เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 776 ราชาขาหมูกับหน่วยกะโหลก

ตอนที่ 776 ราชาขาหมูกับหน่วยกะโหลก

ตอนที่ 776 ราชาขาหมูกับหน่วยกะโหลก


เวลาที่เซี่ยอวี่อันและกองพลนางแอ่นได้รับนั้นมีค่ายิ่งนัก

เขตป้องกันแรกที่ตกอยู่ในอันตรายที่สุดในที่สุดก็มีโอกาสได้พักหายใจทำให้แนวป้องกันแถวสองของพันธมิตรใต้ได้รับการปรับขบวนหลังจากแตกตื่น

เซี่ยอวี่อันกลายเป็นแม่ทัพมีชื่อเสียงหลังจากการสู้รบและขึ้นชั้นเป็นแม่ทัพผู้มีชื่อเสียงท่ามกลางการพูดคุยกันในมืองต่าง  หลายๆคนคิดว่าความสามารถของกองพลนางแอ่นก้าวเข้าสู่มาตรฐานกองทัพระดับทองไปครึ่งก้าวแล้วและห่างจากความเป็นกองทัพระดับทองเพียงก้าวเดียวเท่านั้น

กองทัพระดับทองเป็นกองพลระดับที่แข็งแกร่งที่สุดในดาราจักรเซียนศักดิ์สิทธิ์ แม้ว่าทวีปมหาอำนาจอย่างกวงหมิงมีกองทัพระดับทองอยู่เพียงห้ากองทัพ  ทุกกองทัพอยู่ภายใต้การควบคุมของห้าแม่ทัพทั้งผู้ลือชื่อ

ศักดิ์ศรีของกองทัพหนึ่งได้มาโดยผ่านการสู้รบและใช้ความได้เปรียบในข้อมูลเพื่อป้องกันศัตรูที่ยิ่งกว่าพวกเขานั่นนับได้ว่าเป็นนักสู้ฝีมือดี แต่ถ้าแม่ทัพของศัตรูคือคลิฟเลือดเหล็ก นั่นเป็นสิ่งที่ไม่ใช่ทหารยอดฝีมือธรรมดาไม่สามารถทำสำเร็จได้

บรรยากาศในหน่วยกะโหลกอึมครึมสีหน้าทุกคนบิดเบี้ยวน่าเกลียด

เดิมทีหน่วยกะโหลกมีมาตรฐานระดับเดียวกับกองพลนางแอ่น และประสิทธิภาพในการสู้รบของพวกเขานับได้ว่าอยู่ในระดับทั่วไป  พวกเขาไม่ได้พ่ายแพ้  และจำนวนคนตายเป็นศูนย์ขณะที่ถอยและตามคู่มือการฝึกกลยุทธพวกเขาไม่มีจุดเด่นหรือความสูญเสีย

แต่ผลงานที่งดงามของกองพลนางแอ่นได้บดบังประกายพวกเขาสิ้นเชิง

เซี่ยอวี่อันแสดงผลงานที่โดดเด่นได้ทำให้คนสรรเสริญความกล้าหาญแน่วแน่ของเขา ทำให้หน่วยกะโหลกทั้งหมดรู้สึกอาย หน่วยกะโหลกและกองพลนางแอ่นเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาที่เข้าร่วมกับนายท่านพร้อมกัน ทั้งสองกองพลได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน  ทั้งสองฝ่ายมีการแข่งขันกันอยู่เสมอ แต่พวกเขาไม่คาดเลยว่าความแตกต่างจะมากขึ้นหลังจากผ่านการสู้รบไปแล้ว

“ข้ามันไร้ประโยชน์!  ข้าทำให้ทุกคนหดหู่!”

อายะก้มหน้าตาแดงทันที  รู้สึกผิดอย่างมาก  กองพลนางแอ่นสามารถสร้างผลสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ได้โดยอาศัยมาตรฐานผู้นำทัพอย่างเซี่ยอวี่อัน อายะอยู่ในระดับเดียวกับเขารู้ว่ามาตรฐานของนางอ่อนกว่าเขามาก

อายะมีบุคลิกที่อดทนนึกย้อนตอนที่เป็นกองพลกะโหลกชมพูอยู่ในสภาพแตกสลาย  นางดิ้นรนพยายามโดดเด่น และไม่เคยร้องไห้  แต่เพราะกองพลนางแอ่นได้รับการยอมรับโดยไม่มีหน่วยกะโหลกนางถึงกับร้องไห้ทั้งคืน  ในอดีตนางรู้สึกว่านางสามารถช่วยทุกคนได้ แต่ความจริงที่โหดร้ายทำให้นางตระหนักว่านางย่ำแย่เพียงไหน  และนางถ่วงทุกคนเพียงไหน

ครั้งนี้ทุกคนตื่นตระหนก

“เจ๊ใหญ่, เราจะทำยังไง!”

