- หน้าแรก
- ระบบสั่งให้ร้าย แต่ผู้ชายสั่งให้รัก
- บทที่ 48 - ดัดนิสัยลูกสะใภ้
บทที่ 48 - ดัดนิสัยลูกสะใภ้
บทที่ 48 - ดัดนิสัยลูกสะใภ้
บทที่ 48 - ดัดนิสัยลูกสะใภ้
เจียงม่อลี่จ้องมองของในลิ้นชักอยู่นานสองนาน
มันคือผ้าอนามัยที่เธอเคยเปรยกับลู่เฉิงไว้
ตอนนั้นลู่เฉิงรับปากว่าจะเอามาให้ที่บ้านภายในวันสองวัน เธอรอแล้วรอเล่าก็ไม่เห็นมา นึกว่าเขาลืมไปแล้วซะอีก
นึกไม่ถึงว่า...
เจียงม่อลี่ปิดลิ้นชัก หันไปมองกรอบรูปที่วางอยู่บนโต๊ะหนังสือ
ดูจากชุดและฉากหลัง น่าจะเป็นรูปถ่ายที่สถานีรถไฟตอนลู่เฉิงเข้ากรม
ในรูป เครื่องหน้าเขาหล่อเหลา แววตาทรงพลังลุ่มลึก กำลังฉีกยิ้มกว้างส่งมาให้เธอ
ตั้งแต่รู้จักกันมา แม้จะเป็นเวลาสั้นๆ แค่ไม่กี่วัน แต่ความใส่ใจและรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของผู้ชายคนนี้ เปรียบเสมือนฝนพรำที่ค่อยๆ ซึมลึกเข้าสู่หัวใจอย่างเงียบเชียบ
"ระบบ ตอนนี้ความคืบหน้าภารกิจฉันไปถึงไหนแล้ว"
『ความคืบหน้าภารกิจ 2890/10000 ยอดเงินคงเหลือในบัญชีส่วนตัว 28,900,000 โฮสต์สู้ๆ ภารกิจผ่านไปหนึ่งในสี่แล้ว ยอดเยี่ยมมาก!』
"อย่าดีแต่ปากสิ มีอะไรที่เป็นรูปธรรมหน่อยไหม? อย่างเช่น แถมค่าความรังเกียจให้สัก 500 แต้ม"
ความเงียบของระบบดังจนหูอื้อ
...
บนถนนทางหลวงมุ่งหน้าสู่เมืองเตียน รถบรรทุกทหาร "เจี่ยฟ่าง" สี่คัน บรรทุกทหารหนึ่งร้อยนาย แล่นฝ่าความมืดมุ่งสู่พื้นที่ประสบภัย
ลู่เฉิงนั่งอยู่ท้ายกระบะรถคันหนึ่ง กำลังปรึกษาแผนการกู้ภัยกับคังจื้อเฉียง
คังจื้อเฉียงเป็นผู้กองจากกองทัพเมืองคุน เขาและกองร้อยทั้งกองถูกเรียกตัวด่วนให้มาอยู่ใต้บังคับบัญชาของลู่เฉิง เพื่อสนับสนุนภารกิจกู้ภัยเมืองเตียน
พอวางแผนเสร็จ ลู่เฉิงยกข้อมือดูนาฬิกา แล้วบอกกับคังจื้อเฉียงว่า "เอาตามนี้ก่อน อีกห้าหกชั่วโมงกว่าจะถึงเมืองเตียน รีบพักผ่อนเอาแรงกันซะ"
"ผู้พันลู่ ยินดีด้วยครับ"
เห็นลู่เฉิงเงยหน้ามอง คังจื้อเฉียงก็ยิ้มพลางว่า "ก่อนออกเดินทางผมได้ยินผู้การพูดว่า วันนี้เป็นวันแต่งงานของคุณ ขอให้มีความสุขในชีวิตสมรส ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมืองนะครับ"
ทหารบนรถคันเดียวกันล้วนเป็นลูกน้องของคังจื้อเฉียง ไม่ต้องรอสั่ง ก็พร้อมใจกันตะโกนคำขวัญ: "ขอให้ผู้พันลู่มีความสุขในวันแต่งงาน! รักกันชั่วนิจนิรันดร์! มีลูกทันใช้!"
