เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 768 อาจเป็นข้า

ตอนที่ 768 อาจเป็นข้า

ตอนที่ 768 อาจเป็นข้า


หน้าของฝูเจิ้งจือบัดเดี๋ยวเขียวบัดเดี๋ยวขาวซึ่งมีทั้งความโกรธสลับกลัว

โกรธจากการที่บุรุษหน้ากากผีมาเข่นฆ่าถึงประตูบ้านพวกเขา  นี่คือสิ่งที่เขาไม่ได้วางแผนเอาไว้  เขาจัดเตรียมทุกสิ่งทุกอย่างไว้จากการสร้างศักดิ์ศรีและตามกระแสสร้างโอกาสผลักดันตระกูลฝูขึ้นไปในระดับต่อไป

เขามั่นใจว่าจะทำได้สำเร็จ  เพราะเขาได้รับการสนับสนุนจากสี่เมืองใหญ่  และยังได้รับการสนับสนุนจากตระกูลหลู  ดังนั้นบุรุษหน้ากากผีนับเป็นตัวอะไรได้?

เขาไม่มีใครอื่นจะตำหนิได้  แต่บุรุษหน้ากากผีในนาม ‘ผู้สืบทอดปรมาจารย์หลี่’ ทรุดโทรมมานานแล้ว  และถือว่าไม่มีอะไรมาก แต่ผู้สืบทอดปรมาจารย์หลี่ที่ทรงพลังและเหี้ยมหาญจะกลายเป็นหนามตำก้นสี่เมืองใหญ่อย่างแน่นอน  และถ้าพวกเขาได้หน่วยสุญญตาหมีใหญ่ที่ลึกลับไป  สี่เมืองใหญ่จะไม่ใช่แต่กลัวเขาเท่านั้นทั้งอำนาจและศักดิ์ศรีพอจะโค่นล้มอำนาจทั้งหมดในแดนบาปได้

ดังนั้นสี่เมืองใหญ่จะทนรับได้ยังไง?

สิ่งเดียวที่ทำให้ฝูเจิ้งจือกังวลก็คือบุรุษหน้ากากผีเดี๋ยวหายเดี๋ยวซ่อนตัว นั่นเหตุผลที่เขาต้องการสร้างศักดิ์ศรีของตนเอง  อีกด้านหนึ่งก็คือเขาเห็นชัยชนะแน่นอน  อีกฝ่ายหนึ่งจะต้องต้อนบุรุษหน้ากากผีเข้ามุม

แต่เขาไม่เคยคาดเลยว่าบุรุษหน้ากากผีจะมาท้าสู้ที่หน้าประตูบ้านเขาโดยตรง

เป็นการชิงความได้เปรียบจากการแสดงพลัง

บุรุษหน้ากากผีเคลื่อนไหวครั้งเดียวก็ทำให้ใจของเขาเครียดเสียแล้วเนื่องจากเป็นครั้งแรกที่แผนของเขาเบี่ยงเบนไป

เขาเห็นแรงสั่นสะเทือนความถี่สูงที่แฝงอยู่ภายในระลอกคลื่นได้ชัด  ‘แต่ความถี่ไม่ใช่กฎระดับสูงเป็นไปได้ยังไงที่มีพลังมากมายขนาดนั้น? กลุ่มคนที่บุกเข้าใส่ข้างหน้าเขาเป็นนักสู้ผู้แข็งแกร่งกันทุกคน  แต่พวกเขากลับตายในกระบวนท่าเดียว นั่นหมายความว่าพลังของบุรุษหน้ากากผีแข็งแกร่งยิ่งกว่าที่เล่าลือ’

ไม่มีปัญหาใดกับรูปแบบเค้าโครงและแผนของเขาทั้งหมดไม่อาจหลีกเลี่ยงปัญหาที่วิกฤติก็คือพลังของบุรุษหน้ากากผี

