เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 41 - ฟาไห่

บทที่ 41 - ฟาไห่

บทที่ 41 - ฟาไห่


บทที่ 41 - ฟาไห่

"ห้าอัสนีเสินเซียว!"

เจียงหลินตะโกนก้อง นัยน์ตาสาดประกายเจิดจ้า สายฟ้าแลบแปลบปลาบหมุนวนรอบกายราวกับเทพเจ้า

สองมือประสานอิน สายฟ้าที่พันรอบปลายนิ้วระเบิดออกด้วยพลังทำลายล้างมหาศาล!!

"ตูม!!!!"

เพียงแค่แสงสายฟ้าพาดผ่าน ร่างของคนทั้งหกที่พุ่งเข้ามาหาเจียงหลินก็แข็งทื่อและล้มลงทันที

แต่สายฟ้านั้นไม่ได้ลดความเร็วลงแม้แต่น้อย มันยังคงพุ่งทะยานตรงไปยังนักพรตแซ่หวังที่หนีไปไกลกว่าร้อยวา!

"อ๊บ!!!"

นักพรตแซ่หวังที่โดนโจมตีทีเผลอ ถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางหลังอย่างจัง ร่างมนุษย์แตกสลาย เผยให้เห็นร่างเดิมที่แท้จริง

มันคือคางคกยักษ์ตัวมหึมา ขนาดใหญ่เท่าโม่หิน

เจ้าคางคกนอนพะงาบๆ อยู่บนพื้น เลือดสีดำข้นคลั่กไหลนองไปทั่วบริเวณ

"ไม่ตายเหรอ"

เจียงหลินเลิกคิ้วเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้แปลกใจอะไรมากนัก

วิชาเสินเซียวนี้เขาเพิ่งจะเริ่มฝึกฝน การควบคุมพลังจึงยังไม่คล่องแคล่วนัก

อีกอย่างเจ้านักพรตคางคกนี่ก็ไม่ใช่พวกกระจอก วิชาสายมารของมันก็ร้ายกาจพอตัว

เพียงแต่มันโชคร้ายที่แพ้ทางเจียงหลินอย่างรุนแรงก็เท่านั้น

พวกภูตผีปีศาจโดยธรรมชาติแล้วจะหวาดกลัวสายฟ้า ยิ่งเป็นสายฟ้าที่มีพลังหยางบริสุทธิ์ ยิ่งข่มวิชาสายมารได้อย่างราบคาบ

เรียกได้ว่าวิชาทั้งหมดของนักพรตแซ่หวัง ถูกเจียงหลินกดข่มไว้จนโงหัวไม่ขึ้น

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูตามธรรมชาติอย่างเจียงหลิน จุดจบแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย

การที่มันยังไม่ตาย แสดงว่าเจ้าคางคกนี่มีพื้นฐานพลังที่ลึกซึ้งพอสมควร

"วิชาห้าอัสนีเสินเซียว ช่างยอดเยี่ยมนัก"

ไป๋ซู่เจินมองดูเจียงหลิน แววตาคู่สวยเป็นประกายวิบวับ

เจ้าคางคกนั่นไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่รับมือได้ง่ายๆ แม้มันจะสู้นางไม่ได้ แต่ก็เคยสู้กับเสี่ยวชิงได้อย่างสูสี

นางคิดว่าด้วยตบะของเจียงหลินที่เพิ่งเข้าสู่เส้นทางธรรม แค่รับมือเจ้าคางคกได้สักสองสามกระบวนท่าก็นับว่าเก่งมากแล้ว

แต่ไม่นึกเลยว่าเจียงหลินจะทำให้นางประหลาดใจได้ขนาดนี้

ผู้ที่ฝึกฝนทั้งวิชาจักรพรรดิอุดรแห่งเฟิงตูและวิชาเสินเซียวแห่งอวี้ชิงไปพร้อมกัน พลังการต่อสู้ช่างน่าสะพรึงกลัวจริงๆ

"เข้าไปดูกันไหม"

เจียงหลินหันไปถามไป๋ซู่เจิน

เจ้าคางคกโดนห้าอัสนีเสินเซียวเข้าไปเต็มๆ แบบนั้น ลมหายใจออกน่าจะมากกว่าลมหายใจเข้า ดูทรงแล้วคงไม่รอด

แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่ามันซุกซ่อนไม้ตายอะไรไว้อีกหรือเปล่า

ความดุร้ายของพวกปีศาจ เป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวังไว้ก่อนเสมอ