“อืม! อย่าให้พี่น้องเราตกใจ!”

……

ห้องสนทนาทั้งห้องมีเสียงระเบ็งเซ็งแซ่ขณะที่ทุกคนเริ่มพูดคุยกัน

“ทุกคนต่างก็เข้าสู้ในสงคราม  และทุกคนมีความรับผิดชอบของพวกเขา” อูหม่าเทียนเห็นว่าสถานการณ์กำลังจะยุ่งเหยิง  และโดยไม่ใส่ใจอีกต่อไป  เขากระโดดขึ้นไปบนโต๊ะและตะโกนเต็มเสียง

เสียงจ้อกแจ้กจอแจหยุดทันที  การกระทำของอูหม่าเทียนดึงดูดความสนใจของทุกคน

แต่ในเวลาอันรวดเร็วก็มีบางคนเห็นด้วย  “ใช่แล้ว! ทุกคนมีส่วนร่วมในการแสดง

อูหม่าเทียนกระแอมเบาๆและรวบรวมความสนใจของทุกคนก่อนที่กระโดดลงมาจากโต๊ะ  เขาปรบมือขณะที่ปล่อยฝุ่นฟุ้งและพูดอย่างใจเย็น  “นอกจากนี้ยังมีอะไรต้องกังวลอีก นี่เป็นแค่ศึกแรก ยังคงมีศึกอื่นๆ อีก ทำไมถึงกลัวว่าจะไม่ได้รับโอกาสอีกเล่า? ดูแผนการท่านปิงก่อน มีขนาดใหญ่มากจนน่ากลัว เรายังมีโอกาสของเราอยู่”

ทุกคนตื่นตัว‘ใช่แล้ว ยังเป็นแค่ศึกแรก ทำไมต้องกังวลด้วยเล่า!’

อายะสงบอารมณ์ลงได้  “ราชาขาหมูพูดถูก,เรายังมีศึกให้ต่อสู้อีก เราไม่ควรจะติเตียนตัวเองเกินไป และเราต้องคว้าผลสำเร็จได้อย่างแน่นอน

เสียงที่หนักแน่นและมั่นคงของอายะเผยให้เห็นความมุ่งมั่นของนาง

เมื่อได้ยินชื่อ‘ราชาขาหมู’ อูหม่าเทียนลอบเหลือกตา  ขาหมูที่เขาทำลือชื่อไปทั้งกองทัพ และได้รับการตอบรับที่ดีจากทั้งกองทัพมาตลอดเวลา  ชื่อเสียงของเขาในกองทัพพันธมิตรใต้ยังน้อยกว่าฝีมือปรุงขาหมูของเขาเสียอีก

เมื่อใดก็ตามที่เขาพบคนจากกองพลอื่น  พวกเขาจะพูดคุยกับเขาด้วยมารยาทอันดี  “อูหม่าเทียน? ยินดีที่ได้พบ”

แต่เมื่อรู้ว่าเขาคือเบื้องหลังการปรุงขาหมูอีกฝ่ายหนึ่งจะตื่นเต้นมาก  “อะไรนะ?  เจ้าคือคนที่ปรุงขาหมูหรือ?  ราชาขาหมู!  โอวพระเจ้า, ชื่อเสียงราชาขาหมูเลื่องระบือไกล!เจ้าไม่รู้เรื่องนี้ แต่นับแต่เจ้าหยุดปรุงขาหมู เฮ้อ.. ปากข้ากินอะไรก็ไม่มีรสชาติ,  บอกตามตรงเลยนะเมื่อคืนนี้ข้ายังฝันว่าได้กินขาหมูอยู่เลย...”

