- หน้าแรก
- อัจฉริยะแกล้งโง่ ผมมองเห็นข้อมูลระดับพระเจ้า
- บทที่ 16 - เครื่องใช้ไฟฟ้าชีวภาพ
บทที่ 16 - เครื่องใช้ไฟฟ้าชีวภาพ
บทที่ 16 - เครื่องใช้ไฟฟ้าชีวภาพ
บทที่ 16 - เครื่องใช้ไฟฟ้าชีวภาพ
"ใช่แล้ว! ใช่แล้ว! มันเป็นอย่างนี้นี่เอง ที่แท้มันไม่มีลมปราณอะไรหรอก! คำว่า 'ปราณ' (ชี่) มันทำให้คนเข้าใจผิด!"
"มันคือไฟฟ้า เป็นไฟฟ้านี่เอง ร่างกายมนุษย์เต็มไปด้วยสัญญาณไฟฟ้าเคมีนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการคิดหรือการทำงานร่วมกันของอวัยวะ ล้วนขาดชีพจรไฟฟ้า (Electric Pulse) ไม่ได้"
สิ่งที่ค้ำจุนการทำงานของสิ่งมีชีวิตคือไฟฟ้า สัญญาณไฟฟ้าเคมีเป็นตัวส่งความต้องการของสมองไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย
และการเคลื่อนไหวของอวัยวะภายในหรือกล้ามเนื้อ ล้วนพึ่งพาปฏิกิริยาไฟฟ้าเคมีที่เกิดขึ้นตลอดเวลา
การปล่อยไฟฟ้าชีวภาพแบบนี้ ต้องใช้ความร้อน ซึ่งความร้อนก็ได้มาจากการทำงานของเซลล์ร่างกาย
ร่างกายมนุษย์ไม่มี 'จุดตันเถียน' (ทะเลลมปราณ) ความร้อนส่วนใหญ่มาจากไขมันและกล้ามเนื้อ เส้นลมปราณก็เป็นแค่เส้นทางคมนาคมหลักสิบกว่าเส้นที่มีการขนส่งหนาแน่นเป็นพิเศษในบรรดาเส้นทางนับล้าน ส่วนจุดชีพจรและจุดเชื่อมต่อที่ซ่อนเร้น เก้าสิบเปอร์เซ็นต์คือจุดตัดของพลังชีวิต เปรียบเหมือน 'จุดยุทธศาสตร์' ในทางภูมิศาสตร์!
"เส้นลมปราณและจุดชีพจร ไม่มีการ 'ทะลวง' หรอก เพราะคนปกติ คนที่สุขภาพแข็งแรง มัน 'โล่ง' มาตั้งแต่เกิดแล้ว!"
"ถ้าไม่โล่ง คนก็เป็นอัมพาตไปแล้ว! บางจุดถ้าไม่โล่ง ถึงตายเลยนะ!"
ต่อให้ฝึกพลังได้จริง ก็ไม่มีหรอกที่บอกว่าทะลวงจุดชีพจร ทะลวงเส้นลมปราณแล้วพลังจะเพิ่มขึ้น มันขัดแย้งกับตรรกะพื้นฐานที่สุด
เหมือนสายส่งไฟ ถ้าวงจรมันขาด ไฟแรงแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์ ดีไม่ดีสายไฟจะไหม้เอา
"ทุกคนมีกำลังภายในมาตั้งแต่เกิด! ไม่ใช่แค่คน สัตว์ทุกตัวก็มี นี่เป็นพื้นฐานของการมีชีวิต มีแค่คนป่วยเท่านั้นที่มันจะอุดตัน"
"ถ้าการฝึกตนมีจริง ก็ควรจะเป็นการเพิ่มความสามารถในการรองรับของสายส่ง หรือก็คือแผนผังพลังชีวิตที่ผมเห็นอยู่นี้ ยิ่งมันรับภาระได้มาก พลังงานในร่างกายก็จะยิ่งสูง"
เหมือนนิวเคลียร์ฟิวชัน พลังงานมหาศาลถูกคิดค้นขึ้นมาแล้ว แต่มนุษย์ยังเอามาใช้ผลิตไฟฟ้าไม่ได้ เพราะไม่มีเตาปฏิกรณ์ที่ทนความร้อนร้อยล้านองศาได้
หวงจี๋รีบผนวกข้อมูลที่เห็นเข้ากับความรู้ชีววิทยา ตกผลึกออกมาเป็นแก่นแท้ของกำลังภายในภายใต้ภาษาที่ดูงมงาย
"ความร้อนคือรากฐานของชีวิต ไฟฟ้าคือรากฐานของการดำรงอยู่ มีไฟมีร้อนถึงจะมีชีวิต ก็เหมือนกับเครื่องใช้ไฟฟ้านั่นแหละ คนเราก็แค่เครื่องใช้ไฟฟ้าชีวภาพชนิดหนึ่ง"
"ถ้าจะบอกว่ามีลมปราณแท้ (เจินชี่) มันควรเรียกว่า 'ไฟฟ้าแท้' (เจินเตี้ยน) มากกว่ามั้ง? วิชาลมปราณ (ชี่กง) ก็ควรเรียกว่า 'วิชาไฟฟ้า' (เตี้ยนกง) ด้วยสินะ? จังหวะการไหลเวียนพลังชีวิตของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ถ้าสามารถเสริมกำลังภายใน หรือสนามไฟฟ้าในตัวได้ ไม่ต้องแรงมาก แล้วส่งผ่านหมัดเข้าไปในตัวคนอื่น ก็จะไปตัดขาดวงจรชีวิตของอีกฝ่าย ทำลายกระบวนการมีชีวิต สร้าง 'อาการบาดเจ็บภายใน' ที่ลึกลับซับซ้อนได้"
"เช่น ฟาดฝ่ามือเบาๆ ทีเดียว ก็ทำลายการทำงานของไตได้... จิ้มอีกที หัวใจวาย..."
