- หน้าแรก
- เมื่อสวรรค์เรียกข้าไปพิพากษา
- บทที่ 25 - แผนการ
บทที่ 25 - แผนการ
บทที่ 25 - แผนการ
บทที่ 25 - แผนการ
ยมทูตขาวดำ หรือเฮยไป๋อู๋ฉาง ไม่ใช่พนักงานกินเงินเดือนที่ต้องวิ่งวุ่นทำงานงกๆ เงิ่นๆ แบบที่หลายคนเข้าใจ
ตรงกันข้าม ทั้งสองท่านคือเทพแห่งยมโลกผู้ทรงเกียรติ เป็นทูตจากนรกอย่างเป็นทางการ
ใต้บังคับบัญชาของพญายมราชทั้งสิบ คือเหล่าตุลาการแห่งขุมนรกต่างๆ ส่วนยมทูตขาวดำและหัววัวหน้าม้า มีศักดิ์เทียบเท่ากับตุลาการเหล่านั้น
หรือจะพูดให้ถูก ทั้งสองท่านคือตุลาการแห่งกองยมทูตล่าวิญญาณ
เป็นเทพเจ้าแห่งความตายตัวจริงเสียงจริง
บ่อยครั้งที่เราเห็นยมทูตขาวดำปรากฏตัว ดูเหมือนจะไม่ได้เก่งกาจอะไรมาก นั่นเป็นเพราะส่วนใหญ่ที่เราเห็นเป็นเพียง "ร่างแยก" จากจิตของท่านเท่านั้น
โลกมนุษย์นั้นกว้างใหญ่ไพศาล ทุกวันมีคนเกิดและตายเป็นล้านๆ
ลำพังยมทูตขาวดำแค่สองคน ต่อให้ทำงานจนตัวตายก็เก็บวิญญาณได้ไม่ถึงหนึ่งในหมื่น
ดังนั้น ท่านทั้งสองจึงใช้วิธีแบ่งจิตสร้างร่างแยกนับไม่ถ้วน เพื่อไปรับวิญญาณจากทั่วทุกมุมโลกพร้อมๆ กัน
ครั้งนี้ที่ปรากฏต่อหน้าเจียงหลิน ดูเหมือนจะเป็นร่างแยกเช่นกัน แต่ต่างจากร่างแยกทั่วไป
ร่างแยกทั้งสองนี้มี "ตัวตน" ที่เข้มข้นกว่า กล่าวคือ ยมทูตขาวดำตัวจริงได้ส่งกระแสจิตมาที่ร่างนี้มากกว่าปกติ
"อ้อ ที่แท้ก็ท่านจอมเวทเจียง ได้ยินชื่อเสียงมานาน เพิ่งได้พบตัวจริง ยินดีที่ได้รู้จักขอรับ"
ยมทูตขาวดำหัวเราะร่า ประสานมือคารวะตอบอย่างเป็นกันเอง ไร้ซึ่งความถือตัวของเทพเจ้า
เจียงหลินถามด้วยความสงสัย "ท่านยมทูตทั้งสองรู้จักอาตมาด้วยหรือ?"
ยมทูตขาวพยักหน้ายิ้มแย้ม "รู้จักสิขอรับ ก่อนหน้านี้ตาเชอกับตาเซี่ยถูกท่านอัญเชิญไปปราบมังกรพิษ ข้ากับตาฟ่านยังได้ส่วนแบ่งขามาแทะเล่นตั้งข้างหนึ่งแน่ะ"
ยมทูตดำหัวเราะเสริม "ท่านจอมเวทไม่ต้องเกรงใจพวกเราหรอก จะว่าไปพวกเราก็เหมือนคนกันเอง ใต้สังกัดเฟิงตูเหมือนกัน"
"ถ้าท่านไม่รังเกียจ เรียกข้าว่าฟ่านอู๋จิ้ว เรียกเขาว่าเซี่ยปี้อานก็ได้ขอรับ"
"เช่นนั้น อาตมาก็ไม่เกรงใจนะ"
เจียงหลินกระพริบตาปริบๆ แล้วก็ตอบรับไมตรีนั้น
ในเมื่อทูตจากนรกอยากผูกมิตร เจียงหลินจะปฏิเสธทำไม อย่างที่ฟ่านอู๋จิ้วบอก ตอนนี้เขาถือเป็นคนของเฟิงตู การมีเส้นสายกับเทพในนรกมีแต่ได้กับได้
พูดแบบบ้านๆ คือ ถ้าวันไหนเขาตายไป อย่างน้อยลงไปนรกก็ยังมีเพื่อนฝูงคอยดูแล
"ยินดียิ่งนัก"
ยมทูตขาวหันไปมองทารกผีทั้งหก
เดิมทีแค่มีเจียงหลินอยู่ พวกมันก็ไม่กล้าขยับตัวแล้ว พอมีเทพยมทูตเพิ่มมาอีกสอง ทารกผีพวกนี้ถึงกับสั่นเป็นเจ้าเข้า
เจียงหลินแม้จะเป็นจอมเวท แต่ก็ยังเป็นมนุษย์ ส่วนยมทูตขาวดำคือเจ้าพนักงานจับวิญญาณโดยตรง
มันคือความแตกต่างระหว่างตำรวจกับศาลเตี้ย แพ้ทางกันเห็นๆ
"ท่านจอมเวทเรียกพวกเรามา ก็เพื่อเด็กพวกนี้หรือ?"