ไป๋ซู่เจินพยักหน้า นางสะบัดแขนเสื้อเบาๆ ไอหมอกสีขาวก็พวยพุ่งออกมา กลายเป็นโซ่เมฆาเก้าเส้น พุ่งเข้าไปรัดร่างของคางคกยักษ์ไว้อย่างแน่นหนา

"วิชาลับหลีซาน โซ่เมฆาเก้ามนตรา"

ไป๋ซู่เจินกล่าวเสียงเรียบ "เท่านี้ก็วางใจได้แล้ว"

"อืม"

เจียงหลินพยักหน้า แล้วเดินเข้าไปหาเจ้าคางคกยักษ์

เขานั่งยองๆ ลง มองดูแววตาที่หม่นแสงของมันแล้วเอ่ยว่า "ถึงเจ้าจะตายตอนนี้ เรื่องมันก็ยังไม่จบหรอกนะ ข้าแค่เขียนฎีกาส่งไปนรก เจ้าก็น่าจะรู้ดีว่าอะไรรอเจ้าอยู่"

"ข้าจะถามคำถามเดียว ถ้าเจ้าตอบ จะถือว่าเป็นการทำคุณไถ่โทษ แต่ถ้าไม่ตอบ ก็เตรียมรับโทษหนักที่สุดได้เลย"

ดวงตาของคางคกยักษ์วูบไหว แม้ร่างกายจะถูกโซ่เมฆารัดจนขยับไม่ได้ แต่มันก็ยังพูดได้

"เจ้าอยากรู้อะไร"

เจียงหลินกล่าวสั้นๆ "ทารกผี"

"ใครเป็นคนบงการให้เจ้าใช้วิชามารสร้างทารกผีขึ้นมา"

นี่คือประเด็นสำคัญที่สุดที่เจียงหลินต้องการรู้

ใน "สายพานการผลิต" ทารกผีนี้ นักพรตแซ่หวังทำหน้าที่เป็น "ผู้ส่งของ" หรืออาจจะเป็นหนึ่งในผู้ส่งของ

ดังนั้นคนที่มีโอกาสได้ติดต่อกับตัวการใหญ่มากที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นนักพรตแซ่หวังนี่แหละ

"ฮะ..."

นักพรตแซ่หวังหัวเราะเบาๆ ลมหายใจรวยริน "ฆ่าข้าซะเถอะ ต่อให้ต้องตกนรกสิบแปดขุม ข้าก็พูดไม่ได้"

เจียงหลินขมวดคิ้ว

ในสายตาของนักพรตแซ่หวัง ผลของการเปิดปากซัดทอดตัวการใหญ่ คงจะร้ายแรงยิ่งกว่าการตกนรกสิบแปดขุมเสียอีก

เห็นดังนั้น เจียงหลินก็ไม่เสียเวลาพูดต่อ

ในเมื่อเขาถามไม่ได้ความ ก็ต้องให้มืออาชีพมาจัดการ

คิดได้ดังนั้น เจียงหลินก็ประสานอินทันที

"ทูตยมโลก ยมทูตขาวดำ รับคำสั่งเร่งรุด อย่าได้รีรอ รีบปฏิบัติตามบัญชาแห่งมหาจักรพรรดิเฟิงตู!"

"วูบ!"

สิ้นเสียง ประตูนรกก็เปิดออกตรงหน้าเจียงหลิน ยมทูตขาวดำก้าวเดินออกมาจากประตูบานนั้น

"ท่านอาจารย์ ได้เบาะแสเร็วขนาดนี้เลยรึ"

ยมทูตขาวเห็นเจียงหลินก็ประสานมือคารวะ

"อืม"

เจียงหลินพยักหน้า "ต้องรบกวนท่านทั้งสองแล้ว เจ้าคางคกนี่ปากแข็งนัก ข้าไม่ถนัดเรื่องพวกนี้ เลยรีดข้อมูลออกมาไม่ได้"

"เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกเราเถอะ"

ยมทูตดำหัวเราะเสียงประหลาด นั่งลงตรงหน้าคางคกที่ใกล้จะสิ้นใจ แล้วแสยะยิ้มอำมหิต "พวกข้าถนัดนักเชียว เรื่องจัดการพวกวิญญาณปากแข็งเนี่ย"

"ไม่ว่าตอนมีชีวิตอยู่จะเป็นคนหรือปีศาจ พอตายไปแล้ว เราก็มีวิธีจัดการได้หมดแหละ"

คางคกยักษ์เบิกตาโพลง แววตาฉายความหวาดกลัวสุดขีด แต่สุดท้ายก็ทำได้เพียงหลับตาลงอย่างหมดอาลัยตายอยาก

"แคร้ง..."

