- หน้าแรก
- ยอดเชฟเทพ เอาหม้อหุงข้าวมาปรุงยาเนี่ยนะ
- ตอนที่ 8 ข้าสมควรตายจริงๆ...
ตอนที่ 8 ข้าสมควรตายจริงๆ...
ตอนที่ 8 ข้าสมควรตายจริงๆ...
ตอนที่ 8 ข้าสมควรตายจริงๆ...
"ข้าสมควรตายจริงๆ..."
เสิ่นอ๋างนั่งยองๆ อยู่บนพื้น เขาอยากจะตบหน้าตัวเองสักสองฉาด
นับตั้งแต่รู้ความจริงว่าหม้อน้ำแกงรสเลิศล้ำค่า ถูกหมูป่าที่ตัวเองปล่อยออกไปชนคว่ำ เสิ่นอ๋างก็จมดิ่งอยู่ในห้วงความรู้สึกผิดอย่างรุนแรง
เมื่อครู่นี้ เขาเกือบจะแทงตัวเองสักสองแผลเพื่อไถ่โทษ ดีที่จูฟานคว้าแขนเขาไว้ได้ทัน
เสิ่นอ๋างผู้เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด รีบควักข้าวของจำนวนมากออกมาเพื่อชดเชยให้จูฟาน จูฟานพยายามจะปฏิเสธ แต่ก็ไม่อาจสู้แรงของอีกฝ่ายได้ สุดท้ายจึงต้องจำใจรับไว้
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังกระตือรือร้นอยากจะช่วยงานเพื่อลบล้างความผิด จูฟานจึงได้แต่ขอให้ศิษย์พี่ท่านนี้ช่วยทำความสะอาดพื้นที่ด้านนอก เพราะกลิ่นคาวเลือดที่นองเต็มพื้นมันรุนแรงเกินไปจนส่งผลต่อความอยากอาหาร
เสิ่นอ๋างรับคำทันที เขาร่ายคาถาขจัดฝุ่นใส่พื้นที่เล็กๆ ตรงนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับจะขูดหน้าดินออกไปสักชั้นให้ได้
ภายในบ้าน จูฟานนำวัตถุดิบต่างๆ ออกมา และเริ่มเตรียมการทำ 'ซุปกระดูกเสริมปราณ'
ขั้นแรก ล้างกระดูกให้สะอาดหนึ่งรอบแล้วนำไปลวกในน้ำร้อน ช้อนฟองเลือดออกเพื่อดับกลิ่นคาว
หั่นขิงและต้นหอมเตรียมไว้
แม้ใจจริงจูฟานอยากจะใส่โป๊ยกั๊กและเครื่องเทศอื่นๆ ลงไปด้วย แต่เสียดายที่หมู่บ้านตีนเขาไม่มีเครื่องเทศพวกนี้ขาย
【โฮสต์ ท่านสามารถใช้แต้มความสำเร็จซื้อเครื่องปรุงได้นะขอรับ(゜▽゜*)~】
"งั้นเสี่ยวลิ่ว เปิดร้านค้าให้ข้าดูหน่อย"
เป็นอย่างที่เสี่ยวลิ่วบอกจริงๆ ร้านค้ามีทั้งสูตรอาหาร เครื่องปรุง และเครื่องครัวจากสถานที่ต่างๆ ให้เลือกสรร นอกจากหม้อหุงข้าวที่ระบบให้มาแล้ว ยังมีอุปกรณ์ทันสมัยอย่างเตาอบและหม้อทอดไฟฟ้าด้วย
การเอาของพวกนี้มาตั้งไว้ในโลกบำเพ็ญเพียร ช่างดูผิดที่ผิดทางพิลึก
จูฟานคิดดูแล้ว ตัดสินใจเก็บแต้มไว้ก่อนเพื่อแลกสูตรอาหารอื่นๆ จะให้กินแต่น้ำแกงไปตลอดก็คงไม่ไหว
หลังจากตั้งเวลาหม้อหุงข้าวเรียบร้อย จูฟานก็ล้มตัวลงนอนพักบนเตียง
ถึงแม้จะไม่ได้ออกแรงอะไร แต่ข้าก็เหนื่อยใจนะ ╮(╯▽╰)╭
หลังจากเคี่ยวตุ๋นเป็นเวลานาน กลิ่นหอมของกระดูกก็เริ่มโชยออกมา
เหล่าศิษย์ด้านนอกยังคงนอนระเนระนาดอยู่บนพื้น เมื่อได้กลิ่นหอมนี้ แม้ร่างกายจะขยับไม่ได้ แต่ทุกคนต่างพยายามยืดคอ ชะเง้อมองมาทางตัวบ้านอย่างสุดความสามารถ
หากใครผ่านมาเห็นกลุ่มคนที่เปลือยท่อนบน ยืดคอยาว เอียงคอ และน้ำลายไหลยืดอย่างควบคุมไม่ได้ คงนึกว่าคนกลุ่มนี้เป็นอัมพาตกันทั้งหมู่คณะ
ส่วนเสิ่นอ๋างที่มีแขนขาครบสมบูรณ์ ในยามนี้กลับดูเหมือนสัตว์ประหลาดพิสดาร ขาเดินไปทางหนึ่ง แขนร่ายคาถาขจัดฝุ่นไปอีกทางหนึ่ง แต่หัวกลับหันไปทางตัวบ้าน และน้ำลายก็ไหลเป็นทางยาว วาดลวดลายเป็นเขาวงกตบนพื้น...