"ในทางกลับกัน ก็สามารถใช้จุดชีพจรด้านบวกที่มีอยู่นับไม่ถ้วน เสริมสร้างสมรรถภาพร่างกายตัวเองได้"
ยิ่งคิดหวงจี๋ก็ยิ่งรู้สึกว่าใช่ เขามองทะลุแผนผังพลังชีวิตของทุกคนได้ ขอแค่รู้วิธีใช้พลังงานในร่างกายตัวเอง ประโยชน์ของมันก็มีมหาศาล
ไม่ใช่แค่มนุษย์ สัตว์ก็มี แม้แต่พืชก็มี!
หวงจี๋เคยเห็นจุดเชื่อมต่อของต้นไม้ ในทางทฤษฎีเขาก็สกัดจุดต้นไม้ได้เหมือนกัน
มนุษย์ต่างดาวถ้าให้เดาก็น่าจะมี!
ไม่ว่าต่างดาวจะเป็นสิ่งมีชีวิตแบบไหน ก็ต้องมีพลังงานและเส้นทางที่ค้ำจุนการมีชีวิต อย่างมากก็แค่ใช้พลังงานที่พิเศษกว่า
ต่อให้เป็นหุ่นยนต์ ก็มีเส้นชีพจรแบบนี้
"หุ่นยนต์? เอ๊ะ งั้นก้อนหินล่ะ? สรรพสิ่งล้วนมีเกิดมีดับ?"
พอหวงจี๋มีความคิดแบบนี้ ทันใดนั้นเขาก็รับรู้ถึงโครงข่ายสัญญาณชีพจรของคอมพิวเตอร์ มีทั้งภายในและที่แผ่ออกมา
ไม่ใช่แค่คอมพิวเตอร์ หลอดไฟ ตู้เย็น เราเตอร์... ไปจนถึงกำแพง ตู้หนังสือ พื้น...
"ปิดกั้น! ปิดกั้น!" หวงจี๋รู้ตัวทันทีว่าต้องปิดกั้น
แต่เขาก็ยังโดนข้อมูลกระแทกใส่ในเสี้ยววินาทีจนตาเหลือก ล้มตึงหมดสติไปทันที
ตื่นมาอีกทีก็เกือบค่ำแล้ว
หวงจี๋ฝืนทนอาการปวดหัว รีบกลับไปที่อพาร์ตเมนต์
กลับถึงห้องทันมื้อเย็นพอดี เจิ้งเซวียนคิดว่าเขาไปอ่านหนังสือมาทั้งบ่าย เลยไม่ได้ถามอะไรมาก
หลังจากเหตุการณ์นี้ ในใจหวงจี๋ก็เริ่มมีโครงร่างของการเสริมแกร่งร่างกายแล้ว
เขาหาโอกาสล็อกอินเข้าคลาวด์ไดรฟ์ของคนรักวรยุทธ์คนนั้นอีกครั้ง ดาวน์โหลดตำราวรยุทธ์ มวยภายใน และวิธีฝึกหายใจทั้งหมดมาพรินต์เก็บไว้
จากนั้นก็เริ่มตรวจสอบ 'อัตราความสำเร็จ' คัดเลือกวิชาที่ดีที่สุด ที่สามารถปรับสมดุลและชักนำพลังงานในร่างกายได้
เมื่อหวงจี๋เข้าใจแก่นแท้ของ 'กำลังภายใน' ข้อมูลพวกนี้เขาก็อ่านรู้เรื่องแล้ว
"นี่มันบ้าอะไรกัน... อัตราความสำเร็จต่ำจนน่าตกใจ!"
