เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 777 แผนของไป๋เยี่ย

ตอนที่ 777 แผนของไป๋เยี่ย

ตอนที่ 777 แผนของไป๋เยี่ย


“พวกเขากล้าดูถูกเราเชียวหรือ?  สายตาของพวกเขาแย่มากจริงๆ”

เมื่อไป๋เยี่ยพูดคำเหล่านี้ออกมา  เขาพูดงัวเงียเหมือนกับคนเพิ่งตื่น เขาเป็นแม่ทัพผู้มีชื่อเสียงตั้งแต่เมื่อยี่สิบปีที่แล้ว และกองพลกาขาวภายใต้บัญชาของเขาเป็นหนึ่งในสามกองพลระดับทองในภูมิภาคใต้

อีกสองกองพลมีความร่ำรวยทางประวัติศาสตร์ยาวนานด้วยมรดกของพวกเขาเอง ขณะที่กองพลกาขาวเพิ่งจะเลื่อนชั้นเป็นกองทัพระดับทองไม่นาน

ชีวิตของไป๋เยี่ยน่าสนใจมาก  เขาซุกซนและห่ามตั้งแต่ยังอายุน้อย และมักเป็นเช่นนั้นเสมอจนกระทั่งจบการศึกษา  เขากับเซี่ยอวี่อันเป็นสหายร่วมรุ่น  แต่เก่งกันคนละด้าน เขาชอบลอกการบ้าน โดดเรียน ลอกข้อสอบและก่อเรื่องในสถาบันมากมาย และถ้าไม่ใช่เพราะสถานะของเขามาจากตระกูลไป๋  เขาคงโดนไล่ออกไปนานแล้ว

ไม่มีใครในตระกูลไป๋เคยคิดว่าอนาคตของพวกเขาจะขึ้นอยู่กับคนแบบนั้น

จบการศึกษาตอนอายุ16 ปี เขากลับบ้านและเข้าไปหาประมุขตระกูลเพื่อขออนุญาตให้เขารวบรวมและสร้างกองทัพต้องการมีกองทัพของตัวเอง   คำขอไร้สาระนี้ถูกปฏิเสธทันทีและใครกันจะรู้ว่าไป๋เยี่ยไม่ยอมแพ้  เขาเริ่มรบเร้าทั้งวันทั้งคืนจนประมุขตระกูลไป๋และผู้อาวุโสตระกูลทนทรมานไม่ไหว จึงยอมสร้างกองทัพง่ายๆเพื่อตามใจเด็กน้อย

ทุกคนทำเหมือนเป็นเรื่องไม่สำคัญ  แต่ไป๋เยี่ยทำด้วยความสนใจ  ‘สร้างกองทัพง่ายนักหรือ?  เงิน, คน อุปกรณ์  เด็ก 16 ปีจะรับมือเรื่องอย่างนี้ได้หรือ?’

ประมุขและผู้อาวุโสตระกูลรู้ดีว่าไป๋เยี่ยจบการศึกษามาได้ยังไง

‘เนื่องจากเป็นแค่ตำแหน่งปากเปล่าก็ปล่อยให้เขาได้เล่นเกมกองทัพไปก่อน’

ใครจะรู้กันว่าไป๋เยี่ยสร้างกองทัพของตนเองจริงๆ  ประมุขและผู้อาวุโสตระกูลประหลาดใจ  แต่แน่นอนว่าเพียงเล็กน้อยมาก  พวกเขาทุกคนรู้สึกว่า 90% ของทหารที่ถูกสร้างจะดึงเด็กมาด้วยสองสามคน

‘ช่างเถอะตราบเท่าที่พวกเขามีความสุขกับเรื่องนี้’

ไป๋เยี่ยผู้กล้าหาญดึงกองทัพที่เพิ่งสร้างใหม่นี้ไปไล่ล่าหาโจรสลัดอย่างตื่นเต้น  ทั่วทั้งตระกูลไป๋ตกใจหนักจากข่าวนั้น  พวกเขาส่งคนไปตามหาเขาทันที แต่ไม่มีประโยชน์

หลังจากผ่านไปหนึ่งปีเมื่อตระกูลไป๋คิดว่าไป๋เยี่ยพบกับสถานการณ์ที่โชคร้ายไป๋เยี่ยนำกองทัพที่เหนื่อยล้ากลับมาได้อย่างน่าอัศจรรย์

