- หน้าแรก
- อัจฉริยะแกล้งโง่ ผมมองเห็นข้อมูลระดับพระเจ้า
- บทที่ 24 - ดักซุ่มโจมตีในบ้าน
บทที่ 24 - ดักซุ่มโจมตีในบ้าน
บทที่ 24 - ดักซุ่มโจมตีในบ้าน
บทที่ 24 - ดักซุ่มโจมตีในบ้าน
ชายชรารู้ตัวว่าหนีไม่รอด จึงยอมพาทั้งสองคนขึ้นตึกไปแต่โดยดี
เมื่อมาถึงหน้าห้องเช่า ขณะกำลังจะไขกุญแจ จู่ๆ หวงจี๋ก็ขมวดคิ้วแล้วขวางเขาไว้
"มีอะไร?" ชายชราไม่เข้าใจ
"..." หวงจี๋มองลูกบิดประตู แล้วมองพื้นทางเดิน
เขายกนิ้วชี้แตะริมฝีปากทำท่าจุ๊ปาก และส่งสัญญาณให้ชายชราเปิดประตู
ชายชราเปิดประตู หวงจี๋เดินนำเข้าไปเป็นคนแรก
เสียงฝีเท้าของเขาหนักแน่น ไม่มีความคิดจะซ่อนเสียงเลยแม้แต่น้อย แต่ในขณะเดียวกันก็ทำมือบอกอีกสองคนข้างหลังว่าห้ามส่งเสียงดัง
หมายความว่าไง? หลินลี่งงเป็นไก่ตาแตก แต่ก็ยอมเชื่อฟังหวงจี๋
ส่วนชายชราเริ่มตระหนักถึงอะไรบางอย่าง จึงทำตามคำสั่งของหวงจี๋ ไม่ส่งเสียงใดๆ
ทั้งสองค่อยๆ ย่างเท้าเข้าไป...
"ปัง!" หวงจี๋กระแทกปิดประตูเสียงดังสนั่น
เขาชำเลืองมองประตูห้องนอน ยิ้มมุมปากเล็กน้อย
จากนั้นก็เดินไปที่โซฟาในห้องนั่งเล่นอย่างเป็นธรรมชาติ หยิบรีโมทคอนโทรลขึ้นมา ตลอดกระบวนการเขาจงใจเปิดเผยเสียงฝีเท้า เพื่อให้คนรู้ว่าเขาเดินมาที่โซฟา
แล้วจากนั้นก็ย่องเบา เดินถอยกลับมาที่ทางเดินอย่างเงียบเชียบ
หวงจี๋ซ่อนเสียงฝีเท้า พาทั้งสองคนไปหลบหลังมุมกำแพงนอกห้องนอน แล้วยื่นมือออกไปกดรีโมทเปิดทีวี
"ผมสาบาน! เพชรแท้จากแอฟริกาใต้ 100% กลไกสวิส 100% ผมเชื่อว่าถ้าผมบอกราคาไป สายไหม้แน่นอน! ลองทายดูสิว่าเท่าไหร่? แค่ 666..."
รายการทีวีดังขึ้น ความเงียบในห้องถูกทำลายลงทันที
หวงจี๋ยังจงใจเปลี่ยนช่องอีกสองสามครั้ง เลือกช่องละครโทรทัศน์ที่ดูสมเหตุสมผล
ทำเสร็จเขาก็พิงกำแพง พาทั้งสองคนยืนนิ่งอยู่ที่มุมตึก
ชายชรากับหลินลี่มองหน้ากัน หลินลี่เต็มไปด้วยความสงสัย ไม่รู้ว่าหวงจี๋จะทำอะไร เล่นซ่อนหากันอยู่เหรอ?
"พี่ชาย..." หลินลี่กำลังจะอ้าปาก
หวงจี๋ก็จ้องเขาเขม็ง ยกนิ้วชี้แตะปากสั่งให้เงียบ
หลินลี่รีบเอามือปิดปาก รอคอยอย่างเงียบๆ
"แอ๊ด..." ทันใดนั้น ประตูห้องนอนข้างมุมกำแพงก็ถูกเปิดออกเบาๆ จากด้านใน!
