เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 8 ข้าสมควรตายจริงๆ...

ตอนที่ 8 ข้าสมควรตายจริงๆ...

ตอนที่ 8 ข้าสมควรตายจริงๆ...


ตอนที่ 8 ข้าสมควรตายจริงๆ...

"ข้าสมควรตายจริงๆ..."

เสิ่นอ๋างนั่งยองๆ อยู่บนพื้น เขาอยากจะตบหน้าตัวเองสักสองฉาด

นับตั้งแต่รู้ความจริงว่าหม้อน้ำแกงรสเลิศล้ำค่า ถูกหมูป่าที่ตัวเองปล่อยออกไปชนคว่ำ เสิ่นอ๋างก็จมดิ่งอยู่ในห้วงความรู้สึกผิดอย่างรุนแรง

เมื่อครู่นี้ เขาเกือบจะแทงตัวเองสักสองแผลเพื่อไถ่โทษ ดีที่จูฟานคว้าแขนเขาไว้ได้ทัน

เสิ่นอ๋างผู้เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด รีบควักข้าวของจำนวนมากออกมาเพื่อชดเชยให้จูฟาน จูฟานพยายามจะปฏิเสธ แต่ก็ไม่อาจสู้แรงของอีกฝ่ายได้ สุดท้ายจึงต้องจำใจรับไว้

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังกระตือรือร้นอยากจะช่วยงานเพื่อลบล้างความผิด จูฟานจึงได้แต่ขอให้ศิษย์พี่ท่านนี้ช่วยทำความสะอาดพื้นที่ด้านนอก เพราะกลิ่นคาวเลือดที่นองเต็มพื้นมันรุนแรงเกินไปจนส่งผลต่อความอยากอาหาร

เสิ่นอ๋างรับคำทันที เขาร่ายคาถาขจัดฝุ่นใส่พื้นที่เล็กๆ ตรงนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับจะขูดหน้าดินออกไปสักชั้นให้ได้

ภายในบ้าน จูฟานนำวัตถุดิบต่างๆ ออกมา และเริ่มเตรียมการทำ 'ซุปกระดูกเสริมปราณ'

ขั้นแรก ล้างกระดูกให้สะอาดหนึ่งรอบแล้วนำไปลวกในน้ำร้อน ช้อนฟองเลือดออกเพื่อดับกลิ่นคาว

หั่นขิงและต้นหอมเตรียมไว้

แม้ใจจริงจูฟานอยากจะใส่โป๊ยกั๊กและเครื่องเทศอื่นๆ ลงไปด้วย แต่เสียดายที่หมู่บ้านตีนเขาไม่มีเครื่องเทศพวกนี้ขาย

【โฮสต์ ท่านสามารถใช้แต้มความสำเร็จซื้อเครื่องปรุงได้นะขอรับ(゜▽゜*)~】

"งั้นเสี่ยวลิ่ว เปิดร้านค้าให้ข้าดูหน่อย"

เป็นอย่างที่เสี่ยวลิ่วบอกจริงๆ ร้านค้ามีทั้งสูตรอาหาร เครื่องปรุง และเครื่องครัวจากสถานที่ต่างๆ ให้เลือกสรร นอกจากหม้อหุงข้าวที่ระบบให้มาแล้ว ยังมีอุปกรณ์ทันสมัยอย่างเตาอบและหม้อทอดไฟฟ้าด้วย

การเอาของพวกนี้มาตั้งไว้ในโลกบำเพ็ญเพียร ช่างดูผิดที่ผิดทางพิลึก

จูฟานคิดดูแล้ว ตัดสินใจเก็บแต้มไว้ก่อนเพื่อแลกสูตรอาหารอื่นๆ จะให้กินแต่น้ำแกงไปตลอดก็คงไม่ไหว

หลังจากตั้งเวลาหม้อหุงข้าวเรียบร้อย จูฟานก็ล้มตัวลงนอนพักบนเตียง

ถึงแม้จะไม่ได้ออกแรงอะไร แต่ข้าก็เหนื่อยใจนะ ╮(╯▽╰)╭

หลังจากเคี่ยวตุ๋นเป็นเวลานาน กลิ่นหอมของกระดูกก็เริ่มโชยออกมา

เหล่าศิษย์ด้านนอกยังคงนอนระเนระนาดอยู่บนพื้น เมื่อได้กลิ่นหอมนี้ แม้ร่างกายจะขยับไม่ได้ แต่ทุกคนต่างพยายามยืดคอ ชะเง้อมองมาทางตัวบ้านอย่างสุดความสามารถ

