เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 13 วิธีการของท่านยอดเยี่ยมมาก และตอนนี้ มันเป็นของข้าแล้ว!

ตอนที่ 13 วิธีการของท่านยอดเยี่ยมมาก และตอนนี้ มันเป็นของข้าแล้ว!

ตอนที่ 13 วิธีการของท่านยอดเยี่ยมมาก และตอนนี้ มันเป็นของข้าแล้ว!


ตอนที่ 13 วิธีการของท่านยอดเยี่ยมมาก และตอนนี้ มันเป็นของข้าแล้ว!

เมื่อจูฟานยกหม้อพะโล้ออกมา ก็พบกับเหล่าศิษย์จากยอดเขาสวี่เจี้ยนอีกครั้ง

เครื่องหมายคำถามเด้งขึ้นมาในหัวของเขา

เมื่อวานเพิ่งได้ยินศิษย์พี่คนอื่นบ่นว่าช่วงนี้สัตว์อสูรชุกชุมขึ้น จนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน

แล้วทำไมศิษย์พี่กลุ่มนี้ถึงไม่ไปไหน? มัวแต่มาเฝ้าหน้าบ้านแบบนี้ จะทำภารกิจสำเร็จเหรอ?

แม้จะสงสัย แต่จูฟานก็ไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียง เขาเพียงแค่แนะนำส่วนผสมและสรรพคุณของเครื่องพะโล้ให้เหล่าศิษย์ที่มารอ

เครื่องในพะโล้มีหลากหลายชนิด แต่ละคนตักได้คนละทัพพี จะได้อะไรบ้างนั้นขึ้นอยู่กับดวงล้วนๆ

พูดตามตรง ไส้ใหญ่หมูอาจจะดูไม่น่าอภิรมย์สักเท่าไหร่

แต่ด้วยความเชื่อมั่นในฝีมือของศิษย์น้องจู ทุกคนจึงกล่อมตัวเองให้ยอมรับอาหารหน้าตาแปลกประหลาดนี้

ขนาดมูลมังกร ขี้ฟีนิกซ์ นักปรุงยายังเอามาหลอมยาแล้วคนก็ยังกินกันได้เลย นับประสาอะไรกับไส้หมู!

ยิ่งไปกว่านั้น ศิษย์สายกระบี่กลุ่มนี้อุตส่าห์วิ่งมาราธอนไปกลับตั้งหลายรอบในวันเดียว ก็เพื่อสิ่งนี้ไม่ใช่หรือ? จะให้ถอยตอนนี้ได้ยังไง!

เอ้า ลุย!

ทันทีที่เข้าปาก รสชาติเข้มข้นกลมกล่อมของพะโล้ก็เริงระบำอยู่บนปลายลิ้น มอบความสุขล้นปรี่ให้แก่ต่อมรับรส

ปอดหมูนุ่มละมุนชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำซุป ไส้หมูมันย่องเคี้ยวหนึบสู้ฟัน หูหมูรสชาติบริสุทธิ์กรุบกรอบ... วัตถุดิบหลากหลาย รสสัมผัสแตกต่าง ผสานรวมเป็นความอร่อยที่ลงตัว

ศิษย์บางคนถึงกับแลกเปลี่ยนกันชิมของที่ตักได้ สัมผัสความสนุกเหมือนเปิดกล่องสุ่มกาชา

เมื่อกลิ่นหอมลอยไปไกล ศิษย์อีกหลายคนก็เริ่มตามกลิ่นมา พวกเขาสุ่มตักเครื่องในต่างๆ และกินอย่างเอร็ดอร่อย

ในทางตรงกันข้าม เสิ่นอ๋างคราวนี้โชคร้ายไปเจอสัตว์อสูรระดับสี่เข้า ทำให้มาถึงช้ากว่าปกติมาก พอมาถึงก็พบว่าเครื่องพะโล้ถูกตักไปเกลี้ยงหม้อ แม้แต่น้ำซุปก้นหม้อก็ถูกเลียจนแห้งสนิท

เสิ่นอ๋างโมโหจนทุบอกชกตัว กระทืบเท้าเร่าๆ อยากจะลากซากสัตว์อสูรตัวนั้นออกมาเฆี่ยนซ้ำให้หายแค้น

จูฟานต้องปลอบใจว่าจะทำเมนูใหม่ให้ในวันพรุ่งนี้ เสิ่นอ๋างผู้ผิดหวังถึงยอมกลับไปอย่างไม่เต็มใจ

วันรุ่งขึ้น เมื่อจูฟานนำหม้อที่ว่างเปล่าไปเติมของ ก็เห็นศิษย์สายกระบี่กลุ่มเดิมมานั่งยองๆ เฝ้าหน้าประตูอีกแล้ว

แต่คราวนี้ คนอื่นๆ เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของพวกเขา

"ศิษย์พี่ ท่านสังเกตไหมว่าคนของยอดเขาสวี่เจี้ยนพวกนั้นดูแปลกๆ?"