ฝูเจิ้งจือไม่ใช่คนยืดหยุ่น  เขามีความเด่นในเรื่องพลังที่แข็งแกร่งอุบายและแผนการเป็นแค่เรื่องตลก

เหมือนกับที่ทุกอย่างอยู่ต่อหน้าปรมาจารย์หลี่ในอดีต

แต่ฝูเจิ้งจือระเบิดเสียงหัวเราะทันที  ‘ข้าคิดมากไปจริงๆ  ปรมาจารย์หลี่?  ปรมาจารย์หลี่มีเพียงหนึ่งเดียว  หลังจากเวลาผ่านไปไม่กี่ร้อยปี  ทุกคนที่อ้างว่าเป็นผู้สืบทอดของปรมาจารย์หลี่”ไม่มีใครในพวกเขาที่สามารถมีพลังระดับเดียวกับปรมาจารย์หลี่ได้เลย ไม่ พวกเขาไม่ได้ครึ่งของพลังปรมาจารย์หลี่เลยด้วยซ้ำ’

‘เพียงแต่เมื่อความทะเยอทะยานของคนผู้หนึ่งสูงเทียมฟ้า’

‘ความทะเยอทะยานของคนผู้นี้สูงเพียงไหนกันแน่  ถังเทียนอ้างเป็นผู้สืบทอดของปรมาจารย์หลี่?”

ฝูเจิ้งจือกลับคืนสู่ความสงบ  เขาบินขึ้นไปในอากาศและจ้องมองดูบุรุษหน้ากากผีและกล่าว “เจ้าช่างน่าประทับใจนัก! ไม่เพียงแต่เจ้ากล้ารบกวนความสงบสุขของผู้อาวุโสต่างๆ แต่เจ้ายังกล้าบุกรุกเมืองพายุของเราและสังหารผู้คน เจ้าช่างกล้านัก”

มีสองสามคนปรากฏอยู่ข้างตัวฝูเจิ้งจือ  พวกเขาล้อมถังเทียนไว้ด้วยสีหน้าไม่พอใจ

“ทำไมต้องเจรจาด้วยในเมื่อรับมือฆาตกรอำมหิตอย่างนั้น!”  คนที่พูดมีร่างกายล่ำสันนัยน์ตาลึก จมูกงุ้มเหมือนเหยี่ยวริมฝีปากบาง  เขามองดูอันตรายมาก

เมื่อเห็นพวกเขา นัยน์ตาถังเทียนเข้ม  แม้ว่าเขาจะไม่รู้จักอีกฝ่าย  แต่เขารู้สึกได้ชัดถึงราศีของอีกฝ่ายหนึ่ง  เขาต่างจากคนธรรมดา  แน่นอนเขาไม่รู้ว่าคนที่อยู่ต่อหน้าเขาคือโอวคุม คนโฉดชั้นหนึ่งในลำดับที่ห้าเขามีชื่อเสียงที่น่ากลัว

โอวคุมเป็นคนเจ้าเล่ห์และน่ากลัวมีพลังที่หยั่งไม่ถึง  เขาสร้างศัตรูไว้นับไม่ถ้วน  แต่พวกศัตรูนับไม่ถ้วนนั้นทำอะไรเขาไม่ได้  เขามักจะอยู่ในจุดที่สูง  แต่เพราะเหตุผลบางอย่างเขาลงมาที่เมืองพายุอย่างเงียบงัน

บุรุษอีกคนมีอายุ 20 ปีเขายังอายุเยาว์มากและและมีเสน่ห์และรูปงาม เขามีความมั่นใจในขณะที่หัวเราะ “ท่านที่นับถือ, ท่านต้องเป็นบุรุษหน้ากากผีใช่ไหม? ก่อนนี้ท่านยังเดินเส้นทางที่สดใสและไร้ขีดจำกัดขณะที่ข้าเดินตามทางของตนเอง แต่ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเจ้าจะเบียดบังและใช้ชื่ออาจารย์มาเป็นชื่อของเจ้าเอง  การมาที่นี่ก็เท่ากับเจ้ามาหาที่ตายเอง  ข้าช่วยอะไรไม่ได้”

