เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 767 ข้าคือหน้ากากผี

ตอนที่ 767 ข้าคือหน้ากากผี

ตอนที่ 767 ข้าคือหน้ากากผี


ถังเทียนฉวยโอกาสเมื่อท้องฟ้ายังมืดอยู่พาสวี่เย่เดินทางออกจากเมืองบูรพาอมตะ

เขาไม่ต้องการรอต่อไป

วิญญาณวีรชนในทะเลสันติภาพทำให้เขารู้สึกว่าเขาต้องรีบแข่งกับเวลา

ความรุ่งเรืองและความศรัทธาของกองทัพดาวกางเขนใต้ที่เป็นของปิง,อาซิ่น, ลั่วซือ, วิญญาณวีรชนอมตะ พวกเขาจะสู้ร่วมกัน  พวกเขาจะตายเพื่อกันและกันภายใต้เครื่องหมายเดียวกัน  พวกเขาโห่ร้องและเร่าร้อนด้วยความเชื่อมั่น

สง่าราศีความรุ่งเรืองสามารถสัมผัสได้จริงๆ  แต่เป็นความรุ่งเรืองของอดีต  เป็นเกียรติยศของปูชนียบุคคลของเขาและไม่ใช่เพียงเท่านั้น แม้ปัจจุบันนี้เขาก็ยังเป็นผู้ครอบครองกองทัพดาวกางเขนใต้

เขาได้รับผลกระทบอย่างลึกซึ้ง  แม้ว่าจะมีอารมณ์ตื้นตันกับพวกเขาก็ตาม แต่เขาไม่อิจฉาพวกเขาเลยแม้แต่น้อย

เพราะเขามีศักดิ์ศรีความรุ่งเรืองเป็นของตนเอง พี่น้องของเขาผู้ยินดีเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายร่วมกับเขา พี่น้องผู้ที่เขาสามารถจากไปได้อย่างไม่ต้องกังวล  พวกเขาผ่านไฟสงครามมาแล้วผ่านการเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมาแล้ว  พวกเขามีความเชื่อมั่นที่เหมือนกันและสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ร่วมกันมา

พวกเขาเขียนประวัติศาสตร์ของตนเอง  หนังสือของพวกเขาเอง  ตำนานของพวกเขาเอง

มีแต่เพียงผู้กล้าเท่านั้นที่จะชนะ

‘ปัจจุบันนี้เราผ่านความล้มเหลวและเหตุการณ์มามากเพียงไหนแล้ว?’

‘ความล้มเหลวแบบไหนจะเทียบได้กับสู้เพื่อพวกเขาเองในรอบร้อยปีต่อครั้ง? ความเศร้าโศกแบบไหนจะเทียบได้กับบุรุษที่ถูกผนึกอยู่ในโลงน้ำแข็งร้องโหยหวนทุกวันทุกคืนมาตลอดหลายพันปี?’

ถังเทียนมุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว  ลมเย็นพอๆ กับน้ำแข็งเหมือนดาบเฉียดผ่านเขาไปขณะที่หัวใจของเขาเหมือนมีเพลิงปรารถนาลุกโหม

‘ต่อให้ทั้งโลกต่อต้านข้า  ต่อให้ร่างข้าแตกสลายกระจัดกระจายไป  ต่อให้ข้าไม่มีอะไร  ข้าจะไม่กลัว’

‘ผู้อาวุโสแห่งกองทัพดาวกางเขนใต้โปรดคอยดู  เราจะแข็งแกร่งด้วยเหมือนกัน!’

สวี่เย่ถูกถังเทียนประคองไว้ทำให้เขารู้สึกละอาย บริวารแบบไหนกันที่ต้องให้เจ้านายประคองพาเดินทาง?  เขาพยายามคิดหาวิธีให้ถังเทียนปล่อยเขาลง  แต่ถังเทียนไม่สนใจอะไรทุกอย่าง

สวี่เย่กำลังคิด  “หรือว่านายท่านถูกบางอย่างกระตุ้น?”

