เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 832 ติดนิสัยชอบปล้น

ตอนที่ 832 ติดนิสัยชอบปล้น

ตอนที่ 832 ติดนิสัยชอบปล้น


“ลุง!  สบายดีหรือเปล่า?  ข้าได้ยินว่าท่านกำลังโดนคนอื่นกดดันอย่างน่ากลัวต้องพยายามหนักหน่อยนะลุง, อย่าโดนเขาทุบจนสั่นเป็นเจ้าเข้าล่ะ  ไม่อย่างนั้นเสียหน้าข้าหมด!”

“หึหึ,เจ้ายังมีหน้าให้เสียด้วยหรือ? เจ้ากำลังถามความมั่นใจกับใคร?และใครบอกเจ้าว่าข้าจะโดนทุบขนาดสั่นเป็นเจ้าเข้าหือ.. ไร้สาระ!”

“เอ่,เป็นไปได้ไหมว่าข่าวผิดพลาด?”

“เห็นได้ชัดว่าเป็นอาเฮ่อ!”

“อาเฮ่อ..ในฐานะเป็นแม่ทัพใหญ่ ลุงไม่ต้องลงมือด้วยตนเองล่ะ ข้าเข้าใจลุงผิดไป!  แต่ก็ดีแล้วธงยิ่งใหญ่ในการตัดสินชัยชนะมีแต่ต้องให้ข้า หนุ่มชาวฟ้านี้รับมือ!”

“ปล่อยให้เจ้า?ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า, ข้ายอมรับความพ่ายแพ้ทันทีเลย ฉากภาพสมบูรณ์แบบเกินไป จนข้าไม่กล้าดู!  เจ้าหนุ่มห้าวไป ไป ไป โอวพระเจ้านี่มันที่ไหนกันนี่? โอว.. เสี่ยวซิ่วซิ่ว.. ทำไมข้าเจอกับเจ้าได้เล่า?ปล่อยให้เราไปลุยด้วยกัน!  เอ่.. ทำไมเจ้าแพ้อีกล่ะ?  ข้าเสียใจจริง การสู้รบจบแล้ว  แต่พวกเจ้าหลงทาง”

“ลุง,  อยากมีเรื่องใช่ไหม?”

“งั้นก็มาเลย,มาเลย, ถ้าข้ากลัวเจ้า ข้าไม่ขอเป็นขุนพลวิญญาณ คอยดู!”

……

สงครามน้ำลายดำเนินไปครึ่งชั่วระหว่างเจ้าเด็กน่าเบื่อกับลุงปิงก็หยุดลง  เมื่อได้ยินเช่นนั้นอาเฮ่อเหมือนกับว่าเขาอยู่สถานการณ์ยากลำบาก แต่ส่วนที่เหลือยังดูดี

ด้วยเหตุผลบางอย่างแม้ว่าเขาจะโกรธทะเลาะกับปิง แต่อารมณ์ของถังเทียนก็ผ่อนคลายอย่างน่าประหลาดความเหนื่อยล้าจากการทำงานแบกหามหลายวันก่อนหายไป เขากำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว และตะโกนอยู่ในใจ  ‘เฮ้หนุ่มชาวฟ้า จงทำให้ดีที่สุด!’

*******************

นอกเมืองเมืองอาเธอร์  ทุกคนชุมนุมกันหมด

“เคลื่อนขบวน!”

ถังเทียนตะโกนด้วยความกระตือรือร้นสูง  ทุกคนกระโจนขึ้นไปในอากาศและหายไปในท้องฟ้า

เมืองอาเธอร์กลายเป็นเมืองที่เงียบอยู่ไม่นานก่อนจะมีเสียงกรีดร้อง โห่ร้อง คนนับไม่ถ้วนดีใจร้องไห้และเช็ดน้ำตาโดยไม่ต้องปลอบโยน

ข่าวเมืองอาเธอร์โดนกวาดทรัพย์เรียบโดยกลุ่มโจรที่น่ากลัวแพร่กระจายไปทั่วทวีปทุ่งขาวราวกับพายุ