แม้ว่าเซียวหานกวงกำลังยิ้ม แต่รังสีฆ่าฟันเลือนรางสามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า  แม้ว่าเขาจะยกตำแหน่ง ‘ผู้สืบทอดปรมาจารย์หลี่’ ขึ้นพูดแต่บุรุษหน้ากากผีก็มีชื่อเสียงมากกว่าเขา และคนส่วนใหญ่ก็รู้จักบุรุษหน้ากากผีแต่ไม่ใช่เขาเซียวหานกวง ดังนั้นนี่จึงเป็นการสู้เพื่อแย่งชิงตำแหน่งกัน

มีคนลอยตัวขึ้นมามากขึ้น พวกเขาเป็นวีรบุรุษที่โดดเด่นในวิถีของตนซึ่งฝูเจิ้งจือเชิญมา แม้ว่าพวกเขาจะไม่อยู่ในอันดับทำเนียบนักสู้ผู้แข็งแกร่งแต่พวกเขาก็เป็นคนที่มีชื่อเสียงซึ่งมีพลังแข็งแกร่งกันทุกคน

“คนที่โหดเหี้ยมและไร้ความปราณีเช่นนั้น  ถ้าเขาไม่ตายในวันนี้แดนบาปยังจะสงบสุขได้ยังไง?”

“ทำไมเจ้าไม่ลืมตาดูเสียบ้างว่าเจ้าอยู่ที่ใดกันแน่!”

“เขาก็แค่คนหนุ่มคิดว่ามีพรสวรรค์เล็กน้อย ก็สามารถอวดอ้างไปได้ทุกที่”

……

ตาของฝูเจิ้งจือมีแววยินดี  ความแข็งแกร่งของโอวคุมไม่มีอะไรน่าสงสัย ถ้าไม่ใช่เพราะสี่เมืองใหญ่คอยหนุนอยู่หลังฉาก  ตระกูลฝูคงไม่สามารถจ้างโอวคุมได้ เซียวหานกวงประหลาดใจและดีใจเช่นกันเขาไม่รู้ว่าผู้คนมาจากไหน แต่พวกเขาทรงพลังมากและสามารถเข้าอันดับในทำเนียบนักสู้ได้

นักสู้ในอันดับทำเนียบนักสู้สามคน  และยอดฝีมืออีกเกือบร้อยคนอันดับระดับสูงอย่างนี้แล้วทำให้ดูเหมือนว่าบุรุษหน้ากากผีไม่มีโอกาสแม้แต่น้อย

บุรุษหน้ากากผีติดอยู่ในวงล้อมกลุ่มยอดฝีมือเป็นเหมือนแกะที่รอถูกเชือดในสายตาของฝูเจิ้งจือ  และได้เวลาเพลิดเพลินกับรสชาติของชัยชนะ

ถังเทียนยังคงไม่เคลื่อนไหว  แม้คำพูดเยาะเย้ยถากถางทั้งหมดที่เข้าหูเขา  แต่เขาก็ยังอยู่ห่างศัตรูรายล้อมเขาจนถึงขั้นที่น้ำยังหยดผ่านไม่ได้ แต่เขาก็ยังรู้สึกว่าห่าง

เขาไม่มีความคิดจะพูดอะไร  เขามาถึงประตูบ้านพวกเขาและไม่เคยตั้งใจจะทำเป็นใจดีอยู่แล้ว

‘ทำไมเขาต้องใจดีด้วยเล่า?’