สภาพของถังเทียนในตอนนี้พลังเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย  เขาสำเร็จมุทราสามปางจากหกปางของเทพอสูรหกมุทรานั่นคือมุทราหมัดพิโรธจะช่วยให้ตลอดทั้งร่างของเขามีพลังเพิ่มขึ้นอย่างมากมายมหาศาล  มุทราหัตถ์เด็ดบุปผาช่วยสภาวจิตของเขาใสกระจ่างไม่มีมลทินและยังมีมุทรากระบี่กำสรวลทำให้เขาเข้าถึงความรู้สึกต่างๆ ได้

ก่อนจะสำเร็จมุทรากระบี่กำสรวล  ถังเทียนไม่เคยคาดถึงความโดดเด่นเฉพาะตัวของมุทรากระบี่กำสรวลที่แท้ก็คือ‘แรงสั่นสะเทือน’ กระบี่อมตะเล่มเล็กเคลื่อนไหวเงียบงันปล่อยคลื่นพลังผันผวนที่แปลกประหลาดช้าๆ

ความผันผวนนั้นมีความถี่ที่สูงมากยังเหนือมากกว่าที่หูมนุษย์จะได้ยิน

ความสามารถสร้างบาดแผลของการสั่นสะเทือนความถี่สูงนั้นน่าประหลาด  ถังเทียนรู้เรื่องนี้ แต่เขาไม่เคยคาดเลยว่าแรงสั่นสะเทือนนั้นจะสร้างมาจากร่างของเขา

สัมผัสรู้ของแรงสั่นสะเทือนทั่วร่างกายทั้งหมดทำให้เขารู้สึกชา ถ้าไม่ใช่เพราะแสงสีแดงของมุทราหมัดพิโรธที่คอยปรับสภาพร่างกายของเขาทำให้อวัยวะภายในของเขาทั้งหมดแข็งแรงขึ้น แรงสั่นสะเทือนคงจะทำร้ายเขาบาดเจ็บได้

แต่แม้ว่าเขาจะไม่ได้รับบาดเจ็บแต่ถังเทียนก็ยังรู้สึกไม่ดี

ตามปกติการโจมตีด้วยเสียงยากจะทำร้ายอวัยวะภายในของถังเทียนให้บาดเจ็บได้  เลือดเนื้อและกระดูกของถังเทียนแข็งแรงมากและพลังสั่นสะเทือนที่มาถึงร่างของเขาจะถูกสลายพลังลงไปมากเมื่อเข้าร่างเขาดังนั้นจึงกลายเป็นพลังโจมตีที่อ่อนแอ

แต่พลังสั่นสะเทือนที่มาจากภายในร่างกายของเขาสร้างผลกระทบต่ออวัยวะภายในทำให้ถังเทียนไม่มีทางเลือก แต่ในเวลาอันรวดเร็ว ถังเทียนพบความมหัศจรรย์ของมุทรากระบี่กำสรวลมันสามารถเสริมความแข็งแกร่งปรับสภาพอวัยวะภายในของเขาผ่านแรงสั่นสะเทือนต่อเนื่องซึ่งยากจะปรับสภาพได้

ถังเทียนรู้ว่านั่นหมายความว่ายังไงพลังกายของเขาไม่ใช่ว่าจะไม่มีรากฐาน พลังนั้นเดิมที่มาจากอวัยวะภายในเหมือนกับการเสริมความแข็งแรงต้นไม้ซึ่งจะเติบโตได้ดีกว่าตามธรรมชาติ

ความรู้สึกชาจากร่างของเขาถังเทียนผลักดันไปข้างหน้า

เขากวาดทุกสิ่งทุกอย่างระลอกผันผวนที่มองไม่เห็นออกไปเหมือนกับระลอกน้ำ ถังเทียนรู้สึกได้ชัดเจนถึงพื้นที่รอบตัวเขาแตกเป็นเสี่ยงจากแรงสั่นสะเทือน

‘พลังของข้าก้าวหน้าอีกแล้ว!’

ถังเทียนเพิ่มความเร็วจนถึงจุดที่เร็วราวกับสะบัดกระบี่

สวี่เย่รู้สึกตกใจ  เขารู้สึกเหมือนกับว่านายท่านเร็วราวกับสายฟ้าสายลมปะทะหน้าเขาอย่างแรงจนแทบลืมตาไม่ขึ้น

‘รวดเร็วมาก!  นายท่านบาดเจ็บอยู่ไม่ใช่หรือ?  เป็นไปได้ยังไงที่เขา....’

