เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 - ผิดคาด

บทที่ 20 - ผิดคาด

บทที่ 20 - ผิดคาด


บทที่ 20 - ผิดคาด

"ปัง!"

ความเงียบปกคลุมได้ไม่นาน เฉินกังก็ตบโต๊ะลุกขึ้นยืน ชี้หน้าด่ากราด "ไอ้คนไร้ยางอาย ข้าทนเจ้ามานานแล้วนะ!" พูดจบก็เอื้อมมือจะคว้าดาบ

เห็นท่าไม่ดี เซี่ยงชิงรีบคว้าแขนไว้ ร้องห้าม "พี่รอง!"

"อย่ามาห้ามข้า!" เฉินกังสะบัดแขนเซี่ยงชิงออก หน้าดำหน้าแดงกำลังจะเดินออกจากโต๊ะ

เหยียนไคตะโกนเสียงเข้ม "เฉินกัง ต่อหน้าคุณหนู เจ้าจะทำอะไร?! นั่งลง!"

แล้วเขาก็หันมามองเซี่ยอาน กระแอมเบาๆ "ลองฟังความเห็นของน้องเซี่ยดูหน่อยเถอะ!"

"ไอ้คนพรรค์นั้น จะมีความเห็นดีเด่อะไรได้?!" เฉินกังตะคอก แต่ก็ยอมนั่งลงแต่โดยดี เห็นได้ชัดว่าพี่ใหญ่เหยียนไคยังมีความน่าเกรงขามอยู่มาก

อีกด้านหนึ่ง เหลียงชิวอู่มองเซี่ยอานด้วยสายตาตำหนิปนแปลกใจ พูดจริงจัง "อาน เรื่องนี้เกี่ยวกับความเป็นอยู่ของทหารสองหมื่นนายในค่ายเทพยุทธ์ อย่าเห็นเป็นเรื่องเล่นๆ..."

"ข้ารู้" เซี่ยอานยิ้ม ปลอบใจคู่หมั้นสาวที่จริงจังกับทุกเรื่อง ยักไหล่พูดว่า "เรื่องที่ราชสำนักตัดงบค่ายเทพยุทธ์ก็น่าปวดหัวอยู่หรอก แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นมั้ง? ในราชโองการก็บอกอยู่ว่า แค่มีตราประทับของค่ายเทพยุทธ์ ก็ยกเว้นภาษีได้ทั่วราชอาณาจักร นี่มันเรื่องดีสุดๆ เลยนะ..."

"แล้วยังไง?" เหลียงชิวอู่ไม่เข้าใจ "ค่ายเทพยุทธ์เป็นหนึ่งในสี่กองกำลังพิทักษ์เมืองหลวง เป็นทหารชั้นยอดของต้าโจว จะให้พวกเราตั้งขบวนคาราวานไปค้าขายหาเงินเองได้ยังไง? แบบนั้นทหารก็ไม่ใช่ทหารแล้ว เสียเกียรติแย่!"

เซี่ยอานหัวเราะ ส่ายหน้า "ราชโองการไม่ได้บอกให้พวกเจ้าตั้งคาราวานเองสักหน่อย ข้าอ่านดูแล้ว ราชสำนักตัดงบพวกเจ้าไปห้าส่วน แต่ก็ให้ [สิทธิพิเศษ] มาชดเชย คือใบผ่านทางที่ประทับตราค่ายเทพยุทธ์ สามารถยกเว้นภาษีได้ทุกอย่าง ส่วนอื่นๆ ไม่ได้พูดถึงเลย..."

"มันต่างกันตรงไหน?" เหลียงชิวอู่ถามงงๆ

"ต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยล่ะ!" เซี่ยอานหัวเราะ หิ้วม้วนราชโองการขึ้นมา ส่ายหน้าพูด "ความตั้งใจของราชสำนักคงเห็นว่า [สี่กองกำลัง] ของพวกเจ้าผลาญงบปีละมหาศาล แต่ถ้าไม่ถึงคราวจำเป็นจริงๆ ก็เคลื่อนย้ายไม่ได้ สู้กองทัพของแม่ทัพใหญ่ที่ใช้งานได้ทั่วประเทศไม่ได้ ก็เลยจะตัดงบพวกเจ้า ไปโปะให้กองทัพที่ใช้งานได้จริง..."