ตั้งแต่นั้นมากองพลกาขาวจึงถือได้ว่าผลงานเข้าตาของระดับสูงในตระกูลไป๋  หลังจากได้ชัยชนะไม่หยุดหย่อน  แม้ว่าพวกเขาจะสู้โดยไม่มีชื่อ  แต่พวกเขาก็เติบโตกล้าแข็งมากขึ้นทุกที  และจำนวนของยอดฝีมือที่พลาดท่าให้กับพวกเขามีมากขึ้น  กองพลกาขาวแข็งแกร่งมากขึ้นทุกคน  จากกองทัพระดับบรอนซ์ เป็นกองทัพระดับเงิน  และในที่สุดพวกเขาก็ก้าวขึ้นมาเป็นกองทัพระดับทอง

พวกเขาตรงกันข้ามกับพฤติกรรมที่สงบและระมัดระวังของเซี่ยอวี่อัน ไป๋เยี่ยไม่ให้ความสำคัญกับการดำเนินตามแบบแผนเล็กๆ น้อยๆเขาเป็นคนฉลาดคิดเร็วทำเร็วจนได้ฉายาว่าหมาป่าแดนใต้

แต่ไม่มีใครคิดกับเขาในเชิงบวก

สามกองทัพใหญ่จากทวีปกวงหมิงกองทัพของโกวเฉิงเวิ่นเต้า, ชิวซิ่วหัว, และม่อซินเป็นเหมือนหัวลูกศรสามลูกที่มุ่งหน้าไปได้อย่างสม่ำเสมอ

ฝ่ายโกวเฉิงเวิ่นเต้าได้เปรียบในเรื่องกำลังของพวกเขานอกจากการสู้รบของเซี่ยอวี่อันแล้วแนวป้องกันแรกของพันธมิตรใต้พังทลายในเวลาชั่วข้ามคืน  นี่ทำให้ทุกคนรู้ว่าไม่มีทางปรองดองกันได้ระหว่างพันธมิตรใต้และทวีปกวงหมิง

เกือบทุกคนรู้สึกในแง่ร้ายต่ออนาคตของพันธมิตรใต้  สำหรับพวกเขาเป็นเพียงเรื่องของเวลาที่พันธมิตรใต้จะล่มสลายลง

ชิวซิ่วหัวพบกับกองทัพระดับทองกองทัพแรกของภูมิภาคใต้กองพลเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์ เมื่อเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้มากประสบการณ์นี้  ในฐานะอัจฉริยะเต็มไปด้วยพรสวรรค์  เขาไม่ได้เสียเปรียบแม้แต่น้อย  ทั้งสองฝ่ายสู้เสมอกันทั้งสองฝ่ายมีการสูญเสียไปบางส่วน

ขณะที่ฝ่ายม่อซินพวกเขาเอาชนะกองทัพระดับทองอีกฝ่ายได้กองพลพายุใต้

ความพ่ายแพ้ของกองพลพายุใต้ก่อให้เกิดการถล่มทลายล่มสลายของแนวหน้าของพันธมิตรใต้  ตั้งแต่แรกเริ่ม ไม่มีใครเชื่อว่าพันธมิตรใต้จะสามารถหยุดสามกองทัพใหญ่ของทวีปกวงหมิงได้ ก็เหมือนกับไม่มีใครเชื่อว่าทวีปกวงหมิงจะโจมตีเพราะประโยชน์ของพันธมิตรใต้

ทวีปกวงหมิงเคลื่อนไหวครั้งใหญ่อย่างนั้นเพราะแค่พันธมิตรใต้เท่านั้นหรือ?

เกือบทุกคนเชื่อว่าเป้าหมายของทวีปกวงหมิงไม่ใช่พันธมิตรใต้ แต่เป็นภูมิภาคใต้ทั้งหมด ทวีปกวงหมิงจับตาดูภูมิภาคใต้มานานแล้ว และความทะเยอทะยานของพวกเขากับจิตใจที่เจ้าเล่ห์ของพวกเขามีความชัดเจนมานานแล้ว  หลังจากความวุ่นวายที่มีในตอนแรก ภูมิภาคใต้ก็ตั้งตัวได้โดยเร็วและทำความเข้าใจทั่วไปนั่นคือต้องปกป้องภูมิภาคใต้!

กองพลเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์และกองพลวายุใต้เคลื่อนขบวนอย่างเปิดเผย

ทุกคนรู้ว่าภูมิภาคใต้อ่อนแอกว่าในเรื่องพลังต่อสู้  และด้วยความกลัวที่พวกเขามีต่อทวีปกวงหมิง  พวกเขาประชุมเพียงสามกองพลระดับทอง  ขณะที่ตามหน้ากระดาษ ทั้งสองฝ่ายดูเหมือนค่อนข้างเท่ากัน

ทั้งสองฝ่ายมีกองทัพระดับทองมีความคุ้นเคยกับจำนวน  ดังนั้นแม้ว่าฝ่ายที่มีความเสียเปรียบพวกเขาก็ยังสามารถสู้ศึกที่ยากลำบากได้

การรบระหว่างกองทัพระดับทองยากจะได้เห็นเพราะประวัติศาสตร์ของดาราจักรเซียนศักดิ์สิทธิ์

แต่เมื่อกองพลวายุใต้พ่ายแพ้สูญเสียอย่างหนัก  เป็นเหตุให้กองทัพใต้หมดคำที่จะพูด เทียบกับความสามารถในการป้องกันที่โกวเฉิงเวิ่นเต้าเจอมาแล้วและความฉลาดของชิวซิ่วหัว  ม่อซินไม่มีด้านที่สะดุดตานัก แต่ผลงานที่ออกมาดูเหมือนว่าคนที่เหมือนกับธรรมดาสู้ได้อย่างแข็งแกร่ง

ความหวาดกลัวแผ่กระจายไปทั่วภูมิภาคใต้อย่างรวดเร็ว

พวกเขาเป็นกองทัพระดับทอง  แต่ความแตกต่างระหว่างความแข็งแกร่งนั้นใหญ่มาก กองพลวายุใต้แตกต่างจากกองพลกาขาวที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาเมื่อเร็วๆนี้ กองพลวายุใต้เป็นกองพลที่มีประสบการณ์ แต่ไม่มีใครคาดว่าพวกเขาจะพ่ายแพ้อย่างน่าอนาถ

แม้แต่กองพลวายุใต้ไม่สามารถต้านทางม่อซินได้  ไม่มีใครคาดหวังอะไรกับไป๋เยี่ย

ข่าวแต่ละอย่างที่พวกเขาได้รับน่ากลัวมากกว่าแต่ก่อน เนื่องจากภูมิภาคใต้แพ้ไปแล้วพวกเขาไม่สนใจการสนับสนุนของไป๋เยี่ย

“คุณภาพของเรายังคงตื้นเกินไป”  คนที่ฉีกทำลายข่าวก็คือก้วนจินผู้มีสีหน้าสงบเย็น  เขาเป็นนายทหารผู้ช่วยของไป่เยี่ยและหนึ่งในคนที่แก่ที่สุดในกองพลกาขาว

ไป่เยี่ยเหมือนกับเคลื่อนไว้ได้โดยไม่สะทกสะท้าน  สำหรับภาพที่เขาพูดอย่างเฉื่อยชากับก้วนจินอย่างระมัดระวัง  พวกเขาเป็นคู่หูกัน

“ถูกแล้ว” ไป๋เยี่ยพาดขาบนโต๊ะกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเก้าอี้โดยไม่สนใจภาพพจน์  เขาพูดอย่างเกียจคร้าน  “แต่การถูกประเมินแบบนี้แย่  เราจะไม่สนใจได้ยังไง?”

‘ดูเหมือนว่าเจ้าห่วงใยนักหรือนี่?’

ก้วนจวินพยายามไม่ทำตาเหลือก  จากนั้นเขารินน้ำชาให้ตัวเองและดื่มบรรเทาอาการคอแห้ง  “ม่อซินไม่ใช่ว่าจะรับมือได้ง่าย”

“งั้นเราไม่ต้องรับมือเขา”  ไป๋เยี่ยพูดตามปกติ

“ไม่เหรือ?”ก้วนจวินวางแก้วชาอย่างหงุดหงิด “นอกจากเรา ก็ไม่มีใครหยุดเขาได้”

“ทำไมเราต้องหยุดเขาด้วย?”  ไป๋เยี่ยโต้แย้ง

ก้วนจินตกใจ

“ทวีปกวงหมิงกล่าวว่าเป้าหมายของพวกเขาคือพันธมิตรใต้”

