เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 23 ข้าไม่เคยเห็นฉากแบบนี้มาก่อนเลยจริงๆ...

ตอนที่ 23 ข้าไม่เคยเห็นฉากแบบนี้มาก่อนเลยจริงๆ...

ตอนที่ 23 ข้าไม่เคยเห็นฉากแบบนี้มาก่อนเลยจริงๆ...


ตอนที่ 23 ข้าไม่เคยเห็นฉากแบบนี้มาก่อนเลยจริงๆ...

เหล่าผู้ฝึกกายาผลัดกันเหวี่ยงค้อนดาวตก ใช้แรงเหวี่ยงนั้นดีดส่งร่างตัวเองให้พุ่งข้ามเขตค่ายกล

ภาพที่เกิดขึ้นทำเอาศิษย์ที่กำลังแย่งชิงตำแหน่งแถวหน้าถึงกับอึ้งกิมกี่ ไม่เว้นแม้แต่เสิ่นอ๋างและเจียงรุ่ยที่บินอยู่บนฟ้าก็ยังตกตะลึง

พวกเขาไม่เข้าใจ แต่ก็รู้สึกสะเทือนใจอย่างรุนแรง

"ศิษย์พี่เจียง ศิษย์น้องสายกายาพวกนั้นฝึกวิชาอะไรกันน่ะ?"

เสิ่นอ๋างทำหน้าเหวอ

เขาเคยคิดว่าตัวเองที่มาจากตระกูลผู้บำเพ็ญเพียร ได้เห็นวิธีการฝึกตนพิสดารมาสารพัด

แต่เขาสาบานได้เลยว่า ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนจริงๆ...

เจียงรุ่ยเองก็จนปัญญาจะตอบ

"ไม่แน่ใจแฮะ ลองดูกันอีกสักนิดไหม?"

เขาก็รู้จักศิษย์สายตรงของยอดเขาคุนลี่อยู่บ้าง แต่ไม่เคยเห็นใครใช้ค้อนดาวตกแบบนี้มาก่อน...

เมื่อศิษย์สายกายาเหล่านั้นร่อนลงพื้นแล้วพุ่งทะยานไปข้างหน้า โดยมีศิษย์สายกระบี่ด้านหลังช่วยถางทางให้อย่างบ้าคลั่ง ในขณะที่ศิษย์คนอื่นๆ ยังตะเกียกตะกายฝ่าดงค่ายกล...

เจียงรุ่ยและเสิ่นอ๋างก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าคนพวกนี้กำลังทำอะไร

นี่มันจะทุ่มเทเกินไปไหม?

โดยเฉพาะผู้ฝึกกายาสองคนหน้า ที่ลงจอดผิดจังหวะจนกระแทกเข้ากับก้อนหินเต็มแรง

ความเร็วนั้น แรงปะทะนั้น และเสียงกระแทกนั่น... ต่อให้เป็นผู้ฝึกตนระดับสูงอย่างพวกเขา ได้ยินแล้วยังรู้สึกเสียวฟันแทน

พอมองลงไปดู สภาพยิ่งอนาถกว่าเดิม—

ตอนนี้คนหนึ่งแขนห้อยร่องแร่ง อีกคนกระโดดเหยงๆ ขาเดียว เห็นชัดๆ ว่าขาหัก

แต่พวกเขาก็ยังกัดฟันมุ่งไปข้างหน้าด้วยความมุ่งมั่นอันแรงกล้า

เจียงรุ่ยและเสิ่นอ๋างรู้สึกนับถือหัวใจของคนพวกนี้ยิ่งนัก จึงรีบเร่งความเร็วพุ่งไปยังทิศทางที่จูฟานอยู่

ศิษย์น้องพวกนี้สู้ยิบตาเกินไปแล้ว! น่ากลัวชะมัด!

ข้าต้องรีบไปกินบ้าง ไม่งั้นเดี๋ยวจะแย่งไม่ทัน!