เวลาค่อยๆ ผ่านไป ก่อนที่น้ำลายของเหล่าศิษย์จะรวมตัวกันจนกลายเป็นแอ่งน้ำขนาดย่อม ในที่สุดน้ำแกงก็เสร็จสมบูรณ์
จูฟานเปิดฝาหม้อ กลิ่นหอมฉุยที่พวยพุ่งออกมาทำให้เขาต้องกลืนน้ำลาย เขารีบตักให้ตัวเองก่อนหนึ่งถ้วย แล้วซดอย่างมีความสุข
【ปิ๊บ ทำเมนู 'ซุปกระดูก' สำเร็จ การประเมิน: ผ่าน ได้รับแต้มความสำเร็จ 5 แต้ม ค่าการบำเพ็ญเพียร 10 แต้ม】
คงเป็นเพราะขาดเครื่องปรุงไปหลายอย่าง ครั้งนี้เลยได้แค่ประเมินผลว่า 'ผ่าน'
จูฟานรู้สึกเสียดายนิดหน่อย แต่ถึงอย่างนั้น ซุปกระดูกสัตว์อสูรที่มีพลังปราณแฝงอยู่ ก็ยังอร่อยล้ำกว่าซุปกระดูกธรรมดาแบบเทียบไม่ติด
กระดูกหมูนี่หนักกว่าไก่เยอะ จูฟานต้องออกแรงมหาศาลกว่าจะยกหม้อออกมาได้
ทันทีที่ก้าวพ้นประตู จูฟานรู้สึกเหมือนตัวเองตกเป็นเป้าสายตาของสปอตไลท์นับสิบดวง ศิษย์ทุกคนด้านนอก ไม่ว่าจะนั่ง ยืน หรือนอน ต่างจ้องมองมาที่เขา ตาเป็นมันวาวราวกับฝูงหมาป่า
"ศิษย์น้องจู ข้าช่วยเอง!"
เห็นจูฟานยกของหนักอย่างทุลักทุเล เสิ่นอ๋างรีบพุ่งเข้าไปช่วยทันที
กลิ่นหอมรุนแรงที่ปะทะจมูกทำให้เขาอยากจะกระโดดลงไปแช่ในหม้อให้รู้แล้วรู้รอด
จูฟานส่งหม้อให้ เมื่อเห็นว่ามีศิษย์กลุ่มใหม่เพิ่งมาถึง เขาจึงย้ำเรื่องปริมาณที่แต่ละคนจะได้รับ และขอให้ทุกคนเข้าแถว อย่าแย่งกัน
"ศิษย์น้องจู สามส่วนที่เจ้าว่านั่นเป็นโควตาของศิษย์สายนอก ส่วนศิษย์สายในอย่างข้า ผู้อาวุโสจัดสรรทรัพยากรโอสถให้คนละหกส่วน!"