กลุ่มโจรอำมหิตไร้ความปราณีอย่างไม่เคยมีมาก่อน  แม้แต่กลุ่มที่ทรงอิทธิพลมากอย่างกลุ่มพ่อค้าตะวันตกก็ไม่สามารถหลีกหนีชะตาชีวิตที่ถึงฆาตได้ ข่าวลือพูดกันว่าเมืองอาเธอร์กลายเป็นเมืองที่นองเลือด  ในบ้านสิบหลังจะมีเก้าหลังที่ว่างเปล่า  โจรเข่นฆ่าอยู่ตลอดสามวันก่อนจะยุติ  ผู้โชคดีรอดชีวิตต่างมอบสมบัติเพื่อรักษาชีวิตไว้ สมบัติความมั่งคั่งที่สั่งสมอยู่ในเมืองอาเธอร์มาตลอดร้อยปีถูกกวาดเรียบด้วยอาการอย่างนั้น

******************

“เมืองอาเธอเป็นแค่เมืองเล็ก  และการกระพือข่าวก็เกินความเป็นจริงไปมาก”

เด็กสาวน่ารักอดบ่นกับชายชราข้างนางไม่ได้  นางอายุราว 17-18 ปีผมสีทองยาวประบ่า นางสวมชุดลูกไม้สีขาวราวกับเจ้าหญิงทำให้ดูงามและสงบ  ดวงตาเป็นประกายฉลาดเฉลียวและเจ้าปัญญา

ชายชราสีหน้าเครียด และส่ายศีรษะ “เมลิซซา,เจ้าอย่าดูถูกคนป่าเถื่อนกลุ่มนี้ ใช่แล้ว เมืองอาเธอร์ไม่ใหญ่  แต่กลุ่มพ่อค้าตะวันตกมีกองกำลังที่แข็งแกร่ง บุรุษที่ประจำการอยู่ที่นั่นคงจะเป็นโจนาธาน เขาเป็นคนเจ้าเล่ห์และโลภมากไปด้วยความร้ายกาจ  บริวารที่อยู่ภายใต้การดูแลของเขาไม่ได้อ่อนแอเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหัวหน้าหน่วยคุ้มกันที่ชื่อว่าอ้าวเติ้ง”

“แต่เขาเป็นแค่หัวหน้าหน่วยคุ้มกันความปลอดภัย  ทำไมท่านต้องให้น้ำหนักเขามากนักเล่า?”  เมลิซซาประหลาดใจ

“เจ้าไม่รู้พื้นฐานเบื้องหลังของอ้าวเติ้งดังนั้นเจ้าจึงดูแคลนเขา เขาทำงานอยู่ในกองทัพมาหลายปี และครั้งหนึ่งเป็นบริวารโดยตรงของท่านเจียย่าและจำใจต้องเกษียณเร็วเพราะอาการบาดเจ็บ”  ชายชรากล่าว

“เขาคือบริวารโดยตรงของท่านเจียย่าหรือ?”  เมลิซซาตกใจ

ห้าแม่ทัพพยัคฆ์กวงหมิงมีตำแหน่งสถานะสูงส่งและเมลิซซาทำหยิ่งเรื่องอ้าวเติ้งเป็นเพราะนางไม่เคยได้ยินเรื่องของเขา แต่หลังจากได้ยินตำแหน่งสถานะของเขาว่าเคยเป็นขุนพลบริวารของท่านเจียย่า  นางเต็มไปด้วยความนับถือเขาทันที

“ใช่แล้ว,ข้าไม่รู้ว่าโจนาธานให้เงื่อนไขอะไรถึงได้รับสมัครขุนพลที่น่ากลัวนั้นมาทำงานได้”  ชายชรากล่าว “แม้ว่าอ้าวเติ้งจะบาดเจ็บ แต่เขาก็มีประสบการณ์ต่อสู้มามากมาย และแม้ว่าหน่วยคุ้มกันภัยของเขาที่เขาฝึกให้ด้วยตัวเองจะไม่ใช่หน่วยใหญ่ แต่พวกเขาก็มีความสามารถต่อสู้ได้อย่างน่าประหลาดใจ และพวกโจรและวายร้ายทำลายพวกเขาทุกคนรวมทั้งเจ้าพวกอื้อฉาวด้วย”

เมลิซซายินดีกับหายนะของคนอื่น  “ใครขอให้กลุ่มพ่อค้าตะวันตกเหิมเกริมเล่าครั้งนี้พวกเขาเตะใส่ถังเหล็กเข้าแล้ว”