ยมทูตดำสะบัดโซ่ตรวนในมือ ฟาดลงไปที่ร่างของคางคก

ทันใดนั้น วิญญาณของคางคกก็ถูกกระชากออกมา มันกลับคืนสู่รูปลักษณ์ของนักพรตแซ่หวัง แต่ดูมึนงงเลื่อนลอย

"ปีศาจตนนี้พวกข้าขอรับไปจัดการเอง พอได้เรื่องแล้ว จะรีบแจ้งให้ท่านอาจารย์ทราบทันที"

ยมทูตขาวยิ้มแล้วพยักหน้า หลังจากลาเจียงหลินแล้ว ทั้งสองก็คุมตัววิญญาณคางคกกลับลงสู่นรก

"ต้องรออีกแล้วสินะ"

เจียงหลินพึมพำอย่างจนใจ

เขาไม่ชอบการรอคอยแบบนี้เลย แต่ตอนนี้ก็ไม่มีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้

"สหายธรรมโปรดวางใจ"

ไป๋ซู่เจินยิ้มบางๆ "อย่างน้อยพอเจ้านี่ตายไป การสร้างทารกผีก็น่าจะลดน้อยลงบ้าง"

เจียงหลินพยักหน้าเงียบๆ

ไป๋ซู่เจินใช้คำว่าลดน้อยลง ไม่ใช่หายไป

ทั้งนางและเจียงหลินต่างรู้ดีว่า เรื่องทารกผีไม่ได้เรียบง่ายขนาดนั้น และนักพรตแซ่หวังก็ไม่ใช่ตัวการสำคัญ

มันเป็นแค่หนึ่งในผู้ผลิตเท่านั้น

"ไม่รู้ทางเจ้าพ่อหลักเมืองตรวจสอบไปถึงไหนแล้ว"

เจียงหลินมองไปทางอำเภอเฉียนถัง เตรียมจะไปถามข่าวที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง แต่จู่ๆ ก็เห็นไป๋ซู่เจินที่ยืนอยู่ข้างๆ มีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมา

เขามองตามสายตาของนางไปโดยสัญชาตญาณ

เห็นพระหนุ่มรูปหนึ่ง สวมจีวรสีแดงสด ท่าทางองอาจดุจมังกร กางแขนเสื้อกว้างร่อนลงมาดั่งพญาอินทรี ยืนอยู่ไม่ไกล

พระหนุ่มรูปนี้หน้าตาคมเข้ม คิ้วกระบี่เฉียงขึ้น ในมือถือบาตรใบหนึ่ง

รูปลักษณ์แบบนี้...

เจียงหลินเลิกคิ้ว เดินแซงไป๋ซู่เจินขึ้นไปข้างหน้าสองสามก้าว

"อู๋เลี่ยงเทียนจุน"

"ข้าคือเจียงเสวียนอิง เจ้าอาวาสอารามดาราม่วงแห่งเขาหลงจิ่ง คารวะไต้ซือ"

พระหนุ่มรูปนั้นเห็นเจียงหลินก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะประสานมือตอบรับ "อมิตาพุทธ อาตมาฟาไห่ เจ้าอาวาสวัดจินซาน คารวะท่านนักพรต"

"ที่แท้ก็คือท่านฟาไห่แห่งวัดจินซานนี่เอง"

เจียงหลินยิ้มพลางพยักหน้า ไม่แปลกใจแม้แต่น้อย แล้วถามยิ้มๆ ว่า "ไต้ซือมาที่นี่กลางดึก หรือว่า..."

ฟาไห่มองไปรอบๆ เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของสายฟ้า เขาก็มองเจียงหลินอย่างลึกซึ้ง

"ย่อมมาเพื่อปีศาจคางคกตนนั้น"

ฟาไห่มือหนึ่งถือบาตร อีกมือหนึ่งทำท่าคารวะ กล่าวว่า "แต่ดูเหมือนปีศาจร้ายจะถูกท่านนักพรตกำจัดไปแล้ว อาตมาช้าไปก้าวหนึ่ง"

"แค่โชคดีเท่านั้น"

เจียงหลินกล่าวถ่อมตัว

ฟาไห่ไม่ได้ต่อความ เพียงแค่ปรายตามองไป๋ซู่เจินที่ยืนอยู่ด้านหลังเจียงหลิน แล้วขมวดคิ้ว

แต่เขาก็ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรมากกว่านั้น ทำเพียงเมินเฉยต่อนาง แล้วหันมาคุยกับเจียงหลิน "ท่านนักพรตคงพอจะรู้เบื้องลึกเบื้องหลังเรื่องทารกผีอยู่บ้างกระมัง"

เจียงหลินพยักหน้า "เรื่องนี้อาจมีอะไรเกี่ยวพันกันหลายอย่าง ดูท่าไต้ซือเองก็กำลังสืบเรื่องนี้อยู่?"