เสียงเปิดประตูเบามาก ถ้าคนนั่งอยู่ที่โซฟาและมีเสียงทีวีกลบ ก็คงไม่มีทางได้ยิน
หลินลี่เบิกตากว้าง ชายชราหน้าเครียดจ้องมองพื้นห้องนั่งเล่น เห็นเงาจางๆ ทอดยาวมาจากทางห้องนอน
มีคน! มีคนซ่อนตัวอยู่ในห้องนอนของเขา! แถมยังมีถึงสองคน!
คนที่ซ่อนตัวอยู่ได้ยินเสียง 'ชายชรา' กลับบ้าน เดินไปที่โซฟา เปิดทีวี และเปลี่ยนช่อง...
ดังนั้นพวกมันจึงแอบออกมาจากห้องนอน ย่องเบาเข้าไปใกล้โซฟา
ชัดเจนว่าเป็นเป้าหมายคือชายชรา! มาดักซุ่มรออยู่ในบ้านล่วงหน้า!
"อันตรายชะมัด! ถ้าไม่ใช่เพราะเขาเห็นร่องรอยผิดปกติ ป่านนี้ฉันคงไปนั่งดูทีวีที่โซฟา... แล้วโดนลอบทำร้ายไปแล้ว!"
"ไม่สิ! มีสองคน ต่อให้ฉันเปิดประตูห้องนอนเข้าไปเจอพวกมันจะๆ สู้กันซึ่งหน้าฉันก็ไม่ชนะ..."
ชายชรามองหวงจี๋ที่ยืนนิ่งอย่างประหลาดใจ หวนนึกถึงความละเอียดรอบคอบที่หวงจี๋แสดงให้เห็นตอนไล่ล่ากัน
อดทึ่งไม่ได้ว่าหมอนี่ช่างสังเกตขนาดไหน แค่ดูรอยที่ลูกบิดกับพื้นทางเดินนิดเดียว ก็รู้แล้วว่ามีคนแอบเข้ามาในห้อง
ต้องมีประสบการณ์โชกโชนและสัญชาตญาณเอาตัวรอดที่ตื่นตัวตลอดเวลาเท่านั้น ถึงจะดูออกว่าประตูถูกเปิดด้วยวิธีอื่นที่ไม่ใช่กุญแจ
แถมยังตัดสินใจได้ทันทีว่าศัตรูน่าจะซ่อนอยู่ในห้องนอน และคิดแผนใช้เสียงฝีเท้ากับเสียงทีวีหลอกล่อให้พวกมันออกมา
ตอนนี้คนร้ายสองคนยังนึกว่าไม่มีใครรู้ตัว กำลังย่องเข้าไปใกล้โซฟา
นึกว่าเป็นตั๊กแตนจับจั๊กจั่น หารู้ไม่ว่ามีนกขมิ้นอย่างพวกเขาสามคนจ้องอยู่ข้างหลัง
เห็นคนร้ายสองคนเดินย่องฝ่าความมืดเข้าไปหาโซฟา
ทันใดนั้น หวงจี๋ก็เดินออกไป ตามหลังคนร้ายทั้งสอง
ชายชรากับหลินลี่รีบย่องตามออกไป แต่ไม่นึกว่าหวงจี๋จะเดินเร็วมาก ไม่รู้ใช้ท่าเดินแมวอะไร แป๊บเดียวก็ประชิดตัวศัตรูแบบไร้เสียง
คนร้ายสองคนเดินเรียงหนึ่ง ในมือถือมีดทั้งคู่
คนร้ายที่เดินนำหน้า พบว่าบนโซฟาไม่มีใคร
"ไม่มีคน?" เขาอุทานด้วยความแปลกใจ
คนร้ายที่เดินตามหลังกำลังจะหันกลับมาดู แต่ก็ถูกฝ่ามือสันมือของหวงจี๋สับเข้าที่จุดตายท้ายทอยอย่างแม่นยำ
เมื่อเทียบกับต้นคอ การตีที่ท้ายทอยทำให้สลบง่ายกว่า ยิ่งจุดที่เขาโจมตี ข้อมูลระบุว่าเป็นจุดที่มีอัตราการสลบสูงมาก
วิธีการออกแรงของหวงจี๋ เป็นเทคนิคที่เขาสรุปและปรับปรุงมาจากวิชาการต่อสู้ สามารถดึงพลังกล้ามเนื้อแขนออกมาใช้ได้ถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์
บางคนน้ำหนักเท่ากัน หรือกล้ามเนื้อเท่ากัน แต่แรงต่างกันราวฟ้ากับเหว ก็เพราะเหตุนี้
เทรนเนอร์ฟิตเนสกล้ามโต ต่อยหมัดหนึ่งแรงอาจสู้หนักมวยไทยตัวผอมๆ ไม่ได้
คนทั่วไปออกแรงต่อยเต็มที่ ก็ใช้ศักยภาพแค่ยี่สิบเปอร์เซ็นต์ นักมวยอาจได้ถึงสี่สิบเปอร์เซ็นต์ ส่วนปรมาจารย์ด้านการต่อสู้ตัวจริงอาจทำได้ถึงเจ็ดสิบถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์
หวงจี๋แค่สะบัดแขนระยะสั้นๆ ก็สร้างแรงมหาศาลเหมือนคนเหวี่ยงแขนสุดแรงได้
"ปึก!" หวงจี๋ลงมือรวดเร็ว ตีคนหนึ่งสลบเหมือดไปอย่างง่ายดาย
อีกคนได้ยินเสียง รีบหันกลับมา พร้อมกับมีดในมือที่ตวัดสวนกลับมาอย่างรวดเร็ว!