หากใครผ่านมาเห็นกลุ่มคนที่เปลือยท่อนบน ยืดคอยาว เอียงคอ และน้ำลายไหลยืดอย่างควบคุมไม่ได้ คงนึกว่าคนกลุ่มนี้เป็นอัมพาตกันทั้งหมู่คณะ

ส่วนเสิ่นอ๋างที่มีแขนขาครบสมบูรณ์ ในยามนี้กลับดูเหมือนสัตว์ประหลาดพิสดาร ขาเดินไปทางหนึ่ง แขนร่ายคาถาขจัดฝุ่นไปอีกทางหนึ่ง แต่หัวกลับหันไปทางตัวบ้าน และน้ำลายก็ไหลเป็นทางยาว วาดลวดลายเป็นเขาวงกตบนพื้น...

เวลาค่อยๆ ผ่านไป ก่อนที่น้ำลายของเหล่าศิษย์จะรวมตัวกันจนกลายเป็นแอ่งน้ำขนาดย่อม ในที่สุดน้ำแกงก็เสร็จสมบูรณ์

จูฟานเปิดฝาหม้อ กลิ่นหอมฉุยที่พวยพุ่งออกมาทำให้เขาต้องกลืนน้ำลาย เขารีบตักให้ตัวเองก่อนหนึ่งถ้วย แล้วซดอย่างมีความสุข

【ปิ๊บ ทำเมนู 'ซุปกระดูก' สำเร็จ การประเมิน: ผ่าน ได้รับแต้มความสำเร็จ 5 แต้ม ค่าการบำเพ็ญเพียร 10 แต้ม】

คงเป็นเพราะขาดเครื่องปรุงไปหลายอย่าง ครั้งนี้เลยได้แค่ประเมินผลว่า 'ผ่าน'

จูฟานรู้สึกเสียดายนิดหน่อย แต่ถึงอย่างนั้น ซุปกระดูกสัตว์อสูรที่มีพลังปราณแฝงอยู่ ก็ยังอร่อยล้ำกว่าซุปกระดูกธรรมดาแบบเทียบไม่ติด

กระดูกหมูนี่หนักกว่าไก่เยอะ จูฟานต้องออกแรงมหาศาลกว่าจะยกหม้อออกมาได้

ทันทีที่ก้าวพ้นประตู จูฟานรู้สึกเหมือนตัวเองตกเป็นเป้าสายตาของสปอตไลท์นับสิบดวง ศิษย์ทุกคนด้านนอก ไม่ว่าจะนั่ง ยืน หรือนอน ต่างจ้องมองมาที่เขา ตาเป็นมันวาวราวกับฝูงหมาป่า

"ศิษย์น้องจู ข้าช่วยเอง!"

เห็นจูฟานยกของหนักอย่างทุลักทุเล เสิ่นอ๋างรีบพุ่งเข้าไปช่วยทันที

กลิ่นหอมรุนแรงที่ปะทะจมูกทำให้เขาอยากจะกระโดดลงไปแช่ในหม้อให้รู้แล้วรู้รอด

จูฟานส่งหม้อให้ เมื่อเห็นว่ามีศิษย์กลุ่มใหม่เพิ่งมาถึง เขาจึงย้ำเรื่องปริมาณที่แต่ละคนจะได้รับ และขอให้ทุกคนเข้าแถว อย่าแย่งกัน

"ศิษย์น้องจู สามส่วนที่เจ้าว่านั่นเป็นโควตาของศิษย์สายนอก ส่วนศิษย์สายในอย่างข้า ผู้อาวุโสจัดสรรทรัพยากรโอสถให้คนละหกส่วน!"

เสิ่นอ๋างยืดอกอย่างภาคภูมิ เขาไม่เคยรู้สึกว่าลายปักสัญลักษณ์ศิษย์สายในบนหน้าอกจะดูเจิดจรัสเท่าวันนี้มาก่อน

"หา?" จูฟานไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน เพราะพื้นที่ที่ศิษย์พี่เขารับผิดชอบมีแต่ศิษย์สายนอกคอยป้องกัน จึงไม่เคยมีการพูดถึงโควตาของศิษย์สายในเลย

ศิษย์คนอื่นๆ ที่นอนกองอยู่กับพื้นได้ยินดังนั้นก็ร้อนรนทันที

เจ้า เจ้า เจ้าคนเดียวจะกินตั้งสองเท่าของพวกเรางั้นรึ?! ยอมไม่ได้!