ลู่เฉิงประสานมือคารวะอย่างจริงใจ "ขอบใจสำหรับคำอวยพรของทุกคน เสร็จภารกิจกู้ภัยเมื่อไหร่ ผมจะเลี้ยงลูกอมมงคลทุกคนเลย"
ทหารทั้งคันรถโห่ร้องด้วยความดีใจ
มองดูใบหน้าเปื้อนยิ้มที่ซื่อใสและแปลกหน้า ความคิดของลู่เฉิงล่องลอยกลับไปที่เมืองหรงเฉิงซึ่งอยู่ห่างออกไปพันลี้
ป่านนี้ เมียจ๋าจะทำอะไรอยู่นะ? หลับหรือยัง?
แต่พอนึกขึ้นได้ว่าเมียจะขอหย่า รอยยิ้มบนหน้าก็เหี่ยวลงทันที
...
ฟ้าสาง รถบรรทุกทหารก็มาถึงชายขอบพื้นที่ประสบภัย
พื้นที่ประสบภัยอยู่ในเขตภูเขา รถเข้าไปไม่ถึง ต้องเดินเท้าเข้าไป
หลังจากเดินเท้าฝ่าฟันอุปสรรคเกือบสองชั่วโมง ในที่สุดก็ถึงพื้นที่ประสบภัยจุดแรก
ภูมิประเทศตรงนี้ค่อนข้างราบเรียบ บ้านเรือนปลูกสร้างกระจัดกระจาย ชาวบ้านส่วนใหญ่หนีออกมาได้ทัน ตอนนี้ยังมีชาวบ้านสองครัวเรือนที่ถูกดินโคลนทับถม
หลังสั่งการกู้ภัยและแบ่งทหารยี่สิบนายไว้ช่วยชาวบ้านขุดหาผู้รอดชีวิต ลู่เฉิงก็นำกำลังที่เหลือมุ่งหน้าเข้าสู่ใจกลางพื้นที่ประสบภัยต่อไป
...
หลี่หงอิงพยายามเกลี้ยกล่อมลูกสาวปากเปียกปากแฉะ "เสี่ยวชิง ลูกไปมือเปล่าแบบนี้ เขาจะหัวเราะเยาะเอาได้ว่าลูกวิ่งแจ้นไปหาผู้ชาย เขาจะดูถูกลูกเอานะ เชื่อแม่เถอะ เชื่อลุงเจียงของลูก รอให้เจียหมิงกลับมาก่อน"
เจียงชิงตั้งหน้าตั้งตาเก็บของ ไม่เงยหน้าขึ้นมามอง "ที่นี่ไม่ใช่บ้านฉัน"
"ทำไมลูกพูดแบบนั้น? ลุงเจียงเขาไม่ดีกับลูกตรงไหน? ลูกขัดใจเขาสารพัด เขายังอุตส่าห์ให้เงินลูกไปเป็นสินเดิม"
จ้องมองเงินที่หลี่หงอิงยื่นมาให้ แววตาเจียงชิงฉายแววลังเล
ถ้าเป็น 6 หยวน เธอคงปฏิเสธได้อย่างไม่ลังเล
แต่ 66 หยวนนี่ไม่ใช่น้อยๆ เลย ทั้งเนื้อทั้งตัวเธอมีเงินเก็บอยู่แค่นี้
ถ้าได้เพิ่มอีก 66 หยวน ชีวิตข้างหน้าคงจะสบายขึ้นเยอะ
แต่ถ้ารับเงินก้อนนี้ คนจอมปลอมอย่างเจียงต้าไห่ วันหน้าต้องเอาเรื่องนี้มาเป็นบุญคุณบีบบังคับเธอแน่
เจียงม่อลี่ต้องก่อเรื่องใหญ่แน่นอน ถ้าเธอไม่ตัดขาดกับบ้านเจียงให้เด็ดขาดตอนนี้ อนาคตต้องพลอยโดนหางเลขไปด้วย