"ใช่ ข้าเห็นพวกนั้นมานั่งเฝ้าตั้งแต่เมื่อเช้าวาน พอข้าบาดเจ็บกลับมาตอนเที่ยง พวกนั้นก็ยังอยู่ วันนี้ก็เหมือนเดิม..."

ศิษย์สายดนตรีจากยอดเขาฮ้วนยินจับกลุ่มกระซิบกระซาบกัน

ศิษย์พี่สายดนตรีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะชักชวนศิษย์น้องอีกสองสามคนไปดูลาดเลาว่าคนพวกนี้ทำอะไรกันแน่

ไม่ดูไม่รู้ แต่พอดูแล้วถึงกับต้องร้องอู้หู

อาศัยช่วงเวลาที่ศิษย์น้องจูใช้ทำอาหาร พวกเขารีบไปจัดการสัตว์อสูร วิ่งกลับไปฝึกวิชา แล้วรีบซิ่งกลับมาก่อนมื้ออาหารเพื่อจะได้รับประทานเมนูใหม่ล่าสุด?!

มีลูกเล่นแบบนี้ด้วยเหรอ?

เมื่อวิเคราะห์ดูแล้ว พวกเขาก็เข้าใจเหตุผลของการกระทำนี้

ถ้าน้ำแกงรักษาและน้ำแกงเพิ่มพลังที่ตั้งไว้ด้านนอกเปรียบเสมือนสินค้าวางขายทั่วไป เมนูใหม่ที่จูฟานนานๆ จะทำทีก็เหมือนสินค้า Limited Edition ที่ต้องอาศัยดวงถึงจะได้กิน

คนเล่นเกมกาชาที่ไหนบ้างไม่อยากเปิดได้ตัวละครลิมิเต็ดหรือสกินลิมิเต็ด?

ศิษย์ในสำนักก็เหมือนกัน ถ้าไม่คว้าของดีมีน้อยไว้ ถือว่าขาดทุนย่อยยับ!

และด้วยวิธีการของคนจากยอดเขาสวี่เจี้ยน พวกเขาไม่ต้องพึ่งดวง แต่กำหนดชะตาชีวิต (ปากท้อง) ได้ด้วยมือตัวเอง!

คนจากยอดเขาฮ้วนยินต่างรู้สึกว่าวิธีนี้ช่างยอดเยี่ยมกระเทียมดอง

ความคิดของท่านดีมาก และตอนนี้ มันเป็นของข้าแล้ว!

ศิษย์กลุ่มนั้นรีบออกเดินทางทันที วางแผนจะกลับสำนักไปแลกวิชา 'ระฆังวายุคลั่ง' มาใช้บ้าง

หารู้ไม่ว่า ไม่ใช่แค่พวกเขาที่จับตามองคนจากยอดเขาสวี่เจี้ยน คนอื่นๆ ก็สังเกตเห็นพฤติกรรมแปลกๆ ของกลุ่มนี้มาสองวันแล้วเหมือนกัน

และบางคนก็สังเกตเห็นว่าคนจากยอดเขาฮ้วนยินกำลังจับตามองคนจากยอดเขาสวี่เจี้ยน และค้นพบเคล็ดลับนี้

และบางคนก็สังเกตเห็นว่ามีคนกำลังจับตามองคนจากยอดเขาฮ้วนยินอีกที...

สรุปสั้นๆ คือ หลังจากผ่านการ 'จับตามอง' กันเป็นทอดๆ เคล็ดลับของคนจากยอดเขาสวี่เจี้ยนก็แดงขึ้นมา

โอ้ เพื่อนยาก ดูสิว่าไอเดียนี้มันบรรเจิดแค่ไหน คนต้นคิดช่างหัวใสจริงๆ ตอนนี้พวกเราขอเอาไปใช้บ้างนะ!