"ถูกต้อง!" เหลียงชิวอู่พยักหน้ายอมรับตามตรง "ค่ายเทพยุทธ์เป็นทหารม้า อาวุธ เกราะ ม้า เกราะม้า ขาดไม่ได้สักอย่าง ค่าใช้จ่ายแต่ละปีมหาศาลจริงๆ งบของทหารเราสองหมื่นคน มากกว่างบทหารหัวเมืองแสนคนซะอีก ตามหลักแล้วเราก็ไม่ควรเรียกร้องอะไร แต่หลายปีมานี้ ราชสำนักตัดงบเรามาหลายครั้งแล้ว เพื่อจะรักษาสภาพความพร้อมรบ เราต้องยอมลดเบี้ยเลี้ยงทหาร ตั้งแต่พลทหารยันแม่ทัพ แต่ครั้งนี้ มันตัดโหดเกินไป..."

พูดถึงตรงนี้ นางถอนหายใจยาว

"ใจเย็นๆ เรื่องยังไม่แย่ขนาดนั้น" เซี่ยอานรวบรวมความกล้าตบไหล่เหลียงชิวอู่เบาๆ ปลอบใจ มองราชโองการในมือด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ "ข้าก็ดูออกว่าราชสำนักกะจะหักดิบพวกเจ้า แต่เพื่อลดแรงต้าน เลยแกล้งโยนเศษเนื้อมาให้ แต่โชคดีที่ราชโองการฉบับนี้มีช่องโหว่ร้ายแรงอยู่..."

"ช่องโหว่?"

"ใช่! พูดง่ายๆ คือ ตอนร่างราชโองการฉบับนี้ พวกขุนนางกรมคลังสะเพร่า..."

"สะเพร่า?" ทุกคนในห้องชะงัก แม้แต่เฉินกังที่กำลังโกรธก็เงียบเสียงลง

"ดูนี่สิ" เซี่ยอานกางราชโองการลงบนโต๊ะ ชี้ให้เหลียงชิวอู่ดู "ตรงนี้เขียนแค่ว่า [ใบผ่านทางที่มีตราประทับค่ายเทพยุทธ์ ให้ยกเว้นภาษีทั้งปวงในราชอาณาจักร] แต่ไม่ได้ระบุเจาะจงว่า ต้องเป็นพวกเจ้าไปค้าขายเอง... ราชสำนักคงคิดว่า จะให้พวกเจ้าประทับตราให้กองคาราวานของตระกูล เพื่อยกเว้นภาษีเป็นการชดเชย ใช่ไหม?"

"แต่ตระกูลเหลียงชิวเป็นตระกูลทหารมาทุกรุ่น ไม่เคยมีกองคาราวาน..."

"บื้อจริง! นี่แหละช่องโหว่ ตระกูลเหลียงชิวไม่มี แต่เมืองจี้จิงมีนี่นา! เราก็แค่ออกใบผ่านทางสักหลายสิบใบ หรือร้อยใบ แล้วเอาไปขายให้พ่อค้าในเมืองจี้จิงสิ... ยกเว้นภาษีทั่วราชอาณาจักร นี่มันความฝันของพ่อค้าทุกคนเลยนะ!"

เขาเบ้ปาก พูดอย่างดูแคลน "ไม่รู้ว่าเจ้าโง่คนไหนเป็นคนร่างราชโองการ ถ้าพวกเราใจดำหน่อย ขายใบผ่านทางเยอะๆ ปีนี้กรมคลังคงสูญรายได้ภาษีไปหลายล้าน หรืออาจจะสิบล้านตำลึง!"