เสิ่นอ๋างยืดอกอย่างภาคภูมิ เขาไม่เคยรู้สึกว่าลายปักสัญลักษณ์ศิษย์สายในบนหน้าอกจะดูเจิดจรัสเท่าวันนี้มาก่อน
"หา?" จูฟานไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน เพราะพื้นที่ที่ศิษย์พี่เขารับผิดชอบมีแต่ศิษย์สายนอกคอยป้องกัน จึงไม่เคยมีการพูดถึงโควตาของศิษย์สายในเลย
ศิษย์คนอื่นๆ ที่นอนกองอยู่กับพื้นได้ยินดังนั้นก็ร้อนรนทันที
เจ้า เจ้า เจ้าคนเดียวจะกินตั้งสองเท่าของพวกเรางั้นรึ?! ยอมไม่ได้!
"ศิษย์พี่ท่านนี้ ท่านรับผิดชอบพื้นที่อื่น ก็ควรไปรับยาที่นั่นสิขอรับ!"
"ใช่แล้วศิษย์พี่ ศิษย์น้องจูดูแลแค่คนในพื้นที่ของพวกเราเท่านั้น!"
เสิ่นอ๋างเถียงอย่างมีหลักการ "ศิษย์น้องทั้งหลาย ความสัมพันธ์ฉันพี่น้องร่วมสำนักนั้นแน่นแฟ้นตัดไม่ขาด จะเอาเรื่องพื้นที่ป้องกันมาเป็นกำแพงกั้นกลางได้อย่างไร!"
เหล่าศิษย์ทุกคน: ถุย! ใครสนิทกับแกมิทราบ!
เสิ่นอ๋างหันมามองจูฟาน แล้วสะบัดมือเรียก 'หมูป่าเขี้ยวแดงพิโรธ' ออกมาจากแหวนมิติอีกสองตัว วางกองลงบนพื้นด้วยสีหน้าจริงจังสุดขีด
"ศิษย์น้องจู เจ้าเหนื่อยยากลำบาก สัตว์อสูรพวกนี้ศิษย์พี่ล่ามาได้ เจ้าเอาไปตุ๋นน้ำแกงบำรุงร่างกายตัวเองเถอะ!"
จูฟาน: "...ขอบคุณศิษย์พี่ขอรับ เชิญทุกคนเข้าแถวรับน้ำแกงได้เลย"
ศิษย์พี่ ท่านดีดลูกคิดรางแก้วเสียงดังจนข้าได้ยินไปถึงอีกยอดเขาแล้วเนี่ย
อะไรคือให้ข้าตุ๋นน้ำแกงบำรุงตัวเอง?
สุดท้ายมันก็ลงท้องพวกท่านอยู่ดีไม่ใช่เรอะ!
อย่างไรก็ตาม หนังและเขี้ยวของหมูอสูรระดับสามพวกนี้สามารถเลาะขายได้ราคาดีทีเดียว งานนี้ถือว่ากำไรมหาศาล!
ส่วนเสิ่นอ๋างที่ได้ซดน้ำแกงก็รู้สึกว่าตัวเองกำไรมหาศาลเช่นกัน
แค่สัตว์อสูรระดับสาม จะไปเทียบอะไรกับความอร่อยล้ำนี้ได้?
ซุปกระดูกร้อนๆ เพิ่งออกจากหม้อ ควันกรุ่นโชยกลิ่นหอมยั่วน้ำลายจนกระเพาะร้องประท้วง
เนื้อที่ตุ๋นจนเปื่อยนุ่มเกาะอยู่บนกระดูก เพียงใช้ลิ้นดุนเบาๆ เนื้อก็หลุดร่อนละลายในปาก ทุกครั้งที่เคี้ยว น้ำซุปชุ่มฉ่ำจะแตกซ่านไปทั่วโพรงปาก กระเพาะเรียกร้องอยากจะกลืนลงไปทันที แต่ลิ้นกลับดื้อดึงไม่อยากให้รสชาตินี้ผ่านไปง่ายๆ
ส่วนไขกระดูก เพียงดูดเบาๆ รสชาติเข้มข้นกลมกล่อมก็ไหลลื่นเข้าปาก ประทับตรึงตราในความทรงจำ เป็นความอร่อยที่ลืมไม่ลงไปชั่วชีวิต
อร่อยเกินไป อร่อยบ้าบอคอแตก! เสิ่นอ๋างอยากจะยัดทั้งหม้อลงท้องไปพร้อมกัน
สำหรับผู้ฝึกตนระดับเสิ่นอ๋าง การเคี้ยวแผ่นเหล็กเล่นยังทำได้สบายๆ
กระดูกสัตว์อสูรที่เคยทำมีดทำครัวบิ่นมานักต่อนัก พอมาอยู่ในปากเขาก็กลายเป็นเหมือนถั่ว กรุบกรอบ เคี้ยวมัน ยิ่งเคี้ยวยิ่งเพลิน
ตระกูลของเสิ่นอ๋างนับว่าเป็นผู้มีอิทธิพลในย่านหนึ่ง อาหารเลิศรสที่เคยลิ้มลองมามีนับไม่ถ้วน แต่เมื่อเทียบกับซุปกระดูกถ้วยนี้แล้ว มันช่างแตกต่างราวฟ้ากับเหว
แต่ในขณะที่เขาเฝ้าหน้าหม้อและซดเอาๆ อยู่คนเดียว ศิษย์ด้านหลังเริ่มไม่พอใจ
"ศิษย์พี่ เร็วๆ หน่อย! คนข้างหลังรออยู่ตั้งเยอะ!"