ณ หอปรุงยา—

จูฟานนวดแป้งที่พักไว้จนเป็นแผ่นวงรี ใช้มือจับปลายทั้งสองข้างแล้วเหวี่ยงขึ้นลงเพื่อยืดแป้ง ไม่นานแป้งแผ่นนั้นก็ยืดออกเป็นเส้นยาว

เขาทบเส้นแป้งแล้วฉีกออกเป็นขนาดที่พอเหมาะ โยนลงหม้อรอน้ำเดือด

เมื่อเส้นและผักสุกได้ที่ เขาตักใส่ชาม เติมเกลือ น้ำส้มสายชู ซีอิ๊ว ต้นหอม กระเทียม ผงเครื่องเทศ และที่ขาดไม่ได้คือพริกป่น

ราดน้ำมันร้อนจัดลงไปจนเกิดเสียง ซู่ซ่า แค่ได้ยินเสียงและได้กลิ่น จูฟานเองยังอดกลืนน้ำลายไม่ได้

【ปิ๊บ ทำเมนู 'บะหมี่น้ำมันพริก' สำเร็จ การประเมิน: ดี ได้รับแต้มความสำเร็จ 15 แต้ม ค่าการบำเพ็ญเพียร 30 แต้ม】

มุมปากของจูฟานยกขึ้น ได้ค่าการบำเพ็ญเพียรมาฟรีๆ อีกแล้ว!

ยิ่งไปกว่านั้น เป็นไปตามที่เขาคาดไว้ บะหมี่ที่ไม่มีส่วนผสมวิเศษมีผลเพียงแค่เพิ่มพลังปราณเล็กน้อย คล้ายกับน้ำแกงกระดูก

แต่พวกเขากินน้ำแกงกระดูกมาจนเบื่อแล้ว วันนี้ลองเปลี่ยนรสชาติดูบ้าง เหล่าศิษย์น่าจะดีใจกันถ้วนหน้า

เพื่อไม่ให้เส้นอืดหากต้มนานเกินไป จูฟานจึงยกหม้อออกไปตั้งเตาปรุงสดด้านนอก ใครอยากกินก็ลวกเส้นราดน้ำมันให้เดี๋ยวนั้นเลย

หลังจากจูฟานตั้งเตาเสร็จ เสิ่นอ๋างและเจียงรุ่ยก็ร่อนลงจอดพร้อมอาวุธคู่กาย

"ศิษย์น้องจู วันนี้กินบะหมี่เหรอ?"

เสิ่นอ๋างมองก้อนแป้งสีขาวนวลนุ่มนิ่มที่จูฟานวางเรียงบนโต๊ะ มันดูน่ารักน่ากินทีเดียว

"ใช่ขอรับ วันนี้ไม่มีซุปกระดูก แต่จะเป็นบะหมี่น้ำมันพริกที่มีสรรพคุณเหมือนกัน ทุกคนจะได้ส่วนแบ่งเท่ากัน ศิษย์พี่เสิ่นต้องการกี่ส่วน?"

จูฟานถามพลางดึงเส้นบะหมี่อย่างคล่องแคล่ว

เสิ่นอ๋างตอบโดยไม่ลังเล "จัดมาให้เต็มแม็กซ์!"

อะไรที่ศิษย์น้องจูทำ ย่อมอร่อยทั้งนั้น แถมยังเพิ่มพลังบำเพ็ญได้อีก ถ้ามัวแต่ลังเล ข้าคงต้องตบหน้าตัวเองสักสองที

เจียงรุ่ยเองก็หิ้วถังมาวางตรงหน้า "ข้าด้วย รบกวนศิษย์น้องจูแล้ว!"

จูฟาน: =.=

ศิษย์พี่เจียง ท่านจะชอบกินข้าวด้วยถังอะไรขนาดนั้น...

ในขณะที่จูฟานกำลังดึงเส้น หร่วนม่านและพรรคพวก รวมถึงเหล่าศิษย์สายกายาที่เหาะมาด้วยค้อนดาวตกก็มาถึง

นอกจากเจียงรุ่ยและเสิ่นอ๋างที่รู้อยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น จูฟาน หร่วนม่าน และคนอื่นๆ ต่างตกตะลึงเมื่อเห็นสภาพของศิษย์สายกายาเหล่านี้

เนื้อตัวมอมแมมเต็มไปด้วยฝุ่นโคลน บางคนแขนหัก บางคนขาเป๋

พวกเจ้าไปเจออะไรมาเนี่ย?

สัตว์อสูรระดับหนึ่งสองมันโหดขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?

หรือว่าโดนซ้อมจนน่วมตอนแย่งกันมา?