ได้ยินดังนั้น บรรดานายพลทั้งหลายสูดหายใจเฮือก มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ก่อนจะพร้อมใจกันลุกพรึ่บ มารุมล้อมโต๊ะของเหลียงชิวอู่ เพื่อดูราชโองการให้ชัดๆ

จริงอย่างที่เซี่ยอานว่า ราชโองการไม่ได้ห้ามไม่ให้โอนสิทธิ์ใบผ่านทางให้คนอื่น

"อาน เจ้า..." เหลียงชิวอู่มองเซี่ยอานด้วยความทึ่ง นางคิดไม่ถึงเลยว่า ผู้ชายที่ดูเหมือนไม่ได้เรื่องคนนี้ จะมีไหวพริบเฉียบขาดขนาดนี้

ข้างๆ กัน เซี่ยงชิงมองเซี่ยอานแล้วตบไหล่เฉินกัง หัวเราะเบาๆ "พึ่งพาได้เกินคาดเลยแฮะ!"

"ฮึ!" เฉินกังเงยหน้าขึ้นจากราชโองการ เหลือบมองเซี่ยอาน แม้สายตายังไม่ค่อยเป็นมิตร แต่ความรังเกียจและแววตาอาฆาตเมื่อครู่จางหายไปจนหมดสิ้น

สำหรับเซี่ยอาน การที่สี่ขุนพลเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อเขานั้น ไม่สำคัญเท่าสายตาชื่นชมของเหลียงชิวอู่ ก็แหม ผู้ชายคนไหนบ้างไม่อยากโชว์พาวต่อหน้าผู้หญิงของตัวเอง?

"นึกไม่ถึงจริงๆ ว่าจะมีทางออกแบบนี้..." พอคิดว่าปัญหาโลกแตกถูกแก้ได้ด้วยคำพูดไม่กี่คำของเซี่ยอาน เหลียงชิวอู่ก็รู้สึกประหลาดใจ ถามต่อ "อาน แล้วเราควรขายใบผ่านทางในราคาเท่าไหร่ดี?"

เซี่ยอานลูบคางคิด "ในความคิดข้า ห้าหมื่นตำลึงเงินต่อหนึ่งใบ!"

"ห้าหมื่น?" สี่ขุนพลขมวดคิ้ว เซี่ยงชิงแย้ง "ห้าหมื่นมันไม่พอโปะงบที่ขาดไปหรอกนะ..."

"ไม่ได้ขายใบเดียวนี่" เซี่ยอานมองค้อนเซี่ยงชิง ยิ้มกว้าง "ใบละห้าหมื่น ร้อยใบก็ห้าล้านแล้วไม่ใช่เหรอ?"

"ห้าล้าน?" สี่ขุนพลตาโต หลัวเชาที่พูดน้อยยังอดพึมพำไม่ได้ "งบค่ายเทพยุทธ์ปีหนึ่ง รวมเบี้ยเลี้ยงด้วย ก็แค่ล้านเดียวนิดๆ... จะขายได้เยอะขนาดนั้นเชียว?"

มองสายตาจริงจังของหลัวเชา เซี่ยอานไม่กล้าล้อเล่น ตอบตามจริง "ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองจี้จิง มีร้านค้าใหญ่น้อยหลายสิบร้าน กองคาราวานนับไม่ถ้วน ถ้าโชคดี ร้านหนึ่งอาจจะซื้อไปหลายใบ... อ้อ จริงสิ กำหนดอายุการใช้งานไว้สักหนึ่งปีแล้วกัน!"

"ทำไมน้องชายรู้เรื่องพวกนี้ละเอียดจัง?" เซี่ยงชิงอดถามไม่ได้

เซี่ยอานยิ้มขื่น "ข้ามาถึงจี้จิงเมื่อปีก่อน ตั้งใจจะหางานทำตามร้านค้าพวกนั้น แต่อนิจจา ถ้าไม่โดนหาว่าเด็กไป ก็โดนรังเกียจว่าเป็นคนต่างถิ่น อีกอย่าง ตอนนั้นสภาพข้าดูไม่ได้เลย เดินหางานอยู่สองเดือนกว่า ก็ไม่มีใครรับ... แต่ก็ต้องขอบคุณช่วงเวลานั้น ที่ทำให้ข้ารู้ตื้นลึกหนาบางของร้านค้าแถวนั้นพอสมควร"

เห็นสีหน้าเศร้าสร้อยของเซี่ยอาน ทุกคนเลยเงียบไป อีอีรีบเปลี่ยนเรื่อง "ท่านเขย ทำไมไม่กำหนดเวลานานกว่านั้นล่ะเจ้าคะ? เช่น สองปี จะได้ขายได้แพงขึ้น?"