ชายชราไม่ได้แสดงความเห็นกับเรื่องนี้“กลุ่มพ่อค้าตะวันตกจะไม่ปล่อยให้เรื่องเป็นแบบนี้แน่ภูมิภาคตะวันตกอยู่ในอำนาจของพวกเขา สำหรับการนองเลือดในเมืองอาเธอร์ถ้าพวกเขาไม่โค่นล้มศัตรูลง อย่างนั้นกลุ่มพ่อค้าตะวันตกจะต้องมีปัญหาแน่นอน  พวกเขาจะต้องทุ่มเทกำลังฆ่าโจรเหล่านั้นไม่ว่าพวกเขาจะแข็งแกร่งเพียงไหน พวกเขาจะถูกทำลายในไม่ช้า”

“นั่นก็จริง”  เมลิซซาพยักหน้า แต่สีหน้าของนางยินดีกับภัยพิบัติของพวกเขามิได้ลดลง “แต่จะต้องมีอะไรดีๆให้ดู  ดังนั้นมันก็คงไม่น่าเบื่อ  ว่าแต่โจรที่แข็งแกร่งทรงพลังนั้นมาจากไหนกัน?”

ชายชราดูเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างได้จากนั้นพูดอย่างเฉยเมย “กลุ่มพ่อค้าตะวันตกมีปฏิปักษ์หลายคนเมื่อไม่นานนี้ ข้าคิดว่าคนบางกลุ่มอาจจะเห็นว่าท่านโกวเฉิงเวิ่นเต้าทำได้ไม่ดีดังนั้นจึงกระตือรือร้นจะลงมือ”

ดูเหมือนเมลิซซาจะรู้เข้าใจ กลุ่มพ่อค้าตะวันตกมีความสัมพันธ์แนบแน่นกับแม่ทัพโกวเฉิงเวิ่นเต้า  และไม่ใช่เรื่องลับกับฝ่ายปกครองเบื้องสูง  เนื่องจากท่านโกวเฉิงเวิ่นเต้านำกองทัพบุกเข้าภูมิภาคใต้และสะดุดถูกขัดขวางหลายครา เบื้องบนจึงไม่ค่อยพอใจเขา

‘มิน่าเล่า...’

ทันใดนั้น เสียงเตือนภัยดังขึ้น

เสียงเตือนแหลมดังขึ้นทำให้ทั้งกองเรือเกิดเสียงฮือฮา

“ข้าจะไปดู!”  เมลิซซารีบวิ่งออกไป  ชายชราไม่สามารถนั่งต่อได้เช่นกันและเขาลุกขึ้นยืนตรงไปที่กราบเรือ

หลังจากเดินไปที่กราบเรือขนส่งหน้าชายชราพลันซีดขาว ในระยะไกลมีกลุ่มจุดดำกำลังบินตรงเข้ามาหาพวกเขาด้วยความเร็วอย่างน่าประหลาด

*************

ซือหม่าเซี่ยวมองดูถังเทียนที่กำลังแนะนำพวกที่เหลืออย่างสบายใจ

“อย่าได้ถูกพลังงานก่อกวน  หลังจากใช้มันแล้ว พวกเจ้าจะรู้สึกดีมากๆ”

“ใช้พลังของร่างกาย!  พวกเจ้าลืมวิธีกระตุ้นสายใยกฎธรรมชาติไปแล้วหรือ?”

“ใช่แล้ว,อย่างนั้นแหละ, กฎธรรมชาติไม่ได้มีอยู่ที่นี่เท่านั้นพวกเจ้าต้องหาจุดเชื่อมโยง  ใช่แล้วนั่นแหละคือพลังงานที่พวกเจ้าต้องการ!”

……

เมื่อโกวอวี้ฟื้นกลับมาสถานการณ์ของซือหม่าเซี่ยวก็เปลี่ยนไปเหมือนพลิกสวรรค์ จะบินหรือรบโกวอวี้จะคอยดูแลให้เขาทุกอย่าง คนที่เหลือยังทุกข์ทรมานเหมือนในนรกความเข้มข้นของพลังงานทวีปทุ่งขาวสูงกว่าทวีปรกร้างมาก  และพลังงานที่รบกวนกฎธรรมชาติก็ค่อนข้างรุนแรง

จี๋เจ๋อและพวกที่เหลือรู้สึกอึดอัดไม่สบายอยู่มาก

ทฤษฎีของตู้เค่อได้คลี่คลายปัญหาระหว่างกฎธรรมชาติและพลังงานของพวกเขา  แต่ไม่ว่าทฤษฎีจะสมบูรณ์แบบยังไงก็ตามความจริงเป็นสิ่งโหดร้าย หลังจากหลายสิบปีกับการคุ้นชินสภาพแวดล้อม พวกเขาถูกดึงเข้ามาในสถานที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงและไม่ว่าจะเป็นจิตใจหรือร่างกายพวกเขาต้องการเวลาปรับตัว