สวี่เย่ตะลึงอย่างสิ้นเชิง

ในความมืดรูปเค้าเมืองพายุค่อยๆ ปรากฏชัดเจนขึ้น ตาของสวี่เย่เบิกกว้างทันที  ทันใดนั้นเขารู้สึกว่าสว่างขึ้นและลมที่พัดโกรกใส่ตัวเขาแรงกล้าขึ้น เจ้านายเขาเร่งความเร็ว

เมื่อถังเทียนเห็นเมืองพายุใกล้เข้ามาความตั้งใจต่อสู้ในใจเขาท่วมท้น แค่เพียงพลิกมือเขาพุ่งออกไปอีก 300 เมตร

สวี่เย่ต้องฝืนทำตัวเองให้มั่นคง  หน้าของเขาเต็มไปด้วยอาการตกใจ  ‘นายท่าน..คือว่า..”

ถังเทียนเพิ่มความเร็วอย่างกระตือรือร้นเหมือนไส้ตะเกียงถูกเร่งไฟ เขาบินไปเหนือเมืองพายุ

เมื่อมองลงไปที่เมืองพายุเบื้องล่างเขาในยามราตรีและเขารู้สึกถึงความพลุกพล่านต้องการต่อสู้ในใจเขาได้หน้ากากผีที่ลายเส้นสีเลือดดูน่าหวาดกลัวสยองขวัญด้านหลังหน้ากากเป็นดวงตาที่ลึกเหมือนคุโชนด้วยเพลิงสีแดงตาของเขาสะดุดตาอยู่ในความมืด

‘เจ้าถูกกำหนดให้เป็นศัตรูกับโลกนี้’

เพราะเหตุผลบางอย่างประโยคนี้ผุดขึ้นมาในใจของถังเทียน และปากของเขากระตุก

‘อย่างนั้นก็เริ่มกัน’

ถังเทียนชูแขนขวาและปล่อยพลังไร้ลักษณ์ไปทุกตำแหน่งโดยมีแขนของเขาเป็นศูนย์กลาง แรงสั่นสะเทือนของมุทราดาบพิโรธมีความเฉพาะแบบมากเว้นแต่ถังเทียนจงใจปล่อยออกมา ถ้าไม่อย่างนั้นจะไม่มีใครสัมผัสรู้สึกได้

แขนที่ยกขึ้นสับลงทันทีและรังสีพลังที่ฟันออกไปเต็มไปด้วยระลอกเล็กๆ นับไม่ถ้วนยิงไปที่กำแพงเมือง

ปัง!

แรงฟันฝังลึกเข้าไปในกำแพง  แรงสั่นสะเทือนความถี่สูงสะเทือนไปทั้งกำแพงทำให้กำแพงที่มั่นคงแข็งแรงพังทลายเหมือนกับขนมกรอบ ฝุ่นผงคลุ้งกระจาย

ถังเทียนชมดูราวกับว่าเขาไม่ใช่คนปล่อยพลังโจมตี

เมื่อฝุ่นผงสลายไปเหลือกำแพงหนึ่งในสามตั้งตระหง่านให้เห็น หลุมใหญ่ทอดยาวเกินกว่า 150เมตรและลึกเกิน 15 เมตรปรากฏคล้ายกับบาดแผลที่น่ากลัว

เมืองพายุที่อยู่ในความมืดและเงียบสงบตื่นตระหนกทันที  ทุกบ้านเริ่มจุดไฟสว่าง  สัญญาณเตือนภัยแหลมสูงถูกเปิดออก  และหลายร่างบินออกมาในอากาศจากทุกมุมเมือง

‘เกิดอะไรขึ้น?  ใครบางคนโจมตีเรา?’