"เงินนี่ฉันไม่เอา"
หลี่หงอิงเบิกตากว้าง "ไม่เอา? ทำไมไม่เอาล่ะลูก"
"ลูกสาวแต่งออกไปแล้วก็เหมือนน้ำที่สาดออกไป วันนี้ก้าวพ้นประตูนี้ไป ฉันก็ไม่ใช่ลูกสาวบ้านเจียงอีกต่อไป วันหน้าจะดีจะร้าย ฉันจะพึ่งความสามารถตัวเอง ไม่รบกวนคนนอกอย่างเขามาเป็นห่วง"
หลี่หงอิงไม่เข้าใจ "ลุงเจียงเลี้ยงลูกมาตั้งสิบปี ลูกพูดแบบนี้ คนเขาจะว่าเนรคุณเอานะ"
เจียงชิงแค่นหัวเราะ "เขาแค่เห็นแม่ลูกเราเป็นแรงงานฟรี ในสายตาเขา พวกเราก็ไม่ต่างอะไรกับวัวควายในคอกหรอก!"
หลี่หงอิงโกรธจนตาแดง "ทำไมลูกต้องมองลุงเจียงในแง่ร้ายขนาดนั้น เขาไม่เคยปล่อยให้ลูกอดอยากหิวโหย ส่งเสียให้ลูกเรียนหนังสือ แค่นี้ก็ดีถมไปแล้ว! ลูกคิดว่าเขาให้ลูกทำงานคือเขาร้ายกับลูก แต่ลูกลองออกไปถามดูสิ ลูกสาวบ้านไหนไม่ต้องทำงานบ้าน ไม่ต้องปรนนิบัติผู้ใหญ่บ้าง?"
"ตั้งแต่เล็กจนโต เจียงม่อลี่ไม่เห็นต้องทำอะไรเลย ทำไมหล่อนถึงได้กินแรงคนอื่น นั่งกินนอนกินบนกองเงินกองทอง แล้วทำไมฉันต้องทำงานเยี่ยงวัวควาย ทำไม!?"
เห็นท่าทางโกรธแค้นของลูกสาว หลี่หงอิงทั้งจนใจและปวดใจ
"เสี่ยวชิง ลูกอย่าเอาตัวเองไปเทียบกับม่อลี่เลย มันแข่งวาสนากันไม่ได้หรอกลูก ม่อลี่เกิดมาโชคดี มีพ่อที่เก่งและรักลูก ตอนนี้แต่งงานไป ก็ได้สามีที่รักที่หลงอีก นี่เป็นบุญวาสนาของเขา ลูกอิจฉาไปก็เท่านั้น"
คำพูดเหล่านี้ ไม่เพียงไม่ได้ปลอบประโลมจิตใจเจียงชิง แต่กลับยิ่งกระตุ้นความอยากเอาชนะในใจเธอให้ลุกโชน
"โชคดีเหรอ? สามสิบปีก่อนอยู่ฝั่งตะวันออก สามสิบปีหลังย้ายไปฝั่งตะวันตก (ชีวิตคนเราเอาแน่เอานอนไม่ได้) ฉันไม่เชื่อหรอกว่าหล่อนจะโชคดีไปตลอดชาติ!"
ไม่สนคำทัดทานของหลี่หงอิง เจียงชิงแบกกระเป๋าเดินออกจากบ้านเจียงไปอย่างเด็ดเดี่ยว
เธอเดินมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกที่พระอาทิตย์กำลังขึ้น ฝีเท้ามั่นคง แผ่นหลังโดดเดี่ยว ราวกับนักรบที่กำลังมุ่งหน้าสู่สมรภูมิ
...