บลาๆ....พวกเขาจะคุยกันเรื่องความฝันและความโหยหาขาหมู

ฉายาราชาขาหมูเป็นชื่อเสียงที่แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ตอนแรกอูหม่าเทียนพยายามแก้ไขพวกเขาให้เรียกชื่อจริงของเขา แต่หลังจากนั้นก็มีคนเรียกชื่อเขาเป็นราชาขาหมูมากขึ้นทุกคน  และมีบางเหตุการณ์ที่ท่านปิงก็ตะโกนเรียกเขาด้วยคำว่าราชาขาหมูลั่นในระหว่างประชุมทำให้เขารู้สึกจนปัญญา

แต่ชื่องี่เง่านี้ไม่ส่งผลต่อตำแหน่งในกองทัพของเขาแต่อย่างใด  นอกจากความจริงที่ว่าผู้บัญชาการหญิงจอมทำลายจะใช้ปลายกระบี่บ้างแส้บ้างบังคับเอาขาหมูจากเขาสองสามชิ้น เขาทำได้ดีจริงๆ้

เขาได้รับความเชื่อใจจากทุกคนในหน่วยกะโหลก

ลูกพี่หญิงมองดูเขาอย่างจริงจัง  อูหม่าเทียนรู้ว่าต้องทำอะไรบางอย่างออกมา ถ้าไม่อย่างนั้นหลังจากประชุมเขาคงถูกไล่ไปทำขาหมูสูงเป็นภูเขาเลากาแน่

นางโหดขนาดนั้น

“แนวป้องกันแรกเป็นพื้นที่สำคัญที่สุดเนื่องจากช่วยลดความเร็วของศัตรูได้” เขาคิดอยู่ขณะหนึ่งก่อนพูดต่อ “ศัตรูเป็นเหมือนหมูป่าที่ตะลุยเข้าโจมตีพร้อมกับแรงเฉื่อยที่แฝงมา  แต่ตราบใดที่ความเร็วของพวกเขาตกลงพลังของพวกเขาจะถูกทอนลงไปครึ่งหนึ่ง ตอนนี้ที่พวกเขาถูกขัดขวางไว้โดยกองพลนางแอ่น ความเร็วของพวกเขาก็ลดลงไปมาก

ใจของเขาเต็มไปด้วยความนับถือเซี่ยอวี่อัน  หลังจากเหตุการณ์นั้นมาทุกคนเป็นเช่นนั้น  แต่สำหรับเขา กล้าทำสิ่งที่เขาต้องการ  และการมองการณ์ไกลและวิสัยทัศน์ในช่วงวิกฤติขนาดนั้นเป็นเรื่องยากมากกว่าย่างขาหมู

‘หึ หึ หึข้าจะถูกส่งไปทอดขาหมูได้ยังไง...’

เขาเพ่งความสนใจอีกครั้งกับสายตาที่ทุกคนมองดูเขา  เขาพูดต่อ“กองพลนางแอ่นสกัดพวกเขาไว้เพียงอย่างเดียว และหยุดฝูงหมูป่าบ้าคลั่งได้  แต่แค่นั้นยังไม่พอ  พวกเขามีจำนวนคนที่มากกว่าเมื่อเทียบกับเราพวกเขามีกำลังพลมากกว่า  นอกจากมีผิวหนาพวกเขาสามารถเข้าปะทะเราได้โดยตรงโดยที่เราไม่มีโอกาสชนะ  ดังนั้นเราจะทำยังไง?  เราก็แบ่งแยกกำลังทหารของพวกเขา  ตราบใดที่พวกเขาแบ่งแยกกำลังได้ เราก็มีโอกาส”

“มีเหตุผล” อายะเข้าใจสิ่งที่เขาอธิบาย “แต่ทำไมศัตรูจะต้องแบ่งแยกกำลังด้วยเล่า?”

“ศัตรูจะต้องแยกกำลังกันแน่”  อูหม่าเทียนมั่นใจมากขึ้น  “เซี่ยอวี่อันเพิ่งจะสร้างวีรกรรมไว้ตอนนี้ผู้คนเรียกเขาว่าอะไร? องครักษ์พิทักษ์ที่ดีที่สุดอันดับสาม ท่านปิงตั้งเขาไว้ให้อยู่แนวหน้าสุด และให้พื้นที่หลังเพียงพอสำหรับการซ้อมรบและฟื้นฟูพลังให้พวกเขาเอง  ตราบใดที่แม่ทัพอีกฝ่ายไม่โง่พวกเขาจะไม่ปะทะโดยตรงและสู้ตายกับเซี่ยอวี่อัน พวกเขาสามารถทำได้ แต่ว่าต้องใช้เวลานานแน่นอน และพวกเขาจะต้องสูญเสียมาก ซึ่งจะเป็นการทำร้ายพวกเขาเอง  พวกเขาจะต้องเคลื่อนกำลังอ้อมไปสองข้างเพื่อหาโอกาสอย่างแน่นอน”