ศิษย์ร่วมสำนักไม่น่าจะอำมหิตขนาดนั้นมั้ง?

คราวที่แล้วยอดเขาเซียนเจิ้นกักขังคนไว้ตั้งเยอะ ยังไม่มีใครขาหักเลยนะ...

จูฟานและคนอื่นๆ เต็มไปด้วยความสงสัยและงุนงง

"ศิษย์น้อง พวกเจ้าไปโดนอะไรมา?"

เจิ้งเหลียงถามตรงๆ

"ไม่มีอะไรหรอกขอรับ พวกข้าแค่เหวี่ยงค้อนดาวตกมา!"

ศิษย์สายกายาที่เป็นหัวโจกยิ้มกว้างจนเห็นฟันหน้าที่หักไปซี่หนึ่ง

บ้าไปแล้ว เหวี่ยงค้อนดาวตกยังไงให้สภาพดูเหมือนโดนค้อนทุบซะเองแบบนี้!

ตกลงพวกเจ้าเหวี่ยงค้อน หรือค้อนเหวี่ยงพวกเจ้ากันแน่...

เจิ้งเหลียงพึมพำอย่างหมดคำพูด

เขาไม่คิดจะซักไซ้ต่อ โบกมือวูบหนึ่ง แสงสีเขียวแห่งการรักษาก็พุ่งเข้าคลุมร่างคนเหล่านั้น

เพียงชั่วพริบตา แขนที่หักก็ต่อติด ขาที่เป๋ก็หายเป็นปลิดทิ้ง ฟันที่หลอก็งอกขึ้นใหม่ แม้แต่ฝุ่นโคลนตามตัวยังหายวับไปกับตา

เหล่าผู้ฝึกกายากลับมาหล่อเฟี้ยวเหมือนใหม่ในพริบตา

วิชารักษาของเจิ้งเหลียงถือว่าเป็นอันดับต้นๆ ของสำนัก เผลอๆ จะเก่งกว่าผู้อาวุโสบางท่านเสียอีก

เขาอาศัยทักษะนี้แหละ ถึงรอดชีวิตมาได้อย่างร่าเริงจากการโดนศิษย์พี่ศิษย์น้อง (โดยเฉพาะหร่วนม่าน) สั่งสอน

ไม่อย่างนั้น ถ้าคนอื่นโดนแบบเขา อย่างน้อยก็ต้องนอนหยอดน้ำข้าวต้มสักครึ่งเดือน

เหล่าผู้ฝึกกายาคารวะขอบคุณเจิ้งเหลียงด้วยความซาบซึ้งใจ

เจิ้งเหลียงไม่ใส่ใจ โบกมือปัดๆ แล้วหันไปจดจ่อกับการรอคิวบะหมี่ของจูฟาน

ระหว่างที่จูฟานลวกเส้น ศิษย์คนอื่นๆ ก็ทยอยมาถึง

เหล่าผู้ฝึกกายาที่เข้าแถวอยู่หน้าสุดต่างยืดอกเชิดหน้าอย่างภาคภูมิใจ

ฮ่าฮ่าฮ่า เจ้าพวกกากทั้งหลาย ตามข้าไม่ทันล่ะสิ!

ขณะที่กำลังคิดคำเยาะเย้ย... อะแฮ่ม คำทักทายฉันมิตรกับศิษย์น้องคนอื่นๆ อยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงจูฟานดังขึ้น:

"ศิษย์พี่ทุกท่าน ไม่ต้องรีบนะครับ วันนี้เราเปลี่ยนจากซุปกระดูกเป็นบะหมี่ ทุกคนจะได้รับส่วนแบ่งแน่นอน!"

อะไรนะ???

ทุกคนได้รับส่วนแบ่ง?!

แล้วไอ้ที่พวกข้าลงทุนเจ็บตัวขาหักแทบตายวันนี้เพื่ออะไร...

เหล่าผู้ฝึกกายายืนแข็งทื่อ

รอยยิ้มบนใบหน้าของพวกเขาย้ายไปอยู่บนใบหน้าของคนอื่นในทันที

ศิษย์คนอื่นๆ โห่ร้องด้วยความดีใจ แต่ศิษย์สายกายากลับยืนคอตก ราวกับสูญเสียความสุขบางอย่างไป

"ทำหน้าอย่างนั้นทำไม! ฮึดสู้หน่อยสิเว้ย!"