ก้วนจินปฏิเสธโดยไม่รู้ตัว  “เป็นไปไม่ได้ แค่พันธมิตรใต้ไม่มีค่าพอให้พวกเขาต้องระดมพลมากมายขนาดนั้น  นอกจากนี้ ถ้าเป็นเพราะพันธมิตรใต้จริง  พวกเขาไม่จำเป็นต้องแบ่งกองทัพเป็นสามทาง”

“ไม่ว่าจะมีค่ามากพอหรือไม่  มีแต่พวกเขาที่รู้”  ไป๋เยี่ยหาว “ตอนนี้ทั่วทั้งภูมิภาคใต้เชื่อกันว่าพวกเขากำลังบุกภูมิภาคใต้แต่จะเป็นยังไงถ้าพวกเขาไปที่พันธมิตรใต้จริงๆ?  อธิบายได้ง่าย เหตุผลที่แบ่งกองกำลังออกเป็นสามเส้นทางไม่สามารถรับกองทัพมากมายได้ นอกจากนี้ เจ้าก็เห็น มีใครสนับสนุนพันธมิตรใต้ไหม? ทำไมถึงไม่เล่า? กองทัพของทุกคนถูกบังคับให้ต้องจับตาดูม่อซินและชิวซิ่วหัว”

หน้าของก้วนจินสลด  เขาเชื่อการตัดสินของไป๋เยี่ย  แม้ว่าเขาจะดูไม่น่าเชื่อถือ  แต่การตัดสินใจของเขากับสถานการณ์สู้รบมีสัญชาตญาณที่แหลมคม และแทบไม่มีผิดพลาด

“อย่างนั้นเราจะไปเสริมกำลังให้พันธมิตรใต้ไหม?”  ก้วนจินอดถามไม่ได้

“ไม่” ไป๋เยี่ยขยับร่าง  หลังจากคิดเรื่องของถังเทียนและกลุ่มของเขาแล้วความเกียจคร้านบนใบหน้าของเขากลายเป็นเสียงแค่น “ทวีปกวงหมิงและภูมิภาคใต้ประเมินทวีปซางโจวต่ำเกินไป”

“พันธมิตรใต้เพิ่งประสบความพ่ายแพ้”  ก้วนจินเตือนไป๋เยี่ย  จากนั้นเสริมต่อ  “สหายเก่าของท่านก็สู้ได้ดี”

“ข้ารู้จักเขา เขามีความสามารถขนาดนั้น” สีหน้าของไป๋เยี่ยดีขึ้นมาก “เขาคือคนที่เมื่อได้รับโอกาสแล้ว เขาจะทำความเข้าใจและไม่ยอมปล่อยผ่านไป ฝ่ายสัมพันธมิตรใต้แพ้พิสูจน์ได้แค่เพียงว่าเป็นกลุ่มมือสมัครเล่น  แต่พวกเขามีผู้บัญชาการชั้นสุดยอด”

“สุดยอดผู้บัญชาการ?”  ก้วนจินประหลาดใจ  ตาของไป๋เยี่ยมองไปที่เบื้องสูงอยู่เสมอและเขายากจะให้คำตัดสินกับผู้คนอย่างสูงส่ง

ไป๋เยี่ยตบหน้าผาก  “ข้าลืมไป พวกเขามีสองคน!”

ก้วนจินเริ่มคิดว่าไป๋เยี่ยกำลังล้อเล่น  ‘สุดยอดผู้บัญชาการงอกอยู่ริมถนนเหมือนกับผักงั้นหรือนี่?’

ไป๋เยี่ยเห็นก้วนจินทำหน้าไม่สบายใจจึงหัวเราะ “อย่ามาเถียงเรื่องแบบนี้เลย สัมพันธมิตรใต้อ่อนแอ แต่ทวีปซางโจวแข็งแกร่งมาก  ถ้าทวีปกวงหมิงคิดว่าแค่โกวเฉิงเวิ่นเต้าก็มีฝีมือพอ  อย่างนั้นพวกเขาคงได้เจ็บตัวแน่นอน  ความจริงข้าอยากจะสู้กับเหล่าแม่ทัพของกวงหมิงหรือกองพลเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์ดูสักตั้งจากนั้นก็สู้กับคนในทวีปซางโจวดู”