“แต่พวกเขาไม่ต้องแบ่งกองทัพเพื่อทำเช่นนั้น”  อีกคนหนึ่งโต้แย้ง

“เวลา!”  อูหม่าเทียนกล่าว “สิ่งที่สำคัญที่สุดในช่วงเวลาสงครามก็คือเวลา  แผนรบท่านปิงนั้นง่าย  ถ่วงเวลาการต่อสู้ออกไปให้นานเท่าที่เป็นไปได้  ดังนั้นแนวป้องกันด้านหลังเป็นโคลนทั้งหมด  แต่สำหรับทวีปกวงหมิง  พวกเขานั้นแตกต่าง  พวกเขาคือกองทัพที่ประกอบไปด้วยคนแตกต่างและยิ่งลากเวลานานออกไป จะยิ่งแย่สำหรับพวกเขา เมื่อพวกเขาไม่สามารถเอาชนะเราได้ในช่วงเวลาสั้นๆความเป็นต่อของพวกเขาและความตกใจต่อมหาอำนาจภูมิภาคใต้อื่นก็จะตกลงไป  พวกเขาจะต้องตกไปในหล่มโคลน และนั่นคือสถานที่ยุ่งเหยิงอย่างแท้จริง  ดังนั้นพวกเขาจึงต้องแบ่งกองทัพของพวกเขาด้วยการใช้กลุ่มหลายกลุ่มบุกเข้ามา พวกเขาจะสามารถหาช่องโหว่ในแนวป้องกันในช่วงเวลาสั้นที่สุด

ทุกคนฟังอย่างตั้งใจ  พวกเขาเป็นทหารรับจ้างโดยกำเนิด และเทียบกับเซี่ยอวี่อันที่มาจากสถาบันที่มีชื่อเสียงพวกเขามีระดับกลยุทธที่แตกต่างกันมาก  แต่พวกเขาก็เป็นทหารผ่านศึกและมีอูหม่าเทียนคอยแยกแยะทุกอย่างให้พวกเขา พวกเขาจะไม่เข้าใจได้ยังไง?

“แน่นอนว่า ยังมีบางอย่างอื่นอีก  และนั่นก็คือความมั่นใจ”  อูหม่าเทียนแสดงท่าทีเย้ยหยัน  “ในสายตาของโกวเฉิงเวิ่นเต้า เราเป็นตัวอะไร? พวกเขาจะคิดว่าการถอนผมตัวเองเจ็บปวดยิ่งกว่าเรา  พวกเขารู้ความเสี่ยงของการแบ่งกำลังกองทัพพวกเขา  พวกเขาสามารถเห็นแผนของเราได้  แต่พวกเขาก็ยังจะทำ  แม้จะแบ่งแยกกำลัง  พวกเขาก็ยังแข็งแกร่งมากกว่าเรา  ดังนั้นพวกเขาจะต้องกลัวอะไร? ความเสี่ยงและอันตรายในการแบ่งกำลังทหารไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่ากับเวลาที่พวกเขาสามารถทำเช่นนั้นได้”

“งั้นเราจะทำยังไง?”  อายะมีท่าทีตื่นเต้น  มือของนางกุมอยู่ที่ด้ามกระบี่

อูหม่าเทียนถอยไปเงียบๆก้าวหนึ่งและกระแอมเบาๆ “กองพลนางแอ่นสู้ศึกได้ดี และพวกเขาสมควรชนะ แต่ถ้าเจ้าต้องการให้ข้าพูด  พวกเขาพยายามสู้ศึกที่พวกเขาทำได้ดีที่สุด  อยู่ในแนวและป้องกันใช่ไหม?  ใครจะทำได้ดีกว่าพวกเขาเล่า?  แต่ทุกคนมีจุดแข็งจุดอ่อนกันทั้งนั้น”

“เราคือผู้แข็งแกร่งในจุดอ่อนของพวกเขา!” อายะพูดทันที

อูหม่าเทียนสำลักและหัวเราะแก้เก้อ  “ใช่ ใช่ ใช่เลย  เราเป็นผู้แข็งแกร่งในจุดอ่อนพอๆกับที่พวกเขาเป็นผู้แข็งแกร่งในจุดอ่อนของเราเช่นกัน  เรามีจุดอ่อน แต่เราก็มีจุดแข็งเช่นกัน เราไม่อาจเทียบกับพวกเขาในเรื่องการป้องกันได้  ไม่มีใครเทียบกับสือเซินและคนของทวีปโยวโจวในเรื่องการซุ่มโจมตีระยะห่างได้  แต่ในแง่สงครามในเมือง ใครจะเทียบกับเราได้?”