"ใช่!" เซี่ยงชิงตาวาว

เซี่ยอานส่ายหน้า พูดจริงจัง "หนึ่งปีพอแล้ว โลภมากลาภหาย หนึ่งปีไม่สั้นไม่ยาว ราชสำนักเสียผลประโยชน์ก็จริง แต่เพราะความผิดพลาดของตัวเอง คงไม่กล้ามาหาเรื่องเรา ได้แต่ก้มหน้ารับกรรมไป แต่ถ้าโลภมาก กำหนดห้าปีสิบปี ราชสำนักคงไม่ยอมแน่ เพราะนี่คือเงินภาษีที่กรมคลังควรจะได้!"

"มีเหตุผล!" เหยียนไคพยักหน้าเห็นด้วย

"อีกอย่าง ต้องรีบจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จ ก่อนที่ราชสำนักจะรู้ตัว ไม่งั้นที่พูดมาทั้งหมดก็สูญเปล่า..." เซี่ยอานเตือน

สี่ขุนพลตกใจ หันไปประสานมือบอกเหลียงชิวอู่ "คุณหนู ถ้าอย่างนั้น อย่ารอช้า พวกข้าสี่คนจะรีบไปดำเนินการเรื่องพิมพ์ใบผ่านทางเดี๋ยวนี้!"

เหลียงชิวอู่ลุกขึ้น ประสานมือ "รบกวนพี่ๆ ทั้งสี่แล้ว!"

"ด้วยความยินดี!" พูดจบ สี่ขุนพลก็หันมาประสานมือให้เซี่ยอาน รวมถึงเฉินกังด้วย แล้วรีบเดินออกไปจากจวน

มองส่งสี่ขุนพลจนลับตา เหลียงชิวอู่หันมามองเซี่ยอาน แววตาเต็มไปด้วยความชื่นชมและยินดี ประสานมือพูดว่า "อาน ครั้งนี้เจ้าทำได้ดีมาก! ข้าขอขอบคุณเจ้าแทนทหารสองหมื่นนายแห่งค่ายเทพยุทธ์!"

เซี่ยอานรู้สึกตัวลอย หัวใจพองโต แต่คนเราพอดึใจมักจะลืมตัว เห็นเหลียงชิวอู่อ่อนโยนด้วย ก็ลืมความน่ากลัวของนางไปหมดสิ้น ยิ้มเจ้าเล่ห์ถาม "งั้น... มีรางวัลไหม?"

"รางวัล?" เหลียงชิวอู่งง

"ใช่สิ ข้าช่วยเจ้าตั้งขนาดนี้... เอาเป็น รางวัลที่ทำให้ใจเต้นตึกตักเป็นไง?" เซี่ยอานเลียริมฝีปาก

ใครจะคิดว่าเหลียงชิวอู่ขมวดคิ้ว พูดหน้าตาย "เจ้าเป็นสามีข้า ช่วยข้าคือหน้าที่ จะเอารางวัลอะไร? อีกอย่าง อะไรคือรางวัลที่ทำให้ใจเต้นตึกตัก?"

นางถามด้วยความสงสัยจริงๆ

แม่คุณเอ๊ย จริงจังกับชีวิตไปไหนเนี่ย...

"..." เซี่ยอานตบหน้าผากตัวเอง การเล่นมุกกับเหลียงชิวอู่คือความผิดพลาดครั้งใหญ่

โชคดีที่อีอีหัวไว กระซิบข้างหูเหลียงชิวอู่ นางชะงักไปนิดหนึ่ง หันมามองเซี่ยอานแล้วหน้าแดง

เหมือนจะเห็นสายตาเซ็งๆ ของเซี่ยอาน เหลียงชิวอู่มองค้อนอีอีอย่างเขินอาย กระแอมเบาๆ ปรับสีหน้าจริงจัง "เอาเป็นว่า ครั้งนี้เจ้าทำดีมาก ทำให้ข้ามองเจ้าเปลี่ยนไป ดูท่าเจ้าจะยังพอมีหวัง..."