ถังเทียนยังคงอยู่ในความมืดไม่ได้เคลื่อนไหว  เขาไม่ตั้งใจจะซ่อนตัว

“ข้าคือหน้ากากผี”

เสียงลึกที่ดังกึกก้องเหมือนฟ้าคำรามดังไปทั้งเมืองพายุ  ไม่มีความยินดี หรือโกรธแต่ก็ดังกลบเสียงตะโกนอื่น

ทั่วทั้งเมืองพายุตกอยู่ในความเงียบทันที

นักสู้จากเมืองพายุที่รีบออกมาตระหนักได้ทันทีว่ามีร่างหนึ่งยืนเด่นเหนือพวกเขา  หน้าของพวกเขาเปลี่ยนไป เมื่อพวกเขาเห็นรอยฟันขนาดมหึมาใต้บุรุษหน้ากากผีพวกเขาทุกคนสูดลมหายใจหนาวเหน็บ

บุรุษหน้ากากผี!

ไม่ใช่เรื่องลับในเมืองพายุที่ตระกูลฝูต้องการกำจัดบุรุษหน้ากากผี มีข่าวลือมากมายของบุรุษหน้ากากผีแพร่กระจายในช่วงสองสามวันมานี้ แต่เกือบทั้งหมดเกี่ยวกับเรื่องที่เขาเป็นผู้รับสืบทอดของปรมาจารย์หลี่และหลายคนพูดล้อเล่นหยอกล้อเกี่ยวกับเรื่องนี้ในเวลาที่พวกเขาว่าง

ส่วนใหญ่พวกเขาหาว่าบุรุษหน้ากากผีโกหก

นักต้มตุ๋นที่ใช้เล่ห์ลิ้นรู้วิธีวางท่า แต่เมื่อพบกับตัวจริง เขาจะต้องเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง

ต้องเป็นพวกหลอกลวงแอบอ้างแน่!

นักสู้ส่วนใหญ่พอจ้องมองรอยฟันที่น่ากลัวบนพื้นหน้าของพวกเขาบิดเบี้ยวทันที แต่มีบ้างบางคนที่จ้องมองถังเทียนด้วยนัยน์ตาที่เหมือนมีเปลวไฟ

ตระกูลฝูถือครองอำนาจในเมืองพายุ  และพวกเขาคือยอดฝีมือเชี่ยวชาญที่แท้จริง  ถ้าหนึ่งในพวกเขากำจัดบุรุษหน้ากากผีได้  ตระกูลฝูจะให้รางวัลพวกเขาอย่างหนักแน่นอน

ตราบใดที่มีการพยายามอย่างหนัก  ตระกูลฝูไม่เคยใจแคบ

เป็นเหยื่อแบบไหนก็ยังดีกว่าเป็นพวกหลอกลวง

ไม่มีใครเห็นว่ารอยมีดใหญ่บนพื้นเป็นเพราะบุรุษหน้ากากผีสร้างเองหรือไม่ คนฉลาดบางคนคิดถึงสองสามวิธีที่เป็นไปได้ที่ทำให้เกิดรอยฟันลึก  สองสามคนตัดสินใจว่าบุรุษหน้ากากผีโกหก  และต้องการทำหลุมใหญ่เพื่อขู่ขวัญให้คนกลัว

น่าตลกเป็นบ้า!

“เรามีคนมากกว่า”

ไม่มีใครรู้ว่าใครตะโกนคำพูดนั้นออกมา  แต่ทำให้ความกล้าของทุกคนเพิ่มขึ้นทันที  และแม้แต่คนที่ลังเลใจตอนแรกทิ้งความกังวลออกไป  ‘ใช่แล้ว  เราอยู่ในเมืองพายุ  เราได้เปรียบจำนวนคน  ต่อให้บุรุษหน้ากากผีแข็งแกร่ง แล้วไงเล่?’

ในขณะนั้นคนเกินกว่าสี่สิบกระโจนเข้าหาถังเทียนจากทุกทิศทาง

หน้ากากผีที่มีรอยเปื้อนเลือดยังคงเงียบสงบ ตาแดงของเขาจ้องมองนักสู้ที่กำลังเข้ามาอย่างเฉยเมย มือของพวกเขาทุกคนปลดปล่อยรัศมีแพรวพราวที่ผสานเข้าด้วยกันป้องกันไม่ให้เขาหลบหนี

ถังเทียนไม่เคยมีความคิดหลบ

เขาตั้งท่ามุทรากระบี่กำสรวลและกระบี่บรอนซ์เล็กลอยอยู่ข้าหน้าเขา

เขาใช้นิ้วเดียวเพื่อเคลื่อนไหวกระบี่

ติง!