หวงจี๋อ่านไปส่ายหัวไป แค่การตัดสินความสำเร็จก็คัดออกไปเกินครึ่ง!
วรยุทธ์บางอย่างไม่มีผลในการชักนำไฟฟ้าชีวภาพเลย หรือมีโอกาสน้อยมาก ที่ฝึกแล้วได้ผลจริงๆ มีแค่ 15 วิชา!
และใน 15 วิชานี้ ที่มีอัตราการใช้พลังงานต่ำกว่า 1% มีถึง 13 วิชา!
มีแค่ 2 วิชาที่สูงกว่า 1% คือไทเก็ก และสิงอี้ (Xing Yi Quan)
อัตราการใช้พลังงานอยู่ที่ 4.57% และ 3.82% ตามลำดับ
ที่น่าสนใจคือ ถ้าฝึกทั้งสองอย่างควบคู่กัน และผสมผสานจนแตกฉาน อัตราการใช้พลังงานจะสูงถึง 16%
แต่นั่นเป็นแค่ขีดจำกัดสูงสุดที่สามารถชักนำได้ ไม่ใช่ว่าฝึกแล้วจะได้เท่านี้เสมอไป!
ง่ายๆ คือ ในประวัติศาสตร์ มีแค่ 20 คนที่ฝึกไทเก็กแล้วรู้สึกถึงความร้อน และมีแค่ 2 คนที่สามารถปล่อยกระแสไฟ (พลัง) ออกมาภายนอกได้
ส่วนสิงอี้? ก็พอๆ กัน ในประวัติศาสตร์มี 34 คนที่รู้สึกถึงความร้อน ส่วนคนที่ปล่อยไฟฟ้าออกมาได้ มีแค่คนเดียว!
คนคนนั้นทำได้เพราะเชี่ยวชาญทั้งไทเก็กและมวยอื่นๆ อีกหลายแขนงด้วย
นี่มันช่าง... อ่อนด๋อยจนน่าใจหาย!
ที่สำคัญคือ ต้องฝึกกันครึ่งค่อนชีวิต อย่างน้อยก็สิบยี่สิบปี ถึงจะมีโอกาสชักนำพลังงานในร่างกายได้
"หยาบ... หยาบเกินไปแล้ว ถึงเคล็ดวิชาการต่อสู้และการออกแรงจะสุดยอด แต่วิชาการชักนำพลัง ถือว่าแค่พอถูไถ..."
"แต่คิดดูอีกทีก็สมเหตุสมผล คนคิดค้นมองไม่เห็นเส้นทางพลังงานชีวิต ทฤษฎีพื้นฐานก็มาจากการเดาสุ่มผสมกับเรื่องเส้นลมปราณ บวกกับประสบการณ์ที่ถ่ายทอดกันมาด้วยภาษาที่คลุมเครือรุ่นสู่รุ่น ถึงได้ถูไถสร้างมวยภายในที่ใช้พลังงานได้ขึ้นมาในยุคใกล้ๆ นี้"
"พวกเขาเข้าใจแก่นแท้ของพลังงานผิดไปหมด มีผลลัพธ์แค่นี้ก็เก่งมากแล้ว วรยุทธ์พวกนี้เน้นฝึกเลือดลมและกำลังภายในทางกายภาพ แต่บังเอิญไปมีผล... ชักนำพลังงานได้แบบฟลุ๊คๆ"
หวงจี๋ครุ่นคิด รู้ตัวว่าฝึกตามตำราเป๊ะๆ คงไม่ได้เรื่อง
อาจจะเป็นเพราะวิชาพวกนี้ไม่สมบูรณ์ หรือชาวเน็ตคนนั้นอาจจะหาของดีจริงๆ ไม่เจอ
แต่ความเป็นไปได้สูงคือ... วิชาชักนำพลังงานที่มีประสิทธิภาพสูง ยังไม่มีใครคิดค้นขึ้นมาได้
ง่ายๆ เลย ไทเก็กอยู่อันดับ 6 ของโลก อันดับ 7 ในประวัติศาสตร์
'สุดยอดวรยุทธ์' อันดับ 7 ในประวัติศาสตร์ มีอัตราการใช้พลังงานแค่ 4.57% คิดดูสิว่ามนุษยชาติพัฒนาเรื่องพลังงานชีวิตได้แย่ขนาดไหน
สำหรับการชักนำพลังงานร่างกาย วรยุทธ์พวกนี้มีค่าแค่ให้อ้างอิง ดูจากจุดชีพจรลับจำนวนมากที่ไม่มีชื่อ ก็รู้แล้วว่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่มีใครเคยค้นพบมัน...