ยมทูตขาวขมวดคิ้ว ไม่ใช่เพราะเจียงหลิน แต่เป็นเพราะสภาพของทารกผี
ขนาดพวกเขาที่จับวิญญาณมาเป็นร้อยเป็นพัน ยังหาโอกาสเจอทารกผีแบบนี้ได้ยาก
นี่ไม่ใช่ศพทารกธรรมดา แต่เป็นทารกผีที่ผ่านการปลุกเสกด้วยวิชามารจนกลายเป็นอาวุธร้าย
"ถูกต้อง"
เจียงหลินพยักหน้า แล้วเล่าต้นสายปลายเหตุให้ฟังอย่างละเอียด
พอฟังจบ ยมทูตดำก็หันขวับไปมองพ่อค้าที่นอนสลบอยู่ พูดเสียงเย็นชา "เจ้านี่เหลืออายุขัยอีกไม่ถึงครึ่งเดือน ข้าจะจดชื่อไว้ ถึงเวลาค่อยมาลากคอมันไป"
โชคดีที่พ่อค้าสลบไปแล้ว ไม่งั้นได้ยินประโยคนี้คงช็อกตายคาที่
ส่วนยมทูตขาวสะบัดไม้พลองไว้ทุกข์ เกี่ยววิญญาณลูกจ้างออกมา
พอมองดูวิญญาณที่มีไอสีดำเกาะกิน ยมทูตขาวก็แค่นหัวเราะ "กลืนทารกผี ย่อมถูกผีกัดกิน ทำตัวเองแท้ๆ"
พูดจบ เขาก็เก็บวิญญาณดวงนั้นไป แล้วหันมาหาเจียงหลิน "ท่านจอมเวท ทารกผีพวกนี้เป็นเรื่องเล็ก แต่ถ้าไม่จัดการที่ต้นตอ เกรงว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นอีกซ้ำซาก"
"เรื่องนี้เป็นเรื่องทางโลก พวกเราคงเข้าไปยุ่งมากไม่ได้ ต้องรบกวนท่านจอมเวทสืบหาความจริง"
เจียงหลินพยักหน้า "อาตมาเข้าใจ และพอจะได้เบาะแสมาบ้างแล้ว นักพรตแซ่หวังคนนั้นคือเป้าหมายของอาตมา"
จากนั้นเขาก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในคฤหาสน์ตระกูลอู๋ให้ฟัง
ยมทูตขาวฟังแล้วเลิกคิ้ว "ถ้าเป็นอย่างนั้น ถ้านักพรตหวังนั่นกล้ายื่นมือมาแทรกแซงคำตัดสินของนรก และทำร้ายวิญญาณผู้บริสุทธิ์ พวกเราก็มีเหตุผลที่จะลงมือ"
"ถ้าท่านจอมเวทมั่นใจเมื่อไหร่ ก็เคาะเรียกผ่านป้ายอาญาสิทธิ์ได้เลย พวกเราจะรีบมาร่วมวงด้วยความยินดี"
จริงๆ เรื่องแบบนี้จะช่วยหรือไม่ช่วยก็ได้ และการอัญเชิญผ่านป้ายอาญาสิทธิ์ก็ไม่แน่ว่าจะได้ยมทูตขาวดำเสมอไป
แต่การ "แลกเบอร์ติดต่อ" ไว้ล่วงหน้าก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย
"ตกลง"
เจียงหลินพยักหน้า ถอนหายใจ "ธุรกิจค้าทารกผีนี่น่าจะเป็นขบวนการใหญ่ พ่อค้าคนนี้กับนักพรตหวังคงเป็นแค่เฟืองจักรตัวเล็กๆ"
"ช่องทางขนส่งคงไม่ได้มีแค่ทางเดียว และคนที่ปลุกเสกได้ก็คงไม่ได้มีแค่นักพรตหวังคนเดียว"
"ถ้าท่านจอมเวทรู้สึกว่าลำพังตัวคนเดียวทำไม่ไหว ทำไมไม่หาคนช่วยล่ะขอรับ?"