แค่เพียงโยนทิ้งความคิดที่ซับซ้อนออกไปและสู้กับทุกคน เอาชนะให้ได้ และเขาค่อยให้โอกาสทุกคนได้มีชีวิตต่อ

ความต้องการสู้ในตัวถังเทียนพลุกพล่านรุนแรง กลุ่มคนที่รายล้อมเขาไม่ได้ทำให้เขารู้สึกกลัว  แต่กลับทำให้ความตั้งใจสู้ของเขาเพิ่มขึ้น  เขาไม่จำเป็นต้องพิจารณาของถึงไฟมิตรภาพและไม่ต้องพิจารณาว่าใครคือศัตรู

ทุกคนในสายตาของเขาคือศัตรูของเขา

ขอเพียงชนะ ก็สามารถช่วยสหายของเขาได้แล้ว

‘งั้นก็มาเลย’

พวกเขาสามารถพูดและเยาะเย้ยถากถางได้  แต่พวกเขาไม่อาจทำให้เขาหวั่นไหวได้ หน้ากากผีที่มีลายเส้นสีแดงคลุมดูน่ากลัวมาก  ดวงตาที่อยู่ใต้หน้ากากดูเหมือนลูกไฟที่กำลังเผาไหม้และมีเสียงทุ้มลึกดังอยู่เบื้องหลังหน้ากาก

“จะมีเพียงผู้ชนะคนเดียวในการสู้ครั้งนี้”

บุรุษหน้ากากผีกล่าวทันทีทำให้ทุกคนเงียบลงทันที

“และนั่นก็คือข้า”

บุรุษหน้ากากผียกหมัดขวาเหยียดนิ้วหัวแม่มือและชี้มาที่ตนเอง

กลุ่มคนรายล้อมฮือฮาโวยวาย  พวกเขาโกรธบุรุษหน้ากากผีกันทุกคน

“หาเรื่องตายจริงๆ!”

“บังอาจมาก!”

“ในไม่ช้าเขาจะรู้ว่าพลังอำนาจคืออะไร”

……

กลุ่มนักสู้พากันโกรธ ทุกคนพากันดัดนิ้วกระเหี้ยนกระหือรอทุบตีบุรุษหน้ากากผี

หน้าของฝูเจิ้งจือมีประกายขุ่นเคือง  เขารู้สึกแล้วว่าทุกอย่างอยู่ในความควบคุมของเขาอย่างมั่นคง แต่อีกฝ่ายยังหยิ่งลำพองและก้าวร้าว!  เขารีบสงบใจและกล่าวอย่างใจเย็น  “ถ้าเจ้ายอมแพ้ ยอมจำนน,  ข้าจะปล่อยเจ้า...”

ก่อนที่เขาจะพูดจบ บุรุษหน้ากากผีหายไปแล้ว

‘แย่แล้ว!’

ฝูเจิ้งจือสะท้านใจ  แต่เขาสงบใจได้ในทันที  ‘ถ้าบุรุษหน้ากากผีสามารถกลับมาได้แม้จะมีกระบวนรบใหญ่ที่นี่ได้ละก็  ข้ายอมเอาหัวโขกเต้าหูตาย’

ฉากภาพต่อหน้าเขาพร่าเลือน  ร่างหนึ่งปรากฏอยู่ข้างหน้าเขา

บุรุษหน้ากากผีไวมาก

‘แต่คิดจะเล่นงานข้าหรือหึหึ...’

ตาของฝูเจิ้งจือกลับเย็นชาโดยไม่ทันรู้ในมือเขามีกระบี่ไม้สั้นสองเล่ม กระบี่ไม้ปล่อยแสงสีเขียวอมเหลืองประหลาด  แสงรัศมีลอยคลุมอยู่รอบตัวกระบี่เหมือนกับว่ามีหมอกอยู่ในนั้น

สมบัติตระกูลฝู กระบี่พญาเขียว

กระบี่ในมือขาวของฝูเจิ้งจือชี้มาทางบุรุษหน้ากากผี  แสงเขียวของกระบี่สั้นถูกปล่อยออก สายใยกฎสีเขียวทะลักออกมาจากตัวกระบี่และม้วนตัวเข้าหาบุรุษหน้ากากผี