แม้แต่ชื่อภาษาต่างดาวก็ไม่มี แสดงว่ามนุษย์ต่างดาวก็ยังไม่เจอ... แน่นอนว่าอาจจะไม่ใช่หาไม่เจอ แต่ขี้เกียจมานั่งนับจุดชีพจรลับของมนุษย์ต่างหาก
ในทำนองเดียวกัน เพราะไม่เคยมีใครมองเห็นเส้นทางพลังงานชีวิต จึงไม่เคยมีใครคิดค้นวิชาชักนำพลังงานแบบเจาะจงขึ้นมา
มนุษย์ต่างดาวอาจจะมี แต่วิชาที่มนุษย์ต่างดาวคิดค้น ย่อมเหมาะกับร่างกายของพวกเขา ไม่เกี่ยวกับร่างกายมนุษย์
"ผมต้องปรับปรุงมันเอง แต่การจะสร้างวิชาที่มีประสิทธิภาพสูง พัฒนาเร็ว ต่อให้เป็นผม ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย"
"คลังความรู้ผมยังไม่พอ ตอนนี้คงต้องใช้วิธีลูกทุ่งไปก่อน"
ผ่านไปอีกสามวัน สามวันนี้หวงจี๋เรียนรู้อย่างบ้าคลั่งทั้งวันทั้งคืน นอกจากเวลานอน ทุ่มเทเวลาทั้งหมดไปกับการเรียนหมอและปรับปรุงวรยุทธ์
วิธีการปรับปรุงของเขาเถื่อนมาก นั่นคือ 'ยำรวมมิตร' แบบดื้อๆ
มีตัวอย่างให้เห็นอยู่แล้ว ในประวัติศาสตร์มีคนฝึกทั้งไทเก็กและสิงอี้ อัตราการใช้พลังงานสูงถึง 16% สูงกว่าฝึกไทเก็กอย่างเดียวถึงสี่เท่า
วิธีรวมของหวงจี๋ง่ายมาก คือ ลอก
เอาเนื้อหาของมวยทุกชนิดมารวมกัน ถ้าอัตราการใช้พลังงานลดลง แสดงว่าผิด ก็เริ่มตัดออก...
ตัดออกทีละท่า กระบวนท่าและเทคนิคมากมายเหมือนธาตุเคมี ถูกเขาเอามาผสมใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
รูปแบบการผสมผสานมีเยอะเกินไป สามวันมานี้ หวงจี๋ใช้เวลาไปยี่สิบชั่วโมง ผสมออกมาได้วิชาที่มีอัตราการใช้พลังงานสูงสุดแค่ 19.89%
แต่ฝึกแค่สี่ห้าปีก็เห็นผล และเหนือกว่าวรยุทธ์ภายในที่มีอยู่ทั้งหมด
"รู้สึกว่ามันยังไม่ใช่..."
หวงจี๋รู้ว่าวิชานี้ถือว่าสุดยอดมากแล้ว ในสายตาคนฝึกยุทธ์ทั่วไป นี่คือสุดยอดคัมภีร์ที่รวมแก่นแท้ร้อยสำนัก หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว
แต่เขารู้สึกว่ายังทำได้ดีกว่านี้
"ใช่แล้ว!"
หวงจี๋ตบหน้าผาก นึกจุดสำคัญออก
นั่นคือคนคิดค้นวิชาพวกนี้ ไม่รู้เรื่องเส้นทางพลังงานชีวิต เทคนิคการชักนำของพวกเขา สร้างขึ้นบนพื้นฐานของความไม่รู้เรื่องจุดลับและเส้นลับ เป็นความสำเร็จทางอ้อม
ดังนั้นกระบวนท่าพวกนี้ ต่อให้เอามารวมกันยังไง ก็ไม่มีทางสมบูรณ์แบบ
ในวิชาไม่มีคอนเซปต์เรื่องจุดลับ ไม่มีคอนเซปต์เรื่องไฟฟ้าชีวภาพเลย
"ผมต้องเขียนขึ้นมาเอง อาศัยความเข้าใจเรื่องจุดลับ คิดค้นเทคนิคเฉพาะของ 'วิชาไฟฟ้า' (เตี้ยนกง) ขึ้นมา!"
...
[จบแล้ว]