หมอนี่ลงมือเหี้ยมโหด ชัดเจนว่าช่ำชองเรื่องมีด!
แต่หวงจี๋เตรียมพร้อมอยู่แล้ว เขาย่อตัวลงต่ำล่วงหน้า!
"อะไรวะ!"
มันตกใจมาก มีดฟันวืดผ่านศีรษะหวงจี๋ไป
พอมันจะฟันมีดที่สอง หวงจี๋ก็ใช้นิ้วชี้ดุจกระบี่ แทงสวนเข้าไปที่แอ่งบุ๋มตรงลิ้นปี่อย่างแรง!
นั่นคือจุดเดียวบนหน้าอกที่ไม่มีกล้ามเนื้อปกป้อง!
อยู่กึ่งกลางระหว่างหน้าอกกับท้อง หลังผิวหนังและไขมัน คือช่องว่างระหว่างซี่โครงสองแถว
บางคนที่เป็นโรค 'อกบุ๋ม' ตรงนี้จะยุบลงไปลึกเหมือนกรวย
ผิวหนังคนเรามีความยืดหยุ่นสูง ในทางทฤษฎีถ้าออกแรงมากพอ นิ้วสามารถจิ้มลึกเข้าไปได้ถึงนิ้วครึ่ง!
และถ้าคนปกติถูกจิ้มตรงนี้อย่างแรง กล้ามเนื้อปอดจะหดเกร็งอย่างรุนแรงจากการถูกกระตุ้น ขับลมออกจากปอดจนหมดเกลี้ยงทันที!
"อึก! อือออออ..."
คนร้ายโดนท่านี้เข้าไป ถึงกับหมดแรงยวบ ลมในปอดถูกรีดออกจนหมด เสียงหายใจกลายเป็นเสียงครางเหมือนซอมบี้
ตามมาด้วยอาการขาดอากาศหายใจ!
เพราะนิ้วของหวงจี๋ยังเสียบคาอยู่ กล้ามเนื้อหน้าอกเป็นอัมพาตชั่วขณะ หายใจเข้าไม่ได้!
"อือออออ..." มันส่งเสียงประหลาดเหมือนผีดิบ เสียงค่อยๆ แผ่วลง ลำคอเปล่งเสียงไม่ได้
มันจ้องหวงจี๋ด้วยความหวาดกลัว สองมือไขว่คว้าสะเปะสะปะ
หวงจี๋เบี่ยงตัวหลบถอยหลัง หลบการโจมตีพร้อมกับคว้าข้อมือข้างที่ถือมีดของมัน แล้วบิดอย่างแรง!
ท่าทางและจุดออกแรงของเขาแม่นยำมาก ได้ยินเสียงกระดูกหลุดดังกร๊อบ
จากนั้นหวงจี๋ก็ใช้สองมือรัวเร็ว! จับ บิด ดึง ข้อต่อต่างๆ บนแขนทั้งสองข้างของมันอย่างแม่นยำ!
"กร๊อบแกร๊บ!"
วิชาแบ่งเส้นเอ็นเลาะกระดูก (Distal Joint Manipulation)!
ไม่นาน ข้อต่อแขนขาทั้งสี่ของคนร้าย ก็ถูกหวงจี๋ถอดออกเป็นชิ้นๆ เหมือนถอดรีโมททีวี!