"ศิษย์พี่ท่านนี้ ท่านรับผิดชอบพื้นที่อื่น ก็ควรไปรับยาที่นั่นสิขอรับ!"

"ใช่แล้วศิษย์พี่ ศิษย์น้องจูดูแลแค่คนในพื้นที่ของพวกเราเท่านั้น!"

เสิ่นอ๋างเถียงอย่างมีหลักการ "ศิษย์น้องทั้งหลาย ความสัมพันธ์ฉันพี่น้องร่วมสำนักนั้นแน่นแฟ้นตัดไม่ขาด จะเอาเรื่องพื้นที่ป้องกันมาเป็นกำแพงกั้นกลางได้อย่างไร!"

เหล่าศิษย์ทุกคน: ถุย! ใครสนิทกับแกมิทราบ!

เสิ่นอ๋างหันมามองจูฟาน แล้วสะบัดมือเรียก 'หมูป่าเขี้ยวแดงพิโรธ' ออกมาจากแหวนมิติอีกสองตัว วางกองลงบนพื้นด้วยสีหน้าจริงจังสุดขีด

"ศิษย์น้องจู เจ้าเหนื่อยยากลำบาก สัตว์อสูรพวกนี้ศิษย์พี่ล่ามาได้ เจ้าเอาไปตุ๋นน้ำแกงบำรุงร่างกายตัวเองเถอะ!"

จูฟาน: "...ขอบคุณศิษย์พี่ขอรับ เชิญทุกคนเข้าแถวรับน้ำแกงได้เลย"

ศิษย์พี่ ท่านดีดลูกคิดรางแก้วเสียงดังจนข้าได้ยินไปถึงอีกยอดเขาแล้วเนี่ย

อะไรคือให้ข้าตุ๋นน้ำแกงบำรุงตัวเอง?

สุดท้ายมันก็ลงท้องพวกท่านอยู่ดีไม่ใช่เรอะ!

อย่างไรก็ตาม หนังและเขี้ยวของหมูอสูรระดับสามพวกนี้สามารถเลาะขายได้ราคาดีทีเดียว งานนี้ถือว่ากำไรมหาศาล!

ส่วนเสิ่นอ๋างที่ได้ซดน้ำแกงก็รู้สึกว่าตัวเองกำไรมหาศาลเช่นกัน

แค่สัตว์อสูรระดับสาม จะไปเทียบอะไรกับความอร่อยล้ำนี้ได้?

ซุปกระดูกร้อนๆ เพิ่งออกจากหม้อ ควันกรุ่นโชยกลิ่นหอมยั่วน้ำลายจนกระเพาะร้องประท้วง

เนื้อที่ตุ๋นจนเปื่อยนุ่มเกาะอยู่บนกระดูก เพียงใช้ลิ้นดุนเบาๆ เนื้อก็หลุดร่อนละลายในปาก ทุกครั้งที่เคี้ยว น้ำซุปชุ่มฉ่ำจะแตกซ่านไปทั่วโพรงปาก กระเพาะเรียกร้องอยากจะกลืนลงไปทันที แต่ลิ้นกลับดื้อดึงไม่อยากให้รสชาตินี้ผ่านไปง่ายๆ

ส่วนไขกระดูก เพียงดูดเบาๆ รสชาติเข้มข้นกลมกล่อมก็ไหลลื่นเข้าปาก ประทับตรึงตราในความทรงจำ เป็นความอร่อยที่ลืมไม่ลงไปชั่วชีวิต

อร่อยเกินไป อร่อยบ้าบอคอแตก! เสิ่นอ๋างอยากจะยัดทั้งหม้อลงท้องไปพร้อมกัน

สำหรับผู้ฝึกตนระดับเสิ่นอ๋าง การเคี้ยวแผ่นเหล็กเล่นยังทำได้สบายๆ

กระดูกสัตว์อสูรที่เคยทำมีดทำครัวบิ่นมานักต่อนัก พอมาอยู่ในปากเขาก็กลายเป็นเหมือนถั่ว กรุบกรอบ เคี้ยวมัน ยิ่งเคี้ยวยิ่งเพลิน