บุรุษหน้ากากผีไม่กลัวสายใยสีเขียว

‘มีผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียว  และนั่นก็คือข้า  มีแต่เพียงข้าเท่านั้น’

‘ถ้าข้าเอาชนะไม่ได้ อย่างนั้นก็สมควรตาย

ดวงตาของถังเทียนเป็นประกายเจิดจ้าเขายืมกำลังเหวี่ยงของเขา กระบี่หยินวัฒนะปรากฏอยู่ในมือของเขา  แม้ว่าเขาจะไม่เคยใช้มัน  แต่ขณะนั้น ถังเทียนไม่รู้สึกอะไรอื่น  เขาไม่เคยมุ่งเน้นมุ่งมั่นขึ้นสู่จุดสูงที่สุดของมัน

‘ถ้าข้าเอาชนะไม่ได้อย่างนั้นก็สมควรตาย  ทั้งหมดก็แค่นั้น’

ควั่บ

กระบี่หยินวัฒนะในมือของเขาปล่อยเสียงกระหึ่มทุ้มตามมาด้วยหมอกดำพุ่งออกมาจากคมกระบี่ แต่มองดูเหมือนกับว่ามันกำลังขวางการโจมตี หมอกมืดทะลักออกโดยไม่หยุดแค่แรงฟันเท่านั้น แต่ตัวกระบี่หยินวัฒนะไม่สั่นสะท้านเลยแม้แต่น้อย  แม้ภายใต้พลังโจมตีที่รุนแรง

ดาบมารเปลี่ยนแปลง

ดาบมารเปลี่ยนแปลงเป็นกระบวนท่าแรกที่ถังเทียนเรียนรู้  แต่เขาไม่เคยใช้ด้วยพลังมากอย่างนั้น

ถังเทียนรู้แจ้งไปแล้ว

‘นี่คือดาบมารเปลี่ยนแปลงมีแต่ความมุ่งมั่นที่จะทำให้คนกลายเป็นมารปีศาจ การสู้กับฟ้า  สู้กับดินสู้กับคนสู้กับคนทั้งโลกโดยไม่เกรงกลัว ไม่ท้อถอย ไม่หวั่นไหว’

‘แม้ว่าจะมีคนกลัวตาย  แต่เขาไม่อาจหวั่นไหว และเพียงจากจุดนั้นก็สามารถทำให้กลายเป็นปีศาจร้ายได้’

ถังเทียนไม่รู้ว่าสิ่งที่เรียกว่ามารคืออะไรแต่เขามีความเข้าใจของตัวเอง  ถูกแล้วเป็นความมุ่งมั่น มุ่งมั่นที่จะช่วยทุกคนโดยไม่คำนึงถึงอะไรทั้งนั้น  และไม่สนใจทุกอย่าง ต้องการอยู่อย่างเดียวคือชัยชนะ

ตาของเขาเปล่งรัศมีเปลี่ยนแปลงแปลกประหลาด  ตลอดทั้งตัวเขาเป็นเหมือนบรรพตที่มั่นคงไม่หวั่นไหว

เมื่อเห็นความเคลื่อนไหวของเขาโอคุมและเซียวหานกวงมีสีหน้าเปลี่ยนไป

ทั้งสองคนเป็นยอดฝีมือในยอดฝีมือและต้องการสังเกตดูก่อนเคลื่อนไหว แต่เมื่อเห็นกระบวนท่าแรกของบุรุษหน้ากากผีแล้วทั้งสองคนรู้พลังของเขาทันที และรู้ว่าพวกเขาไม่สามารถดูดายได้อีกต่อไปพวกเขาลงมือพร้อมกัน

ภายในเสียงกระหึ่มกระบี่หยินวัฒนะฟันใส่ใยแสงสีเขียวที่หนาแน่น

ใยแสงเขียงที่แปลกประหลาดและบ้าคลั่งทั้งหมดแตกสลาย  สีหน้าของฝูเจิ้งจือเปลี่ยนทันทีท่าฟันที่เด็ดขาดทำให้เขาแทบหายใจไม่ออก  ‘คนผู้นี้ใช้พลังกระบี่ฟันที่ทรงพลังอย่างนั้นได้ยังไง?’