ข้อต่อแขนขาหลุดหมด! มันได้แต่นอนกลิ้งเกลือกอยู่บนพื้น ตัวสั่นเทิ้ม หวงจี๋แถมลูกเตะให้อีกที มันก็สลบเหมือดไป
"สุ... สุดยอด!" หลินลี่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ตาแทบถลนออกมา
มีวิชาหรือไม่มี ดูแค่นี้ก็รู้แล้ว
คนทั่วไปเวลาสู้กัน จะไม่มีความคิดที่เป็นระบบขนาดนี้ ปกติจะต่อยไปก่อนแล้วค่อยดูปฏิกิริยาตอบโต้เพื่อคิดท่าต่อไป
ส่วนใหญ่อาศัยสัญชาตญาณ ตอนสู้สมองมักจะว่างเปล่า หลินลี่เลยเห็นคนตีกันเหมือนผลัดกันตีแบบเทิร์นเบส
แต่หวงจี๋ไม่เหมือนกัน เหมือนกับว่าตั้งแต่วินาทีที่ลงมือ เขาไม่คิดจะเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้สวนกลับเลย...
นี่สิการต่อสู้ที่แท้จริง ไม่มีการลองเชิง รวดเร็ว เด็ดขาด สยบศัตรูในพริบตา
ตอนลงมือรู้ชัดเจนว่าจะทำอะไร ทุกท่วงท่ามีเป้าหมาย ไม่มีการมั่ว
หลินลี่เคยมีเรื่องชกต่อยเหมือนกัน ต่อให้ในหัวคิดท่าสวยหรูแค่ไหน พอเอาเข้าจริงก็กลายเป็นการกอดรัดฟัดเหวี่ยง นายดันฉัน ฉันดุนนาย...
สุดท้ายก็กลายเป็นมวยวัด
"อายุแค่นี้แต่ฝีมือขนาดนี้ คนทั่วไปรับมือเขาไม่ได้แม้แต่ท่าเดียว!" ไม่ใช่แค่หลินลี่ที่อึ้ง ชายชราก็ตะลึงจนพูดไม่ออก
นึกขอบคุณตัวเองที่ก่อนหน้านี้ไม่วู่วาม ไม่งั้นคงลงไปนอนกองเหมือนไอ้พวกนี้
"พี่ชาย! ท่าเมื่อกี้คืออะไรครับ? เหมือนใช้นิ้วเดียวจิ้มจนมันหายใจไม่ออกเลย!" หลินลี่ตื่นเต้นมาก นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นวิชาการต่อสู้ของจริง
เขาเห็นหวงจี๋จิ้มนิ้วเข้าตัวคนร้าย นึกว่าทะลุหนังเข้าไปแล้ว! แต่พอดูดีๆ ก็ไม่ใช่ ผิวหนังแค่เป็นรอยแดงและยุบลงไป กำลังค่อยๆ คืนตัว
หวงจี๋อธิบาย "นั่นคือจุดผ่อนแรงดันในช่องอก พอถูกกระแทกแรงๆ อากาศในปอดจะถูกขับออกมา"
"เชี่ย! ดัชนีรีดอากาศ!" หลินลี่ตั้งชื่อท่าให้เสร็จสรรพ
หวงจี๋มองเขาอย่างเอือมระอา ตอนนั้นเองชายชราก็ถามขึ้น "พวกมันเป็นใคร?"
"ผมจะไปรู้เหรอ? มันมาหาคุณนี่" หวงจี๋แกล้งย้อน
"แล้วแกเป็นใคร? แกรู้อะไรบ้าง?" ชายชราจ้องหวงจี๋เขม็ง
หวงจี๋ตอบเรียบๆ "ผมรู้เยอะมาก หวังเสี่ยวฟานเป็นคนบอกผม เขาเคยชวนผมเข้าร่วมกับพวกคุณ แต่ตอนนั้นผมไม่สะดวก เลยไม่ได้ตอบตกลง"
"หลังจากนั้นผมรู้ข่าวว่าเขาตาย ผมก็เลยตามหาร่องรอยของพวกคุณมาตลอด"
"ผมเสียใจด้วย เรื่องการตายของเขา"
หวังเสี่ยวฟานคือลูกชายของชายชรา พอได้ยินหวงจี๋เอ่ยชื่อ ขอบตาของชายชราก็แดงก่ำทันที
[จบแล้ว]