ขบวนแถวยาวเหยียดของเหล่าศิษย์ เหมือนตอนที่พวกเขากลับไปเอากระทะและหม้อ ต่างมุ่งหน้ากลับไปยังหอคัมภีร์บนยอดเขาหลัก

ศิษย์เวรประจำหอคัมภีร์กำลังทำหน้าที่บันทึกข้อมูลตามปกติ

งานส่วนใหญ่ในหอคัมภีร์นั้นจำเจ แค่นั่งอยู่ตรงนี้คอยแลกเปลี่ยนวิชาให้ศิษย์ในสำนัก

ความตื่นเต้นเดียวในชีวิตช่วงนี้ของศิษย์เวร คือเมื่อสองวันก่อนมีศิษย์สายนอกไม่กี่คนมาขอแลกวิชาไร้ประโยชน์วิชาเดียวกัน

ตอนนั้นศิษย์เวรถึงกับลองศึกษา 'ระฆังวายุคลั่ง' ดูอย่างละเอียด แล้วก็พบว่ามันยังคงไร้ประโยชน์เหมือนเดิม จึงเลิกสนใจไป โดยคิดว่าศิษย์พวกนั้นคงต้องการใช้ในภารกิจพิเศษบางอย่าง

ตึก ตึก ตึก... เสียงฝีเท้าดังขึ้น ศิษย์เวรเงยหน้าขึ้นมอง แล้วก็ต้องตกตะลึงเมื่อเห็นฝูงศิษย์สายนอกวิ่งกรูกันเข้ามา

คนแรกยื่นป้ายประจำตัวให้ "ศิษย์พี่ ข้าขอแลกวิชา 'ระฆังวายุคลั่ง'!"

"ศิษย์พี่ ข้าก็ขอแลก 'ระฆังวายุคลั่ง' เหมือนกัน" คนข้างหลังรีบพูดเสริม

"ข้าด้วย!"

ศิษย์เวร: ?

เกิดอะไรขึ้นเนี่ย???

ศิษย์เวรเต็มไปด้วยความงุนงง แต่ก็ยังทำหน้าที่อธิบายสรรพคุณและข้อจำกัดของคาถาไร้ประโยชน์นี้อย่างเคร่งครัด

จากนั้นกลุ่มศิษย์ก็พยักหน้าพร้อมกัน "ตกลง แลกเลย!"

ดวงตาตี่ๆ ของศิษย์เวรเบิกกว้างด้วยความสงสัยสุดขีด

ทำไมกัน???

ข้าอธิบายไม่ชัดเจนเหรอ?

ไม่ใช่ว่าภารกิจหลักของสำนักช่วงนี้คือการต้านรับสัตว์อสูรหรอกหรือ? ไอ้ของสิ่งนี้มันไม่มีประโยชน์ในการสู้กับสัตว์อสูรเลยสักนิด ทำไมทุกคนถึงได้มุ่งมั่นจะเอามันขนาดนี้???

แม้ศิษย์เวรจะงงเป็นไก่ตาแตก แต่เขาก็ยังแลกวิชาให้ศิษย์ทีละคนจนครบ

เหล่าศิษย์จากไปอย่างพอใจ ทิ้งให้ศิษย์เวรเปิดอ่านคำอธิบายวิชาอีกครั้งและเริ่มสงสัยในสติปัญญาของตัวเอง

หลังจากทุกคนมี 'ระฆังวายุคลั่ง' กันถ้วนหน้า ศิษย์ยอดเขาสวี่เจี้ยนผู้บุกเบิกวิธีนี้ก็ค้นพบว่า ไอ้พวกบ้านี่มันก๊อปปี้งานกันดื้อๆ เลยนี่หว่า

"หน้าไม่อาย!"

ศิษย์ยอดเขาสวี่เจี้ยนต่างประณามพฤติกรรมเลียนแบบของคนกลุ่มนี้

แต่ศิษย์คนอื่นๆ หาได้แคร์ไม่

"ศิษย์พี่ ท่านพูดแบบนี้ไม่ถูกนะ วิชานี้วางอยู่ในหอคัมภีร์เพื่อให้ทุกคนได้ศึกษา พวกข้าจะเอามาใช้บ้างก็เป็นเรื่องปกติ!"

"การเรียนรู้จะเรียกว่าขโมยได้ยังไง? ไม่อย่างนั้น ศิษย์พี่ลองเรียกชื่อมันดูสิ ถ้ามันขานรับ ข้าถึงจะยอมรับว่าเป็นของท่าน?"