แม้ว่าถังเทียนจะกระวนกระวาย  แต่เขาไม่มีทางเลือกได้แต่ข่มใจ

สถานการณ์ของพันธมิตรใต้ยังดีกว่าที่เขาคาดไว้มาก  แม้ว่าพวกเขาจะมีปัญหาบ้างเล็กน้อยอาเฮ่อถูกต้อนย่ำแย่หนัก แต่สถานการณ์โดยรวม พวกเขาค่อยๆ ถอยออกมาจากความเสียเปรียบได้

ถังเทียนไม่กังวลเรื่องอาเฮ่อแม้แต่น้อย  เขาเป็นบุรุษที่มุ่งมั่นไม่หวั่นไหวและการพ่ายแพ้บ้างไม่ใช่เป็นปัญหาสำหรับเขา ขณะที่หลิงซิ่วพ่ายแพ้, ฮะฮะ นั่นขึ้นอยู่กับโชค

มีเพียงเรื่องเดียวที่ทำให้เขาเศร้าก็คือความสูญเสียอย่างหนักที่กองพลนางแอ่นและหน่วยกะโหลกพบเจอเพราะความสำเร็จนั้นเป็นพวกเขาได้สร้างไว้

ในคำพูดของปิงช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดผ่านไปแล้ว สัมพันธมิตรใต้ในปัจจุบันนี้ฟื้นคืนพลังกลับมาแล้ว  และศักยภาพสู้รบของพวกเขาถูกเติมเต็ม

ไม่มีความจำเป็นที่ถังเทียนจะต้องกังวลเกี่ยวกับสัมพันธมิตรใต้ ดังนั้นเขาปล่อยวางเรื่องทั้งหมดและเพ่งถึงแต่ตำแหน่งปัจจุบัน

ถังเทียนชอบแผนของปิงมาก  แต่พวกเขาเองมีปัญหาอยู่หลายอย่างพวกเขาจำเป็นต้องคลี่คลายให้ได้ ตัวอย่างเช่นกองทัพสัตว์ประหลาดที่จงหลีไป๋นำทัพ  พวกเขาจำเป็นต้องได้เวลาสำหรับการปรับตัวให้เข้ากับอาวุธจักรกลวิญญาณ  และพวกเขายังห่างไกลกับการสร้างความเข้มแข็งสำหรับต่อสู้

แต่ในเวลานั้นงานปัจจุบันของพวกเขาก็คือหาเรือรบให้ได้

ไม่มีเรือรบ หน่วยสุญญตาจะไร้ประโยชน์ นั่นคือเหตุผลที่ถังเทียนไม่ทำสิ่งที่เซรีนและผี่ผาขอร้องเขาให้ทำคือกวาดไปทุกเมือง  และใช้เวลาทั้งวันทั้งคืนส่งสินค้าแต่ใช้ความเร็วสูงสุดบุกเมืองดินแดง

สำหรับกองพลเกราะเทพเจ้าถังเทียนไม่มีความหวั่นใจอะไร พวกเขาเพียงแต่ต้องการเวลาเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะด้านใดก็ตามทุกคนล้วนทำงานหนัก

ขณะที่ความปลอดภัย มีเขากับซือหม่าเซี่ยวที่อยู่ใกล้ๆ ตราบใดที่พวกเขาไม่พบกับกองทัพขนาดใหญ่จะไม่มีปัญหา

ซือหม่าเซี่ยวสังเกตว่าถังเทียนกำลังแนะนำทุกคนอย่างอดทนตาเขาเป็นประกาย  ถังเทียนในปัจจุบันเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเมื่อเทียบกับในอดีตการเติบโตของเขาเหนือกว่าที่ทุกคนคาด

ถ้าคนที่ใช้เวลากับเขามาตลอดจะไม่ค่อยรู้สึกชัดเจนนัก  แต่การแยกจากเขาช่วงหนึ่งแล้วค่อยมาพบกับเขาอีก คนผู้นั้นคงจะประหลาดใจมาก

“มีกลุ่มพ่อค้าอยู่ข้างล่าง!”