"ศิษย์พี่ ท่านจะเหมาหมดหม้อไม่ได้นะ! พวกข้าต้องได้ส่วนแบ่งด้วย!"
เสิ่นอ๋างถือถ้วยใบเล็กที่จูฟานให้มา รู้สึกว่ากินไม่สะใจ แต่ก็หาภาชนะอื่นไม่ได้ ทันใดนั้นเขาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างและปิ๊งไอเดียขึ้นมาทันที
เขาคว้าก้อนหินขนาดใหญ่มา แล้วตวัดดาบใหญ่อย่างดุดัน แกะสลักหินก้อนนั้นให้กลายเป็นชามหินขนาดมหึมาเท่ากะละมังซักผ้าต่อหน้าต่อตาจูฟานที่ยืนอ้าปากค้าง
ศิษย์คนอื่นๆ ที่ไม่มีภาชนะเห็นดังนั้นก็ตาลุกวาว รีบทำตามอย่างเอาเป็นเอาตาย
บ้างใช้มือเปล่าทุบหิน บ้างใช้ปราณกระบี่สกัดหิน ถึงขั้นมีผู้ฝึกกายาคนหนึ่งใช้ฟันแทะตอไม้จนกลายเป็นอ่าง
เหตุการณ์นี้ทำให้จูฟานได้ประจักษ์ถึงความสามารถอันหลากหลายของผู้ฝึกตนจริงๆ
ส่วนบรรดาศิษย์พี่ศิษย์น้องที่เคยกลับไปเอาหม้อไหกะละมังมาก่อนหน้านี้ ก็เริ่มฟื้นตัวขึ้นบ้างระหว่างรอตุ๋นน้ำแกง พวกเขาใช้พลังใจอันแข็งแกร่งพยุงตัวลุกขึ้นมาตักน้ำแกงด้วยตัวเอง
แม้ขาจะยังสั่นพั่บๆ จนยืนแทบไม่อยู่ แต่มือที่ถือชามกลับนิ่งสนิทราวกับหินผา ไม่ยอมให้น้ำแกงหกแม้แต่หยดเดียว
ขาไม่หายก็ช่างหัวมัน ขอแค่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการกินน้ำแกงเป็นพอ
ดังนั้น จูฟานจึงได้เห็นภาพของกลุ่มคนที่คุกเข่าซดน้ำแกงอีกครั้ง
ศิษย์น้องระดับหลอมกายาบางคนเข่าอ่อนจนคุกเข่าไม่อยู่ ก็เลยวางชามกับพื้นแล้วนอนคว่ำหน้าซดโฮกๆ เหมือน...
ภาพที่เห็นนั้น...
จะเรียกว่างานเลี้ยงโต๊ะจีนก็ไม่ใช่ แต่มันยิ่งกว่างานเลี้ยงเสียอีก แม้ว่าจะมี 'การกินเลี้ยง' เกิดขึ้นจริงๆ แต่มันคนละความหมายกันเลย
เมื่อศิษย์กลุ่มหลังที่ทำอ่างเสร็จเข้ามาร่วมวง ในบริเวณนั้นก็เหลือเพียงเสียง จ๊วบ จ๊วบ ของการซดน้ำแกง
หากไม่ได้มองภาพตรงหน้า ฟังแต่เสียง ใครผ่านมาได้ยินคงต้องเอ่ยชมเป็นเสียงเดียวกันว่า... ฟาร์มหมูที่นี่เลี้ยงดูดีจริงๆ...