ยมทูตดำถามด้วยความสงสัย
"อาตมาก็พอจะมีคนช่วยอยู่ แต่ท่านผู้นั้นอาตมาจะไปสั่งให้ทำอะไรตามใจชอบไม่ได้หรอก"
เจียงหลินส่ายหน้าอย่างจนใจ
ไป๋ซู่เจินนับเป็นเพื่อน แต่ไม่ใช่ลูกน้องที่จะเรียกใช้ได้ดั่งใจ
"ท่านจอมเวทเข้าใจผิดแล้ว ตาฟ่านหมายถึง... เจ้าพ่อหลักเมืองต่างหาก"
ยมทูตขาวอมยิ้ม ชี้ไปที่ป้ายอาญาสิทธิ์ในมือเจียงหลิน "ท่านจอมเวทลืมไปแล้วหรือว่า ป้ายในมือท่านไม่ได้มีไว้เรียกแค่ผีสางเทวดาในนรกเท่านั้นนะ"
เจียงหลินถึงบางอ้อทันที เขาลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท
เจ้าพ่อหลักเมืองและเจ้าที่เจ้าทาง แม้จะเป็นเทพบนโลกมนุษย์ แต่โดยเนื้อแท้ก็คือผีที่ได้รับตำแหน่งเป็นเทพ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของเฟิงตูเช่นกัน เพียงแต่อำนาจแต่งตั้งโยกย้ายไม่ได้อยู่ที่เฟิงตูโดยตรง
เรียกง่ายๆ ว่า "สังกัดสองหน่วยงาน"
"เรื่องความวุ่นวายในโลกมนุษย์ที่พัวพันถึงนรกแบบนี้ อยู่ในความรับผิดชอบของเจ้าพ่อหลักเมืองโดยตรง"
"เรื่องเกิดในหางโจว ไม่ว่าใครจะอยู่เบื้องหลัง เจ้าพ่อหลักเมืองหางโจวก็หนีความรับผิดชอบฐานละเลยหน้าที่ไม่พ้น"
ยมทูตดำเสริมอย่างมีเลศนัย "ในกฎทมิฬมีบัญญัติไว้ชัดเจนว่า: 'เมื่อจอมเวทเดินทางไปที่ใด เจ้าพ่อหลักเมืองและเจ้าที่ต้องออกมาต้อนรับ ห้ามพูดจาเหลวไหลต่อหน้าผีสาง ทูตสวรรค์และยมทูตต้องสังเกตสีหน้าและความพอใจของจอมเวท และปฏิบัติตามโดยไม่ต้องรอคำสั่ง หากฝ่าฝืน จอมมารจะไม่เกรงกลัว ภูตผีจะไม่เชื่อฟัง พิธีกรรมจะไม่ศักดิ์สิทธิ์ และจะถูกผีร้ายดูหมิ่น'"
"ข้อนี้แม้จะเป็นคำเตือนสติจอมเวทแห่งเฟิงตู แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นการสั่งให้เจ้าพ่อหลักเมืองต้องให้เกียรติจอมเวทอย่างสูงสุดด้วย"
เจียงหลินพยักหน้าอย่างครุ่นคิด "งั้นอาตมาจะลองไปที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองดู"
"ดีเลย เรื่องทางนี้ปล่อยเป็นหน้าที่พวกเราเอง ท่านจอมเวทเชิญตามสบาย"
ยมทูตขาวยิ้มรับ
จอมเวทหนุ่มผู้นี้แม้จะเพิ่งเข้าสู่เส้นทางธรรม แต่จากคำบอกเล่าของตาเชอกับตาเซี่ย เขาไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีไว้ ลงทุนนิดหน่อยแต่ได้กำไรมหาศาล มีแต่คุ้มกับคุ้ม
"รบกวนทั้งสองท่านด้วย"
เจียงหลินมองส่งยมทูตขาวดำพาทารกผีทั้งหกเดินหายเข้าไปในประตูมิติ
"วูม"
ขณะที่เจียงหลินกำลังจะหันหลังกลับ ป้ายอาญาสิทธิ์ในมือก็สั่นไหวและเปล่งแสงอีกครั้ง
พร้อมกับหลุมดำมืดมิดที่เปิดออก แสงสว่างสายหนึ่งพุ่งตรงเข้าสู่จุดตันเถียนของเจียงหลิน
เจียงหลินตัวแข็งทื่อ ใบหน้าหล่อเหลาแดงระเรื่อ ดวงตาฉายแววตื่นเต้นยินดี
"นี่มัน..."
[จบแล้ว]