าสนใจเท่าไร ซึ่งเขาตั้งใจจะผ่านสองเขตนี้ไปให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ เมื่อยอนอูจัดการความคิดได้แล้ว เขาก็เก็บกริชไว้ที่เอวและมุ่งตรงไปยังทางออกทันที
* * *
“หืม?” ขณะที่เขากำลังมุ่งหน้าออกดันเจี้ยน ยอนอูก็หรี่ตามองตรงไปยังทางออก เขาชักกริชออกมาและกำมันไว้แน่นด้วยมือข้างขวา เขาสัมผัสได้ว่ามีคนที่ไม่รู้จักสองคนอยู่เหนือสายตาของเขาไป ‘ผู้เล่นเหรอ?’
เสียงที่เกิดจากปีศาจหรือจากผู้เล่นมีข้อแตกต่างกันค่อนข้างชัดเจน เขาจึงมั่นใจว่าเขาประสาทสัมผัสของเขาไม่ได้ผิดพลาด ‘ไม่เคยเห็นผู้เล่นอื่นที่นี่เลย’ เขากำลังสงสัยอยู่ว่าเคยมีคนอื่นพบสถานที่แห่งนี้บ้างหรือไม่ ยอนอูหวังไว้ว่าขอให้ไม่บังเอิญเจอใคร แต่เนื่องจากมีทางออกทางเดียว เขาจึงต้องเดินไปด้วยความระมัดระวัง
สิ่งที่ทำให้ยอนอูรู้สึกประหม่าก็คือทักษะของสองคนนั้น ‘พวกนั้นไม่ธรรมดาแน่’ ความรู้สึกเขาบอกมเช่นนั้นว่าทั้งคู่จะต้องแข็งแกร่งพอ ๆ กับเขา ถึงแม้ตอนนี้จะครอบครองดาบดูดเลือดของบาโธรีกับกระดูกเหล็กแล้วก็ตาม ก็ไม่อาจทำให้มั่นใจได้ว่าเขาจะสามารถเอาชนะได้ ‘บางทีสองคนนั้นอาจจะรั้งท้ายฉันอยู่ก็ได้’ ยอนอูกำกริชแน่น
เขาสงสัยว่าทำไมคนเก่ง ๆ สองถึงยังอยู่ในเขตบี ซึ่งการที่พวกเขาเข้ามาในดันเจี้ยนก็คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ อาจจะเป็นไปได้ที่ผู้เล่นจากกลุ่มอารังดันมาตามล้างแค้นจากการที่เขาช่วยยุล มันเป็นเรื่องที่แคลงใจเขามากว่าทำไมกลุ่มคนขี้ขลาดพวกนี้ถึงได้เข้ามาอยู่ในอารังดันได้ ยอนอูไม่อาจปล่อยให้พวกเขาทำตามใจได้ ดังนั้นเขาจึงเริ่มซ่อนตัว
ทันทีที่ผู้เล่นแปลกหน้าสองคนเดินมาถึงหัวมุมและเผยให้เห็นใบหน้าทั้งสอง ยอนอูก็เขวี้ยงกริชพุ่งตรงไปยังศีรษะหนึ่งที่อยู่ใกล้ที่สุด มันเป็นใบหน้าของคนหนุ่ม มีผมประบ่าและดวงตาเซื่องซึม ฟึ่บ!
เด็กหนุ่มสังเกตเห็นการโจมตีที่เข้ามา จากดวงตาที่เซื่องซึมเริ่มเบิกกว้างขึ้น เขาพยายามเคลื่อนตัวหลบโดยสัญชาตญาณ แต่ดูเหมือนว่าการตัดสินใจของเขาจะสายไป
“ดอยล์” จากนั้นชายหนุ่มอีกคนก็เดินมาข้างเขาอย่างรวดเร็วและเหวี่ยงดาบพร้อมกับดึงเด็กหนุ่มหลบไปด้านข้าง
เพล้ง! กริชของยอนอูถูกขวางกลางอากาศ มันควรจะกระเด็นออก แต่ที่เขาเห็นคือกริชหักครึ่ง ดาบของชายหนุ่มทำมาจากเหล็กที่คุณภาพสูงกว่า ยอนอูรู้ตัวทันทีว่าการโจมตีจของขาล้มเหลวจึงกระโดดถอยห่างออกมาจากผู้เล่นทั้งสองทันที จากนั้นก็หยิบกริชออกมาสองเล่ม
ดอยล์ เด็กหนุ่มที่เพิ่งถูกโจมตีล้มลงกับพื้น กำลังหายใจหอบพร้อมใบหน้าซีดเซียว คาห์น ชายหนุ่มอีกคนตกใจและตะโกนออกมา “ทำบ้าอะไรของนายน่ะ?!”