ระลอกที่ละเอียดไร้ลักษณ์ขยายวงออกไปเงียบๆทุกตำแหน่ง

ไม่ว่าระลอกผ่านไปถึงไหนพื้นที่เหมือนกับจะแตกออกเหมือนแก้ว

นักสู้ผู้เตรียมจะโจมตีเขากลายเป็นเฉื่อยชาเสียงคำรามของเขาหายไป รัศมีที่สร้างจากกฎธรรมชาติหยุดนิ่งและมีสีหน้าชะงักค้างน่ากลัว

รอยเลือดเล็กๆรอยหนึ่งปรากฏบนใบหน้าของหนึ่งในนักสู้ หลังจากนั้นก็มีรอยเลือดปรากฏมากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนแนวใยแมงมุมสีแดง  ทั้งหมดมองดูเหมือนตุ๊กตาเคลือบแตกที่เอากลับเข้ามาประกอบใหม่

ชี่..โพละ

เสียงเบาดังออกมา  และพวกเขาระเบิดเหมือนกับลูกแตงโม

รอยเลือดนับไม่ถ้วนระเบิดพร้อมกันและกฎธรรมชาติที่สูญเสียการควบคุมก็ระเบิด  บอลแสงแพรวพราวล้อมร่างบุรุษหน้ากากผีและท่ามกลางแสงเลือดฉีดพุ่งออก มองดูเหมือนพระอาทิตย์โลหิต

เมืองพายุสว่างราวกับตอนกลางวัน

ทุกคนตะลึงอยู่กับที่เพราะความกลัว

นักสู้สี่สิบกว่าคนไม่ทันได้แสดงฝีมือก็สลายกลายเป็นธุลี

แต่สำหรับนักสู้ที่กำลังเสียใจว่าพวกเขาลงมือช้ากำลังยินดีกับโชคของตนเอง  บุรุษหน้ากากผีน่ากลัวมากจริงๆลงมือครั้งเดียวก็สังหารนักสู้ไปถึงสี่สิบคน

‘กระบี่เล็กนั่นคืออะไร  นั่นเป็นวิชาแบบไหน?  ช่างน่ากลัวเหลือเกิน!’

‘แต่บุรุษหน้ากากผีไม่น่าจะรอดจากระเบิดที่รุนแรงนั้น...’

ส่วนใหญ่ของนักสู้ทั้งสี่สิบคนล้วนเป็นหัวกะทิฝีมือดีได้รู้แจ้งผิวกฎธรรมชาติ เพราะกฎธรรมชาติของพวกเขาสูญเสียการควบคุมและระเบิดพร้อมกันแรงระเบิดทรงพลังมาก และแม้พวกเขาที่สังเกตุแต่ไกลก็ยังกลัวแรงระเบิด

ระเบิดและแสงจางลงหมองลงและสลายไปในที่สุด

สีหน้าของทุกคนชะงักค้างกลายเป็นความกลัวทันที

ความร้อนที่เกิดจากแรงระเบิดไม่ได้หายไป  และภายในมิติที่บิดเบี้ยวมีร่างหนึ่งสวมหน้ากากที่มองเห็นได้อย่างพร่าเลือน

เขามองลงมาทางพวกเขาอย่างเฉยเมย

“คนที่เอาบริวารข้าไปจองจำจะต้องตาย”

เสียงของเขาราบเรียบเหมือนกับว่าประกาศของเขาเป็นเรื่องธรรมดา เขาไม่สนใจจะซ่อนรังสีฆ่าฟัน ซึ่งแผ่กระจายคลุมทั่วเมืองเหมือนสายลมทำให้รู้สึกถึงความเย็นซ่านไปตามสันหลัง

ทั่วทั้งเมืองพายุตกอยู่ในความเงียบราวกับป่าช้า

จบบทที่ ตอนที่ 767 ข้าคือหน้ากากผี

คัดลอกลิงก์แล้ว