เขายืมพลังของใยแสงทันทีกระบี่สั้นในมือซ้ายสั่นสะเทือนและปรากฏโล่พลังใยแสง

ร่างของเขากลายเป็นเงาที่ถูกดึงเข้าไปในโล่แสง

ร่างของฝูเจิ้งจือแทบจะหายตัวไป เมื่อกลุ่มหมอกดำที่มีเสียงครางหึ่งซึ่งปล่อยออกมาจากกระบี่หยินวัฒนะฟันลง

วิ้งงงงงงงง

เสียงสั่นสะเทือนทำให้หนังของทุกคนชานั่นเป็นแรงฟันที่เกิดจากการรวมตัวของหมอกดำที่กระบี่ปล่อยออกมา

ฝูเจิ้งจือสามารถหลบได้ แต่กลุ่มคนที่อยู่ด้านหลังเขาไม่สามารถทำได้  ยอดฝีมือทุกคนมีสีหน้าผิดหวังและตกใจ  แต่ด้วยประสบการณ์มากมายพวกเขารู้ว่าพวกเขาอยู่ในเส้นแบ่งความเป็นความตายและทุกคนเอาพลังออกมาใช้ตั้งแต่หัวจรดเท้า และปลดปล่อยพลังสุดชีวิตเพื่อหนี

อยู่ต่อหน้ารังสีพลังฟันสีดำรัศมีแสงทั้งหมดเป็นเหมือนฟองน้ำล้วนแตกกระจายทันที  อ่อนแอเกินไป

ที่ใดก็ตามที่รังสีกระบี่ดำกวาดผ่านดูเหมือนจะทำลายได้ทุกอย่าง รัศมีพลังคุ้มกันปลิวแตกกระจายร่วงกราวเหมือนสายฝนชิ้นส่วนร่างกายและโลหิตกระจัดกระจาย และเกิดแนวโลหิตขนาดมหึมาจากกลุ่มคนโดยแทบไม่ต้องใช้ความพลังอะไรเลย

เซียวหานกวงและโอวคุมลอบเข้ามาข้างตัวถังเทียน  แต่ทั้งสองส่งเสียงครางพร้อมกัน พวกเขารู้สึกมือชาเมื่อพวกเขาตระหนักได้ว่ารอบตัวบุรุษหน้ากากผีมีพลังสั่นสะเทือนหนาแน่น

พอคิดถึงฉากภาพที่เหล่านักสู้ลงมือโจมตีก่อนนั้นและตายด้วยคลื่นแปลกประหลาดทันที  หัวใจพวกเขาตึงเครียดทันที

ทันใดนั้นม่านพลังสีเขียวสว่างวาบข้างตัวทั้งสองคน มีร่างหนึ่งวูบปรากฏออกมาและฝูเจิ้งจืออยู่ที่ด้านหลังพวกเขา  เขาอยู่ในสภาพสยอดสยอง ชุดของเขารุ่งริ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งมือขวาที่แขนเสื้อหายไป แขนของเขาโผล่ออกมาครึ่งหนึ่ง

ขณะนั้นรังสีกระบี่ที่ไร้เทียมทานฟาดลงกับพื้นอย่างรุนแรง

ปัง!

เมืองพายุสั่นสะเทือน รอยฟันกระบี่ยาว 210เมตรปรากฏอยู่บนพื้น เหมือนรอยแผลที่น่าเกลียดน่ากลัวปรากฏอยู่ต่อหน้าของทุกคน

เงียบเป็นป่าช้า

จบบทที่ ตอนที่ 768 อาจเป็นข้า

คัดลอกลิงก์แล้ว