ศิษย์พี่ใหญ่สายกายาพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม:

"กลยุทธ์ของเราประสบความสำเร็จ! วันนี้เราชนะ พรุ่งนี้เราก็ต้องชนะ แถวหน้าสุดตรงนี้จะต้องเป็นที่ของพวกเราเสมอ!"

ศิษย์น้องสายกายาคนอื่นได้ฟังดังนั้น แววตาก็กลับมามุ่งมั่นอีกครั้ง

ใช่แล้ว วันนี้เราชนะ!

แถวหน้าต้องเป็นของเราทุกวัน!

ผู้ฝึกกายาที่ได้รับบะหมี่ไปแล้ว สูดหายใจลึก สัมผัสความหอมของรางวัลแห่งชัยชนะ

เส้นบะหมี่สีขาวนวลเคลือบน้ำมันเป็นประกายช่างยั่วน้ำลายเมื่อต้องแสงแดด

ต้นหอม กระเทียม และพริก ที่ถูกน้ำมันร้อนปลุกเร้า ส่งกลิ่นหอมรุนแรงที่สุดในชีวิตออกมา

คีบเข้าปากคำแรก รสอูมามิ กลิ่นหอมของกระเทียม ความลื่นคอ... รสสัมผัสหลากหลายอบอวลอยู่ในปาก เส้นบะหมี่เหนียวนุ่มเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของแป้งสาลี ผสานกับน้ำมันพริกที่เคลือบอยู่ ช่างเป็นการจับคู่ที่สมบูรณ์แบบราวกับไข่มุกเม็ดงามร้อยเรียงกัน!

จูฟานยังใส่ใจแถมกระเทียมกลีบให้ทุกคนด้วย กระเทียมช่วยแก้เลี่ยนได้ดี และรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของมันยิ่งทำให้ทุกคนน้ำลายสอ

ตะเกียบของเหล่าศิษย์ราวกับต้องมนต์สะกด คีบคำแล้วคำเล่า ซู๊ดเส้นเสียงดังอย่างเอร็ดอร่อยจนหยุดไม่ได้

【ปิ๊บ ได้รับคำชมจากผู้ทาน ได้รับค่าการบำเพ็ญเพียร 2 แต้ม】

【ปิ๊บ ได้รับคำชมจากผู้ทาน ได้รับค่าการบำเพ็ญเพียร 2 แต้ม】

...

"ศิษย์น้องจู ขอเบิ้ลอีกชาม!"

"ข้าด้วย วันนี้ข้าขอใช้โควตาที่มีทั้งหมดเลย!"

จูฟานยุ่งจนมือเป็นระวิง แต่ในใจกลับคำนวณอย่างมีความสุขว่าวันนี้ได้ค่าบำเพ็ญเพียรฟรีๆ มาเท่าไหร่แล้ว

หลังจากศิษย์ทุกคนได้รับบะหมี่ครบถ้วน ก็ทยอยจับกลุ่มกันสองสามคนกลับเข้าป่าไปล่าสัตว์อสูรต่อ วันนี้ได้รับเมนูใหม่แล้ว ไม่จำเป็นต้องวิ่งรอกฝึกวิชาอีก

เสิ่นอ๋างและเจียงรุ่ยเรอออกมาอย่างพึงพอใจ ขณะกำลังจะเหาะกลับ ก็ได้ยินเสียงเรียกจากศิษย์กลุ่มหนึ่ง—

"ศิษย์พี่เสิ่นอ๋าง ศิษย์พี่เจียงรุ่ย!"

ทั้งสองหันกลับไปมอง เห็นศิษย์สายนอกกลุ่มหนึ่งจากยอดเขาชื่อเต้า กำลังคารวะพวกเขาด้วยแววตามุ่งมั่นและเคร่งขรึม:

"ศิษย์พี่ทั้งสอง พวกข้าอยากขอคำชี้แนะ... วิธีการแย่งชิงแถวหน้าขอรับ!"

จบบทที่ ตอนที่ 23 ข้าไม่เคยเห็นฉากแบบนี้มาก่อนเลยจริงๆ...

คัดลอกลิงก์แล้ว