อาศัยช่วงอากาศดี อู๋เมี่ยวอวิ๋นมาหาอันฮุ่ยที่บ้านเพื่อทำรองพื้นรองเท้า
หน้าร้อนเหงื่อออกเยอะ รองพื้นรองเท้าต้องเปลี่ยนทุกวัน ต้องทำตุนไว้ให้คนในบ้านใช้เยอะๆ
เศษผ้าเก่าๆ ที่ไม่ใช้แล้ว ซักให้สะอาด ตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม ทากาวแป้งเปียกสลับกับวางผ้าทับกันเป็นชั้นๆ จนได้แผ่นผ้าหนาๆ ชั้นบนสุดปิดด้วยผ้าฝ้ายสีขาว นำไปตากแดดจนแห้งสนิท จากนั้นตัดตามแบบรองเท้า ใช้เข็มด้ายเย็บให้แน่น แล้วกุ๊นขอบด้วยเศษผ้า ก็จะได้รองพื้นรองเท้าหนึ่งคู่
แม่บ้านฝีมือดีบางคน ยังปักลวดลายสวยงามลงบนรองพื้นรองเท้าด้วย
หม่าหงเหมยเอากาน้ำร้อนรีดเศษผ้าให้เรียบ อันฮุ่ยทากาวแป้งเปียกลงบนกระดาษแข็ง ส่วนอู๋เมี่ยวอวิ๋นวางเศษผ้าเรียงลงบนกระดาษแข็งที่ทากาวแล้ว
มือทำงานไป แต่ตาอู๋เมี่ยวอวิ๋นสอดส่ายไปมา "ฮุ่ยจ๊ะ ไม่เห็นลูกสะใภ้บ้านเธอเลย ออกไปข้างนอกเหรอ"
อันฮุ่ยแค่นหัวเราะ "คุณหนูเขายังไม่ตื่นเลยจ้ะ"
อู๋เมี่ยวอวิ๋นมองนาฬิกาบนผนังอย่างไม่อยากเชื่อ "นี่มันสิบโมงแล้วนะ ยังนอนอยู่อีกเหรอ?"
เห็นอันฮุ่ยเงียบ อู๋เมี่ยวอวิ๋นพูดต่อ "ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้นะ ตอนอยู่บ้านแม่จะเป็นยังไงเธอไปยุ่งไม่ได้ แต่ตอนนี้แต่งเข้าบ้านผัวแล้ว เธอเป็นแม่ผัว กฎระเบียบที่ควรมีก็ต้องตั้งให้ชัดเจน จะปล่อยให้ทำตามใจชอบไม่ได้"
อันฮุ่ยขำ "ตั้งกฎระเบียบอะไรกัน นี่ไม่ใช่ยุคศักดินาแล้ว เดี๋ยวคนเขาจะหาว่าหัวโบราณ"
อู๋เมี่ยวอวิ๋นแย้ง "คนเราน่ะต้องดัดถึงจะเข้ารูป ลูกสะใภ้ก็เหมือนกัน เธอยิ่งตามใจ หล่อนก็ยิ่งขี้เกียจ จำลูกสะใภ้คนโตฉันตอนแต่งเข้าบ้านใหม่ๆ ได้ไหมล่ะ อันโน้นก็ทำไม่เป็น อันนี้ก็ไม่อยากทำ โดนฉันดัดนิสัยมาหลายปี ตอนนี้เป็นไง ทั้งงานบ้านงานเรือน ทั้งกตัญญูรู้ความ ไม่มีที่ติ"
อันฮุ่ยเริ่มลังเล
แม่ผัวคนไหนไม่อยากได้ลูกสะใภ้แสนดีกตัญญูรู้ความบ้างล่ะ?
เธอมองอู๋เมี่ยวอวิ๋น "แล้วเธอใช้วิธีไหนดัดนิสัยลูกสะใภ้คนโตล่ะ"
อู๋เมี่ยวอวิ๋นตบหน้าอกอย่างมั่นใจ "วางใจเถอะ เรื่องนี้ปล่อยเป็นหน้าที่ฉันเอง"
[จบแล้ว]