ศิษย์ยอดเขาสวี่เจี้ยนจนปัญญาจะต่อกรกับกลุ่มคนหน้าหนาพวกนี้ จึงทำได้เพียงเปิดศึกประชันความเร็ว

ชั่วขณะหนึ่ง พื้นที่รอบนอกกลายเป็นสนามแข่งความเร็วขนาดย่อม ป่าเขาเต็มไปด้วยเงาร่างของเหล่าศิษย์ที่พุ่งไปมา

เหล่าศิษย์วิ่งตะบึงกลับไปกลับมาอย่างบ้าคลั่ง เพียงเพื่อให้กลับมาทันก่อนมื้ออาหาร เพื่อจะได้ลิ้มรสชาติคำแรกที่สดใหม่ที่สุด

ความเร็ว จำนวนคน และความถี่ในการวิ่งนั้น น่ากลัวจนนกในป่าไม่กล้าวางไข่ สัตว์ป่าไม่กล้าหายใจ แม้แต่ต้นกล้าที่เพิ่งงอกยังโดนเหยียบจนจมดิน

ตรงข้ามกับความโกลาหลวุ่นวายภายนอก จูฟานใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในบ้านหลังน้อย

ด้วยคะแนนรีวิวดีเยี่ยมจากศิษย์พี่ศิษย์น้องที่หลั่งไหลเข้ามา ในที่สุดเขาก็สะสมแต้มความสำเร็จได้มากพอที่จะแลกกระทะเหล็กมาครอบครอง

คนจีนที่ไหนเขาไม่กินอาหารผัดกันบ้าง?

ถ้าไม่ใช่เพราะหม้อหุงข้าวทำงานหนักจนแทบไม่มีเวลาหยุดพัก จูฟานคงลองดูแล้วว่าการผัดผักในหม้อหุงข้าวรสชาติจะเป็นยังไง

หม้อหุงข้าว: ขอบใจมากนะ :)

"เสี่ยวลิ่ว ทำไมในร้านค้าของเจ้าถึงไม่มีเตาแก๊สขายล่ะ?"

จูฟานค้นหาอยู่นานแต่ก็ไม่เจออุปกรณ์จุดไฟที่คุ้นเคย

【โฮสต์ ท่านคิดว่าวิชาควบคุมไฟเขามีไว้ทำฝนหรือทำฟ้าร้องล่ะขอรับ (﹁ _, ﹁)】

จูฟาน: ...เป็นความผิดของความรู้วิทยาศาสตร์แท้ๆ ที่ทำให้สมองอันชาญฉลาดของข้าแปดเปื้อน

ช่วงนี้กินเนื้อหมูไปเยอะแล้ว เปลี่ยนรสชาติมาทำไก่บ้างดีกว่า

หั่นไก่เป็นชิ้นพอดีคำ นำไปลวกน้ำร้อนเพื่อขจัดฟองเลือดและกลิ่นคาว

ใส่ต้นหอม ขิง กระเทียม และเครื่องเทศอื่นๆ ลงไปเจียวในน้ำมันจนหอม

นำไก่ลงไปผัดจนเปลี่ยนสี เติมน้ำและมันฝรั่งลงไป

รอจนน้ำงวดด้วยไฟแรง ก็จะได้ 'ไก่ผัดมันฝรั่ง' รสเลิศ

【ปิ๊บ ทำเมนู 'ไก่ผัด' สำเร็จ การประเมิน: ดี ได้รับแต้มความสำเร็จ 10 แต้ม ค่าการบำเพ็ญเพียร 20 แต้ม】

จูฟานตักข้าวสวยร้อนๆ ใส่จาน แล้วราดด้วยไก่ผัดซอสเข้มข้นจนชุ่มฉ่ำ

"สุดยอด!" จูฟานที่ในที่สุดก็ได้กินอาหารผัด หรี่ตาลงอย่างมีความสุข

ด้วยการสนับสนุนจากระบบ ฝีมือการทำอาหารของจูฟานพัฒนาขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า แม้เขาจะไม่ได้เลียจานเหมือนศิษย์คนอื่นๆ แต่ก็หยุดปากไม่ได้ ต้องตักกินคำแล้วคำเล่า

จูฟานในบ้านน้อยเพลิดเพลินกับอาหารรสเลิศ ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข

ส่วนเหล่าศิษย์นอกบ้านวิ่งพล่านไปทั่วภูเขาราวกับหมาบ้า

ทุกคนต่างก็มีอนาคตที่สดใส ╮(╯▽╰)╭

จบบทที่ ตอนที่ 13 วิธีการของท่านยอดเยี่ยมมาก และตอนนี้ มันเป็นของข้าแล้ว!

คัดลอกลิงก์แล้ว