ใครบางคนตะโกนทันที

ทุกคนหยุดกันหมดและคนกระตือรือร้นสองสามคนเป่านกหวีดทันทีติดนิสัยชอบปล้นเป็นเรื่องง่ายจริงๆ

ถังเทียนหัวเราะ  เพื่อไปให้ถึงเมืองดินแดงได้เร็วพวกเขาเลือกทางตรงและไม่หยุดเมืองอื่นแต่อย่างใดจึงทำให้พลาดโอกาสกวาดทรัพย์จากเมืองต่างๆ

“ข้าหวังว่าพวกเขาจะอ้วนขึ้น!”

ถังเทียนบ่น เขาทำเสียงเหมือนกับเป็นหัวหน้าโจรจริงๆ

เขาโบกมือและตะโกน  “เดินหน้าเต็มกำลัง!”

เสียงแปลกประหลาดทุกอย่างดังออกมาจากปากของคนในกลุ่มนั้น พวกเขาตามหลังถังเทียนไปอย่างใกล้ชิดเหมือนกับนกอินทรีโฉบลง

ซือหม่าเซี่ยวอดหัวเราะไม่ได้รู้สึกว่าน่าสนใจ  “โกวอวี้,เราก็ไปด้วยเถอะ”

สองสามวันที่ฝึกฝนไม่สูญเปล่า แม้ว่าจี๋เจ๋อและพวกที่เหลือจะยังไม่ฟื้นความสามารถในการต่อสู้แต่พวกเขาก็มีความเข้าใจความสามารถพิเศษนี้แล้ว และฟื้นฟูความแข็งแกร่งมาได้ 75%

การฝึกของกองพลเกราะเทพเจ้ารุนแรงมาก  ภายใต้สภาพตื่นรู้หน้าของถังเทียนไม่มีอารมณ์และความรู้สึก เขาไม่พูดเรื่องความรู้สึก และกลายเป็นครูฝึกจอมเขี้ยวอย่างแท้จริง การฝึกที่ต้องใช้ความตั้งใจสูงสุดทำให้พวกเขารู้สึกว่าแม้พวกเขาจะยังไม่ฟื้นฟูความแข็งแรงเต็มที่แต่รูปขบวนของพวกเขายังคงรักษาไว้อย่างกลมกลืนและสมบูรณ์แบบ

สายลมหวีดหวิวผ่านพวกเขาขณะที่พวกเขาโฉบลงเหมือนสายฟ้า

มีแค่เพียง 200 คนแต่แรงเหวี่ยงที่พวกเขาแสดงออกทำให้เมลิซซาและคนที่เหลือซึ่งมาถึงกราบเรือสีหน้าเปลี่ยน

ถังเทียนผู้บินด้วยความเร็วสูงสูดหายใจลึกทันที  และพลังในร่างของเขาทะลัก

เขากำหมัดแน่นและปล่อยพลังรัศมีแพรวพราวทันที

ขณะที่แสงรัศมีแพรวพราวฉายท้องฟ้าดูเหมือนเป็นสีขาว ทัศนวิสัยการมืองของเมลิซซาพร่าขาวไปหมดไม่สามารถเห็นอะไรได้

การสูญเสียการมองกะทันหันทำให้นางรู้สึกกลัว

แต่แสงสีขาวหายเร็วเท่ากับตอนมาเวลาต่อมาแสงสีขาวก็ถอยหายไป และการมองเห็นของนางกลับคืนมา

สิ่งที่เมลิซซาเห็นต่อมาก็คือบางอย่างที่นางจะไม่มีทางลืมไปตลอดชีวิตที่เหลือของนาง

ในอากาศมีบุรุษหนุ่มคนหนึ่งชูหมัดขึ้น หมัดของเขาคลุมเต็มไปด้วยแสงสีขาว  รัศมีแพรวพราวสว่างเจิดจ้าสะท้อนใบหน้าของเขา แสงที่รุนแรงและดุดันสะสมกลมกลืนอย่างอธิบายไม่ได้  ภายใต้แสงแพรวพราวสีขาวร่างที่แข็งแรงกำยำของเขาดูเหมือนสวมชุดเกราะแสง

บุรุษหนุ่มคล้ายกับเทพเจ้าสงครามผ่อนลมหายใจและหมัดของเขา

เหมือนแสงอาทิตย์ฉายลงมาที่พวกเขา

จบบทที่ ตอนที่ 832 ติดนิสัยชอบปล้น

คัดลอกลิงก์แล้ว