“เพราะผู้บัญชาการของพวกเขาโดดเด่นหรือ?”  ก้วนจินถาม

“ไม่” ไป๋เยี่ยส่ายหน้า  “เป็นเหมิ่งหนาน บุรุษที่เหลือเชื่อ  เขาไม่ใช่คนฉลาดแต่เขาไม่เคยกลัวหรือหวั่นเกรง เขาไม่มีวันยอมถอย ต่อให้ไม่มีหวังก็ตาม เขาไม่เคยยอมแพ้และจะสู้จนกว่าจะล้มลง คุณภาพที่เขานำมาให้ทวีปซางโจวนั่นแหละ น่ากลัวที่สุด”

“ดังนั้นท่านจึงคิดว่าพวกเขาสามารถหยุดโกวเฉิงเวิ่นเต้าได้?”

“เขาเป็นคนที่แม้แต่ข้าก็ยังพบกับความลำบาก  เฮ้, เจ้าไม่เชื่อสายตาข้าหรือ?”  ไป๋เยี่ยแสดงความไม่พอใจ

“แม้ว่าข้าจะไม่เข้าใจเหตุผลที่ท่านมั่นใจพวกเขามาก  แต่ข้าหวังว่าการตัดสินของท่านคงจะถูกต้อง”  ก้วนจินคร้านจะโต้เถียงกับเขา และกล่าว  “งั้นตอนนี้เราจะไปที่ใด?”

“กองพลเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์”  สีหน้าของไป๋เยี่ยน่ากลัว  “เราเป็นกองทัพระดับทองมือใหม่และต้องร่วมกับคนเก่าๆ ด้วย  นอกจากนี้เจ้าไม่คิดว่าสู้สองต่อหนึ่ง มันน่าสนุกไม่ใช่หรือ?”

ก้วนจินตกใจ  “อย่างนั้นเราจะปล่อยให้ม่อซินนเข้าภูมิภาคใต้หรือ?”

“เข้ามา? เขาจะไม่เข้ามา ม่อซินเป็นคนช่างระมัดระวังตัว และจะไม่ยอมผิดพลาดเข้ามาตามลำพังแน่นอน พวกเขาไม่ได้อยู่ในทวีปกวงหมิง  การบุกลึกเกินไปมีแต่จะตัดทางถอยและพวกเขาคงได้แต่ร้องไห้แน่” ไป๋เยี่ยแค่นเสียง

ก้วนจินสังเกตความได้เปรียบในแผนของไป๋เยี่ยทันที  “อย่างนั้นเราก็ต้องพรางตัวเองให้ดี  พวกทวีปกวงหมิงแทรกซึมภูมิภาคใต้ลึกไม่เบา  ถ้าเราไปปรากฏตัวหน้าชิวซิ่วหัวได้เขาคงได้ตกใจแน่”

“หวา.. เจ้ารู้ตั้งแต่เมื่อใดกันนี่  งั้นก็ไม่ใช่ปัญหาของข้าอีกต่อไป  ข้าไปนอนดีกว่า”

ไป๋เยี่ยหาวเหยียดตัวหลับตา และไม่นานต่อมาเขาหลับสนิท

ก้วนจินชินเสียแล้ว  เขาตื่นเต้นกับแผนยอดเยี่ยมของไป๋เยี่ยและต้องการเตรียมแผนเคลื่อนไหวทันที ในที่สุดเขาก็เข้าใจเหตุผลที่ความเคลื่อนไหวของพวกเขาถึงได้แปลกประหลาดมาก

เขามองดูไป๋เยี่ย  ทุกคนถูกบุรุษที่กำลังหลับอยู่ข้างหน้าเขา

แต่แม้ว่าไป๋เยี่ยจะหลับได้  แต่ก้วนจินหลับไม่ได้  มิตรภาพของพวกเขานับว่าพิเศษ  ไป๋เยี่ยไม่ออกปากแต่คนที่ทำงานที่แท้จริงคือก้วนจิน ก้วนจินทำหลายอย่างได้น่าทึ่งและไม่ค่อยผิดพลาด

‘ชิวซิ่วหัว  เรากำลังไปหาเจ้า’

จบบทที่ ตอนที่ 777 แผนของไป๋เยี่ย

คัดลอกลิงก์แล้ว