"ถูกต้อง อาตมาเคยสนทนาเรื่องนี้กับท่านอาจารย์อาเต้าจี้"

ฟาไห่มองไปทางอำเภอเฉียนถัง แล้วกล่าวว่า "ช่วงนี้เกิดเหตุวุ่นวายมากมาย โชคดีที่มีผู้บำเพ็ญเพียรแท้จริงอย่างท่านนักพรตปรากฏตัวขึ้น"

"ไต้ซือชมเกินไปแล้ว"

ฟาไห่ส่ายหน้า "ท่านนักพรตถ่อมตัวเกินไป ท่านอาจารย์อาเคยเอ่ยถึงท่านให้ฟัง พวกเราชาวพุทธว่าไปแล้วก็เหมือนนกขมิ้นเหลืองอ่อนร่อนเร่ ท่านต่างหากที่มีชื่อเสียงและหน้าที่ชัดเจน"

"หากมีเรื่องใดเกี่ยวกับคดีนี้ที่ต้องการให้อาตมาช่วย ท่านนักพรตเพียงแค่เอ่ยปากมา"

"วัดจินซานได้รับเครื่องสักการะจากชาวบ้านชาวเมืองหางโจวมาหลายร้อยปี ย่อมต้องปกป้องคุ้มครองพวกเขา"

พูดจบ ฟาไห่ก็ดึงลูกประคำเม็ดหนึ่งออกมา ทำท่าจะยื่นให้เจียงหลิน แต่ฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้ จึงโค้งตัวขออภัยเล็กน้อย แล้ววางลูกประคำนั้นไว้บนก้อนหินข้างทาง

"หากท่านนักพรตมีเรื่องด่วน เพียงบีบลูกประคำนี้ให้แตก อาตมาจะรับรู้ได้เอง"

"ขอบคุณในน้ำใจไต้ซือ"

เจียงหลินพยักหน้า ไม่ได้มองลูกประคำเม็ดนั้น

ผู้ถือกฎดำ ย่อมไม่แตะต้องสิ่งของของศาสนาอื่น และไม่ศึกษาคัมภีร์ของศาสนาอื่น

ฟาไห่เองก็คงนึกถึงข้อนี้ขึ้นมาได้

"ที่นี่ไม่มีอะไรแล้ว อาตมาขอตัว"

ก่อนไป ฟาไห่อดไม่ได้ที่จะเอ่ยเตือนเจียงหลิน "ท่านนักพรต อาตมามีคำพูดที่อาจจะดูจุ้นจ้านไปสักหน่อย"

"ท่านในฐานะผู้ถือกฎดำ เวลาข้องแวะกับพวกอมนุษย์ ควรจะระวังตัวให้มาก"

"ต่อให้เป็นภูตผีที่บำเพ็ญเพียรในทางธรรม แต่ขึ้นชื่อว่าไม่ใช่เผ่าพันธุ์เดียวกับเรา..."

พูดจบ ฟาไห่ก็ยกมือคารวะ แล้วเหาะจากไป

ไป๋ซู่เจินขมวดคิ้ว พึมพำกับตัวเองว่า "ข้ากับพระรูปนี้ไม่เคยมีความแค้นต่อกัน ไม่เคยเจหน้ากันด้วยซ้ำ ทำไมถึงแผ่รังสีอำมหิตใส่ข้าขนาดนั้น"

"ขนาดปรมาจารย์เต๋าทั้งสามยังยอมรับข้าเป็นศิษย์ แล้วเขาเป็นใครถึงมาตัดสินข้า"

เจียงหลินส่ายหน้าอย่างจนใจ อยากจะบอกเหลือเกินว่า...

เจ้านั่นมันพวกเกลียดอมนุษย์โดยสันดาน โดยเฉพาะพวกตัวยาวๆ น่ะ...

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 41 - ฟาไห่

คัดลอกลิงก์แล้ว