นางถอนหายใจ ยิ้มขื่น "ตอนเจอเจ้าครั้งแรก ข้าผิดหวังจริงๆ นะ ถึงจะไม่ได้หวังพึ่งอะไรเจ้าก็เถอะ แต่ก็อดผิดหวังไม่ได้ นิสัยก็อ่อนแอ แถมยังเจ้าชู้..."

"...ข้ามีข้อเสียเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ ขอโทษทีนะ!"

"แต่ตอนนี้ ข้ามองเจ้าใหม่แล้ว เรื่องที่เจ้าจะช่วยองค์ชายเก้า ข้าก็เริ่มเชื่อขึ้นมานิดหน่อย..."

"...ถือว่าเป็นคำชมได้ไหมเนี่ย?"

"แน่นอน! คือคำชม!"

"..." เซี่ยอานกระตุกมุมปาก แต่ก็รู้สึกดีที่เห็นแววตาชื่นชมของเหลียงชิวอู่

เห็นเซี่ยอานดูไม่ค่อยดีใจ อีอีรีบช่วยเสริม "บ่าวก็นึกไม่ถึงเลย ท่านเขยซ่อนคมไว้ลึกจริงๆ!"

"แน่นอนอยู่แล้ว!" เซี่ยอานยิ้มร่า เผลอยกมือจะไปหยิกแก้มอีอี แต่พอนึกได้ว่าเหลียงชิวอู่อยู่ด้วย ก็รีบชักมือกลับ พูดแก้เก้อ "ข้าเซี่ยอานเรื่องอื่นอาจจะไม่เก่ง แต่เรื่องหาเงินข้ามั่นใจ สมัยอยู่กว่างหลิง..."

พูดถึงตรงนี้ เสียงเขาก็ขาดห้วง สีหน้าหมองลง

"ที่กว่างหลิงทำไม?" เหลียงชิวอู่ถาม

เซี่ยอานสีหน้าเปลี่ยนไปมา ส่ายหน้าช้าๆ "เปล่า... ไม่ใช่เรื่องน่าภูมิใจอะไรหรอก!"

เหลียงชิวอู่จะถามต่อ แต่อีอีห้ามไว้ นางดูออกว่าอดีตที่กว่างหลิงของเซี่ยอานต้องเป็นเรื่องที่ไม่น่าจดจำแน่ๆ

ดึกสงัด

เซี่ยอานนอนเอามือประสานท้ายทอยอยู่บนเตียง มองเพดานมืดสนิท สายตาเหม่อลอย

สีหน้าของเขาดูเคร่งเครียด ยากจะเชื่อว่าคนร่าเริงขี้เล่นอย่างเขา จะมีมุมแบบนี้

"กว่างหลิง..."

พึมพำกับตัวเองแล้วถอนหายใจยาว กำลังจะหลับตานอน ก็ได้ยินเสียงเคาะประตูเบาๆ

"เข้ามา..." เซี่ยอานบอกปัดๆ หางตาเห็นเงาร่างคนเดินเข้ามาในห้องมืดสลัว ยิ้มแซว "อีอี ดึกป่านนี้ไม่ไปดูแลคุณหนูของเจ้า มาห้องข้าทำไม?"

เงาร่างนั้นไม่ตอบ ค่อยๆ เดินเข้ามาหา

เซี่ยอานยิ่งได้ใจ แซวต่อ "หรือว่าจะมานอนเป็นเพื่อนข้า?"

พูดจบเขาก็ลุกขึ้นนั่ง ดึงร่างที่เดินเข้ามาใกล้เข้ามากอด

พูดตามตรง พอรู้ว่าอีอีต้องเป็นอนุภรรยาของเขาในอนาคต เซี่ยอานก็หาเศษหาเลยกับนางบ่อยๆ แม้จะเกรงใจเหลียงชิวอู่ไม่กล้ากินตับ แต่ก็ทำเอานางหน้าแดงได้ทุกที อย่างน้อยหน้าอกหน้าใจของอีอี เขาก็เล่นจนคุ้นมือแล้ว

เพราะแบบนั้น เซี่ยอานเลยไม่ลังเลที่จะล้วงมือเข้าไปในเสื้อของร่างนุ่มนิ่มในอ้อมกอด หัวเราะหึๆ ลูบคลำภูเขาคู่งาม

ทันใดนั้น เขาชะงัก เพราะเขารู้สึกว่าภูเขาคู่ในมือ ไม่ได้นุ่มนิ่มเหมือนของอีอี แต่แน่นเปรี๊ยะ เต็มไปด้วยความยืดหยุ่น...