ตระกูลของเสิ่นอ๋างนับว่าเป็นผู้มีอิทธิพลในย่านหนึ่ง อาหารเลิศรสที่เคยลิ้มลองมามีนับไม่ถ้วน แต่เมื่อเทียบกับซุปกระดูกถ้วยนี้แล้ว มันช่างแตกต่างราวฟ้ากับเหว

แต่ในขณะที่เขาเฝ้าหน้าหม้อและซดเอาๆ อยู่คนเดียว ศิษย์ด้านหลังเริ่มไม่พอใจ

"ศิษย์พี่ เร็วๆ หน่อย! คนข้างหลังรออยู่ตั้งเยอะ!"

"ศิษย์พี่ ท่านจะเหมาหมดหม้อไม่ได้นะ! พวกข้าต้องได้ส่วนแบ่งด้วย!"

เสิ่นอ๋างถือถ้วยใบเล็กที่จูฟานให้มา รู้สึกว่ากินไม่สะใจ แต่ก็หาภาชนะอื่นไม่ได้ ทันใดนั้นเขาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างและปิ๊งไอเดียขึ้นมาทันที

เขาคว้าก้อนหินขนาดใหญ่มา แล้วตวัดดาบใหญ่อย่างดุดัน แกะสลักหินก้อนนั้นให้กลายเป็นชามหินขนาดมหึมาเท่ากะละมังซักผ้าต่อหน้าต่อตาจูฟานที่ยืนอ้าปากค้าง

ศิษย์คนอื่นๆ ที่ไม่มีภาชนะเห็นดังนั้นก็ตาลุกวาว รีบทำตามอย่างเอาเป็นเอาตาย

บ้างใช้มือเปล่าทุบหิน บ้างใช้ปราณกระบี่สกัดหิน ถึงขั้นมีผู้ฝึกกายาคนหนึ่งใช้ฟันแทะตอไม้จนกลายเป็นอ่าง

เหตุการณ์นี้ทำให้จูฟานได้ประจักษ์ถึงความสามารถอันหลากหลายของผู้ฝึกตนจริงๆ

ส่วนบรรดาศิษย์พี่ศิษย์น้องที่เคยกลับไปเอาหม้อไหกะละมังมาก่อนหน้านี้ ก็เริ่มฟื้นตัวขึ้นบ้างระหว่างรอตุ๋นน้ำแกง พวกเขาใช้พลังใจอันแข็งแกร่งพยุงตัวลุกขึ้นมาตักน้ำแกงด้วยตัวเอง

แม้ขาจะยังสั่นพั่บๆ จนยืนแทบไม่อยู่ แต่มือที่ถือชามกลับนิ่งสนิทราวกับหินผา ไม่ยอมให้น้ำแกงหกแม้แต่หยดเดียว

ขาไม่หายก็ช่างหัวมัน ขอแค่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการกินน้ำแกงเป็นพอ

ดังนั้น จูฟานจึงได้เห็นภาพของกลุ่มคนที่คุกเข่าซดน้ำแกงอีกครั้ง

ศิษย์น้องระดับหลอมกายาบางคนเข่าอ่อนจนคุกเข่าไม่อยู่ ก็เลยวางชามกับพื้นแล้วนอนคว่ำหน้าซดโฮกๆ เหมือน...

ภาพที่เห็นนั้น...

จะเรียกว่างานเลี้ยงโต๊ะจีนก็ไม่ใช่ แต่มันยิ่งกว่างานเลี้ยงเสียอีก แม้ว่าจะมี 'การกินเลี้ยง' เกิดขึ้นจริงๆ แต่มันคนละความหมายกันเลย

เมื่อศิษย์กลุ่มหลังที่ทำอ่างเสร็จเข้ามาร่วมวง ในบริเวณนั้นก็เหลือเพียงเสียง จ๊วบ จ๊วบ ของการซดน้ำแกง

หากไม่ได้มองภาพตรงหน้า ฟังแต่เสียง ใครผ่านมาได้ยินคงต้องเอ่ยชมเป็นเสียงเดียวกันว่า... ฟาร์มหมูที่นี่เลี้ยงดูดีจริงๆ...

จบบทที่ ตอนที่ 8 ข้าสมควรตายจริงๆ...

คัดลอกลิงก์แล้ว