ทุกคนตาเป็นประกาย  ‘ใช่แล้ว! สงครามในเมือง!’

หน่วยกะโหลกคือหน่วยทหารรับจ้างในตอนแรกและมีความเชี่ยวชาญกับสงครามในเมืองและการสู้รบขนาดเล็ก  หลังจากนั้นมีท่านถังโฉ่วและท่านปิงแนะนำพวกเขามีความแข็งแกร่งมากขึ้น การมาถึงของอูหม่าเทียนช่วยให้เขาก้าวหน้าในจุดนั้นด้วย

ในกองทัพพันธมิตรใต้  หน่วยกะโหลกเป็นเบอร์หนึ่งในสงครามรบในเมือง

“ดังนั้นเราจำเป็นต้องสู้กับพวกเขาในเมืองที่เตรียมไว้”  อูหม่าเทียนโบกมือ  “นั่นคือสิ่งที่ข้าสามารถคิดได้  ดังนั้นทุกคนจำเป็นต้องช่วยคิดเช่นกัน และดูว่าความคิดไหนที่เราสามารถนำมาใช้ได้”

แผนการของอูหม่าเทียนได้รับการยอมรับจากคนที่เหลือทันที

ทหารรับจ้างไม่ใช่ภารโรงทำความสะอาดแน่นอน  พวกเขาเป็นจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์กันทุกคน  พวกเขาหลอกล่อฉ้อโกงและสนใจแต่การทำเพื่อตนเอง  ทุกคนตื่นเต้นทันทีขณะที่พวกเขาเริ่มปรึกษาและเสนอกลอุบายชั่วร้ายออกมามากขึ้น

“สู้รบในเมือง นั่นเป็นสนามรบที่ดียิ่งภูมิประเทศซับซ้อนก็ยิ่งดี และต้องเป็นพื้นที่ใหญ่ ถ้าไม่อย่างนั้นเราไม่สามารถรั้งพวกเขาไว้ได้หมด”

“ทวีปป่าหินทรายเป็นไงบ้าง? แนวป้องกันต้องถอยมาและถ้าเราสูญเสียไป เราไม่ต้องรับผลอะไรมาก”

“เป็นที่ๆ ดี!  พวกเขาไม่สามารถบินที่นั่นได้  ที่นั่นจะเต็มไปด้วยพายุทรายเสมอและสายลมก็คมกว่ามีดเสียอีก!  พวกเขาได้แต่เดิน!  ถ้าเราสูญเสียที่นั้นไป  เราคงไม่มีหน้ามีชีวิตต่อไปแน่”

“นั่นก็จริง แต่เราจะล่อพวกเขาไปที่นั่นได้ยังไง?”

“เราจะหลอกล่อพวกเขา! เราไม่ได้หนีในช่วงสุดท้ายไม่ใช่หรือ? เราจะแกล้งทำเป็นหนี และพวกเขาก็จะไล่ตาม เราจะไปจัดกระบวนที่ทวีปนาซิสซัสก่อน จากนั้นทำเป็นแตกตื่นและหนีไปที่ทวีปป่าหินทราย  พวกเขาจะต้องไล่ตามแน่”

“แล้วรอบๆ ชายขอบทวีปอื่นเป็นยังไงบ้าง?”

“ที่อื่นใช้ไม่ได้  ทวีปป่าหินทรายมีสายธารพลังที่ไหลเชี่ยวเรือรบไม่สามารถผ่านเข้าไปที่นั่นได้ พวกเขาต้องผ่านเข้าไปในทวีปป่าหินทราย ไปที่ปากอ่าวพลังงานด้านหลังแนวป้องกันของเรา”

“แนวป้องกันของท่านปิง ทำได้อย่างไม่มีที่ติมีกระทั่งสายกระแสพลังงาน!”

“แต่เนื่องจากพวกเขาต้องมาที่นี่ทำไมเราต้องไปหลอกล่อพวกเขาด้วย?”

“เราต้องทำ! ถ้าไม่อย่างนั้นพวกเขาจะส่งคนเพียงไม่กี่คนมาที่นี่!”

“จริงด้วย, จริงด้วย!”

ในห้องประชุมประกายของทุกคนเขียวน่ากลัว เหมือนกับฝูงหมาป่าเจ้าเล่ห์

จบบทที่ ตอนที่ 776 ราชาขาหมูกับหน่วยกะโหลก

คัดลอกลิงก์แล้ว