วินาทีนั้น เซี่ยอานเหมือนโดนฟ้าผ่า ตัวแข็งทื่อ เพราะเขารู้แล้วว่าผู้หญิงในอ้อมกอดไม่ใช่อีอี แต่เป็นคู่หมั้นสาวจอมพลังผู้แกว่งง้าวแปดสิบชั่งได้หน้าตาเฉย

โดยเฉพาะเมื่อพบว่าร่างกายในอ้อมกอดไม่ได้สั่นเทาด้วยความเขินอาย แผ่นหลังของเซี่ยอานก็เริ่มเย็นวาบ

"อู่..."

"หุบปาก! ห้ามพูดอะไรทั้งนั้น..." ผู้หญิงในอ้อมกอดเงยหน้าขึ้น ดวงตาของนางในความมืดดูเหมือนจะทอแสงสีแดงจางๆ

"หุบครับ หุบแล้ว..." เซี่ยอานพยักหน้ารัวๆ กำลังคิดว่าจะแก้สถานการณ์ยังไง ทันใดนั้น นางก็ผลักไหล่เขาเบาๆ กดเขานอนราบลงกับเตียง

"เจ้า..." เซี่ยอานตาโต มองผู้หญิงที่ขึ้นคร่อมร่างเขา

"ฟึ่บฟั่บ..." เสียงเสื้อผ้าเสียดสีกัน เซี่ยอานเห็นรางๆ ว่าผู้หญิงที่นั่งคร่อมเขาอยู่ค่อยๆ โน้มตัวลงมา ร่างกายร้อนผ่าวแนบชิดกับเขา

สัมผัสนั้นทำให้เซี่ยอานรู้ทันทีว่า นางเปลื้องผ้าหมดแล้ว และมือนางกำลังล้วงเข้ามาในเสื้อเขา ปลดเปลื้องเสื้อผ้าให้

ไม่ได้ฝันไปใช่ไหม? เซี่ยอานหยิกขาตัวเองอย่างแรง เจ็บจริง!

ฝันไปเหรอเนี่ย... เซี่ยอานตัวอ่อนระทวย แอบเสียดายลึกๆ

ตอนนั้นเอง ผู้หญิงที่แนบชิดอกเขากระซิบข้างหูอย่างไม่พอใจ "อาน หยิกข้าทำไม?"

หา? เอ๋??

"อุบัติเหตุ อุบัติเหตุ..." เซี่ยอานหน้าเอ๋อ ยังไม่ทันได้สำนึกผิด ก็พบว่าเสื้อผ้าตัวเองหลุดลุ่ยหมดแล้ว แผงอกเปลือยเปล่าแนบชิดกับเรือนร่างนุ่มนิ่มร้อนแรง

"อึก..." เซี่ยอานกลืนน้ำลาย

สีหน้าเขาเริ่มตื่นเต้น

"อู่ ข้าว่า..."

"บอกให้หุบปากไง!"

"เอ่อ ก็ได้..." สัมผัสได้ถึงความไม่พอใจในน้ำเสียง เซี่ยอานยิ้มแห้ง แต่คิดไปคิดมา ก็เกาหัวถามลองเชิง "ขอพูดประโยคสุดท้ายได้ไหม?"

"..." หญิงสาวหยุดมือ เงยหน้ามองเซี่ยอานด้วยดวงตาสีแดงระเรื่อ ถอนหายใจอย่างระอา "ประโยคสุดท้าย!"

"ขอบพระคุณอย่างสูง! ว่าแต่ อู่ ครั้งนี้... ให้ข้าอยู่ข้างบนได้ไหม?"

"พูดจบหรือยัง?"

"เอ่อ จบแล้ว แหะๆ เชิญท่านต่อเลย..."

"..."

"..."

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 20 - ผิดคาด

คัดลอกลิงก์แล้ว