ยอนอูเหลือบมองทั้งคู่ “พวกนายเป็นคนของอารังดันหรือเปล่า?”
“‘อารังดัน’ นายพูดถึงอะไร?”
ยอนอูรู้แล้วว่าทั้งสองไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับอารังดัน ถ้าพวกเขามาที่นี่เพื่อต่อสู้ ก็คงไม่ยืนคุยกับเขาเฉย ๆ แบบนี้แน่ นอกจากนี้ ปฏิกิริยาตอบโต้ที่ช่วยดอยล์และขวางวิถีของกริชถือเป็นฝีมือที่ไม่ธรรมดาอีกด้วย เป็นไปได้ว่าพวกเขาแสดงท่าทีที่ทำให้เขาผ่อนคลายการตั้งการป้องกัน แต่พวกคนเก่ง ๆ พวกนี้คงไม่จำเป็นต้องโกหก “แล้วพวกนายตามฉันมาทำไม?”
คาห์นตกใจเล็กน้อยที่พบว่ายอนอูนั้นรู้สิ่งที่พวกเขากำลังทำ จากนั้นเขาก็นิ่วหน้า “แต่นั่นไม่ได้หมายความให้นายจะโจมตีใครมั่วซั่วโดยไม่ถามสักคำแบบนี้ไม่ได้นะ”
“ถ้าเกิดมีคนแปลกหน้าตามนายมาแล้วไม่รู้ว่าคนพวกนั้นตั้งใจจะทำอะไรกับนายล่ะ? ความคิดแรกของนายคงไม่คิดว่าคนแปลกหน้าพวกนั้นเป็นคนดีหรอก ใช่ไหม?”
สิ่งที่เขาพูดนั้นดูสมเหตุสมผลดี และคาห์นเองก็ตะลึงกับเหตุผลของเขา ‘อะไรวะเนี่ย? หมอนี่พูดเก่งเป็นบ้า’ เขาคิดว่ายอนอูจะเงียบขรึมเพราะหน้ากากสีขาวที่ชวนขนลุกนั่น แต่เขาจะทำตัวปอดแหกไม่ได้
ขณะเดียวกันนั้น ดอยล์ที่หายจากอาการตกใจก็ลุกขึ้นยืน การที่เขาไม่ทันได้ตั้งตัว ก็ยังไม่เท่ากับการที่ต้องตกตะลึงกับดวงตาอันดุร้ายทั้งสองของยอนอู ซึ่งความดุร้ายนั้นรุนแรงกว่าที่อยู่ในจุดพักคอยเสียอีก ชั่วขณะหนึ่ง คาห์นจ้องมองยอนอู แต่ไม่นานก็ถอนหายใจ เนื่องจากพวกเขาทำตัวให้ถูกเข้าใจผิดว่ามาเพื่อซุ่มโจมตี พวกเขาจึงออกตัวรับผิดชอบต่อปัญหาที่เกิดขึ้น เขาติดคำขอโทษต่อยอนอูสำหรับเรื่องนี้ นอกจากนี้ เขาไม่สามารถสร้างความประทับใจที่ดีให้กับตัวเองได้เพราะมาที่นี่เพื่อขอความช่วยเหลือจากยอนอู
ตึ้ง! คาห์นปล่อยดาบทิ้งลงพื้นและพูดว่า “ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจให้นายเข้าใจผิดแบบนั้น” ดอยล์โค้งศีรษะลง
ดวงตาของยอนอูเป็นประกาย เขาคิดว่าผู้เล่นส่วนมากมักจะเอาแต่ใจและหลงตัวเอง และคงไม่ต้องพูดถึงการหลงในความภาคภูมิใจตัวเอง ส่วนมากมักไม่ยอมรับข้อผิดพลาดใด ๆ แม้จะถูกจับได้ว่าผิดก็ตาม กลับกันกับชายสองคนนี้ที่ยอมรับอย่างบริสุทธิ์ใจ ยอนอูคิดว่าพวกเขาไม่ได้มีเจตนาร้ายใด ๆ และเขาก็ผ่อนคลาย จากนั้นก็เก็บกริชและพูดว่า “โอเค พวกนายมีธุระอะไร?”
คาห์นยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์และตะโกนออกมาด้วยความมั่นใจ “ฉันอยากได้นายมาร่วมทีม!” มันเป็นคำพูดสั้น ๆ ที่พูดออกมาแบบไม่มีปี่มีหลุ่ย ดอยล์เบือนศีรษะหนีในความละอาย
ยอนอูขมวดคิ้ว ‘อะไรของเจ้าโง่พวกนี้กัน?’